เจาะไอเดียทีมสถาปนิกผู้คว้าชัย การประกวดออกแบบก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มุ่งสร้างผลงานออกแบบ ทางสถาปัตย์สื่ออัตลักษณ์ไทย
พร้อมๆ กับประเด็นศีลธรรม "ข้างใน" เพื่อไปสู่สังคมสงบร่มเย็น
หลังจากรอลุ้นกันมาหลายเดือน ในที่สุดผลการประกวดแบบก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ก็ถูกประกาศกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า 'สัปปายะสภาสถาน' ผลงานที่มี ธีรพล นิยม จากอาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม สถาบันอาศรมศิลป์ เป็นหัวหน้าทีม ก็ผ่านการพิจารณา โดยทีมงานได้ให้ความหมายของชื่อไว้สั้นๆ ว่า สัปปายะ แปลว่า สบายในทางธรรม
ดังนั้น สัปปายะสภาสถาน จึงหมายถึงสถานที่ประกอบกรรมดี และนี่จะเป็นที่ทำงานในอนาคตอันใกล้ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ บนเนื้อที่ 300,000 ตารางเมตรในย่านเกียกกาย
"รัฐสภาไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในระดับประเทศ แต่ยังมีความหมายที่สื่อไปถึงนานาประเทศ เราจึงหวังให้อาคารแห่งนี้สะท้อนภูมิปัญญาไทยให้ทุกชาติได้รับรู้"
ธีรพล อธิบายถึงคอนเซปต์โดยรวมของงานออกแบบครั้งนี้ว่ามาจากโจทย์ 4 ข้อของทีมงาน ได้แก่
1.ทำอย่างไร สถาปัตยกรรมจึงจะตอบสนองประโยชน์ใช้สอย พร้อมกับการทำหน้าที่พลิกฟื้นจิตวิญญาณสังคม ซึ่งปัจจุบันเผชิญวิกฤติศีลธรรม
2.ทำอย่างไร จะมีอัตลักษณ์ไทย ที่คนทั่วไปเข้าใจได้โดยไม่ต้องตีความ และเป็นการแสดงออกว่าอาคารที่เป็นสัญลักษณ์ไทยที่ต้องสร้างบนแผ่นดินไทยเท่านั้น
3.ทำอย่างไร อาคารจึงจะสามารถสร้างให้สังคมเกิดการเรียนรู้ครั้งใหม่
4.ทำอย่างไร จึงจะเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างสำนึกถึงความเป็นพลเมือง ทำให้เกิดความใกล้ชิด ไม่แปลกแยกระหว่างรัฐกับประชาชน
ทีมงานจึงตอบโจทย์เหล่านี้ผ่านสถาปัตยกรรมที่ออกแบบด้วยภูมิปัญญาตามคติทางพุทธศาสนา ได้แก่ แบบแผนไตรภูมิ โดยมุ่งหมายเพื่อพลิกฟื้นจิตใจของผู้คน ด้วยการสำนึกถึงบาปบุญคุณโทษ อันจะนำไปสู่บ้านเมืองแห่งความสงบสุข ร่มเย็น
สะท้อน 5 อุดมการณ์ผ่านงานดีไซน์
ด้วยแนวคิดดังที่กล่าวมา นำไปสู่การสะท้อนอุดมคติ 5 ประการผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่ง ชาตรี ลดาลลิตสกุล จาก บจก.ต้นศิลป์สตูดิโอ ผู้รับหน้าที่เป็นสถาปนิกโครงการ เปิดเผยว่าประกอบด้วยอุดมคติเรื่อง ชาติ, ศีลธรรม, สติปัญญา, สถาบันกษัตริย์ และประชาชน
โดยอุดมคติความเป็น 'ชาติ' นั้น มุ่งสร้างผลงานสถาปัตยกรรมซึ่งแสดงถึงความเป็นชาติไทยที่มีความรุ่งเรืองให้ปรากฏต่อสายตาสังคมโลก ขณะที่ อุดมคติว่าด้วย 'ศีลธรรม' ทีมนักออกแบบหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นศูนย์รวมของศีลธรรมและการทำความดี โดยนำคติโบราณมาเป็นตัวขับเคลื่อน ด้วยการอัญเชิญพระสยามเทวาธิราชมาประดิษฐานยังหลังคาเครื่องยอดของตัวอาคาร
อุดมคติในข้อ ''สติปัญญา" สะท้อนผ่านพิพิธภัณฑ์ชาติไทยภายในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งสำหรับเยาวชนและชาวต่างชาติที่มาเยี่ยมเยือน
รวมทั้งแนวคิดของทีมสถาปนิกที่ต้องการสะท้อนถึง 'สถาบันกษัตริย์' ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยทั้งชาติ จึงเสนอจัดสร้างโถงพระราชพิธีขึ้นภายในอาคาร กับอีกด้านคือ 'ประชาชน' ที่อาคารแห่งนี้จะไม่ใช่สถานที่ซึ่งประชาชนไม่อาจเข้าถึง แต่มุ่งออกแบบเพื่อแสดงถึงการต้อนรับทั้งประชาชนที่จะมาเยี่ยมชม รวมไปถึงการแสดงความคิดเห็นไปยังรัฐสภา
นอกจากอุดมคติทั้ง 5 ประการ งานออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับ ระบบความปลอดภัย แต่เน้นดีไซน์ที่ดูกลมกลืน เช่นการใช้คูน้ำเป็นด่านเพื่อป้องกันภัยในยามฉุกเฉิน และให้ความรู้สึกต้อนรับในภาวะปกติ
สถาปนิกโครงการยังเน้นย้ำถึงความทันสมัยในด้านแนวคิดการออกแบบ ซึ่งทีมงานหวังให้อาคารแห่งนี้เป็นต้นแบบของ Green Architecture ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เอื้อต่อคนพิการ โดยในขั้นตอนการทำงานมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 20 คนเข้าร่วมคิดร่วมดีไซน์
อาคารรัฐสภาซึ่งคนส่วนใหญ่คุ้นชิน ว่าเป็นเพียงที่ประชุมของบรรดาสมาชิกรัฐสภานั้น "ชาตรี" ชี้ว่าที่จริงแล้วรัฐสภาทั่วโลกไม่ได้เป็นเพียงห้องประชุม แต่ด้วยความจำกัดของสถานที่อาคารรัฐสภาหลังเดิม ทำให้แม้ภาระงานที่จำเป็นก็ยังถูกใช้สอยอย่างอัตคัด ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานของ ส.ส., ส.ว.ซึ่งไม่เพียงพอ สถานีโทรทัศน์ของรัฐสภาที่แออัดอยู่ในห้องเล็กๆ ชั้นบนของสโมสร แล้วยังมีโรงพิมพ์ของรัฐสภา ไม่ต้องพูดถึงที่จอดรถซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายคนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปรัฐสภาด้วยรถยนต์นั่งส่วนบุคคลย่อมรับรู้กันดี
อาคารแห่งใหม่จึงหมายถึง การใช้สอยพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเอื้อต่อการทำงานของสมาชิกรัฐสภา รวมทั้งข้าราชการในสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาอีกราว 5,000 คน สโมสรที่พร้อมสำหรับการจัดเลี้ยงรับรอง อย่างสมฐานะ ขณะที่จอดรถรองรับจำนวนรถได้กว่า 2,000 คัน
ส่วนที่ทีมงานสถาปนิกเสนอเพิ่มนอกเหนือจากทีโออาร์ (เงื่อนไขการประมูล) ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ชาติไทย
ไตรภูมิ สู่งานออกแบบสถาปัตย์
แนวคิดที่เป็นนามธรรมเหล่านี้ ถูกนำมาขยายความให้เป็นรูปธรรมผ่านคติธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่ง ปิยเมศ ไกรฤกษ์ จาก บจก.บลูพลาเน็ต อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ดูแลด้านภูมิสถาปนิกของโครงการ รับหน้าที่ให้คำอธิบายในส่วนนี้ผ่านแนวคิดเรื่อง "ไตรภูมิ"
"เรามองว่าตัวอาคารรัฐสภาเป็นเรื่องทางโลกก็คือโลกียะ ส่วนยอดชั้นบนถือเป็นส่วนศีลธรรมที่คอยกำกับคือโลกุตตรธรรม อันเป็นมุมมองแนวตั้ง ส่วนแนวนอนที่เป็นงานภูมิทัศน์นั้น ทิศทั้ง 3 คือ เหนือ ใต้ และตะวันออก เรามองเป็นแดนสามัญที่เรียกว่า 'โลกียะ' ซึ่งจะรองรับประชาชนทุกกระแส ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมเยือน หรือรวมตัวแสดงพลัง ขณะที่ทิศตะวันตกริมฝั่งแม่น้ำ ผมเรียกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็น 'โลกุตตระ' ซึ่งภูมิทัศน์ถูกจัดแบบโบราณจำลองเขาพระสุเมรุ"
งานของ "ปิยเมศ" คืองานแนวราบหรือ landscape และที่เขาพูดถึง "โลกียะ" ซึ่งจะรองรับประชาชนคนสามัญ ขยายความว่าหมายถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน ได้แก่ สถานีรถไฟใต้ดิน ท่าเรือ และที่สำคัญ "ลานประชาธิปไตย" ที่เตรียมไว้สำหรับประชาชนที่จะมารอพบสมาชิกรัฐสภา และมีส่วนที่จัดไว้สำหรับผู้สื่อข่าวที่จะมารอทำข่าว รวมถึงโพเดี้ยมสำหรับนักการเมืองที่จะมายืนแถลงหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ขณะที่ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สมมติให้เป็นโซน "โลกุตตระ" เน้นภูมิทัศน์โบราณจำลองเขาพระสุเมรุ มีกำแพงแก้วลอยอยู่เหนือยอดมะกอก ที่ถือเป็นไม้ตำนานแห่งเมืองบางกอก ส่วนด้านล่างเสมือนเชิงเขาอยู่ริมฝั่งน้ำ วางให้เป็นต้นไทรใบแหลม ซึ่งปัจจุบันถือเป็นอีกไม้มงคลประจำเมืองกรุงเทพมหานคร
"ภูมิทัศน์ริมน้ำตอนกลางวันจะสงบนิ่ง เหมือนสถาปัตยกรรมไทยที่ชี้แนวทางแห่งโลกุตตระ ส่วนตอนกลางคืน เมื่อแสงไฟส่องสว่างตรงยอดเจดีย์จากกำแพงแก้ว เปรียบได้กับจิตสว่างและสงบ เวลานั่งเรือผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณนี้ จะสัมผัสได้ถึงความสงบ สื่อถึงความไม่มีตัวตน ไม่มีสิ่งใดควรยึดถือ"
รัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคสมัย
ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ บุญญฤทธิ์ ขอดิลกรัตน์ จาก บจก.แปลนแอสโซซิเอทส์ เปิดเผยว่านี่เป็นผลงานที่ภาคภูมิใจในฐานะคนทำงานออกแบบทางสถาปัตยกรรม ซึ่งที่ผ่านมา งานสร้างสรรค์ที่สะท้อนความเป็นไทยน้อยนักที่จะมีโอกาสได้ใช้สอยในอาคารสาธารณะที่มีความสำคัญระดับประเทศ
"ทุกคนรู้สึกว่าสถาปัตยกรรมไทยตายแล้ว สิ่งก่อสร้างมีแต่ความทันสมัยที่เราเดินตามตะวันตกมาตลอด การมีโอกาสได้ออกแบบอาคารสาธารณะซึ่งมีความสำคัญ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการใช้สอย และอยู่ในที่ตั้งซึ่งมีมุมมองที่โดดเด่นจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างนี้ ถือเป็นความฝันของนักออกแบบสัญชาติไทย"
ขณะที่ ชาตรี ลดาลลิตสกุล ไขข้อสงสัยของหลายคนที่รู้สึกไม่คุ้นชินที่เรื่องของศีลธรรมกับรัฐสภาจะมารวมกันอยู่ในที่เดียว โดยทีมงานยอมรับว่านี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่าทำไมดีไซน์ของรัฐสภาถึงออกมาดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นวัด
"เวลาพูดถึงศีลธรรม คนชอบถามว่ามันเกี่ยวอย่างไรกับรัฐสภา เราคิดว่าเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ได้ การเมืองคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งชาติ จึงมีความสำคัญที่เราจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ รวมถึงสื่อความหมายถึงศีลธรรมและการทำความดี"
สถาปนิกโครงการ เชื่อมั่นในพลังของสถาปัตยกรรม ที่สามารถสร้างให้เกิดสภาวะอันศักดิ์สิทธิ์ และมองว่านี่เป็นโอกาสที่สังคม จะได้เรียนรู้ถึงพลังของงานสร้างสรรค์แขนงนี้ รวมทั้งเน้นย้ำถึงการสร้างอาคารรัฐสภา ที่เป็นสัญลักษณ์ของศีลธรรมและความดี ที่ทีมงานมองว่าเป็นหัวใจของการอยู่ร่วมกันในสังคม





ความคิดเห็นที่ 19
cha , 15 สิงหาคม 2553 23:29
เหมื่อนนครวัดจัง
ความคิดเห็นที่ 18
007 , 27 มกราคม 2553 17:28
- สิ่งก่อสร้างบนสุด รูปลักษณ์คล้ายภูเขาทองที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงขอให้ชื่อสภาแห่งใหม่นี้ว่า "สภาภูเขาทอง"
- ลานจอดค๊อปเตอร์อยู่ตรงไหนครับ อย่าใช้ลานพื้นสนามเป็นที่จอดนะครับ อาจถูกยึด เข้า-ออกไม่ได้ และอีกไม่กี่ปีข้างหน้ารถยนตร์ใน กทม.ขับกันไม่ได้แล้ว รถจะติดมาก สส., สว.,ประธานสภา,นายก,หรือ วีไอพี.ต้องเดินทางด้วยค๊อปเตอร์ คิดว่าลานสองข้างเจดีย์ภูเขาทอง คงเป็นลานค๊อปเตอร์ ถ้าไม่มีรีบใส่เข้าไป สำคัญมาก
- อาคารจอดรถคงจะแยกส่วนออกไป อยู่คนละส่วนกับสภาฯ ป้องกันคาร์บอมบ์ ถ้าไม่คิดเรื่องนี้ "คุณประมาทมาก"
- ที่พัก รปภ.,ตำรวจสภา,หน่วยควบคุมฝูงชนจัดเตรียมไว้หรือเปล่า ให้อยู่คนละส่วนกับอาคารรัฐสภา คาดการณ์ว่าต่อไปคนคงไปชุมนุมประท้วงกันที่สภาแห่งใหม่นี้ อย่าลืมสร้างห้องส้วม ห้องน้ำไว้ให้มากๆ สำหรับตำรวจและผู้ชุมนุมด้วย
- เส้นทางพระราชดำเนินอยู่ตรงไหนครับ เมื่อเจ้านายเสด็จเปิด หรือทำพิธีที่สภา ไม่ควรจะมุดเข้าใต้ถุน
ความคิดเห็นที่ 17
ปองแปง , 13 มกราคม 2553 12:58
ชอบอ่ะ "สัปปายะสภาสถาน" ดูขลังมากมาย
ความคิดเห็นที่ 16
ไม่เห็นด้วย , 6 ธันวาคม 2552 21:14
ไม่เห็นด้วยเอาเงินภาษีประชาชนให้ ส.ส. ส.ว. พวกนี้ผลาญเงินเที่ยวต่างประเทศ อ้างดูงาน ใช้เงินภาษีประชาชน 1 หมื่น 2 พันล้านมาสร้างรัฐสภาใหม่ให้ ส.ส. ยุยงให้คนไทยเกลียดกัน ยกพวกฆ่ากันเอง ยุให้ไทยเสื้อแดง ยกพวกตี ยกพวกฆ่า ลอบกัดไทยเสื้อเหลือง...
...ไม่อยากให้รัฐบาลเอาเงินภาษีประชาชนมาสร้างรัฐสภาใหม่ให้นักการเมืองไร้ศีลธรรม เอาแต่ตัวเองรอด บริหารก็ไม่เป็นได้แต่ทำให้คนรวยๆ ขึ้น แต่คนจน ยากจนลงไปทุกวัน ไม่ทำให้คนมีการศึกษา มีคุณภาพ นักการเมืองส่วนใหญ่ ไม่คิดถึงส่วนรวม เอาแต่ตัวเองรอด ได้อำนาจมาสั่งตำรวจ ทหาร ใช้อาวุธ ปราบปราม ฆ่าคนชุมนุมประท้วงรัฐบาลทุจริต โกงกินในกรุงเทพ ที่ไม่มีทางออก ไปวนเวียน เรียกร้องให้ทหาร วนปฏิวัติ เกิดเหตุการณ์ฆ่าโหด ทมิฬกันในกรุงเทพหลายครั้งแล้ว
ความคิดเห็นที่ 15
สวามิภักดิ์ , 4 ธันวาคม 2552 15:50
รัฐสภาแห่งใหม่นี้ สร้างไว้ เพื่อรองรับ ผู้มีบุญญาธิการมาก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อจะนำนาวาคือปะเทศไทยให้เป็นปิ่นของนานาอารยะประเทศ ต่อไปประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และศีลธรรม ซึ่งนานาชาติ จะมุ่งมาสัมพันธไมตรีกับประเทศไทย ภายใต้การนำของผู้มีบุญ มีความรู้ ความสามารถ มีศีลธรรม เราจะได้เห็นการบริหารประเทศควบคู่กับการจรรโลงศีลธรรม อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในยุคถิ่นกาขาว
ความคิดเห็นที่ 14
zs73 , 4 ธันวาคม 2552 15:27
พวก สส สว พวกนี้ ไม่ใช่คน เพราะเห็นแก่ประโยชน์ตนทั้งนั้น ไม่เคยเห็นแก่ประโยชน์ชาติ ห้คนทั้งชาติมา จ่ายเงินให้พวกโกงชาติบ้านเมืองอยู่อย่างนี้ นี่คือ ระบอบ ปชต คนออกแบบก็คงได้ไปหลายร้อยล้านอีกตามเคย
๑,๐๐๐ ล้าน ต้องใช้เงินขนาดนี้เชียวหรือ พวก สส สว เมืองไทย เลว ๆ ทั้งนั้น
ความคิดเห็นที่ 13
แล้วเวลาก็พาหางมันปรากฎ , 3 ธันวาคม 2552 18:17
จำได้ไหมเอ่ย
19 สิงหาคม 2551 กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าโรงเรียนสาธิตมัฆวานโดยการสนับสนุนของประชาธิปัตย์ (สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์) ออกแถลงการคัดค้านการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช
เหตุผลอย่างหรู
1. เราไม่เห็นด้วยในความจำเป็นที่จะสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 2. เราขอชื่นชมต่อความกล้าหาญในธรรม ของนักเรียนโยธินบูรณะ ที่จะต่อสู้กับความไม่ชอบธรรม 3. เราขอประณามการกระทำของผู้บริหาร และคณะครูที่พยายามคัดค้านการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน
ลงท้ายเก๋ซะด้วยนะ >>
ด้วยจิตใจที่รักผืนแผ่นดินเกิด
นักเรียนโรงเรียนสาธิตมัฆวานฯแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน
19 สิงหาคม 2551
ถุย!
ความคิดเห็นที่ 12
นน , 3 ธันวาคม 2552 16:13
ใช้เงินเป็นหมื่นๆล้านเพื่อทำที่ประชุมของคน4-500คน ไม่เห็นว่าจะเหมาะสมกันอย่างไร นี่ยังไม่รวมถนน ที่ต้องทำอีก(พิลีกจริงหาที่สร้างในมุมอับ)
เห็นสภาของยุโรปเขาเล็กกระทัดรัดใช้เป็นร้อยปีไม่เห็นจะมีปัญหาเลย
เอาเงินสร้างสนามมวยให้สส.ดีกว่ามั๊ง
ความคิดเห็นที่ 11
คนไทย , 3 ธันวาคม 2552 12:31
ดูไกลๆ ทำให้นึกถึง "นครวัด" ของขเมรแบบไม่ได้ตั้งใจ มันมีนัยยะแฝงอะไรในอนาคตหรือเปล่าเนี่ยะ
สร้างเสร็จแล้ว ท่านผู้ทรงเกลียดทั้งหลายก็คงโดดประชุมเหมือนเดิม ค่าดูแลรักษาแต่ละเดือน แต่ละปี เงินประชาชนทั้งนั้น ก็ขอให้ท่านผู้ทรงเกลียดทั้งหลายใช้ให้คุ้มหน่อยละกัน
ความคิดเห็นที่ 10
ทักษิณ , 3 ธันวาคม 2552 12:01
รัฐสภาแบบนี้ น่าจะนำเราไปสู่ บรรยากาศ ประชาธิปไตยย้อนยุค แบบใครไคร่ค้าม้าค้า แน่ๆเลย ทำไมไปยืม สถาปัตกรรมวัดไทย มาอ้างว่าเป็น สถาปัตกรรมไทยไปหมด อย่างนี้ ทุกโครงการที่อยากมีเอกลักษณ์ไทย ก็ต้องเป็น วัด กันไปหมด เช่น อาคารสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าจำกัดสิทธิ ในการประกวดแบบไว้ เราก็จะได้อาคารแบบเดียวกันนี้แหละ ถ้าต้องการให้รัฐสภาไทย มีศักดิ์ และสิทธิ ระดับโลก และมีความเป็นไทยแบบร่วมสมัย ระดับโลก เราต้องเปิด การประกวดแบบให้เป็นระดับสากลเขาทำกัน
เหมือน นานาอารยะประเทศ แม้แต่จีน ซึ่งเป็นเจ้าแห่งอารยะธรรม ศิลปะ สถาปัตกรรม ก็ยังเปิดให้ดำเนินการในระดับโลก ในโครงการใหญ่ เพื่อจะได้ใช้ภูมิปัญญาโลกมาสนองรับใช้ภูิมิใจไทย
ความคิดเห็นที่ 9
ช้อน , 3 ธันวาคม 2552 11:34
ออกแบบตาม ไตรภูมิคติ ในทางพุทธ แล้ว มันต้องมี สวรรค์ โลกมนุษย์ และ นรกภูมิ ไม่ใช่หรือ
ความคิดเห็นที่ 8
คิดใหม่ทำใหม่ , 3 ธันวาคม 2552 10:06
ต่อไปนี้ม๊อบไหนก็ไปปิดล้อมรัฐสภา ห้ามคนเป็นนายกแถลงนโยบายไม่ได้แล้ว เพราะสามารถเข้าได้ทั้งทางบกและดำน้ำขึ้นมาแถลงนโยบายได้ ไม่ต้องทุลักทุเลปีนรั้วให้สุดอเนจอาจใจอีกแล้ว แต่อย่าลากอะไรลงไปกินในน้ำนะขอร้อง
ความคิดเห็นที่ 7
คนไท , 3 ธันวาคม 2552 09:34
เอางบประมาณการก่อสร้าง 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีค่าดูแล บำรุงรักษาอีกปีละหลายสิบล้านบาท ไปทำโครงการเพื่อคนด้อยโอกาส คนยากจน คนพิการ จะดีกว่า เอามาให้ * พวกไร้สำนึกมันเข้าไปด่ากันในสภา ไม่รู้พวกมันมีความละอายใจกันบ้างหรือเปล่าเวลามันพูดว่าพวกมันเป็นผู้ทรงเกียรติ เห็นพวกมันในสภาแล้วจะอาเจียน เหมือนเห็นอาจม น่าขยักแขยงยิ่งกว่าแมลงสาปวะอีก
ความคิดเห็นที่ 6
ชวน , 3 ธันวาคม 2552 08:38
การได้อาคารรัฐสภาใหม่ที่มีชื่อความหมายเป็นมงคลดี หวังว่าจะส่งผลอนิสสงให้ได้สมาชิกสภาที่ดีเพื่ทำงานให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขและประเทศชาติบ้านเมืองมีความเริญสงบสุขด้วย น่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 5
vafa , 3 ธันวาคม 2552 08:15
สร้างสมบัติของชาติ
เพื่อวัตถุประสงค์ของชาติและประชาชน
ก็ต้องให้มั่นคง ยั่งยืน มีคุณค่า
ทีมงานที่ทำก็ขอให้ตั้งใจ ให้ดีงาม
ความคิดเห็นที่ 4
choayo , 3 ธันวาคม 2552 08:11
เห็นด้วยกับคุณ คห1 และ 2
อธิบายวิธีคิด...อธิบายได้ แต่มันต้องเกิดความเข้าใจ จากความหมายที่ถูกต้องเช่นกัน
เดียวจะกลายเป็น คนรู้ไม่ถ้วน มาบอกคนไม่รู้ถ้วน จะพาลไม่รู้เรื่อง คุณค่า แถมอาจจะเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งไปผิดผิดอีก
วันนี้ลูกหลายไทย ยิ่งสับสน ข้อมูลความเป็นมา ความหมาย คุณค่าไทย หลายหลายอย่างอยู่ เพราะโดนถ่ายทอดจากคนที่ไม่รู้จริง และไม่มีความระมัดระวัง จำนวนมากที่มักคิดว่าตนคือผู้รู้ (กรู รู)
ทำอะไรขอให้ศึกษาให้ถ่องแท้ และถ่ายทอดแบบระมัดระวัง และถ่อมตน
ความคิดเห็นที่ 3
... , 3 ธันวาคม 2552 06:47
สวนสัตว์แห่งใหม่!!! ว้าวววว...ยิ่งใหญ่ อลังการจัง ของเดิมมันยังไม่ค่อยจะเข้าประชุม สร้างให้มันใหญ่กว่าเดิมก็ยิ่งเปลืองค่าไฟเปล่าๆ
ความคิดเห็นที่ 2
จาน , 3 ธันวาคม 2552 05:52
ระวังนะครับ ยิ่งพูดมาก ให้ฟังดูล้ำลึก จะยิ่งสับสนกัน ว่าไตรภูมิคืออะไรกันแน่
ความคิดเห็นที่ 1
จาน , 3 ธันวาคม 2552 05:48
ระวังนะครับ ยิ่งพูดมาก ให้ฟังดูล้ำลึก จะยิ่งสัยสน ว่าไตรภูมิคืออะไรกันแน่