เจาะไอเดียดีไซเนอร์ไทย บินไกลคว้ารางวัลออกแบบดีเด่นแดนปลาดิบ กรมส่งเสริมการส่งออกระบุ เทรนด์รักษ์โลกยังแรง-ขายได้
ยังแรงดีมีพลังสร้างสรรค์งานดีไซน์กัน ออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง สำหรับนักออกแบบบ้านเรา ที่ไม่เพียงผลิตผลงานให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ชื่นชมกัน แต่ไอเดียของดีไซเนอร์ไทยยังได้รับความสนใจจากต่างประเทศ เห็นได้จากล่าสุด 51 ชิ้นงานจากผู้ประกอบการไทยจำนวน 34 ราย ที่กวาดรางวัล Good Design 2009 Award หรือ G-Mark จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีชิ้นงานดีไซน์สัญชาติไทยบินไปคว้ารางวัลได้มาเพียง 12 รางวัล
รางวัล G-Mark เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดย Japan Industrial Design Promotion Organization (JIDPO) ในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค.ศ.1975 เพื่อมุ่งสร้างความเชื่อมั่นเรื่องการออกแบบ ที่เป็นกุญแจสำคัญในการเผชิญปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในขณะนั้น และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน อีกทั้งเป็นรางวัลที่มีการพิจารณาผลงานที่เข้มงวด เพราะต้องผ่านการตัดสินถึง 5 ขั้นตอน โดยกรรมการจำนวน 72 คน
โดยงานมอบรางวัลที่จัดมานานกว่า 30 ปี มีอิทธิพลไม่น้อยต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น โดยล่าสุด มีการสำรวจพบว่า 48.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น จะเลือกซื้อสินค้าที่ได้รับรางวัล G-Mark ขณะที่ 87.5 เปอร์เซ็นต์ รับรู้ว่า G-Mark เป็นเครื่องหมายสำหรับสินค้าที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี
3 ปีที่แล้ว ด้วยแรงบันดาลใจจากรางวัล G-Mark สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า (กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์) จึงร่วมมือกับ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (The Japan External Trade Organization - JETRO) เพื่อจัดตั้งรางวัล DEmark ขึ้นในประเทศไทย เป้าหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรองผลงานที่โดดเด่น มีการออกแบบที่ดี และมีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล รวมทั้งได้มีการผลักดันให้ผลงานออกแบบที่รับรางวัล DEmark ได้เข้าร่วมการตัดสินรางวัล G-Mark ในรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ โดยผลงานแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ Lifestyle Products, Fashion Products, Industrial Product และ Food/ Health & Beauty Packaging
นอกจากนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลยังได้รับการนำไปจัดแสดงในงานนิทรรศการ G-Mark Expo ซึ่งหมายถึงโอกาสที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการไทยในอันที่จะก้าวสู่ตลาดญี่ปุ่นอีกด้วย
ในส่วนของเทรนด์ออกแบบล่าสุดของปีนี้ ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ตลาดโลกยังคงให้ความสำคัญอย่างมากกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการจัดประเภทเป็น Eco product หรือ Green product ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของไทยที่เน้นการออกแบบที่ใกล้ชิดธรรมชาติ รวมทั้งการเลือกใช้วัสดุ Recycle หรือ Reuse จึงได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
"ผลงานของดีไซเนอร์ไทยที่คว้ารางวัลกลับมามากมาย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในอุตสาหกรรมการออกแบบของเรา รวมทั้งศักยภาพที่จะขยายตลาดสู่สากล เรามีนักออกแบบมีฝีมือ หากมีโอกาสก็จะนำไปสู่ผลในเชิงพาณิชย์ได้อย่างชัดเจน"
- เก้าอี้แกลบ รักษ์โลก
กวาง-พนมสุข มีลักษณะ Managing Director และดีไซเนอร์จาก บริษัท มีปิยบุญ จำกัด นำเก้าอี้จากวัสดุฟางข้าวในคอลเลคชั่น TAKI Rice Chair และม้านั่งแกลบจาก Husk Collection คว้ารางวัล DEmark และ G-Mark ที่ประเทศญี่ปุ่น
คุณกวางเล่าถึงการเลือกใช้วัสดุชนิดนี้ว่ามีจุดเริ่มต้นจากการร่วมประกวดออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่จัดโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตั้งโจทย์ให้ใช้วัสดุจากฟางข้าวและแกลบ เขาจึงคิดค้นการนำวัสดุดังกล่าวมาดีไซน์ให้สวยงามและลงตัว พร้อมๆ กับเป็นจุดที่ยากที่สุด ตรงการทำรูปทรงโค้งมน
เมื่อผลงานชิ้นแรกได้รางวัลจากการประกวด จึงนำมาสู่การออกแบบคอลเลคชั่นล่าสุด เพื่อส่งสู่ตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าได้รับการตอบรับด้วยดี โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่นิยมสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งวัสดุชนิดนี้ถือเป็นความแปลกใหม่สำหรับผู้บริโภคต่างแดน
"เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ปกติชาวนาจะเผาทิ้ง ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ แต่เราสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม" คุณกวางยังชี้ถึงแนวโน้มของตลาดเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุทดแทนว่าสดใสแน่นอน
- เติมหวานให้ชิ้นงานเหล็ก
รัฐ เปลี่ยนสุข ดีไซน์ไดเร็คเตอร์ บริษัท บี.พี.เอส มิลคอม จำกัด เจ้าของผลงาน Traditional pattern outdoor furniture ในคอลเลคชั่น Coco Oasis ของแบรนด์ Plato พูดถึงผลงานที่คว้ารางวัลในครั้งนี้ว่า แรกเริ่มมาจากงานเก้าอี้โครงเหล็กที่จัดแสดงในงาน Elle ซึ่งสามารถปลูกต้นไม้คลุมไว้นั่งเล่นยามเช้านอกระเบียงบนเก้าอี้ที่คลุมด้วยไม้ดอก แล้วจึงได้นักออกแบบฝีมือดีมาช่วยพัฒนาสู่เฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์ที่เล่นกับแสงและเงา ซึ่งเป็นไอเดียไม่ซ้ำแบบใคร
"เราเน้นแสงที่ส่องพาดลงบนพื้น อย่างชิ้นที่ได้รางวัลวัสดุเป็นโครงเหล็กชุบสีกันสนิม ส่วนลายสานมาจากหวายเทียมที่ทนแดด ทนฝน และไม่เปลี่ยนสี ในคอลเลคชั่นเดียวกันยังมีเก้าอี้ที่ดัดเป็นลวดลายผีเสื้อ ซึ่งเมื่อแสงส่องผ่าน ลายผีเสื้อก็จะปรากฏบนพื้นด้วยเช่นกัน"
คุณรัฐพูดถึงคอลเลคชั่นนี้ว่า เป็นงานที่รูปทรงออกแนวอ่อนหวาน นุ่มนวล ด้วยเส้นโค้ง ที่สะท้อนความเป็นผู้หญิง และเป็นชุดที่มีการตอบรับด้วยดีจากทั้งกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่น โดยเฉพาะจุดขายที่ความแตกต่างในเรื่องแสงและเงา เขาจึงมองว่าไอเดียดีไซน์ที่ยังไปได้ดีส่วนหนึ่งอยู่ที่คอนเซปต์ที่อยู่เบื้องหลังชิ้นงาน
- ดีไซน์ดี แถมมีเรื่องเล่า
งาน Yacht Collection และ Bone Collection ของ O.K.Wood Product อาจจะไม่ได้สะดุดตาน่าสนใจด้วยรูปทรงที่แม้จะดูดีแต่ก็ต้องจัดว่าธรรมดา ทว่าสิ่งที่ดึงดูดรางวัลออกแบบดีเด่นกลับเป็น 'เรื่องเล่า' ซึ่ง อมรเทพ ช่วยสุ่น ดีไซเนอร์จาก Slap Studio ชี้ว่ายังเป็นหนึ่งในจุดขายที่ไม่คลายมนต์
ทีมงานของ Slap Studio ถือเป็นนักออกแบบมืออาชีพที่เดินหน้าเข้าหาโรงงานเฟอร์นิเจอร์เพื่อเติมเต็มจุดอ่อนของผู้ประกอบการที่มีความรู้ด้านการผลิต แต่เห็นความสำคัญของการเร่งพัฒนาในยุคแห่งการดีไซน์ O.K.Wood Product ก็เป็นหนึ่งในนั้น การทำงานของ Slap Studio เริ่มต้นที่การขอเข้าชมกระบวนการผลิตของทางโรงงาน ในกรณีของ O.K.Wood Product 'อมรเทพ' พบว่ามีเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือเครื่องผลิตพื้นเรือยอชท์ด้วยการอัดกาวและสุญญากาศ ทีมดีไซเนอร์จึงออกแบบเฟอร์นิเจอร์เพื่อประยุกต์ใช้เครื่องจักรที่มีอยู่
"งานทั้งสองชิ้นถ้ามองในแง่ดีไซน์อาจจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่ถ้าได้ฟังถึงที่มาก็จะเป็น story ที่น่าสนใจและสามารถเป็นจุดขาย ที่สำคัญคือเป็นวิธีใช้ต้นทุนต่ำแต่ได้ชิ้นงานที่ดูมีมูลค่าสูงด้วย"
- เหลี่ยมเงาอลังการงานทำมือ
พฤติพงศ์ กิจกัญจนาสน์ ดีไซน์ ไดเร็คเตอร์ แห่ง Stone&Steel พูดถึง Lounge Chair ชื่อ I-Kon Diamond Cut ว่าเป็นชิ้นงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นเฟอร์นิเจอร์ Limited Edition เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของทางบริษัทในปีนี้ โดยไอเดียออกแบบมาจากเหลี่ยมเงาจากการเจียระไน เพื่อมาเป็นเก้าอี้นั่งทรงกลมซึ่งเป็นฟอร์มเดิมที่เคยผลิต แต่เปลี่ยนมาใช้วัสดุสเตนเลสเพื่อสร้างความรู้สึกใหม่ที่บ่งบอกถึงความหรูหราอลังการ ส่วนในขั้นตอนการผลิตเน้นงานแฮนด์เมดเป็นหลัก
ถ้าถามถึงแนวโน้มตลาดงานดีไซน์ 'คุณพฤติพงศ์' มองว่างาน 'ทำมือ' ยังถือเป็นจุดขายสำคัญ และเป็นจุดแข็งที่ไทยจะแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งจีนและเวียดนามยังเป็นคู่แข่งหลักที่ต้องจับตามอง
"งานดีไซน์ไม่ใช่สำหรับคนกลุ่มใหญ่ แต่เป็นกลุ่มที่มีเงิน และให้คุณค่ากับความพึงพอใจ ของที่จะซื้อไม่ใช่แค่ใช้งาน แต่ยังสามารถเป็นของตกแต่งหรือสะสม ซึ่งนักออกแบบชาวไทยมีความได้เปรียบตรงที่เรามีพื้นฐานของงานหัตถกรรมและวัสดุพื้นบ้าน ที่สะท้อนวัฒนธรรมความเป็นอยู่และสามารถเป็นจุดขาย โดยนำมาประยุกต์ให้มีความทันสมัย เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับสินค้า อย่างงานของเราก็เน้นการใช้วัสดุสมัยใหม่ด้วยเช่นกัน"
คุณพฤติพงศ์เชื่อว่า ประเทศใหญ่อย่างจีนและคู่แข่งสำคัญของไทยอย่างเวียดนามจะไม่หันมาใช้นโยบายส่งเสริมงานด้านดีไซน์ เพราะ Mass Product คงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเขามองว่าขณะที่ประเทศเหล่านี้เร่งพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมก็จะเป็นการทำลายทักษะงานฝีมือของพลเมืองไปอย่างน่าเสียดายด้วยเช่นกัน
เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อน จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไทย ซึ่งผลงานของพวกเขาตอบโจทย์ ความต้องการของตลาดโลกกลุ่มหนึ่ง
Tags : DEmark • G-mark • คฑาทอง ทองใหญ่





