ขอต้อนรับสู่ ห้องเรียน รวมดาวผู้บริหารระดับ A-List ของเมืองไทย พร้อมๆ กับปรากฎการณ์เครือข่ายสังคมผู้นำแห่งใหม่
ที่ก่อตัวขึ้นในทำเนียบนักศึกษา ”วตท.” ตั้งแต่รุ่น 1 จนถึงรุ่น 9
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน หรือ “วตท.” โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำลังกลายเป็น“Leader Society” ที่ถูกโจษจันถึงมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ด้วยยอดเวทติ้งลิสต์กว่า 500 รายชื่อที่ต้อง “รอคิวเรียน” กันนานข้ามปี...
บุกชั้นเรียน “วตท.รุ่น 9”
ทุกๆ บ่ายยันค่ำวันพฤหัส หน้าอาคารสถาบันวิทยาการตลาดทุนในนอร์ธปาร์ค วิภาวดีรังสิต บรรดาคนขับพร้อมพาหนะคันหรู มีนัดมารับ-มาส่งบรรดา “นาย” ที่ขึ้นมาเรียนหนังสือด้วยกันบนชั้น 4
ค่ำแล้วหลายคนยังเฮฮาสังสรรค์คาราโอเกะยันดึก ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านกันด้วยสีหน้าแช่มชื่น... ไม่มีเรื่องเครียดๆ เหมือนที่ทำงาน
แต่พฤหัสคืนนี้ ดูจะไม่เลิกรากันง่ายๆ ปณต สิริวัฒนภักดี ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ง่วนอยู่กับการจัดคิวเพลงให้กับบรรดา “พี่ๆ” ที่ติดไมค์กันน่าดู
ตั้งแต่ตัดสินใจว่าจะจัดเวลามาเรียนวตท.แล้ว ทายาทคนสุดท้องแห่งอาณาจักรแสนล้านทีซีซีกรุ๊ปของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ก็เลือกจะใช้เวลาในหลักสูตรสั้นๆไม่เกิน 4 เดือนนี้ให้เต็มที่ถึงที่สุด
อยู่ที่นี่เขาเป็น “น้องเล็ก”ในชั้น ทายาทเบียร์ช้างวัย 32 เลยต้องบทเป็น “ยังเติร์ก”ให้พี่ๆ ไว้ใช้งานเป็นตัวประสานกิจกรรมในรุ่น ซึ่งมีตั้งแต่เลยเลข 3 ไปจนถึงหลังเกษียณ
ทั้ง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่เป็นเด็กช่างซักนั่งแถวหน้า มี พินิจ จารุสมบัติ เป็นประธานรุ่น มี วิษณุ เครืองาม, อนุทิน ชาญวีรกูล, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ,พรเทพ เตชะไพบูลย์ เป็นนักเรียนร่วมห้อง พ่วงด้วย หรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ เด็กกิจกรรมตัวยง
ในจำนวนนักเรียนร่วมชั้น 98 ชีวิตยังคับคั่งไปด้วยคนสำคัญในหลากหลายแวดวง ทั้งตุลาการศาล นายทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ นายแบงก์ นักการเมือง แม้แต่แวดวงกรมวังผู้ใหญ่ สำนักพระราชวัง วัชรกิติ วัชโรทัย กระทั่งเจ้าแม่วงการบันเทิง สุรางค์ เปรมปรีด์ ก็ยังปลีกเวลามาเรียนในคลาสนี้ด้วย
ปณต ต่อคิวรออยู่ 3 รุ่น กว่าจะได้เข้าเรียนวตท.รุ่น 9 ต่อจากพี่ชาย (ฐาปน สิริวัฒนภักดี บอสหนุ่ม ”ไทยเบฟเวอเรจ”) วตท.รุ่น 5 และพี่เขย (อัศวิน เตชะเจริญวิกุล บอสใหญ่”เบอร์ลี่ ยุคเกอร์”) วตท.รุ่น 6
ปณต บอกว่า เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะมาเลือกคบใคร แต่มาเพื่อที่จะได้รู้จักกันมากกว่า เพราะการเรียนรู้ความแตกต่างเป็นหัวใจหนึ่งของการเป็นนักบริหาร
"ถ้ามีโอกาสแบ่งเวลาได้ก็ควรจะก้าวออกจากมุมธุรกิจของตัวเอง ออกมาเรียนรู้แลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆในสังคมบ้าง"
เรียนแบบ “ผู้ใหญ่”
อนาคตเก้าอี้ตัวใหม่ “รองนายกรัฐมนตรี” ด้านเศรษฐกิจ ทำให้ “เด็กหน้าห้อง” อย่าง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ยอมรับว่าต่อไปอาจจะหายหน้าไปจากเก้าอี้แถวหน้า แต่เจ้าของดีกรีดอกเตอร์สาขาเศรษฐศาสตร์วัย 65 ปี ยืนยันว่า วันไหนถ้าปลีกเวลาได้เขาจะมานั่งฟัง
เพราะประเด็นความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในโลกของ “ตลาดเงินตลาดทุน” หลายเรื่องเทคนิคซับซ้อน ต้องเข้าเรียนมีคนอธิบายถึงจะเข้าใจ ไม่เหมือนความรู้บางเรื่องที่เปิดตำราหาอ่านได้ด้วยตัวเอง
ไตรรงค์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ตั้งใจขอสมัครเรียนเองตั้งแต่รุ่น 8 แต่เต็มก่อน เลยมาสมใจในรุ่น 9
ทุกๆ สัปดาห์ บรรยากาศในห้องเรียนที่นี่จะเป็นเหมือนการอภิปรายแลกเปลี่ยน โดยมีผู้รู้จริงในประเด็นต่างๆ มาอัพเดทสถานการณ์ นอกจากความรู้เรื่องตลาดทุนเป็นเนื้อหาสาระหลักๆ ยังมีผลพลอยได้อื่นๆ ที่ตามมาจากการรู้จักเพื่อนใหม่
“ผมทำงานการเมือง เวลาอยากรับฟังข้อมูลความเห็น อาจจะบอกน้อง! ช่วยนัดนักธุรกิจที่ทำเรื่องนี้มาคุยให้พี่ฟังหน่อย ปัญหามันเป็นอย่างไร เมื่อก่อนอาจไม่มีคอนเนคชั่นแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้ผมมีที่ปรึกษาเพิ่มมาอีก 98 คน" ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ บอกเช่นนั้น
เสน่ห์อย่างหนึ่งของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง “วตท.” ที่ได้รับการพูดถึงปากต่อปาก นั่นคือ การสร้างบรรยากาศของ Leader Society ที่คลุกเคล้าผสมกันได้ลงตัวระหว่างความหลากหลายของผู้นำระดับ Top Management ที่คัดเลือกมาเข้าชั้น แตกต่างทั้งวัย ประสบการณ์ และหน้าที่การงาน
แต่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเหล่านี้แชร์และเปิดเข้าหากันได้ ภายในเวลาไม่ถึง 4 เดือนด้วยหลักสูตรที่ถูกดีไซน์แบบ Play & Learn นั่งเรียนนั่งแลกเปลี่ยนกัน กินเที่ยวด้วยกัน ร้องระบำทำเพลง
รวมถึง มีช่วงชีวิตขำๆ ประสบการณ์ดีๆ ร่วมกัน ส่งท้ายด้วยทริปดูงานต่างประเทศ นำเสนอโปรเจคงานกลุ่มด้วยกัน
Know How ไม่เท่า Know Who
“หลักสูตรก็สำคัญ คอนเนคชั่นก็สำคัญ มีเพื่อนดีๆ ที่สกรีนมาให้เราแล้ว ถึงมีเงินก็ใช่จะหากันได้ เพื่อนที่จบในรุ่นจะรักกันสนิทกันมาก แถมยังสนิทข้ามรุ่นอีกต่างหาก” หรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ พีอาร์ประจำรุ่น วตท.9 วิเคราะห์ให้ฟังเป็นฉากๆ
ระหว่างความรู้กับคอนเนคชั่น ถ้าจะให้ว่ากันตามจริงในเมืองไทย เธอฟันธงเลยว่า Know How ไม่สำคัญเท่า Know Who ถ้ารู้จักคน เข้าให้ถูกทาง จะทำงานอะไรก็ลื่น
“คุณหรีด” ยังประกาศชัดๆ ว่า งานหนึ่งของเธอคือล็อบบี้ยิสต์ ซึ่งทำมานานแล้ว แต่หลักๆ ตอนนี้จะเป็นล็อบบี้ยิสต์ประสานงานให้ธุรกิจปิโตรเคมีข้ามชาติแห่งหนึ่งที่เคยมีแผนมาลงทุนในเมืองไทย
“ถึงไม่เป็นล็อบบี้ยิสต์ ยังไงเราก็ต้องรักษาคอนเนคชั่น หรีดทำรายการทีวีถ้าไม่รู้จักคน จะขายสปอร์เซอร์ได้ยังไง หรีดนั่งเป็นกรรมการที่บริษัทสามารถฯ ก็ต้องช่วยติดต่องาน ไม่ว่าอาชีพไหนก็ต้องมีคอนเนคชั่น”
คุณหรีดเล่าว่า ปีนี้เธอยอมตัดกิจกรรมหลายอย่างทิ้ง เพราะต้องเรียนควบ 2 หลักสูตร ทั้งวตท. และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ซึ่งบังเอิญได้เรียนทีเดียวพร้อมกัน จะสละสิทธิ์ก็เสียดาย โดยเฉพาะวปอ.ที่อยากเรียนมาก เฝ้ารอมานานถึง 3 ปี
"ใครๆ พูดให้ฟังเยอะ ถ้าผ่านหลักสูตรนี้ถือว่าสุดยอด รับรองเจอคนทุกวงการ" จนเพื่อนแนะนำว่า ถ้ายังไม่ได้วปอ. ให้ไปลองเรียนวตท.ดูก่อน "ทีแรกที่นึกถึงหลักสูตรความรู้ด้านเศรษฐกิจและตลาดทุน ก็หวั่นๆ เพราะเป็นคนไม่ชอบตัวเลข แต่พอได้เรียนจริงๆ ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์เยอะ อย่างน้อยๆ ก็รู้แล้วว่า...เพราะอะไรถึงได้เจ๊งหุ้น"
สาระ+บันเทิงแบบ“เฟิร์สคลาส”
บรรดานักแสดง “กิตติมศักดิ์”ที่จะขึ้นเวทีร้องเต้นคอนเสิร์ตชุดพุ่มพวงในงานเลี้ยงคืนนี้ กำลังซ้อมสเต็ปท่าเต้นกันอย่างเอาจริงเอาจัง...ในชุดหางเครื่องระยิบระยับสุดอลังการ
มีอะไร Unseen อีกมากมายที่แม้แต่คนในครอบครัว หรือลูกน้องในที่ทำงานอาจไม่เคยสัมผัสมุม ”ชีวิตแหกกรอบ” ของพวกเขาเหล่านี้
ผู้บริหารคนหนึ่งเล่าว่า กิจกรรมบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่มีสาระอย่างท่าเต้นประหลาดๆ หรือโชว์ร้องเล่นกระชากวัย แต่จริงๆ แล้วแฝงไว้ด้วยสาระ
เพราะเป็นการกล้าที่จะลุกขึ้นมาแสดงสปิริตร่วมกัน แบ่งปันความสุขให้กันและกันในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้มีโอกาสอยู่ร่วม“สังคมเดียวกัน”
เมื่อคนที่ประสบความสำเร็จสูงในชีวิตระดับผู้นำมาเรียนหนังสือร่วมกันเกือบร้อยชีวิต จะให้ชั้นเรียนของนักศึกษาวตท.”ธรรมดาๆ”ได้อย่างไร
ด้วยเพียบพร้อมทั้งสถานที่เรียน และผู้บรรยายตั้งแต่ระดับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงบิ๊กๆ ในหน่วยงานราชการ ขณะที่งานเลี้ยงสังสรรค์ที่แบ่งกลุ่มกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละสัปดาห์ ต่างงัดพลังศักยภาพออกมาสร้างความประทับใจกันเต็มที่
แค่ครั้งแรก กลุ่ม ”คุณหรีด” ก็สร้างความฮือฮาลงทุนยกบริการสปามาไว้บริการเพื่อนๆ พร้อมหมอนวด และเตียงให้บริการยกหน้าเด้ง
แต่ที่ลือลั่นสะท้านวงการกว่าใครคือกลุ่มของ กนกศักดิ์ ปิ่นแสง ที่ลงทุนยกห้องอาหารลอดจิมป์สุดหรูจากโอเรียนเต็ลมาให้บริการ ลือกันว่ามื้อนั้นไม่ต่ำกว่าหลักล้าน
“ที่นี่มีเอกชนมาเรียนเยอะ ข้าราชการน้อย คนที่มีฐานะก็ใจกว้างอยากจะบริการเพื่อนๆ“ อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลฎีกา เล่า
อดิศักดิ์ เป็นหนึ่งในนักศึกษากลุ่มผู้พิพากษา อัยการ หลายคนที่เข้ามาเรียนร่วมหลักสูตรเพิ่มพูนความรู้ตลาดทุนที่นี่ กลุ่มผู้พิพากษาที่จบไปรุ่นก่อนๆ กลับไปพูดถึงหลักสูตรกันอื้ออึง บอกว่าเรียนแล้วเหมือนได้มาคลายเครียด
“ปกติงานของผู้พิพากษาก็หนักและเครียดอยู่แล้ว หาความบันเทิงยาก เพราะต้องวางตัวอยู่ในกรอบไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ทุกคนพอถึงวัยนี้ ก็อยากจะมีความบันเทิงส่วนตัวบ้าง ถ้าเรียนวิชาการอย่างเดียวคงไม่มีใครอยากมา"
“คนเราพออายุมากขึ้น ยิ่งคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ถึงจุดๆ หนึ่ง จะหาคนที่มาคบกันจริงใจยากจริงๆ เวลาคนเดินเข้ามาหา ผมจะคิดแล้วว่าเขาต้องการอะไร แต่วตท.รุ่น 7 เราจบกันมา 1 ปีแล้วแต่ยังเหนียวแน่น เพราะเราคบกันได้สนิทใจ” โยธิน เนื่องจำนงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทพลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน) และบอร์ดเครือเนชั่น คุยให้ฟังในวันปาร์ตี้ชุดนักเรียนรวมรุ่นวตท.7 เมื่อเร็วๆ นี้
“ชีวิตในที่ทำงาน บางทีเรามีลูกน้อง เราต้องเต๊ะท่า ทำตัวอย่างนี้ไม่ได้ ตลอดชีวิตรับราชการเราอุทิศเวลามาตลอด 30 กว่าปี อยู่ถึง 4-5 ทุ่ม พอได้มาเรียนได้เจอผู้ใหญ่เหมือนๆ กันอย่างนี้ มันได้รีแลกซ์ สนุกสนาน เราได้ความรู้ ได้เพื่อน ได้หัวเราะ มันก็มีความสุข” รวีพร คูหิรัญ ประธานกรรมการวิเคราะห์และติดตามการใช้งบประมาณ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)และกรรมการคดีพิเศษ ดีเอสไอ ศิษย์เก่าวตท.รุ่น 7 ในชุดคอซองกระโปรงนักเรียน เล่าให้ฟังในวันรียูเนี่ยน
“สิ่งที่สำคัญ คือ วตท.ได้คัดคนที่ประสบความสำเร็จ คนที่ดีๆให้มาเจอกัน มันเลยทำให้ไว้ใจกัน กำแพงเลยไม่มี บางทีเรื่องที่จะมาเฟคกัน หรือบทบาททางสังคมมันจะถูกตัดออกไปเลย” ปรีชา ส่งวัฒนา ประธานกลุ่มบริษัทฟลายนาว วตท.รุ่น 7 อีกคนสะท้อนมุมมอง
ในทัศนะของเขา สิ่งที่คนระดับผู้บริหารซึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตเหล่านี้ต้องการ ก็คือ การมี “เน็ตเวิร์ค” ที่ดีขึ้น
“ความรู้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะทุกคนมีกันทั้งนั้น แต่จะทำอย่างไรให้คนที่เป็นครีมๆ ของประเทศได้เชื่อมโยงกัน ถ้าทำได้จะเป็นพลังที่ผลักดันให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้สูงมาก” ปรีชาฝากไว้ให้คิด
รวมดาว 4 สถาบัน “ผู้บริหาร” ระดับสูง
4 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงในเมืองไทยที่ว่ากันว่าเป็น “สุดยอด” ในแวดวงข้าราชการนักการเมือง นายทหาร และนักธุรกิจ ถึงขนาดมีบางคนที่มุเรียนจนผ่านครบทั้ง 4 สถาบัน
1. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)
ถือเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงสุดระดับตำนานมาตั้งแต่ปี 2498 ในหมู่ข้าราชการระดับสูง ต่อมาปี 2532 วปอ.ได้เปิดหลักสูตร "การป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน" หรือ "ปรอ." ปัจจุบัน กำลังเปิดหลักสูตร วปอ.รุ่น 52 และวปรอ.รุ่น 22 โดยมีผู้บริหารภาครัฐ-เอกชน ประมาณ 200 คนเข้าร่วมเรียนเป็นเวลา 1 ปี มีทำเนียบศิษย์เก่า 5,690 คน
2. สถาบันพระปกเกล้า เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง เพื่อสร้างความเข้าใจทางเศรษฐศาสตร์เพื่อใช้ในการบริหารและวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ ตลอดจนประเด็นที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ เปิดรับสมัครรุ่นละประมาณ 100 คน เวลาเรียน 1 ปี
3. สถาบันวิทยาการตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (วตท.) เป็นหลักสูตร 4 เดือนที่เน้นการศึกษาตลาดทุน ธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมรวมทั้งภาวะผู้นำ เปิดรุ่นละ 98-99 คน ปัจจุบันเปิดแล้ว 9 รุ่น มีเครือข่ายศิษย์เก่า ประมาณ 900 คน
4. หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง หรือ บ.ย.ส. จุดเด่นอยู่ที่การนำเอา ทหาร ตำรวจ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาเข้าชั้นเรียนกับข้าราชการ "ศาล" โดยยึดโยงประเด็นกับปัญหาสังคม และประโยชน์ที่สังคมจะได้รับจากกระบวนการยุติธรรม จากรุ่นละ 20 กว่าคน ขยายเป็น 70 คน หลักสูตรอบรม 312 ชั่วโมง หรือ 12 เดือน
บางส่วนของ วตท. เน็ตเวิร์ค
การเมือง
ชวรัตน์ ชาญวีรกูล (วตท.6) , สุวิทย์ คุณกิตติ (ประธาน วตท.รุ่น6) คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ (วตท.5),สหัส บัณฑิตกุล (วตท.7), พินิจ จารุสมบัติ(ประธานวตท.รุ่น9),คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (วตท.9),อนุทิน ชาญวีรกูล(วตท.9),ไตรรงค์ สุวรรณคีรี (วตท.9),พรเทพ เตชะไพบูลย์ (วตท.9) ,วิษณุ เครืองาม (วตท.9),น.พ. พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ (วตท.8)
ซีอีโอ/นักธุรกิจ
ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ซีอีโอปตท. (วตท.3),สันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (วตท.7), ปลิว ตรีวิศวเวทย์ บริษัท ช. การช่าง (วตท.4), สาระ ล่ำซำ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต (วตท.4) , ฐาปน สิริวัฒนภักดี กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ (วตท.5),กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ (วตท.5) ,วิชา พูลวรลักษณ์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป (วตท.5) , สมประสงค์ บุญยะชัย เอไอเอส (วตท.6) , สนั่น อังอุบลกุล ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ (วตท.7) ,จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด(วตท.8) ,ปริญญ์ จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัล (วตท.1)
ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง (วตท.3), วิฑรูย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (วตท.7),พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน (วตท.7),กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม (วตท.8), น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข (วตท.8) ,ศิริพล ยอดเมืองเจริญ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ (วตท.7),ชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม (วตท.7) , ปรีชา วัชราภัย เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (วตท.8)
ทหาร/ตำรวจ/ตุลาการ
พล.อ. วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก (ประธานวตท.รุ่น7) พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ประธานวตท.รุ่น 4) , ·พลตำรวจโท อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(วตท.5) , พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (วตท.9) , พลเอกธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (วตท.6) ,พลเอกชัยณรงค์ หนุนภักดี อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (วตท.6), ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (วตท.5) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (วตท.4), พลตำรวจโทพงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (วตท.4),ชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด (วตท.5)
การเงินการธนาคาร
ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (วตท.3) ,กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (วตท.3),ขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (วตท.6) ,ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย (วตท.4) , และ3 รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ บัณฑิต นิจถาวร (วตท.5),อัจนา ไวความดี (วตท.6)และเกริก วณิกกุล (วตท.7)
ตลาดทุน
ยุทธ วรฉัตรธาร ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (ประธานวตท.รุ่น 1), สมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ประธานวตท.รุ่น5) ,ภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (วตท.1) ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) (วตท.1) ,,ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. (วตท.3)
สื่อมวลชน/บันเทิง
ธนะชัย สันติชัยกูล รองประธานกรรมการ บมจ.เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป (วตท.1), สันติ วิริยะรังสฤษฏ์ ประธานและบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร บริษัท มีเดียแอสโซซิเอตเต็ด จำกัด (วตท.2),สุรางค์ เปรมปรีดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (วตท.9),ณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการนสพ.โพสทูเดย์ ,บุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการ นสพ.ประชาชาติธุรกิจ,สุเมธ ดำรงชัยธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโสสายงานสนับสนุนกลางและพัฒนาธุรกิจ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (วตท.8),ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ (วตท.5)
Tags : Leader Society • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน • วตท.


ความคิดเห็นที่ 19
คนไร้สถานะ , 4 ธันวาคม 2552 10:54
เห็นแล้วอนาถใจ.. สังคมไทย ก็ยังเป็นของคนกลุ่มหนึ่งที่รวมกลุ่มกันยึดเอาคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นหมากในการต่อรอง เมื่อได้แล้ว ก็คายทิ้งดั่งชานอ้อย แต่ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับคนกลุ่มเล็ก ๆ เหล่านี้อยู่ดี...
ยังไม่เคยได้ยินว่านศ. หลักสูตรเหล่านี้จะรวมกันขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างไร เอากันแค่ "เรือล่มในหนอง"
ประเทศไทย จงเจริญ...
ความคิดเห็นที่ 18
สาวิตตี , 24 พฤศจิกายน 2552 21:40
การเรียน ความรู้ ไม่มีวันหมดอายุ
ความคิดเห็นที่ 17
รักชาติ , 24 พฤศจิกายน 2552 21:24
นักเรียน วีไอพี ทั้งนั้น ประเทศชาติจงเจริญ
ความคิดเห็นที่ 16
ชลภัทร , 24 พฤศจิกายน 2552 21:01
ชอบบทความนี้จังเลย
ความคิดเห็นที่ 15
คนอยากรวย , 24 พฤศจิกายน 2552 20:15
ห้องเรียนนี้มีแต่เฟิร์สคลาส จริงว่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
แคท , 24 พฤศจิกายน 2552 20:05
โรงเรียนสอนไฮโซเล่นหุ้น
ความคิดเห็นที่ 13
ศุภลักษณ์ , 24 พฤศจิกายน 2552 20:04
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด รู้ทุกอย่างแต่ทำไม่ได้ และก็ไม่ได้ทำ ติดคำว่าผลประโยชน์กับพวกพร้อง
ความคิดเห็นที่ 12
TT , 24 พฤศจิกายน 2552 19:46
เห็นด้วยครับ น่าจะนำท่านเหล่านี้มาช่วยกันคิดโครงการต่างๆเพื่อพัฒนาสังคมไทย เพื่อคืนกำไรให้สังคม เพราะแต่ละท่านก็เป็นผู้นำในแต่ละด้าน น่าจะเป็นประโยชน์กับสังคมมากเลย
ความคิดเห็นที่ 11
คนดีที่โลกลืม , 24 พฤศจิกายน 2552 18:35
มีแต่คนมีตำแหน่งใหญ่โต รวมกลุ่มทั้งที ทำประโยชน์ได้มากกว่านี้อีกมาก
ความคิดเห็นที่ 10
พรรคพล , 24 พฤศจิกายน 2552 18:32
"Know How ไม่สำคัญเท่า Know Who ถ้ารู้จักคน เข้าให้ถูกทาง จะทำงานอะไรก็ลื่น" เป็นเรื่องจริงในสังคม
ความคิดเห็นที่ 9
แอน , 24 พฤศจิกายน 2552 18:27
จริง ๆ แล้วเค้าไม่ได้ไปเรียนนะ แต่เค้าต้องการไปเจอกลุ่มเพื่อนระดับเดียวกันมากกว่า
ความคิดเห็นที่ 8
อุดม , 24 พฤศจิกายน 2552 15:13
มีแต่ไฮโซ
ความคิดเห็นที่ 7
สมบัติ , 24 พฤศจิกายน 2552 14:37
ชอบจัง คำว่า Know How ไม่เท่า Know Who
เป็นจริงที่สุด
ความคิดเห็นที่ 6
นนนี , 24 พฤศจิกายน 2552 13:43
แหล่งรวมคอนเนกชั่นของจริง
ความคิดเห็นที่ 5
ลักษณา , 24 พฤศจิกายน 2552 13:41
อยากเรียนบ้างจัง แต่คงไม่มีโอกาส เพราะไม่ได้เป็นผู้บริหาร
ความคิดเห็นที่ 4
อุเทน , 24 พฤศจิกายน 2552 13:40
เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ต้องการการยอมรับจากสังคม แต่ถ้าจะให้ดีแทนที่จะรวมกลุ่มไปดูงานต่างประเทศ เปลี่ยนเป็นไปช่วยสังคมชนบทบ้านเราจะดีกว่ามั้ง
ความคิดเห็นที่ 3
กาน , 24 พฤศจิกายน 2552 13:38
เห็นภาพของแวดวงสังคมไทย ว่าพรรคพวกกันแค่ไหน
ความคิดเห็นที่ 2
เจเจ , 24 พฤศจิกายน 2552 13:35
ความรู้เรียนกันได้ไม่สิ้นสุดจริง ๆ แถมได้เพื่อนระดับเดียวกันอีกต่างหาก คุ้มจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 1
ลพ , 24 พฤศจิกายน 2552 13:25
แหล่งคอนเนชั่นขนานแท้