ลืมทฤษฎีการล่องแก่งแบบเก่าๆ ไปได้เลย ถ้าจะมาลองดีกับสายน้ำที่ได้ชื่อว่า หฤโหดที่สุดในประเทศไทย ใช่ ฉันกำลังเอ่ยถึง น้ำว้า
ลำน้ำที่มีต้นกำเนิดอยู่บนเทือกเขาผีปันน้ำ บริเวณหมู่บ้านนากึ๋น ตำบลบ่อเกลือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ลำน้ำที่มีระยะทางยาวกว่า 300 กิโลเมตร ลำน้ำที่ใครๆ ต่างกล่าวขานถึง ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน
"มันที่สุดเท่าที่เคยล่องแก่งมา" / "เกือบตายเลยอ่ะ"/ "ว้า...ไม่เห็นสนุกเลย"/ "ใครไม่ได้กินน้ำว้า ถือว่ามาไม่ถึง"/ "ถ้าพ่อรู้ ฆ่าหนูแน่เลย"/ "เจ็บคอ ปวดแขน นี่มันอะไรกัน"/ "มีโหดกว่านี้อีกป่ะ"/ "ครั้งที่ 7 แล้ว ยังมันอยู่เลย"/ "สงสัยจะมาผิดฤดู"/ "เฮ้ย...กางเกงหลุด" ฯลฯ
ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้น จนกว่าจะได้ไปพิสูจน์กันด้วยตัวเอง ว่าแต่...พร้อมหรือยังล่ะ
1.
อุณหภูมิ 17 องศา ไม่ใช่อุปสรรคหากรักที่จะผจญภัย ฉันยืนอยู่ริมตลิ่งในชุดเสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้น รองเท้ากันน้ำแบบรัดส้น Dry Bag ขนาด 10 ลิตรที่เตรียมมาบรรจุกล้องดิจิทัล กระเป๋าสตางค์ และข้าวของบางอย่างที่จำเป็น เมื่อไล่อากาศออกจนหมดปากถุงจึงถูกปิดลงอย่างระมัดระวัง เสียงน้ำไหลสาดกระทบหินดังซู่ซ่าอยู่ด้านล่าง แค่ฟังก็ขนลุกสู้ ลุกสู้จริงๆ ไม่ใช่ ลุกซู่ เผลอๆ ปล่อยใจลอยไปก่อนแล้วครึ่งดวง
เคยได้ยินมาเลาๆ ว่า น้ำว้าคือที่สุดแห่งความท้าทายของสายน้ำ ซึ่งแม้จะเป็นสายเดียวกัน ทว่าสำหรับกิจกรรมล่องแก่ง ลำน้ำว้าจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง นั่นก็คือ น้ำว้าตอนบน (จากบ้านสปัน อ.บ่อเกลือ-บ้านสบมาง อ.บ่อเกลือ ระยะทาง 40 กิโลเมตร), น้ำว้าตอนกลาง (จากบ้านสบมาง-บ้านน้ำว้า อ.แม่จริม ระยะทาง 80 กิโลเมตร) และน้ำว้าตอนล่าง (จากบ้านน้ำว้า-บ้านหาดไร่ อ.เวียงสา ระยะทาง 13 กิโลเมตร)
ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่ถ้ายังไม่เคยล่องน้ำว้าตอนกลางก็อย่าเพิ่งบังอาจข้ามขั้นไปลุยกับน้ำว้าตอนบน เพราะข่าวว่าหินสุดๆ แต่ละแก่งก็สั้นๆ เวลาในการช่วยเหลือตัวเองหากพลาดพลั้งจึงมีน้อยมาก มันยากถึงขนาดที่มีคนแอบจัดให้อยู่ในระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมเลยทีเดียว
แม้จะอยาก "ลองของ" แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อไป ฉันเลยขอฝึกงานกับน้ำว้าตอนกลางไปพลางก่อน แน่นอนว่า นี่ก็ปริญญาตรีสูสีกัน
บ้านห้วยลอย เป็นจุดเริ่มต้นของเรา จริงๆ แล้วน้ำว้าตอนกลางมีจุดสตาร์ทอยู่ที่บ้านสบมางซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 20 กิโลเมตร (ทางน้ำ) แต่เรามาสาย (เกือบ 11 โมง) เลยต้องย่นระยะทางขึ้นมา เพื่อให้ทันถึงแคมป์ที่จะแวะพักค้างแรมในตอนค่ำ
ทันทีที่สวมเสื้อชูชีพ หมวกกันน็อค และรับไม้พายของตัวเองแล้ว นักล่องแก่งมือใหม่และมือเก่าทุกคนจะต้องเรียนรู้หลักการล่องแก่งและวิธีเอาตัวรอดหากเกิดเหตุฉุกเฉินจากผู้นำทริป สำหรับทริปของเราได้ พี่ต่อ - พันธุ์พัฒน์ พิชา เลขาธิการหอการค้าจังหวัดน่าน และผู้ประกอบการล่องแก่ง "ริเวอร์ ราฟท์" เป็นหัวขบวน ใครเคยรับรู้ทฤษฎีอะไรมาอย่างไร แทบจะใช้ไม่ได้เลยกับการล่องแก่งน้ำว้า เพราะว่าที่นี่ไม่มีสูตรตายตัว
"ถ้าเรือคว่ำ หรือตกน้ำ พยายามว่ายเข้าฝั่ง หาเรือ หรือหาที่หยุดตัวเองทันที อย่าปล่อยตัวไหลไปกับน้ำเหมือนที่เคยรับรู้มา เพราะแก่งข้างหน้าอาจจะอยู่ไม่ไกล แล้วไม่ต้องกลัว พยายามตั้งสติ บางคนตกไปหวีดร้องเสียงดัง พอบอกให้ใจเย็นๆ ลองยืนดูซิ ปรากฏน้ำแค่เข่า"
น่านน่ะสิ เขาถึงบอกว่า สติสำคัญที่สุด เรียนรู้หลักการกันคร่าวๆ คราวนี้ก็ถึงเวลาสอบภาคปฏิบัติกันแล้ว
2.
สมาชิกนั่งคอยท่าอยู่บนเรือยาง 6 ลำ แต่ละลำนั้นประกอบไปด้วยพวกเรา 4-5 ชีวิต นายหัวและนายท้ายอีกลำละ 2 ชีวิต รวมๆ แล้วลำหนึ่งก็ 6-7 ชีวิต (ขออนุญาตใช้ลักษณะนามว่า "ชีวิต" เพราะต่อจากนี้ไปมันหมายถึง "ชีวิต" จริงๆ) เมื่อเล็งได้ทำเลเหมาะก็หย่อนตัวลงนั่งประจำตำแหน่ง ฉันเลือกนั่งฝั่งขวาตรงกลางและอยู่ด้านหลังนายหัว (คิดว่าปลอดภัยสุดๆ แล้ว) ก่อนจะพับเข่าและสอดเท้าเก็บตามสูตร
"เฮ้..." ไม้พายของสมาชิกในเรือตีกันกลางอากาศ เรียกขวัญและกำลังใจก่อนการผจญภัยจะเริ่มขึ้น
พายสบายๆ ได้ไม่ถึง 2 นาที กระแสน้ำจากที่ไหลเอื่อยๆ ในตอนแรกก็เริ่มแรงขึ้น นายหัวหันมาสบตากับนายท้าย เป็นอันรู้กันว่า ปฐมบทแห่งความท้าทายมาถึงแล้ว
"พาย พาย พาย" เสียง ทิน นายท้ายแห่งเอสกิโมโรล ผู้ประกอบการล่องแก่งน้ำว้าสั่งอย่างหนักหน่วง ทำให้ลูกเรืออย่างเราต้องรีบจ้วงตามจังหวะ เรือยางเด้งไปเด้งมาตามกระแสของน้ำที่ไหลไปกระแทกกับก้อนหิน เสียงกรี๊ดดังลั่นจับจังหวะเนิ่นนานอยู่ราว 10 วินาที แล้วเราก็ผ่านพ้นด่านแรกมาได้อย่างสบายๆ แม้ไม่ตกน้ำแต่ทุกคนก็เปียกโชกไปตามๆ กัน
น้ำว้าตอนกลาง จัดอยู่ในระดับปริญญาตรีที่ "ห้าม" ขี้เกียจ เพราะแม้จะไม่หนักเท่าตอนบน แต่ก็ไม่เชิงง่าย ถ้าไม่ช่วยกันพายอย่างสมัครสมานสามัคคีก็อย่าหวังว่าจะไปถึงแท่นรับปริญญาได้
"แก่งหน้านี่ระดับ 3-4 ครับ" ทิน ตอบคำถามสมาชิกในเรือที่หวั่นๆ ในกิตติศัพท์ของ แก่งห้วยเดื่อ เราจอดเรือให้ลำอื่นๆ แซงไปก่อน พระเจ้า!!! แต่ละลำพุ่งหาย พุ่งหาย เกิดอะไรขึ้น ทำไมเรามองไม่เห็นเรือของเพื่อนๆ ที่ล่วงหน้าไปก่อนเลย
"แก่งสูงประมาณเมตรหนึ่งครับ" นายหัวที่ชื่อ แดง จากเอสกิโมโรลหันมาบอก ฉันเริ่มนึกภาพออกแล้วว่า เรือของเราจะต้องพุ่งหายไป(อี)ท่าไหน ว่าแล้วก็ตีพายกันครั้งหนึ่งก่อนจะทิ้งลงน้ำ แล้วจ้วงกันแบบหนักๆ เต็มแรง
สุดแรงเกิด ไม่ใช่ออกแรงพาย แต่เป็นการกรี๊ดชนิดที่ใครได้ยินเป็นต้องกระเจิดกระเจิง จะไม่ให้เสียจริตได้อย่างไร ในเมื่อความสูงระดับที่บอกนั้น มันน้ำตกขนาดย่อมชัดๆ
ถัดจากเรือของเรายังมีเพื่อนสมาชิกอีกลำที่ตามมาติดๆ ไม่ง่ายแล้วทีนี้ เพราะพี่แกมาผิดจังหวะพากันเทกระจาดกลางน้ำ ที่สำคัญเรือยังถูกไฮโดร (คล้ายๆ หลุมใต้น้ำ) ดูด พี่สาวที่เหลืออยู่บนเรือเพียงคนเดียวพยายามตั้งสติ เธอขยับตัวเข้าไปนั่งกลางเรือเพื่อถ่วงน้ำหนัก แต่เจ้าหน้าที่ก็เร็วมาก กระโดดเข้าไปช่วยได้อย่างปลอดภัย
"นี่กางเกงใคร" ทุกคนหันขวับไปอีกทาง สมาชิกที่ตกน้ำชูกางเกงขาสั้นขึ้น แน่นอน เจ้าของกางเกงยังลอยคออยู่ในน้ำ ไม่ใช่ว่ายังไม่ปลอดภัย แต่เรื่องมันช่างน่าอาย น่าอาย...พอได้กางเกงคืนพี่แกเลยลงมือผูกสายรัดเอวซะแน่น เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ ในทริปได้ดี
ไม่มีโอกาสได้หายใจหายคอ นายท้ายส่งต่อเรือเราไปยัง แก่งผีป่า ทันที ฟังสิ...ผีป่า ยิ่งนายท้ายบอกว่า ยากกว่าห้วยเดื่อ แบบนี้แล้วเราจะรอดมั้ย
ถ้าน้ำมากแก่งผีป่าถือว่ารอปราบเซียนเลยทีเดียว เพราะความยากจะปีนขึ้นไปอยู่ในระดับ 5 สายน้ำที่รุนแรงบวกกับแก่งหินคดเคี้ยวรูปตัวเอส (S) มันง่ายซะที่ไหน ดีที่วันนี้น้ำอยู่ในระดับพอดีๆ ความยากจึงหยุดตัวเองอยู่ที่ระดับ 4 แต่...พ่อแก้ว แม่แก้ว...
ฟองคลื่นสาดเข้าเต็มแรง นายหัวโยกตัวไปด้านหน้า ยืดปลายขาแล้วออกแรงจ้วงน้ำขัดให้เรือไหลไปอีกทาง หลบหินด้านขวาแล้วก็มาด้านซ้าย ฉันเบี่ยงตัวหลบเมื่อขอบเรือทำท่าว่าจะเหวี่ยงชนหิน หลับหูหลับตาจ้วงพายอย่างเดียว แต่แล้วด้วยความสามัคคี เราก็รอด (อีกแล้ว)
มีอุปสรรคเล็กๆ อยู่ที่แก่งด้านหน้า นายท้ายบอกว่า ต้นไม้ขวางทางน้ำอยู่ซึ่งน้ำระดับนี้ไม่ควรเสี่ยงลอดไป เราต้องลงเดิน แต่ลำหลังที่ตามมาไม่ทันตั้งตัว เลยพุ่งเข้าหาขอนไม้เต็มแรง ดีที่ทุกคนมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดสูง ก่อนถึงขอนไม้ทุกคนจึงมุดตัวเองเข้าไปในเรือ อารมณ์ลอดถ้ำเลเขากอบ (ตรัง) ยังไงยังงั้น
สองแขนที่สะสมแรงมาแต่แรกเริ่มล้า นายท้าย บอกว่า แก่งข้างหน้าขอให้เตรียมตัวเตรียมใจให้ดี เขาหมายถึง แก่งรถเมล์ ที่มีความสูงราว 2 เมตรนั่นเอง!!! (บางคนเรียก แก่งรถเมล์เทกะเทย เพราะเคยมีสจ๊วตสายการบินหนึ่งพากันมาหลุดแต๋วแตกที่นี่)
เคยดูหนังที่พระเอกนางเอกต้องกระโดดลงน้ำตกตอนผู้ร้ายมาเจอหรือเปล่า อารมณ์นั้นเลย ผิดกันแค่เพียงเราไปเป็นทีม และไปกับเรือ เมื่อหัวเรือทิ้งดิ่งลงไป สิ่งที่เราทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือ กรี๊ดดดดด
เหนื่อยมาทั้งวันกับระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร วันนี้เราขึ้นฝั่งตั้งแคมป์กันที่ เอสกิโมโรลแค้มป์ ซึ่งตั้งเป็นเพิ่งไม้ชั่วคราวอยู่ริมน้ำว้า ทิน บอกว่า แต่ละบริษัทจะมีแคมป์ระหว่างทางเป็นของตัวเอง เป็นแคมป์แบบชั่วคราวที่ต้องสร้างใหม่ทุกๆ ปี ที่สำคัญมีห้องน้ำบริการให้พร้อม
หลังมื้อค่ำอาการปวดเมื่อยเริ่มมาเยือน โดยเฉพาะแขนซ้ายที่ใช้ออกแรงบังคับพาย มันปวดตึ๊ดๆ จนต้องขอยาแก้ปวดมากินระงับอาการ คืนนั้นเขาว่าฟ้าสวย ดาวเยอะ แต่ฉันเห็นแค่มุมเต็นท์สีเหลืองๆ ก็อากาศหนาวน้ำค้างพราวพรายขนาดนั้น ใครจะไปทนนั่งโรแมนติกอยู่ได้
3.
กองไฟที่ก่อไว้กันหนาวตั้งแต่เมื่อคืน บัดนี้กลายเป็นที่ตากผ้าไปแล้ว ทุกคนมายืนล้อมวงกันแล้วยื่นเสื้อของใครของมันเข้าไปในกองไฟ ไม่ได้เผาแต่ควันก็ออกมาราวกับไฟไหม้ พอเสื้อหมาดได้ที่ก็ใส่กลับไป พร้อมลุยต่อ
วันนี้ระยะทาง 20 กิโลเมตรที่เหลือไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะระดับความยากจะลดลงมาเหลือไม่เกิน 3 เราถอนใจอย่างโล่งอก แล้วแก่งแรกก็มาดับฝัน
สายน้ำเหนือ แก่งสองแคว ไหลเชี่ยว เราบังคับเรือหักเลี้ยวไปมาตามกระแสคลื่นซึ่งยาวเกือบ 30 เมตร ไม่มีประโยชน์อะไรกับการนำเสื้อไปผิงไฟเลย เพราะตอนนี้มันกลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้ว
"ถ้าน้ำเยอะ แก่งเสือเต้นแม่จริม นี่น่ากลัวอยู่ แต่วันนี้ธรรมดาครับ" เอาอีกแล้วครับท่าน ทิน บอกว่า ไม่น่าห่วงอีกแล้ว มีหรือเราจะเชื่อ เตรียมพร้อมกันเต็มที่ งานนี้ไม่ใครก็ใครกระเด้งตกเรือแน่ แต่แล้วเราก็รอดไปได้ง่ายๆ ซะอย่างนั้น พอทินบอกอีกครั้งว่า แก่งโดด หรือ แก่งโต๋น นั้นสิวๆ เราเลยปักใจเชื่อ
เสียงเฮดังลั่นเมื่อเรือของเรากระโดดข้ามแก่งโดด นึกแปลกใจอยู่ในทีว่าทำไมเพื่อนๆ 4-5 ลำถึงทำหน้าเหวอ พอหันหลังไปดูถึงได้รู้สมาชิก 4 ชีวิตเด้งออกจากเรือลงไปชิมน้ำว้ากันแล้ว นาทีชุลมุนเริ่มขึ้นอีกครั้ง นายหัววิ่งมากลางเรือค่อยๆ ดึงพี่สาวที่จมอยู่ใต้เรือขึ้นมา มันเป็นแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ เพราะพอขาพ้นน้ำ เรือก็พุ่งเข้ากระแทกหินอย่างจัง ช่างภาพ นายท้าย และพี่ชายอีกคนถูกน้ำซัดไปคนละทาง กว่าจะตามไปเก็บได้ก็เล่นเอาเหนื่อยสายตัวแทบขาด
วันนี้เราผ่านแก่งสำคัญๆ อีก 3-4 แก่ง เช่น แก่งใหม่ แก่งสร้อย แก่งยาว หรือแก่งวังลุน ก่อนจะเทียบท่าถือว่าสิ้นสุดกิจกรรมล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง รวมระยะทางราว 60 กิโลเมตร
รถตู้โขยกเขยกไปตามเส้นทางที่สูงชัน ย้อนคิดถึงการผจญภัย 2 วัน 1 คืนที่ผ่านมา แล้วก็เข้าใจว่า ทำไมน้ำว้าจึงเป็นขวัญใจของนักล่องแก่ง
...............
- การเดินทาง
น่าน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 668 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง รถยนต์ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 32 ถึงนครสวรรค์เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 117 ถึงพิษณุโลกและใช้เส้นทางหมายเลข 11 ผ่านอุตรดิตถ์ และอ.เด่นชัย (แพร่) จากนั้นเลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านแพร่ไปจนถึงตัวเมืองน่าน ถ้าเป็นรถโดยสารมีไปน่านทุกวัน ติดต่อที่ สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) โทร. 0-2537-8055 รถไฟต้องไปลงที่เด่นชัย แล้วต่อรถโดยสารประจำทางมาที่จังหวัดน่าน 142 กิโลเมตร สอบถามการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0-2223-7010, 0-2223-7020 ถึงน่านแล้วต่อไปที่บ้านห้วยเดื่อ อ.บ่อเกลือ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมล่องแก่งน้ำว้าตอนกลางอีกประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1080 จากเมืองน่านตรงไปทาง อ.ท่าวังผา เรื่อยไปจนถึง อ.ปัว กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1256 ผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตามป้ายมาจนถึง อ.บ่อเกลือ แล้วต่อไปบ้านห้วยเดื่ออีกประมาณ 3 ชั่วโมง
ผู้ประกอบการที่ทำกิจกรรมล่องแก่งน้ำว้า แนะนำ ริเวอร์ ราฟท์ โทร. 0-5471-0940, 08-9835-1506, ม่วน ม่วน ทัวร์ โทร.0-5477-3598, 08-9755-5820, เอสกิโมโรล โทร. 0-5475-7252, 08-9777-1188 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทร. 0-5452-1118 หรือ www.tourismthailand.org/phrae
- ที่พัก
ระหว่างทางไปล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง มีที่พักที่น่าสนใจหลายแห่ง เริ่มตั้งแต่อำเภอปัว มีชมพูภูคา รีสอร์ท โทร. 0-5479-1160, อูปแก้ว รีสอร์ท โทร. 0-5475-6587-9 อำเภอบ่อเกลือ แนะนำ บ่อเกลือ วิว รีสอร์ท โทร. 08-1809-6392, 0-5477-8140 หรือ www.bokluaview.com, ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา โทร. 0-5471-0610, 08-9557-5734 หรือจะพักที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา สอบถามที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0-2561-0777 ต่อ 724-725 จองผ่านระบบออนไลน์ที่ www.dnp.go.th ส่วนในตัวเมืองมี น่าน บูติก โฮเทล โทร. 0-5477-5532, 08-4617-7913, 08-1638-8857, ศศิดารา รีสอร์ท โทร. 0-5477-4483, 0-5477-3936 , 08-6319-5488
Tags : น้ำว้า






ความคิดเห็นที่ 1
Combs35Karla , 28 ธันวาคม 2553 02:02
I propose not to wait until you get enough cash to buy goods! You should just take the loan or consolidation loans and feel yourself comfortable