"ผ่านลมหนาว จะกี่คราวก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีใครให้ใจอุ่น อยากจะหาคนที่ทำให้ใจสมดุล แต่ไม่เคยสมหวังสักที...."
เสียงเพลง "ลมหนาว" ของ ศิลปินยุคเก่าอย่าง ทีฟอร์ทรี(Tea for Three) วนซ้ำกลับมาเล่นเป็นรอบที่ 3 ทำเอาคนฟังที่นั่งตาลอยมองฟ้านอกหน้าต่าง เปิดปากร้องตามราวกับถูกบันทึกไว้ ด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ
บ่ายสองเศษ รถที่นั่งมาด้วยความเร็ว 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องลดระดับความเร็วลงเหลือแค่ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีความโค้ง สูง ชัน ของถนนข้างหน้าเป็นตัวกำหนด ฉันกระพริบตาถี่ๆ 2-3 ครั้ง ให้กับความแตกต่างของพื้นที่ ก่อนจะปรับเก้าอี้ให้ตั้งอยู่ในระดับตรง พร้อมเก็บโต๊ะหน้าที่นั่ง แล้วเปิดม่านหน้าต่างให้กว้างเพื่อสัมผัสทิวทัศน์ด้านนอกด้วยสองตา
"...ลมหนาวมาเมื่อไร ใจฉันคงจะเหงา คืนวันที่มันเหน็บหนาวไม่รู้จะทนได้นานเท่าไร ลมหนาวมาเมื่อไร กลัวฉันกลัวขาดใจ เพราะหัวใจที่มันอ่อนไหว ไม่เคยได้รักจากใครเสียที..."
ทันทีที่ซีดีแผ่นนั้นเล่นเพลงประจำฤดูจบ เขาค้อ ก็ต้อนรับเราด้วยผลกระทบ จากภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลกทันที
"นี่มันฤดูอะไรกันแน่" เพื่อนคนหนึ่งเปรยออกมาดังๆ เพราะเธอคาดหวังกับ "สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย" เอาไว้มาก ดีที่ยังไม่ถึงกับร้อนจัด กอปรกับ ภาพทิวทัศน์ภูเขาหญ้าที่เขียวขจีสุดตาลูกนั้นช่วยไว้ ทุกคนจึงได้หายใจหายคอกันอย่างโล่งอก
"เขาค้อ" อาจไม่ใช่จุดหมายที่จะทำให้ผู้คนหลงรักได้ง่ายๆ เช่นเมืองหนาวแห่งอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาค้อพร้อมจะมอบให้กับทุกๆ คนที่มาเยี่ยมเยือนก็ คือ "ความสุข"
เมืองหลวงในฝัน
ถ้ามาลาเรียไม่ชุกชุม เพชรบูรณ์ก็อาจจะได้เป็นเมืองหลวงของประเทศไทยไปแล้ว เพราะช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น วางแผนย้ายเมืองหลวงมาตั้งที่เพชรบูรณ์ โดยเห็นว่ามีชัยภูมิที่ดี ทว่า สุดท้ายโดนค้านด้วยเหตุผลเรื่องยุงป่าและความทุรกันดาร เมืองหลวงในฝันจึงต้องพับโครงการไป คนเพชรบูรณ์จึงออกอาการดีใจเก้อ
ถึงแม้เมืองหลวงของประเทศไทยจะไม่ได้ชื่อ "เพชรบูรณ์" แต่เมืองมะขามหวานแห่งนี้ ก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวที่นิยมชมชอบธรรมชาติ และหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญที่จะเลยผ่านไปไม่ได้ก็คือ "เขาค้อ" เมืองในหุบที่อัดแน่นไปด้วยธรรมชาติสีเขียวท่ามกลางภูเขาสูงตระหง่าน ทว่า ยอดเขาที่สูงที่สุดในเขาค้อไม่ใช่เขาค้อ แต่เป็น "เขาย่า" ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,290 เมตร
บนยอดเขาย่าเป็นสถานที่ตั้งของ พระตำหนักเขาค้อ เราไปถึงที่นั่นเมื่อตะวันคล้อยต่ำ แดดที่แผดแสงจนร้อนระอุในตอนบ่ายค่อยๆ คลายกำลังลง แทนที่ด้วยแสงอุ่นคืออุณหภูมิแห่งความเย็นเยียบที่หลายคนโหยหา ฉันกระชับเสื้อกันหนาวตัวเก่งก่อนจะค่อยๆ พาตัวเองออกไปสูดสัมผัสโอโซนแห่ง ธรรมชาติรอบๆ ตัว
"โปรดทราบ...ข้อควรปฏิบัติในเขตพระราชฐาน กรุณาแต่งกายสุภาพ (เสื้อยืด เสื้อกันหนาว กางเกงยีนขายาว -ผ่าน) อย่าส่งเสียงดัง (เจ็บคอ - ผ่าน) ห้ามนำสุรา อาหารทุกชนิดเข้า (แม้แต่น้ำเปล่ายังไม่เคยพก - ผ่าน) ห้ามสูบบุหรี่ (เกลียดควัน - ผ่าน) ห้ามสวมหมวก ห้ามกางร่ม (เย็นแล้ว ไม่มีแดด - ผ่าน) ห้ามเด็ดดอกไม้ (ใครจะกล้า - ผ่าน) ห้ามใส่แว่นตากันแดด (เย็นแล้ว ไม่มีแดด - ผ่าน) ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้า (มาคนเดียว ไม่เกี่ยวกับใคร - ผ่าน) ห้ามสวม รองเท้าฟองน้ำ (เอ่อ...หูคีบตราช้างดาว แต่เจ้าหน้าที่รดน้ำต้นไม้อยู่ ไม่เห็นแน่ๆ - ผ่าน - ขอประทานอภัย ข้าน้อยสมควรตาย)"
ตอนแรกจินตนาการไว้ว่าจะต้องหรูหราเลิศเลอ (คล้ายความคิดของเด็กหญิงคนหนึ่งใน การแสดง 4D Light & Sound ธีม "พ่อ…The Greatest of the Kings The Greetings of the Land") แต่ผิดคาด เพราะพระตำหนักแห่งนี้มีลักษณะเป็นอาคาร คอนกรีตครึ่งวงกลม 2 ชั้น ภายในมีทั้งหมด 15 ห้อง ส่วนนี้ขอเจ้าหน้าที่เข้าไปดูได้ แต่เราไปถึงเย็นเกินไปจึง "อด" ตามระเบียบ
รถวิ่งไล่ตามแสงสุดท้ายของวันไปจนถึง พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ที่ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ทุกๆ วันจะ มีประชาชนเดินทางมาจุดเทียนสะเดาะเคราะห์ และขอพรต่อพระพุทธองค์ ในวันที่เราเดินทางมาถึงมีประชาชนจุดเทียนเรียงรายอยู่ภายในพระบรมธาตุเจดีย์แล้วมากมาย
สถาปัตยกรรมของพระบรมธาตุเจดีย์เป็นแบบผสมผสานทั้งสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ประยุกต์ บริเวณยอดสุดของพระบรมธาตุเจดีย์ประดิษฐานพระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้าที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพื่อนำมาประดิษฐานไว้บนเขาค้อให้เป็นที่เคารพสักการะ และนำความสงบสุขร่มเย็นมาสู่ราษฎรในพื้นที่และใกล้เคียง
ฉันจุดเทียน 1 เล่ม หยดน้ำตาเทียนลงบนจานสังกะสีสีขาวก่อนจะค่อยๆ วางเทียนทับลงบนน้ำตาเทียน จากนั้นจึงตั้งจิตอธิษฐานขอพรพระเช่นคนอื่นๆ เสร็จสรรพแล้วหลายคนยังเดินไปเขียนชื่อตัวเองและครอบครัวลงบนผ้าสีเหลืองผืนยักษ์ ที่จะนำไปประกอบพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุด้วย แต่คนต่อแถวมากเกินไป ฉันจึง "อด" ไปตามระเบียบ
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง แสงสีส้มเลือนหาย คืนนี้พระจันทร์คงแอบควงดวงดาวเป็นล้านเป็นพันดวงออกมาร่ายรำท่ามกลาง ราตรีสีดำในคืนเดือนมืด ใครว่าเขาค้อไม่หนาว ณ เวลานี้ขอเถียงขาดใจ
"...ในคืนนี้มีดาวเป็นล้านดวง แต่ใจฉันมีเธอแค่เพียงดวงเดียว สอดประสานสบตาเคียงข้างกัน อยากจะขอจูบดาวใต้เงาดวงจันทร์ อยู่ไหน บอกเธอที่มา ซบลงไออุ่นหัวใจและเธอ บอกเธอที่ไป ฝันคงสดใส รักอยู่ไม่ไกล จากเธอ ร้องบอกหัวใจ มีเธอ ร้องจากหัวใจ รักเธอ" เพลง "ดาว" ของ พารา ด็อกซ์ (paradox) เป็นบทเพลงสุดท้ายที่ฉันได้ยินในคืนนั้น
หมอกจางๆ และควัน
อรุณสวัสดิ์รับเช้าวันแรกที่เขาค้อกับความคาดหวัง(อีกแล้ว) ว่าจะได้เห็นทะเลหมอกเหนือ อ่างเก็บน้ำรัตนัย เราไปถึงที่หมายก่อน 6 โมงเช้าตามคำแนะนำของคนพื้นที่ เสื้อตัวหนา ผ้าพันคอ และหมวกไหมพรม แทบจะถูกหลอมรวมให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย อุณหภูมิยามเช้าไม่เกิน 18-19 องศา ทำเอาหลายคนปากสั่น ฉันก็ไม่ต่างจากทุกคน นั่งพ่นควันสีขาวเล่นระหว่างรอพระอาทิตย์ขึ้น
ว่ากันว่า มาเขาค้อต้องชมทะเลหมอก เพราะถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่ แต่...06.15 น. ผ่านไป 06.30 น. ผ่านไป 07.10 น. พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้านานแล้ว เหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยยังคงสดใสไปด้วยผืนน้ำสะอาดตา ไม่มีแม้แต่ไอจางๆ หรือว่าเราจะคลาดกันกับทะเลหมอกเสียแล้ว
"...หมอกจะงดงามและทำให้เยือกเย็น แสนจะเย็นสบายเมื่อยามเช้า ถ้าเป็นควันไฟ ถึงจะบางเบา หากเข้านัยน์ตาเรา ก็คงจะทำให้เสียน้ำตา..." คิดถึงพี่เบิร์ด กับเพลง "หมอกหรือควัน" เพลงนี้จริงๆ
เมื่อแน่ใจแล้วว่าวันนี้ไม่มีโอกาสเห็นทะเลหมอกฉันจึงค่อยๆ ลากตัวเองออกมาจากจุดเกิดเหตุแล้วไปหาอะไรร้อนๆ ดื่มที่ริมถนนหน้าจุดชมวิว บริเวณนี้มีร้านข้าวต้ม โจ๊ก กาแฟ และสารพัดของฝาก รวมถึงโปสการ์ด และเสื้อยืดพิมพ์ลาย "เขาค้อ" จำหน่ายเต็มไปหมด หลังจัดการกับอาหารเช้าเราเดินทางไปยังน้ำตกยอดนิยมที่อยู่ไม่ไกล
น้ำตกธารทิพย์ อยู่ในเขตวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 25 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่ที่ติดใจคงเป็นเรื่องของการติดป้าย "น้ำตกธารทิพย์" ที่แปะขนาบไว้กับน้ำตก ดูขัดตาพิกล
ก่อนมาเขาค้อ เราได้รับข้อมูลว่า เขาค้อเคยเป็นพื้นที่สีแดงที่คุกรุ่นไปด้วยควันไฟของการสู้รบจากผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน (ช่วง พ.ศ. 2511-2525 ) ยุคนั้นเขาค้อถือเป็นดินแดนต้องห้าม ต่อเมื่อเวลาผ่านไป บาดแผลทั้งหลายถูกเยียวยา เขาค้อจึงกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยปูมหลังของความสูญเสีย
พิพิธภัณฑ์อาวุธ หรือ ฐานอิทธิ เป็นจุดหนึ่งที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความบอบช้ำในการสู้รบไว้มากมาย ที่นี่เคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในช่วงปี พ.ศ.2524 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ สำหรับชื่อ ฐานอิทธิ ตั้งชื่อตามพันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ในอดีต
เลยฐานอิทธิขึ้นไปบนยอดเขาค้อเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ พิพิธภัณฑ์ที่ว่าหดหู่แล้ว หากได้มาอ่านรายชื่อพลเรือน ทหาร ตำรวจ ผู้เสียสละชีพจากการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย) คงมีอาการหายใจขัดอยู่บ้าง เพราะชื่อเล็กๆ ที่สลักอยู่ รอบอนุสรณ์สถานมากมายจนละลายตาไปหมด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานเปิดอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 เพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า "ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้าหาญ 1,171 ชีวิต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก" จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้กำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ของทุกปี ให้เป็นวันสมโภชอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ
ส่วนด้านหลังเป็นฐานจำลองการสู้รบ มีชื่อว่า ฐานกรุงเทพ ลักษณะเป็นเนินเตี้ยๆ มีหลุมหลบภัย มีกระสอบทรายบังเกอร์ ข้อมูลว่าที่แห่งนี้เป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จากการสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ที่ปลายสุดของฐานถ้าท้องฟ้าเปิดกว้างจะเห็นไกลไปจนถึงภูกระดึง ภูเรือ และภูหินร่องกล้าเลยทีเดียว
ไล้ลมหนาว เช้าจรดค่ำ
"ได้ยินเพลงบอกไว้ลมหนาวมาถึงเมื่อไร มันต้องเหงาในใจตามเนื้อเพลงอยู่เรื่อยไป คราวนี้ถ้าต้องเจอ หน้าหนาวนี้ขอร้องเถอะ ขอได้ไหม ขอมือหน่อยได้ไหมอากาศหนาวๆ ไม่ชอบเลย ขอมือหน่อยอย่าเฉยเมยจนฉันนั้นต้องเสียใจ อยากขอแค่ได้ไออุ่นจากเธอได้ไหม บอกความรู้สึกข้างใน ก่อนหน้าหนาว คราวนี้จะผ่านไป" เพลง "หนาวนี้" ของ ฟรายเดย์ (Friday) เข้ามาอยู่ในหัวใจตอนที่รถกำลังไต่ระดับเนินเขาเข้าไปชมวิว ณ จุดชมวิวภายในพื้นที่โครงการ Bliss by Khao Koh Highland ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมวิวภูเขาในรูปแบบ 360 องศา
เหมือนฉายหนังซ้ำ ทะเลหมอกในภาพฝันไม่ปรากฏ อุตส่าห์ลงทุนตื่นตั้งแต่ก่อนไก่โห่ เฝ้าดูแสงแรกของวันผ่านริมขอบฟ้า สุดท้ายไม่ได้ชื่นชม หรือ ปีนี้ดวงจะชงกับทะเลหมอกซะแล้วเรา
กลับออกมาด้วยใจหงอยเหงา ถ้าไม่ได้ไอศครีม โฮมเมด อร่อยๆ ในร้าน Icecream & Coffee คงห่อเหี่ยวไปทั้งวัน ใจจริงอยากไปลิ้มรสกาแฟรสเข้มที่ร้าน Coffee Hill ที่อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เพราะติดใจในรสชาติตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ได้ข่าวว่า ตอนนี้ปิดทำการด้วยเหตุที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์จากกรมป่าไม้ จึงมีกำหนดปิดอย่างไม่มีกำหนด "อด" อีกตามระเบียบ
ก่อนกลับแวะไปทักทายดอกไม้ใบหญ้า และหาซื้อของฝากที่ ไร่ บี.เอ็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ไม่เคยเสื่อมความนิยม ถ้ามองเผินๆ ไร่นี้ก็มีแค่ผักผลไม้เหมือนไร่อื่นๆ ทั่วไป แต่ที่ได้รับความสนใจจนถือว่าเป็นจุดเด่นก็คือ การทำการเกษตรเชิงวิชาการแผนใหม่ ที่เจ้าของนำมาปรับปรุงพัฒนาใช้กับพืชผลในไร่จนกลายเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตและการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรสำหรับไม้เมืองหนาว
มะขามหวานเป็นของฝากกลับมาบ้านที่ทุกคนไม่ควรพลาด ไม่อยากเสียยี่ห้อว่าไปเขาค้อมา เลยมีถุงมะขามหวานเกลื่อนกล่นอยู่บนเบาะหลังรถด้วย
เปิดเพลง "โสดหน้าหนาว" ของ ชะเอม เบาๆ เขาค้อในความรู้จักคราวนี้แม้ไม่หนาวสุดขั้ว แต่ก็เย็นสบาย เย็นทั้งกายและใจ
"...เป็นโสดหน้าหนาว ทำไมมันหนาวเป็นสองเป็นสามเท่าของคนอื่น ต้องนอนคนเดียวทั้งคืน สะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน แล้วเช้าจะทำอย่างไร ก็คงตื่น สาย ทำงงทำงานไม่ทัน เจ้านายอยากจะร้องไห้ คงเบื่อละสิเจ้านาย เบื่อคนทำตัวใกล้ตายอย่างฉัน .... สักวันต้องโดนไล่ออก"
.................
การเดินทาง - ที่พัก
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านปทุมธานี อยุธยา สระบุรี เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 125 บริเวณแยกบ้านพุแค ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอม่วงค่อม และอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี แล้วเข้าสู่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นวิ่งตรงไปทางอำเภอวิเชียรบุรี อำเภอบึงสามพัน อำเภอหนองไผ่ อำเภอเมือง เข้าอำเภอเขาค้อ ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง
สำหรับที่พักแนะนำ เขาค้อทะเลภู ราคา 700-3,000 บาท, เขาค้อ ไฮแลนด์ 2,800-5,000 บาท, ภูแก้ว รีสอร์ท 2,500 - 20,000 บาท หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ททท.สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0-5525-2742-3






ความคิดเห็นที่ 5
replica breitling watches for sale , 12 สิงหาคม 2554 16:22
ever since recorded history began
ความคิดเห็นที่ 4
duvet covers , 11 สิงหาคม 2554 13:11
different stores then
ความคิดเห็นที่ 3
replica tag heuer , 9 สิงหาคม 2554 09:11
and want to be the center of
ความคิดเห็นที่ 2
bedding , 6 สิงหาคม 2554 12:59
very high price The watch collectors are sure to
ความคิดเห็นที่ 1
ช่วยเชียร์ , 25 มกราคม 2553 20:12
แล้วเขาค้อวัลเล่ย์หล่ะ ผมเคยไปพักช่วงปีใหม่ รีสอร์ทใหญ่เหมือนกันนะ