ชีวิตกำลังเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ด้วยพลานุภาพของทีวี จากเดิมที่เคยมีอยู่ 6 ช่อง เพิ่มพรวดพราดเป็นร้อยช่องในชั่วข้ามคืน
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้หมู่บ้านในชนบทอันห่างไกล สามารถเข้าถึงข่าวสารบางด้าน ที่แม้กระทั่งคนกรุงเทพฯ ก็ยังไม่มีโอกาสได้ชม แต่ในเวลาเดียวกัน ความวิตกกังวลต่อเรื่องขยะข่าวสารที่ล้นทะลัก ก็เป็นเรื่องรอการพิสูจน์คุณภาพของผู้ผลิต ที่กระโจนเข้าสู่สนามการแข่งขันในวันนี้เช่นกัน
กลายเป็นเรื่องโจษจันกันทั่วหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงแห่งนั้น เมื่อเครื่องรับโทรทัศน์ของลูกบ้านรายหนึ่ง มีรายการทีวีใหม่ๆ ให้ชมหลายสิบช่อง อย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน มีทั้งรายการของคนเสื้อแดง ข่าวสาร บันเทิง สารคดี เพลง หมอดู ขายอาหารเสริม รายการเกษตรกรรม มันนีแชนแนล จนถึงโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ฯลฯ หลังจากนำเอาจานเหล็กกลมๆ หน้าตาประหลาดขึ้นแทนที่เสาอากาศทีวีบนหลังคา
คำบอกเล่าแบบปากต่อปาก ทำเอาลูกบ้านหลังอื่นๆ อดรนทนไม่ไหวต้องถามไถ่ถึงที่มาที่ไป เพราะครั้นจะนั่งดูแค่ "ฟรีทีวี" จำนวน 5-6 ช่องที่ชัดบ้าง- ไม่ชัดบ้างอีกต่อไป ก็ดูกระไรอยู่ จึงกลายเป็นที่มาของยอดติดตั้งจานดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นในอัตราสูง จาก 1.507 ล้านครัวเรือน ในปี 2551 มาเป็น 3.005 ล้านครัวเรือนในปี 2552 หรือเพิ่มขึ้นถึง 99.40 เปอร์เซนต์ (ที่มา : เอจีบี นีลเส็น)
ทุกวันนี้ จานดาวเทียมขนาดเล็กกำลังมาแทนที่เสาอากาศทีวีในครัวเรือนตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่รอบนอกของเขตเทศบาล ที่ผู้ประกอบเคเบิลท้องถิ่นให้บริการไม่ถึง ด้วยสนนราคาแสนถูก เพราะการแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิตทั้งหลาย แถมยังไม่มีค่าบริการรายเดือน ทำให้จ่าย "ครั้งเดียว" เพียง 2-3 พันบาท ก็มีโอกาสได้ดูทีวีเพิ่มอีกหลายสิบช่อง ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวโน้มใหม่ของความบันเทิงราคาถูกในเวลานี้
จานดาวเทียมขนาดเล็กเหล่านี้ ยังเปิดช่องให้บรรดา ส.ส.หัวใสทั้งหลาย ลงทุนซื้อไปแจกชาวบ้านเพื่อเรียกคะแนนนิยม และในเวลาเดียวกัน ยังถือโอกาสฝากรายการ "การเมือง" ของพรรคตนไว้ในดวงใจอีกด้วย แต่จะมีคนดูรายการนั้นจริงๆ สักกี่มากน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
-1-
"มีงานออกไปติดตั้งทุกวัน วันละหลายๆ จานก็ว่าได้ เพราะความนิยมที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ " สมชาย แซ่ไหน แห่งร้าน "จิตรสมบูรณ์" ที่ให้บริการติดตั้งจานดาวเทียมในย่านบางขุนเทียน พูดถึงแนวโน้มธุรกิจในวันนี้ที่กำลังเกาะกระแสความนิยมอย่างแรงสุดๆ โดยเฉพาะจานดาวเทียมขนาดเล็ก ในระบบ "เคยู แบนด์" ซึ่งมีราคาถูกและใช้พื้นที่ในการติดตั้งไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับจานดาวเทียมในระบบ "ซี แบนด์" ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก
"หากจะรับระบบ ซีแบนด์ ต้องใช้ขนาดจานอย่างน้อย 1.50 เมตรขึ้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางพีเอสไอเคยผลิตจานขนาด 1.30 เมตรมาลองใช้เหมือนกัน แต่มีปัญหาเรื่องการรับสัญญาณ ทำให้ต้องหยุดผลิตลง"
ในความเห็นของผู้ให้บริการรายนี้ แค่เพียงจานดาวเทียมขนาดเล็ก ในระบบ "เคยู แบนด์" ก็สามารถมาแทนที่เสาอากาศโทรทัศน์ได้อย่างสบาย เพราะสนนราคาในการซื้อและติดตั้งใกล้เคียงกัน แถมยังมีความคมชัดมากกว่ากันอีกด้วย
ทั้งนี้ มีสมมติฐานที่แน่ชัดว่า การติดตั้งจานดาวเทียมขนาดเล็ก "มิได้" เข้ามาแทนที่เสาอากาศโทรทัศน์ เพียงเพราะเหตุผลของ "ความคมชัด" และใช้รับชมรายการจากฝั่ง "ฟรีทีวี" เท่านั้น นั่นอาจจะเป็นทฤษฎีที่ล้าสมัยไปแล้ว เพราะจากการศึกษาของ เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551 ถึงเดือนพฤษภาคม 2552 พบว่าส่วนแบ่งคนดู "ช่องเคเบิลทีวี" (ตัวแทนสื่อเทียบเคียงกับทีวีดาวเทียม) คิดเป็นร้อยละ 50 หรือมีส่วนแบ่งครึ่งต่อครึ่งเมื่อเทียบกับช่องฟรีทีวีเลยทีเดียว
ด้วยพฤติกรรมการชมของผู้ชมในกลุ่มต่างๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีการสลับสับเปลี่ยนไปมา ระหว่าง "ฟรีทีวี" กับ "เคเบิลทีวี" นี่เอง กลายมาเป็นหัวข้อศึกษาวิจัยต่อว่า หาก "เคเบิลทีวี" และ "ทีวีดาวเทียม" สามารถเข้าถึงผู้ชมในกลุ่มเดียวกันกับ "ฟรีทีวี" เพียงแต่ต่างช่วงเวลากันแล้ว นั่นเท่ากับว่าถึงเวลาที่เจ้าของสินค้าจะต้องวางแผนการซื้อสื่อเสียใหม่ เพื่อเข้าถึงลูกค้ามุ่งหวัง ด้วยการจัดสรรงบประมาณให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะต้นทุนโฆษณาในสื่อ "ทีวีดาวเทียม" มีราคาถูกกว่ามาก
เมื่อทีวี เพิ่มจาก "6 ช่อง" กลายเป็น "หลายสิบช่อง" อาศัยเพียงปลายนิ้วผ่านรีโมท การเกิดขึ้นของ "ทีวีดาวเทียม" จึงสั่นสะเทือนต่อ "ฟรีทีวี" ไม่น้อยเช่นกัน
-2-
"ในแง่ของการรับชมโทรทัศน์ วันนี้ สังคมเมืองกับสังคมชนบทไม่เหมือนกันอีกต่อไป และหากไม่นับการเข้าถึงทรูวิชั่น คนในชนบทมีโอกาสได้ดูทีวีดาวเทียมมากกว่าคนกรุงด้วยซ้ำ " อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวย เอ็นบีซี แสดงความเห็นต่อปรากฏการณ์กระแสนิยมทีวีดาวเทียมในวันนี้ ว่าการได้มีโอกาสดูทีวีดาวเทียมมากกว่าย่อมหมายถึงมีโอกาสเสพข่าวสารที่ต้องการได้มากกว่า
อดิศักดิ์ ชี้ว่า หากครัวเรือนในแต่ละพื้นที่มีเครื่องรับโทรทัศน์ใกล้เคียงกัน การเข้าถึงทีวีดาวเทียมและเคเบิลท้องถิ่นของคนกรุงเทพฯ มีเพียง 30 เปอร์เซนต์ ขณะที่ในเขตเทศบาลตามจังหวัดต่างๆ มีถึง 48 เปอร์เซนต์ และไกลออกไปในชนบทสามารถรับชมทีวีดาวเทียมได้ถึง 31 เปอร์เซนต์ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
ทั้งนี้จากตัวเลขของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ตั้งเป้าการขยายตัวของผู้รับชมทีวีดาวเทียมในประเทศไทยอยู่ที่ 10 เปอร์เซนต์ หรือใช้เวลา 7-8 ปีในการเข้าถึงครัวเรือนทั้งหมด 20 ล้านครัวเรือน แต่ในความเห็นของอดิศักดิ์เชื่อว่า น่าจะขยายตัวเร็วกว่านั้น อาจจะใช้เวลาจริงๆ เพียง 5 ปีเท่านั้น
ผลจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ 2551 ที่อนุญาตให้ธุรกิจเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้อง กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการสื่อ เมื่อผู้ผลิตเนื้อหา (Content Provider) ทั้งเก่าและใหม่สามารถกระโจนเข้าสู่สนามนี้ได้โดยเสรี เพราะทรัพยากร (คลื่น) ที่เคยมีอย่างจำกัด ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี คนทีวีมิได้มีช่องทางอันจำกัดเพียง "ฟรีทีวี" เหมือนเมื่อในอดีต
การรวมตัวของคนทีวีดาวเทียมกำลังจะเกิดขึ้นเป็น "มหกรรมโลกไร้เสา" ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคมนี้ โดย เดียว วรตั้งตระกูล ผู้บริหารทีวีดาวเทียมค่ายแกรมมี่ ในฐานะประชาสัมพันธ์สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมฯ ระบุว่า ขณะที่เทคโนโลยีก้าวไปไกล แต่ในเมื่อภาคกฎหมายยังก้าวตามไม่ทัน และรอการกำกับดูแลจากหน่วยงานอิสระ อย่าง กทช. ในเวลานี้ คนทีวีดาวเทียมจึงพยายามดูแลกันเองไปพร้อมๆ กับการนำเสนอให้สังคมไทย โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ได้รับรู้ถึงโลกกว้างผ่านทีวีดาวเทียม
-3-
หากมองปรากฏการณ์ทีวีดาวเทียมในฐานะผู้ชมคนหนึ่ง ภูษิต ไล้ทอง ผู้บริหาร ทีวีธันเดอร์ ยอมรับว่า ไม่สามารถปฏิเสธถึงความน่าตื่นเต้น
"เหมือนสมัยเราไปเมืองนอกใหม่ๆ แล้วเจอช่องทีวีเยอะๆ ที่นั่น แต่หลังจากใช้รีโมทเปลี่ยนช่องไปมา เราอาจจะเริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะมันเยอะมาก อย่างทุกวันนี้ ผมอยู่ในบ้านที่มีทั้งเคเบิลและจานดาวเทียมทั้งไทยและเทศ รวมแล้วเป็น 200 ช่อง แต่จริงๆ แล้วเราก็เลือกดูเฉพาะคอนเทนท์ที่เราอยากดู ถึงขนาดมี 200 ช่อง เรายังหาช่องดนตรีดีๆ ที่เราอยากดูไม่ได้อยู่ดี..."
ภูษิต มีความเห็นตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ปรากฏในทีวีดาวเทียมตอนนี้ น่าจะเป็น "ขยะ" ถึง 98 เปอร์เซนต์
"หากสังเกตสักหน่อย จะพบคอนเทนท์ต้นทุนต่ำที่พยายามดึงดูดคนดู อาจจะเน้นการมอมเมา เช่น เรื่องของหมอดู เรื่องอาหารเสริม ความงาม ไปจนถึงปาฏิหาริย์ อุปโลกน์ใครก็ไม่รู้มานั่งพูด สิ่งเหล่านี้ หากเป็นความเชื่อของคนดูบางกลุ่ม ก็ถือเป็นเรื่องที่มีคุณค่าสำหรับเขา แต่สำหรับคนไม่เชื่อ มันก็เป็นขยะดีๆ นี่เอง"
พร้อมกับเสริมว่า ทีวีดาวเทียมน่าจะเป็นโมเดลสำหรับรายการภาษาต่างประเทศบางภาษาที่มีฐานผู้ชมจำนวนมาก เช่น ภาษาอังกฤษ หรือ ในประเทศจีน ที่มีประชากรมาก หรือญี่ปุ่นที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งพอจะมีศักยภาพเชิงพาณิชย์
ในเรื่องนี้ อดิศักดิ์ แห่งค่ายเอ็นบีซี ผู้ผลิตเนชั่นแชนแนล และ "แมงโก ทีวี" ช่องใหม่ที่กำลังจะคลอดในเร็ววันนี้ ยอมรับว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการที่คนทีวีดาวเทียมจะค่อยๆ ปรับตัว ให้เป็นกลไกที่คลี่คลายไปโดยธรรมชาติ พร้อมตั้งความหวังว่า ด้วยกฎหมายฉบับปัจจุบันที่กำหนดให้มีการจัดสรรเงินกองทุนจำนวนหนึ่งสำหรับการพัฒนารายการทีวีสำหรับท้องถิ่น หรือพัฒนารายการทีวีเนื้อหาๆ ดี ที่ไม่มีเรตติ้ง แต่เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ในสังคมไทย จะเป็นทางออกในเรื่องนี้ได้บ้าง
"ทีวีดาวเทียม เป็นภาพสะท้อนเนื้อหาสำหรับกลุ่มผู้ชมที่มีการแยกย่อยลงไป ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีทาง mass หรือมีเรตติ้งสูงๆ เหมือนในฟรีทีวีได้หรอก ซึ่งเท่ากับว่า ต้องมีเนื้อหารองรับกลุ่มคนที่เล็กลงไปกว่าระดับ segmentation น่าจะเป็น fragmentation ซึ่งเราอยากจะเห็นรายการทีวีที่ผลิตเพื่อคนท้องถิ่น เพื่อสื่อสารในกลุ่มคนอาชีพต่างๆ บางครั้งฐานของผู้ชมอาจจะไม่เพียงพอที่จะมีรายได้มาจุนเจือการผลิต ตรงนี้เป็นเรื่องที่สังคมไทยจะต้องมีการกำกับดูแลต่อไป"
ปรากฏการณ์โลกไร้เสากำลังจะเกิดขึ้น แต่นับจากนั้น ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เพื่อพิสูจน์ว่าเนื้อหาในทีวีดาวเทียมไทย จะมีคุณค่าแก่การชมสำหรับผู้ชมมากน้อยเพียงใด.
Tags : จานดาวเทียม • เกาะกระแสโลกไร้เสา
