กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 01:00

'รีสอร์ท' ฝันหวานๆ ของคนเมือง

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตลอดช่วงชีวิตของคนเรามี "ความฝัน" เข้ามาปะปนอยู่กระจัดกระจาย และมีบางครั้งที่ความฝัน ก่อเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมา ดั่งความฝันเล็กๆ ของคนกลุ่มนี้

กาลครั้งหนึ่ง (อาจจะมาถึงตอนนี้) คนหนุ่ม-สาวยุคหนึ่งใฝ่ฝันอยากมีอาชีพอิสระ เริ่มจากร้านหนังสือ เรื่อยไปจนร้านกาแฟที่บูมสุดขีดอยู่หลายปี ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากผลกระทบยุคฟองสบู่แตก มาจนถึงเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงนี้ ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้ากับชีวิตซ้ำซากในเมืองที่ห่างไกลครอบครัว และคุณภาพชีวิตดีๆ หลายคนเบนเข็มออกนอกเมืองย้ายตัวเองไปสู่เมืองท่องเที่ยวเพื่อทำบ้านพักตากอากาศ บางคนไปๆ มาๆ เพราะยังอยากเก็บวิถีชีวิตแบบเดิมไว้

 ดารา นางแบบ ศิลปิน คนมีชื่อเสียงในเมืองไทย หลายคนก็มีงานอดิเรกเป็น (หรือกำลังจะเป็น) เจ้าของรีสอร์ท อาทิ เจเน็ต เขียว ดาวตลกทำรีสอร์ทที่เกาะช้าง ชลิต เฟื่องอารมณ์ ทำรีสอร์ทสวยเก๋ที่จันทบุรี ชุดาภา จันทเขตต์ อดีตนางเอกดังเพิ่งเปิดตัวรีสอร์ทสวยที่พัทยา จี๊ด แสงทอง เกตุอู่ทอง ทำรีสอร์ทที่ปราณบุรี เกรียงไกร วงษ์วานิช หรือ หนึ่ง มือกีตาร์ วงฟรายเดย์ ทำรีสอร์ทที่เกาสมุย ฯลฯ

 แล้วคุณ... เป็นอีกคนที่มีความฝันแบบนี้ซ่อนไว้บ้างหรือเปล่า?

อยู่ได้ ถ้าใจรัก
 ขับรถลัดเลาะเข้ามาที่บ้านสันคู อ.เมือง จ. นครสวรรค์ ใครเคยมาอาจจะต้องแปลกใจว่า สถานที่ที่ไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวใดเป็นพิเศษเช่นนี้จะทำเป็นที่พักได้ด้วยหรือ... แต่ ดวงรัก พิศารนรเดช อดีตพนักงานประจำ บริษัท เบทาโกร จำกัด ก็ทำ แถมมีลูกค้าประจำอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เปิดให้บริการ “บ้านสันคู รีสอร์ท” ได้ไม่ถึงปี

 ดวงรักในวัย 45 ปี ดูเป็นผู้หญิงที่มีความสุข ใจเย็นสมวัย เธอเล่าให้ฟังว่า เดิมทีซื้อที่ตรงนี้ไว้ 2 ไร่ เพราะเห็นว่าสวยดี ไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อมีความคิดจะลาออกจากงานประจำแล้วกลับมาอยู่บ้านเกิดของสามี จึงมีความคิดว่าจะปลูกบ้านอยู่เอง

 “พอดีเพื่อนเราเป็นสถาปนิกที่ออกแบบบ้านให้เรา เค้าก็แนะนำว่า ทำเป็นรีสอร์ทเล็กๆ สิ อยู่คนเดียวแล้วเหงานะ เวลาสามีไปทำงาน ลูกไปเรียน เราก็เห็นด้วยเลยทำตรงนี้ขึ้นมา”

ด้วยเงินลงทุนกว่า 3 ล้านบาท ที่เป็นเงินเก็บสะสมของเธอไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินที่ไหนมา บ้านหลังเล็กๆ ที่มีทางเดินเชื่อมกันทั้งหมด 12 ห้อง ก็พร้อมให้บริการ (แต่เจ้าของขอเก็บไว้ 2 ห้องเพื่ออยู่เอง) โดยมีพนักงานเพียงแม่บ้าน คนสวน และยามตำแหน่งละ 1 คนช่วยกันดูแล

 “ใช้เงินเก็บของตัวเองทั้งหมด ไม่อยากบีบรัดตัวเอง อยู่ไปเรื่อยๆ แค่อยากให้คนมาพักแล้วชอบ เหมือนมาเที่ยวบ้านญาติ ไม่ได้ตั้งเป้าทางธุรกิจ แล้วก็ไม่ได้อยากให้คนมาเยอะแยะมากมาย กลัวดูแลไม่ไหว”

ไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะกลัวแขกมาพักเยอะหรือเปล่า ที่นี่จึงไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆ ไม่มีเว็บไซต์ ไม่ได้ลงโฆษณาที่ไหน อาศัยเพียงปากต่อปาก และคนที่บังเอิญผ่านมาแล้วถูกใจ เพียงเท่านี้ก็เต็มเกือบทุกอาทิตย์ ไม่เว้นวันธรรมดาที่มีคนมาพักสม่ำเสมอ

 “เราจะไม่พูดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะความสำเร็จไม่ใช่เป้าหมายของเรา เราแค่มีความสุขที่ได้ทำกิจการเล็กๆ ไปเรื่อยๆ ไม่ดิ้นรน ไม่เดือดร้อนก็พอ”

 และความเย็นใจที่รู้สึกเมื่อได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ก็ช่วยยืนยันความคิดและความเชื่อของเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี

ใจรักไม่พอ ต้องประหยัด
 ห่างไปจากนครสวรรค์ร่วม 200 กว่ากิโลเมตร บ้านเก่าอายุ 50 ปีหลังหนึ่งบนเนื้อที่ 2 ไร่ อ.เมือง จ.สุโขทัย ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ด้วยฝีมือของ อิสระ โพธิจันทร์ วัย 44 ปี เจ้าของ “at home” เกสท์เฮ้าส์จำนวน 11 ห้อง

 พื้นเพของอิสระเป็นคนสุโขทัย แต่ก็เหมือนอีกหลายคนที่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาเรื่อยมาจนเรียนจบทำงานทั้งในบริษัทเอกชนและรับราชการ รวมเวลากว่า 30 ปีที่อยู่กรุงเทพฯ จนกระทั่งถึงเวลาที่จะได้กลับมา “บ้าน” จริงๆ เสียที

 “หลายเหตุผลนะ ที่กลับมาอยู่บ้าน อย่างแรกก็อิ่มตัวกับชีวิตลูกจ้าง แล้วบ้านเก่าหลังนี้ก็ทรุดโทรมมาก นานๆ ทีจะมีคนมาอยู่ก็อยากกลับมาซ่อมแซม และสุดท้ายคือ อยากทำเกสท์เฮ้าส์ เพราะเราไปเที่ยวมาเยอะ เห็นมาหลายที่ก็อยากจะทำที่บ้านเราเอง”

 อิสระจึงลาออกจากงานเพื่อมาดูแลการปรับปรุงบ้านหลังเก่าของครอบครัวให้กลายมาเป็นที่พักในเวลา 1 ปี จากนั้นจึงจ้างพนักงานในจำนวนเท่ากับบ้านสันคู ที่เหลือดูแลจัดการเองทุกอย่าง ซึ่งก็ดูจะเป็นชีวิตในแบบที่เขาชอบอย่างแท้จริง

“ใช่เลย เราเบื่อชีวิตลูกจ้างมานาน ไปทำงานตอนเช้า-เย็นกลับบ้าน เป็นลูกจ้างเค้าต้องฟังเจ้านาย ฟังนโยบายองค์กร แต่อยู่ที่นี่ เรากำหนดเองทุกอย่าง มีอิสระได้ทำอย่างที่เราต้องการ เจอคนหลากหลาย ได้เรียนรู้ ได้นั่งคุย สนุกกว่ากันเยอะ”

 เขายังขยายความต่อถึงผลตอบแทนที่ไม่เน้นตัวเงิน แต่เป็นความสุขทางกายและทางใจ

“รายได้ไม่ได้เวอร์ ไม่ได้รวย แต่ไม่ต้องเครียด เมื่อก่อนป่วย เครียด เป็นภูมิแพ้ พอมาอยู่ตรงนี้ชีวิตดีขึ้น เป็นอย่างที่เราต้องการจริงๆ”

 ฟังดูแล้ว อาจจะเป็นเส้นทางที่สมหวังทุกประการ แต่เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบไปทั่วโลกจนถึงเมืองไทยที่บวกปัจจัยการเมืองเข้ามารุมเร้าตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้

 วิธีการที่เขาเลือกใช้คือการ “ประหยัด” เนื่องจากใช้เงินเก็บของตัวเองราว 4 ล้านบาทในการสร้างจึงไม่มีดอกเบี้ยธนาคารให้จ่าย ประกอบกับลูกจ้างเพียง 3 คน เมื่อรัดเข็มขัดแน่นหนาก็พอถูไถไปได้

 นอกจากนี้ อิสระยังเลือกใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ที่พักให้ได้มากที่สุดทั้งทางเว็บไซต์ เอเยนซีท่องเที่ยว ตลอดจนเข้าร่วมงานของจังหวัดที่อาจจะไม่ได้ผลมาก แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ

 เมื่อถึงตอนนี้ แม้สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ หากในฐานะผู้ที่ทดลองทำมาแล้วและยังอยู่รอดมาได้ เขายังคงมีจุดยืนที่ชัดเจนในการเดินตามฝันของตัวเองว่า

 “ทำแบบนี้อาจจะรวยยาก แต่เราทำเพราะใจรัก ทำเพราะอยากทำ และค่อยๆ สร้างจากสิ่งที่เรามีอยู่ดีกว่า ไม่ต้องเป็นหนี้”

 อาจจะเป็นแนวคิดธรรมดาๆ แต่สามารถนำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์...

ถูกจริต โดนใจ
 เปิดหนังสือกี่เล่มๆ ก็เห็นแนะนำที่พักยอดนิยมอย่าง “บางน้อยคอยรัก” ที่ตั้งอยู่ตลาดน้ำบางน้อยเลยอัมพวาไปเล็กน้อย

 มีโอกาสได้ซักถาม สมิทธิ ธนานิธิโชติ เจ้าของที่พักโดนใจใครหลายคนว่ามีจุดเด่นโดดเด้งอย่างไร

 “ที่บางน้อย เราพยายามรักษาโครงสร้างตึกแถวเดิมไว้ทั้งหมด เพียงแต่เราใส่จริตคนเมืองเข้าไป และรักษาความเป็นท้องถิ่นเอาไว้ เราอยากทำให้มันเล็กๆ แต่มีคาแรคเตอร์” สมิทธิเกริ่นถึงที่พักขนาด 2 ห้อง (ที่จะเปิดหรือไม่เปิดตามใจเจ้าของ)

 เนื่องจากมีเพื่อนอยู่อัมพวาหลายคน เขาจึงมีโอกาสได้มาเยือนละแวกนี้บ่อย จนกระทั่งเพื่อนพามาชมตึกแถว 3 ห้องนี้ที่ให้เช่าในราคาถูก

 คำนวณดูแล้ว รายจ่ายเท่านี้พอสู้ไหว ไม่ลำบาก เขาจึงลงทุน 3 แสนบาท ไปกับค่าตกแต่ง ซื้อของจำเป็นเข้าร้าน แล้วเริ่มเปิดดำเนินการมาใกล้ 2 ปีแล้ว

อาจจะดูเหมือนกิจการเล็กๆ ของคนที่ชอบความอิสระและหลงรักความเป็นท้องถิ่นของที่นี่ แต่เจ้าตัวยืนยันพันเปอร์เซ็นต์ว่า หวังผลทางธุรกิจด้วย

 “แน่นอน เราก็เอื้อตนเอง หวังผลว่าถ้าตลาดบางน้อยเกิด เราก็จะได้ระบายสินค้าที่เรามีอยู่ ทั้งการ์ด สมุดบันทึก (ทำเอง) ส่วนที่พักก็มีเพื่อนมาพักอยู่แล้ว เราไม่ได้รับแขกเท่าไหร่ค่อนข้างสกรีนแขก ไม่ได้หวังผลจากรายได้ที่พัก หวังขายของมากกว่า เพราะเราแค่อยากเป็นโฮมสเตย์ที่ลูกค้ามาแล้วเข้าใจ อยู่เงียบๆ เรียนรู้วิถีชีวิตคนท้องถิ่น ไม่ได้มาพักผ่อนแบบคนเมืองเล่นไพ่ เปลี่ยนที่กินเหล้าอะไรอย่างนั้น”

 ถ้าอย่างนั้น การที่สื่อให้การพูดถึงมากมาย และการกลับมาสร้างความคึกคักให้ตลาดที่เคยมีร้านค้าเปิดอยู่ไม่ถึง 10 ร้าน ก็น่าจะเรียกว่าเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาเลย

“กล้าพูดว่า ประสบความสำเร็จมาก-ก-ก ไม่ได้คาดหวังว่าจะถึงขนาดนี้ เกินเป้าหมาย ตอนแรกคิดว่า เราคงจะเป็นร้านค้าเล็กๆ เป็นร้านเก๋ๆ ร้านนึงในอัมพวา แล้วบังเอิญว่าที่บางน้อยยังไม่มีใครมา เรามาเป็นคนแรก เป็นแค่ร้านแปลกๆ ร้านนึงในตลาดร้าง แต่ตอนนี้ลูกหลานคนในตลาดเริ่มกลับมาเปิดร้านที่บ้านแทบทุกร้าน มีคนมาเปิดเกสท์เฮ้าส์เพิ่มเป็น 3-4 เจ้า”

 เจ้าบ้านยังวิเคราะห์ต่อไปว่า ถ้าให้มองว่าปัจจัยความสำเร็จของที่นี่คืออะไร ก็น่าจะมาจากอะไรที่ไม่ซับซ้อน แต่เรียกรวมๆ ได้ว่า “ถูกจริต” คนกลุ่มหนึ่ง

“บังเอิญถูกจริตของคนที่โหยหาอดีตแต่ไม่ชอบความลำบาก ไม่นอนมุ้งกับชาวบ้าน มีการตกแต่งเก๋ไก๋ระดับหนึ่ง รวมทั้งถูกจริตคนอีกจำนวนหนึ่งที่เบื่อความจอแจของอัมพวาก็เลยมาที่นี่”

แต่ในเมื่อไม่เคยมีใครทำอะไรแล้วไม่มีอุปสรรค ตัวเขาเองก็ต้องพบเจอเช่นกัน หากปัญหาไม่ได้มาในรูปของการขาดแคลนเงินทุน เปิดปุ๊บก็อยู่ได้ ด้วยการบอกต่อของเพื่อนๆ และการโปรโมททางหน้าเว็บมัลติพลาย เพียงแต่บางครั้งก็มาจากความคาดหวังของลูกค้าที่อาจจะรู้สึก "ไม่ใช่" เมื่อได้มาเยือน

 “เวลาที่คนเห็นผ่านสื่อ เขาก็จะมีความคาดหวังจากที่พัก แต่บางทีความคาดหวังของคนที่มากับสิ่งที่เราเป็น มันไม่ตรงกัน มีคนนึงอยากมามาก-ก-ก โทรมาจองตอนตี 3 พอวันจองมาถึงตอน 5 ทุ่ม เดินเข้ามาดูแล้วเขาก็ขอตัวขับรถกลับไปเลย เราก็ไม่อยากให้คนผิดหวังน่ะ”

 แม้จะออกตัวด้วยการบอกลูกค้าถึงกฎเกณฑ์ที่นี่ เช่น ไม่ส่งเสียงดังเกิน 3 ทุ่ม ต้องจอดรถที่วัดเท่านั้น และไม่มีห้องน้ำในบ้าน แต่ก็ยังมีบ้างที่การดูแลลูกค้าบางกลุ่มทำให้เจ้าบ้านอดรู้สึกตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้

 "โดยส่วนตัวเราก็โอเคแหละ เพียงแต่มันก็มีบ้างว่า ‘ทำไมกูต้องรอปิดประตูให้พวกมึงกินเหล้าถึงตี 4 ด้วยวะ หรือมีบางครั้งเราตื่นมาตี 4 เห็นลูกค้านั่งกินข้างล่างเละเหมือนโต๊ะจีนเลย เราก็คิด ‘ทำไมกูต้องเก็บของ (ตอนตี 4) ด้วยวะ’ แต่รวมๆ เราก็ว่าเรามีจิตใจรักการบริการพอสมควรนะ (หัวเราะ)"

 ชีวิตจึงมีหลายรสชาติ แต่หากถามถึงจุดที่ยืนอยู่ตรงนี้ ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นความลงตัวรูปแบบหนึ่ง ถ้าไม่ได้ใช้ตัวเลขผลประกอบการเป็นตัววัด

“ประเมินดูแล้วว่าคุ้มทุน สามารถใช้ชีวิตสบายๆ อยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง มีเวลาใช้ชีวิตดีๆ มีโปรไฟล์ของชีวิต แต่ก่อนเป็นช่างภาพเฉยๆ ตอนนี้มีอีกมิติกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมไปแล้ว (หัวเราะ) แต่... เก็บเงินไม่ได้นะ”

 ในช่วงอายุ 36 ปีของชายหนุ่มคนนี้ เขายังคงเดินทางไป-กลับ กรุงเทพ-ตลาดบางน้อย ซึ่งเขามาเฉพาะวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ด้วยเหตุผลตรงๆ ว่า “ยังไม่ได้ละทิ้งความเป็นคนเมือง ยังเป็นอยู่เต็มตัว”

 นอกจากนี้ เขายังแบ่งเวลาไปทำอีกหลายอย่าง ทั้งช่วยเพื่อนทำร้านอาหารที่ระยอง ตลอดจนทำรีสอร์ทสไตล์แคมปิ้งของตัวเองที่วังน้ำเขียว หนุ่มปราจีนบุรีคนนี้จึงเดินทางแทบจะตลอดเวลา

“อยากไปเที่ยวมั่ง จะให้คนมาเที่ยวอย่างเดียวได้ยังไง (หัวเราะ)”

.........................................................................

เที่ยว + ที่พักสไตล์ “นิ้วกลม”
 ถ้าหากว่าการเดินทางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ใครสักคนอยากมีกิจการที่พักเล็กๆ เป็นของตัวเองสักครั้งในชีวิต
 อย่างนั้น ลองตั้งคำถามนี้กับ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเดินทางหนุ่มตัวยง เจ้าของนามปากกา “นิ้วกลม” ที่มีงานเขียนท่องเที่ยวระดับเบสต์เซลเลอร์ออกมาหลายเล่ม

 “ไม่เคยเลยครับ (หัวเราะ) ไม่ได้คิด ไม่ได้ชอบธุรกิจแบบนี้ ไม่ชอบงานบริการ” เขาตอบอย่างมั่นใจ

 ในทางกลับกันถึงแม้จะไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเยือนที่พักเล็กๆ เหล่านี้เท่าไหร่ แต่เขาก็ค่อนข้างเห็นด้วยที่จะมีใครหลายคนหันมาทำกิจการที่พักเพิ่มความหลากหลายให้กับนักท่องเที่ยว

 “ชอบที่พักแบบชุมชนในท้องถิ่นทำเองได้อารมณ์กว่า เพราะคนไปพักน่าจะได้ใกล้ชิดกับสถานที่ที่เราไป แต่ส่วนตัวแล้วเวลาเดินทางจะเลือกพักที่ถูกที่สุด ไม่ค่อยชอบแบบสไตล์จัดๆ ชอบนอนบ้านคนในท้องถิ่น นอนรวมกัน 6-7 คน”
 เพราะการเดินทางในแต่ละครั้ง สำหรับเขาคือ การได้ไปเรียนรู้ผู้คนและสถานที่มากกว่าจะเน้นเรื่อง “ที่พัก”

 “เน้นการไปเที่ยวเยอะๆ ได้เห็นชีวิตจริง ได้คุยกับคน ไม่ได้ตั้งใจพักผ่อน อยากเรียนรู้” 

 ความฝันของนักเขียนผู้มีงานประจำเป็นผู้กำกับหนังโฆษณาคนนี้ยังต่อยอดเดินทางไปอีกมากมาย แบบที่เขาบอกว่า

 “อยากแต่งเพลง อยากถ่ายรูป อยากทำงานศิลปะ อยาก ‘เล่าเรื่อง’ เพียงแต่จะเอาสื่อแบบไหนมาเล่าเรื่องมากกว่า”

Tags : 'รีสอร์ท' ฝันหวานๆ ของคนเมือง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17

ไปดูรีสอร์ทอื่น ๆ ส่วนใหญ่เน้นไปทางที่พักชั่วคราวสั้น ๆ 1-2ชั่วโมง (....รูด) จอดรถปุ๊บ เข้าห้องปั๊บ (กลัวคนเห็น อิอิ)

บ้านสันคูรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่แท้จริง พักได้ทุกเพศ ทุกวัย ครอบครัว เพื่อนฝูง เดินเล่นได้ สังสรรค์ได้ กันเอง สะอาด สงบ (แต่กว่าจะหาเจอ...เหนื่อยเลย)

ความคิดเห็นที่ 16

บ้านสันคูรีสอร์ท ถือว่าเป็นที่พักที่ดีในราคาที่ไม่แพง บรรยากาศเป็นกัน อาหารก็ง่ายๆไม่หรูหรา เน้นอนุรักษ์ธรรมชาติ สนับสนุนครับๆ

ความคิดเห็นที่ 15

ตื่นมาตอนเช้า หลังจากฝนตก พรำ ๆ ทั้งคืน
อากาศ สดชื่นมาก กลิ่นดอกไม้อะไรก็ไม่รู้หอมโชยมา เสียงนกร้อง เลย นอนต่อ อิ อิ
เรามาบ่อยมาก ชอบ สวย สะอาด แล้วก็ราคาไม่แพง

ความคิดเห็นที่ 14

บ้านสันคูรีสอร์ท นครสวรรค์
เป็นที่พัก ที่อนุรักษ์ธรรมชาติ
ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ๆ บรรยากาศสบาย
ห้องพักสะอาดมาก อาหารง่ายๆ
เหมาะสำหรับ คนรักความสงบ
อยากอยู่เงียบ ๆ
ผมชอบมาก

ความคิดเห็นที่ 13

บ้านสันคู รีสอร์ท เป็นที่พักที่ผมชอบที่สุดในนครสวรรค์ เรียบง่าย สะอาด สงบ ราคากันเอง ที่สำคัญเป็นที่พักที่เน้นเรื่องการดูแลรักษาธรรมชาติมาก ไม่มีการตัดต้นไม้ใหญ่ ๆ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น ผมขอแนะนำ

ความคิดเห็นที่ 12

หนูรู้จักพี่เจ้าของ เป็นคนฮามาก ๆ กันเอง

ความคิดเห็นที่ 11

น้าหงา กับวงคาราวาน ก็มาพักด้วยนะ
ถามดู ได้ความว่ามาหลายครํงแล้ว
บอกว่าชอบ เงียบ ๆ ธรรมชาติ กันเอง
แล้วก้อ ดื่มกับเจ้าของ คุยกัน สนุกดี อิอิ

ความคิดเห็นที่ 10

เห็นเหมือนกัน ใช่ ชัวร์
ผมยังชอบเลย

ความคิดเห็นที่ 9

เดี๋ยวนี้มี ศิลปิน ระดับบรมครู มาพักด้วยนะ
พอดีตื่นเช้ามาเห็น คล้าย ๆ กับ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กับ คุณอัศศิริ ธรรมโชติ ( ไม่แน่ใจ แต่คงใช่)
คิดว่าคงมีคนแนะนำมา เงียบๆ บรรยากาศดีอย่างนี้ ท่านคงชอบ

หนอนหนังสือ

ความคิดเห็นที่ 8

ขอบคุณ เพื่อน ๆ ที่ให้กำลังใจ
ตอนนี้มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ และได้อยู่กับลูก ๆด้วย
ว่าง ๆ ก็แวะมาเยียมเยียนกันบ้างนะ

ความคิดเห็นที่ 7

มาธุระที่นครสวรรค์ เลยหาที่พักใหม่ ๆ ทางเน็ต ได้มาพักที่บ้านสันคู บรรยากาศดี กันเอง สะอาด และสงบ
น่าชื่นชมที่กล้าทำธุรกิจในแนวทางของตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 6

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ให้กำลังใจ และขอบคุณที่เขียนถึงครับ จะดีใจมากๆ ถ้าแวะมาเยี่ยมกัน

ความคิดเห็นที่ 5

ขอบคุณที่เขียนบทความแนะนำ
ขอบคุณกำลังใจทุกท่านที่ให้มา

ถ้ามีเวลาว่างก็แวะมาเยี่ยมเยียนกันนะ

ความคิดเห็นที่ 4

ดีใจด้วยนะก้อย
ถ้ามีโอกาสจะเเวะไปพักนะ
กิ้ง (เพื่อนลักษณ์ กรง.)

ความคิดเห็นที่ 3

หวัดดีเพื่อนดีใจด้วยนะเป็นเจ้านายตัวเองแล้วขอให้ประสบความสำเร็จและสุขภาพแข็งแรงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2

ดีใจด้วยครับที่ประสบความสำเร็จมีโอกาสจะแวะไปเที่ยวครับ
มีโอกาสอย่าลืมแนะนำสถานที่ที่น่าเที่ยวของสุโขทัยด้วยนะครับจะได้จัดโปรแกรม

เกรียงไกร หงส์นฤชัย

ความคิดเห็นที่ 1

น่ายกย่อง หนุ่มสาว สมัยนี้ครับ รักในสิ่งที่ตนเองชอบ และนำสิ่งที่ตนเองชอบและถนัดไปสร้างธุรกิจ ขนาดเล็ก แถมใช้เงินสดลงทุน เยี่ยม

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement