กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style

วันที่ 27 มกราคม 2553 00:01

เพื่อ 'เฮติ' ...น้ำใจ หรือ ไถ่โทษ?

ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไม่ได้ชวนมองโลกในแง่ร้าย แต่นี่คือบางส่วนของคำอธิบายว่า สรรพความช่วยเหลือที่ระดมไปลงที่เฮติ บางส่วนอาจเพื่อเป็นการไถ่โทษและหวังผลระยะยาว

จากประเทศเล็กๆ ในหมู่เกาะแคริบเบียน ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก มาวันนี้ทุกคนทั่วโลกต่างระดมใจไปที่ "เฮติ"


 ประวัติความเป็นมาของเกาะเล็กๆ แห่งนี้ น่าจะรับรู้กันแล้วในฐานะสาธารณรัฐเอกราชของคนผิวดำแห่งแรกของโลก ที่เป็นไทจากฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1804 ถึงอย่างนั้นด้วยสภาพการเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่ลุ่มๆ ดอนๆ ตลอด 200 กว่าปีที่ผ่านมา มีการรบพุ่งระหว่างรัฐบาลทุนนิยมกับสังคมนิยมแทบไม่เว้น...เฮติ จึงเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในซีกโลกตะวันตก

 ตัวตั้งตัวตีของการเข้าไปบรรเทาทุกข์ครั้งนี้ หนีไม่พ้น "สหรัฐอเมริกา" กับกำลังทหารกว่า 20,000 นายถูกทยอยส่งไปอย่างเร่งด่วน

 หากแต่การเข้าไปเต็มอัตราศึกครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเฮติ ถ้าพลิกกลับไปดูประวัติศาสตร์เมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา พบว่า ประเทศเล็กในอเมริกาเหนือแห่งนี้ได้ต้อนรับพญาอินทรีมาไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งแล้ว แต่ดูเหมือนว่า เหตุผลการมาของสองสามครั้งแรก ออกจะดุดันและพะบู๊กว่าคราวนี้...มาก

 เริ่มตั้งแต่ ค.ศ.1915 ที่กองทัพสหรัฐบุกขึ้นฝั่งเฮติ และอีกสองครั้งในปี 1957 เพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ขนาด 27,750 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ และเมื่อรัฐบาลที่หนุนหลังอยู่ถูกโค่นลงด้วยขบวนการคนยากจน ชาวเฮติได้ผู้นำคนใหม่ชื่อ ฌอง แบร์ทรองด์ อริสติด ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งของเฮติ แต่หลังจากนั้น 1 ปี ก็ถูกรัฐประหารโค่นล้ม

 ความไม่สงบก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนรัฐบาลประธานาธิบดี บิล คลินตัน ส่งทหารบุกเฮติอีกระลอก ในนามของการปราบปรามความไม่สงบ พร้อมกับการยินยอมให้ประธานาธิบดี ฌอง แบร์ทรองด์ อริสติด กลับคืนมาตำแหน่งอีกครั้ง ด้วยเงื่อนไขต้องดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม

 ถึงอย่างนั้น การเมืองภายในของสองขั้วอำนาจยังรบพุ่งอยู่เนืองๆ อริสติด ต้องลี้ภัยอีกครั้ง เพราะกับการส่งทหารเข้าไปอีกครั้งของสหรัฐในสมัย ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ก่อนจะส่งไม้ต่อไปให้สหประชาชาติ

 รวมถึงครั้งนี้ที่ยิ่งย้ำว่า สหรัฐเดินทางเข้าออกเฮติบ่อยกว่าประเทศใดในโลก รวมถึงครั้งนี้ ที่(อาจ)มี "วาระ" บางอย่าง
 รวมถึงการออกมาเป็นตัวตั้งตัวตีเบอร์แรกๆ ของสองอดีตผู้นำ บิล คลินตัน และ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่เคยสั่งนาวิกโยธินในสังกัดบุกเข้าเฮติโดยไม่ได้รับเชิญ ถึงขนาดสร้างเว็บไซต์ช่วยเหลือร่วมกัน http://clintonbushhaitifund.org ในฐานะผู้ประสานงานพิเศษในการช่วยเหลือเฮติ

 จริงอยู่ ความช่วยเหลือเป็นเรื่องดี แต่จะดีกว่าถ้าเรารู้ว่าการช่วยเหลือนั้นมีที่มาที่ไป

 "มันไม่มีใครที่จะเป็นนักบุญระหว่างประเทศ ให้เปล่าไปเสียหมด ไม่มีหรอก ให้เปล่านี่เป็นท่าที   พูดตรงๆ แม้แต่ประเทศเราก็เหมือนกัน ไปช่วยเพื่อนบ้านก็ไม่ใช่หวังดี100เปอร์เซ็นต์หรอก ประโยชน์เราเป็นหลักทั้งนั้น" ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุบโต๊ะอย่างมีข้อมูลสนับสนุน

การช่วยเหลือของสหรัฐฯ มันมีอะไรแฝงอยู่คะ
 เฮติเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใน Western Enlistsphere คือ เป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี เจมส์ มอนโร (1817-1825) ที่ไม่ต้องการให้ใครเข้ามาแทรกแซงในบริเวณอเมริกากลางเพราะว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของอเมริกา ติดกับคิวบา และ คิวบาก็เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐ เพราะฉะนั้น สหรัฐจึงไม่ต้องการให้ประเทศอื่นใดเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ 


 กรณีที่สหรัฐฯ ไปแทรกแซงการเมืองสมัยของประธานาธิบดีคลินตัน ไปโค่นล้มรัฐบาลทหาร เพราะถือว่าเป็นภารกิจที่ต้องช่วยไม่ให้เกิดความระส่ำระสายในบริเวณแถบนี้ แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องภัยธรรมชาติ ซึ่งมหาอำนาจมักจะต้องมีบทบาทเพราะมันเป็นภาพลักษณ์ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประชาคมนานาชาติ 

อย่างรัฐบาลปัจจุบัน สหรัฐก็สนับสนุน? 
 ใช่ ถ้าดูหนังเรื่อง Black Hawk Down  ล้มเหลวนะในสมัยของคลินตัน ถูกกลุ่มต่อต้านของสหรัฐฯ ต่อสู้ขับไล่ หนังเรื่องนั้นแสดงให้เห็นถึงกระแสต่อต้านอเมริการุนแรงมากที่ไปแทรกแซงการเมืองของเขา ก็สลับขั้วอำนาจกันไปมา 
มีคนตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐส่งทหารเข้าไปมากกว่าหมอ


 ทหารเขามีความพร้อม  ได้รับการฝึกมาพอสมควรถึงจะช่วยเหลือทางด้านกายภาพได้  เพราะทางด้านกายภาพหมอช่วยมากไม่ได้  ต้องใช้ทหารซึ่งฝึกมาให้สมบุกสมบัน เพราะงั้นในกรณีนี้ทหารพร้อมที่สุด นอกจากฝึกรบแล้วกู้ภัยได้ แล้วหมอค่อยมาทีหลัง


 คนอาจจะติดภาพสหรัฐส่งทหารไปทิ้งระเบิด แต่คราวนี้ไปช่วยเหลือ แล้วภาพลักษณ์นี้ก็ออกไป ทั้ง CNN BBC อดีตประธานาธิบดีสองคน ก็ออกมาแถลงข่าวร่วมกัน คลินตัน กับ บุช สหรัฐฯต้องการฉายภาพไปยังสังคมนานาชาติ ว่าห่วงใยต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประเทศที่เป็น backyard  (หลังบ้าน) ของตนเอง และเนื่องจากสหรัฐฯเป็นประเทศที่มีอิทธิพล ก็ยิ่งต้องมีบทบาทโดดเด่นกว่าใครเพื่อน


ถ้าดูข้อมูลย้อนหลัง ทั้งบิล คลินตัน หรือจอร์จ บุชก็เคยเป็นผู้กระทำ ?
 ใช่ เพราะฉะนั้นตัวเองก็เลยต้องมีภารกิจรับผิดชอบด้วย เพราะตัวเองก็มีส่วนเข้าไปแทรกแทรงประเทศนี้ เมื่อเขาเกิดภัยพิบัติจะนิ่งเฉยไม่ได้ ก็ต้องแสดงให้ชาวโลกเห็นมนุษยธรรม  แล้วมนุษยธรรมก็เป็นอำนาจอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Soft Power การที่จะมีอิทธิพลในโลก จะใช้กำลังทหารอย่างเดียวไม่พอแล้ว


  Soft Power เป็นแนวความคิดของนักวิชาการมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โจเซฟ ไนล์  คือ การสร้างอิทธิพลในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ต้องเน้นเรื่องที่ทำให้คนยอมรับบทบาทของเราอย่างเต็มใจ  แล้วบทบาททางวัฒนธรรม ประเทศไหนก็ชอบ ไม่มีความรู้สึกต่อต้านอะไร ก็เป็นโอกาสดีที่สหรัฐฯ จะแสดงSoft Power เป็นผลงานที่จะสร้างความประทับใจให้กับประชาคมโลก


 การช่วยเหลือแบบนี้แม้จะมีผลทางการเมืองหรือในแง่ยุทธศาสตร์ แต่มนุษยธรรมก็เป็นสิ่งที่คนยอมรับได้ มันเนียน ได้สองอย่าง ได้ทั้งภาพลักษณ์ ได้ทั้งผลประโยชน์  ถ้าต่อไปเฮติฟื้นตัวขึ้นมา เขาก็จะได้จดจำว่าสหรัฐฯ เป็นตัวตั้งตัวตีเข้ามาช่วยเหลือในการบรรเทาทุกข์ยาก


 ในฐานะประชาคมโลก ไทยเราก็ต้องช่วยเหลือเหมือนกัน แม้ตอนแรกจะขายหน้า ให้ความช่วยเหลือด้วยงบไม่กี่แสน ซึ่งไอ้อย่างนั้นไม่เป็นข่าวซะยังจะดีกว่า (หัวเราะ) เป็นเรื่องจำเป็นเหมือนกันว่าประเทศเราก็ต้องแสดง คือ มนุษยธรรม เราก็ไม่รู้ว่าวันใดวันหนึ่งข้างหน้า จะเจอแบบนี้บ้าง


เวลาที่สหรัฐเข้าไปแทรกแซง มันเกิดด้านบวกหรือด้านลบกับเฮติมากกว่ากัน
 สหรัฐเข้าไป ความจริงด้านหนึ่งก็ล้มเหลวนะ ที่เขาไม่ได้ไปช่วยพัฒนาอะไรมาก เขาต้องการเพียงผู้ปกครองที่ร่วมมือกับเขา 


 ในสมัยเวียตนาม สหรัฐก็ไปสนับสนุนรัฐบาลคอรร์รัปชั่น แต่เป็นรัฐบาลที่ร่วมมือกับอเมริกา ทีนี้มันก็ลำบากที่สหรัฐจะไปสร้างชาติให้ใคร  เช่น โง ดินห์ เดียม , เหงียน เกา กี  พวกนี้เป็นทหารซึ่งไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ
 ที่เป็นปัญหาตลอดมา คือ สหรัฐมักจะไปหนุนหลังรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ คอร์รัปชั่น แต่ตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐทางด้านยุทธศาสตร์


คือ มุ่งหวังผลทางการเมืองมากกว่าจะช่วยเหลือจริงๆ?
 จะพูดอย่างนั้นก็ได้ คือ มนุษยธรรมถ้าสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐก็ดีไป มันเป็นผลประโยชน์ซ้อนกันอยู่

ถ้ามองโลกในแง่ร้าย สหรัฐเข้าไปเป็นขาใหญ่ในการปรับ ฟื้นฟูโครงสร้างรัฐบาล วางฐานเศรษฐกิจ ก็ยิ่งเข้าทาง?
 นั่นคือเป้าหมายระยะยาว ถ้าภายหลังเฮติตั้งตัวได้ ฟื้นตัวได้ แล้วสหรัฐเป็นตัวตั้งตัวตี เหมือนมาร์แชลแพลน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศในยุโรปถูกสงครามทำลาย แล้วสหรัฐเข้าไปฟื้นฟู แต่ทั้งหลายทั้งมวลก็เพื่อประโยชน์ของสหรัฐเอง เพราะเขาจะเจริญอยู่ประเทศเดียวไม่ได้ ต้องพึ่งตลาด ขยายตลาด ดังนั้นต้องทำให้ประเทศเหล่านี้ฟื้นตัวด้วย


 ตอนที่ไทยให้ความช่วยเหลือ ฑูตสหรัฐก็ออกมาขอบคุณ จริงๆ ไม่ใช่เรื่องกงการของเค้า คนที่ขอบคุณเราต้องเป็นรัฐบาลเฮติ


เราสามารถสรุปบทบาทของสหรัฐได้ไหมว่าเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย หรือเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาก็ทำกัน
 เขาต้องการสองอย่าง 1. สร้างภาพลักษณ์ความเป็นมหาอำนาจที่อ่อนโยน ที่เต็มใจช่วยเหลือสังคมนานาชาติ 2. มีผลพลอยได้คือ อิทธิพลของอเมริกาที่จะรักษาต่อไปในอเมริกากลางทั้งระยะสั้นและระยะยาว


อนาคตของเฮติเป็นอย่างไรต่อไปคะ
 ผมมองว่าจะใช้เวลาอีกนาน เพราะโดนทำลายราบเป็นหน้ากลอง แล้วพื้นฐานมันแย่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามถ้ามองในแง่ดี จะทำให้คนเฮติหันหน้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แล้วถ้าโชคดีได้ผู้นำที่มีประสิทธิภาพ มันก็อยู่ที่คนเฮติเอง ที่จะสร้างชาติขึ้นมา  ใครไปช่วยก็ลำบาก ถ้าผู้นำไม่สามารถจะช่วยประเทศตัวเองได้ก่อน 


การหาผู้นำต้องมาจากความเห็นของประชาชน แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นกับประชาคมนานาชาติด้วยหรือเปล่า
 ก็ต้องช่วย พราะเขาช่วยตัวเองยังไม่ได้  ถ้าประชาคมมองเห็นว่าประเทศนี้มั่นคง การเมืองมีเสถียรภาพ ก็ต้องทุ่มเทความช่วยเหลือ ต้องบูรณะเหมือนที่อเมริกาบูรณะยุโรปหลังสงครามโลก แต่ยุโรปเขามีผู้นำที่ไม่คอร์รัปชั่น มีความเป็นผู้นำ พื้นฐานมันต่างกันนะ  แต่เฮติเท่าที่ดูประวัติที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้ผู้นำที่ดี  ถ้าเจอผู้นำที่เอาเงินช่วยเหลือส่วนนี้ไปเอง หรือเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง สร้างอำนาจให้ตัวเองมั่นคง มันก็โชคร้ายสำหรับเฮติ

ถ้าผู้นำเก่ง แต่มีหัวเป็นสังคมนิยม จะอยู่ได้ไหม
  ก็เป็นไปได้ ถ้าได้ผู้นำหัวสังคมนิยมที่ไม่ยอมตกอยู่ภายใต้ทุนนิยมของตะวันตก ก็ไปไม่รอด ซึ่งถ้ามองจากอดีตสหรัฐก็ไม่สนับสนุน ประเทศที่มีผู้นำที่ขัดกับหลักทุนนิยมของอเมริกา เพราะขัดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ


 อีกทางหนึ่ง ถ้าไม่สนับสนุนมันทางเศรษฐกิจก็ลำบากเหมือนกันนะ เพราะว่า สังคมนิยมต้องมีผลงาน  ความนิยมจากประชาชนก็อาจจะไม่ได้รับ มันเป็นเรื่องธรรมดาว่า มีความคิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีเครื่องมือที่จะบริหารประเทศ ซึ่งก็คือ เครื่องมือทางการเงิน ในการไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ   นอกจากว่าจะเป็นเสรีนิยมไปก่อน ขอความช่วยเหลือไปก่อน เข้มแข็งแล้วค่อยหักหลังเขาตอนหลัง แต่มันก็ทำไม่ได้ง่ายอยู่ดี อยู่ยาวลำบาก


 ผมว่าจริงๆ แล้วน่าจะให้เป็นหน้าที่ของสหประชาชาติ จะได้เป็นผลงานที่ไม่ใช่ของประเทศหนึ่งประเทศใด  แล้วสังคมระหว่างประเทศก็เกิดวัฒนธรรมอย่างแท้จริง คือให้ความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน ไม่ได้หวังจะไปมีอิทธิพลอะไรในภายหลัง  แต่ในทางปฏิบัติสหประชาชาติก็ไม่มีความสามารถเท่าไหร่  สหรัฐมักเข้าไปมีบทบาทมากกว่า


แต่การช่วยเหลือที่ไหนๆ มันก็มีเงื่อนไขตามมาเสมอ?
 ถูกต้องครับ ต้องยอมรับอย่าไปคาดหวังว่าจะมีใครมาปรารถนาดีกับเรา เพราะว่าเขาก็ต้องช่วยประเทศเขาเองอยู่แล้ว งบประมาณของเขา เขาก็เอาจากภาษีประชาชนของเขามา


 การใช้ Soft Power ก็เพื่อผลพลอยได้อย่างหนึ่ง  หลักๆ คือ มันเป็นผลประโยชน์ของชาติ คือการที่มีเกียรติภูมิในเวทีการเมืองนอกประเทศ ประเทศอื่นได้ชื่นชมว่าประเทศนี้มีน้ำใจ ทั้งๆ ที่ประเทศเราก็มีปัญหาเยอะแยะ แต่ก็ยังเจียดงบประมาณมาช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน 


ถ้ามองภาวะซ่อนเร้นหรือแอบแฝง เราจะพุ่งมองที่สหรัฐฯประเทศเดียวได้หรือไม่
 เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเขาต้องการมีอิทธิพลในโลกมาก เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องมีโมทีฟที่ชัดเจนกว่าคนอื่นเขา  แต่ทุกประเทศ พูดตรงๆ อย่างประเทศเราก็เหมือนกันแหละ ไปช่วยประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ใช่หวังดี 100 เปอร์เซ็นต์หรอก ประโยชน์เราเป็นหลักทั้งนั้น


 ฮุนเซนถึงไม่แคร์ไง เราก็ได้ประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าเขา สร้างถนนอะไรให้เพราะว่าเราจะได้ไปขยายการคมนาคมขนส่ง ขยายเศรษฐกิจ แต่อย่างน้อยก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน
..............................................................
(หมายเหตุ : ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก บทความเรื่อง "ทำไมชาวเฮติถึงยากจน ขณะที่ถูกซ้ำเติมด้วยแผ่นดินไหว?" ใน www.prachatai.com)

 

อาจไม่ใช่แค่ภัยจาก "ธรรมชาติ"

นาโอมิ ไคลน์ (Naomi Klein) นักเขียน นักเคลื่อนไหว นักวิเคราะห์โลกระบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ชาวอเมริกัน-แคนาดา เปิดเผยกับ Democracy Now! องค์กรข่าวอิสระจากอเมริกาเหนือว่า ด้านหนึ่งแผ่นดินไหวในเฮติเกิดจากน้ำมือของธรรมชาติ แต่อีกด้าน มาจากความยากจนที่รัฐบาลต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย


 "เหตุผลที่ภัยธรรมชาติทำร้ายเฮติได้ร้ายแรงอย่างนี้เพราะ พวกเขาสร้างบ้านบนพื้นดินที่อ่อนยวบ ชั้นดินไม่หนาพอ ซึ่งอันตรายมากๆ ดังนั้นบ้านจึงถล่มลงมาง่ายๆ เพราะพวกเขาสร้างในที่ที่ไม่ควรสร้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มาจาก ทั้งหมดนี้มันเป็นเหตุเชื่อมโยงกันหมด


 เราชัดเจนว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรม ส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติ แต่อีกส่วนมาจากคน โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่มีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานอย่างนี้ โดยเห็นแก่ประโยชน์ตนเอง"


 แต่อย่างน้อย หายนะครั้งนี้ก็พอมีอยู่บ้าง อย่างที่ เดวิด วิลสัน (David Wilson) นักข่าวที่ลงพื้นที่เฮติ เขียนบรรยายเอาไว้ว่า ระหว่างหายนะจากแผ่นดินไหวยังดำเนินต่อไป คนราวๆ 200-300 คนรวมตัวกันร้องเพลง ปรบมือ และ สวดมนต์ร่วมกันที่สี่แยก ตอนสามทุ่ม หลังจากบ้านเรือนพวกเขาถูกถล่มราบเป็นหน้ากลองไปเพียง 4 ชั่วโมงเศษ


 วัยรุ่นเฮติคนหนึ่งที่ร่วมร้องเพลงบอกกับ วิลสันว่า ชาวเฮติแตกต่างจากคนอื่น ประชาชนประเทศอื่นๆ เมื่อเจอภัยพิบัติอาจทำอย่างนี้ไม่ได้


 "แต่เราทำได้ นี่คือวัฒนธรรมหนึ่งของชุมชนเรา" เด็กหนุ่มคนนั้นเฉลย  
(หมายเหตุ : ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก http://www.alternet.org

 

Tags : เฮติ สหรัฐอเมริกา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

ขายที่ดินเชียงราย 66 ไร่ อ.แม่สรวย ต.เจดีย์หลวง (ไร่ละ 99,999 บาท)
http://sites.google.com/site/land4salesinmaesuay/

พื้นที่
ขนาด 66.43 ไร่ (66 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา)
ความยาวโดยประมาณ
ทิศเหนือ: กว้าง 146 เมตร
ทิศใต้: กว้าง 230 เมตร
ยาว: 542 เมตร
ลักษณะพื้นที่: พื้นที่ราบ โอบล้อมด้วยขุนเขา
อากาศ: อากาศบริสุทธิ์สดชื่นดีมาก
(เชียงรายขึ้นชื่อว่าอากาศดีที่สุดต้นๆ ของประเทศ หรือ ดีที่สุด)
ประเภทที่ดิน
โฉนด

สาธารณูปโภค
ถนน: ทิศเหนือติดถนนยางมะตอย
ทิศใต้ติดถนนลูกรัง
ไฟฟ้า: มีระบบไฟฟ้าแรงสูงผ่านพื้นที่
น้ำ: ทิศใต้ติดกับอ่างเก็บน้ำสาธารณะ
มีน้ำทั้งปี ไหลมาจากผืนป่าทางทิศตะวันออก

สถานที่ใกล้เคียง
ไปทางทิศตะวันออก 430 เมตร จะเจอวัดแสงแก้วโพธิญาณ (ครูบาอริยชาติ อริจิตฺโต)
http://www.panoramio.com/photo/23058663
http://www.watsangkaewphothiyan.org/
ห่างจาก ถนน เชียงราย – เวียงป่าเป้า 1100 เมตร
ทางเข้า: ห่างจากที่ทำการ อ.แม่สรวย 7 กิโลเมตร

ติดต่อ
โทร: 085 848 9000
Email: amornpich@gmail.com

ความคิดเห็นที่ 4

ชอบคุณเบอร์สาม...ละเอียดดี

ความคิดเห็นที่ 3

Black Hawk Down ค่ะ ไม่ใช่ dawn ประเทศไทยโชคดีกว่าเค้ามาก ขอให้สามัคคี ช่วยกันรักษาความโชคดีนี้ไว้

ความคิดเห็นที่ 2

อ่านจับใจความได้ไม่หมดนะ

แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ชัก ท้อ ๆ กับประเทศนี้


เพราะประชาชนเค้า แทบจะไม่ทำอะไรกันเลยจริง ๆ ตอนนี้รอแต่ให้คนทั่วโลกช่วยเหลือ แต่ภาพข่าวที่ออกมานั้นก็มีแต่คนรอรับความช่วยเหลือมากกว่า ที่จะออกแรงช่วยเหลือคนในประเทศเดียวกันเองเสียมากกว่า


อย่างกับคนไทยตอนสึนามิ มีแต่คนลงไปให้ความช่วยเหลือ เงินมันไม่สำคัญมากกว่ากำลังคน ส่วนเรื่องผลประโยชน์นั้นผมไม่รู้ว่ารัฐฯไปรับเงินช่วยเหลือ แล้วเข้าไปกระเป๋าใครป่าว :p

จริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 1

นับเป็นบทความที่ห่วย จากความคิดที่แย่มากๆ
แย่มากๆ น่าผิดหวัง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement