ชายคนนั้นยืนนิ่ง จ้องมองไม่กะพริบไปที่โต๊ะตรงหน้า บนโต๊ะเป็นกองผงเกลือสีขาว เต็มตลอดความยาวของโต๊ะ
เขาก้มตัวลงช้าๆ ค่อยๆ แนบหน้าคลุกกับกองเกลือราวกับมันเป็นของรักหนักหนา พลางก็ค่อยๆ เคลื่อนกายไปรอบๆ โต๊ะ กองเกลือที่ขาวเรียบอยู่แต่แรก จึงปรากฏร่องรอยของมือและใบหน้าที่ชายคนนั้นฝากไว้
กำเกลือไว้ในมือ เขายกมือขึ้น "ตบ" ไปที่ใบหน้าตนเองอย่างแรง ตบแล้วตบอีกหลายครั้ง ก่อนที่ตบสุดท้ายจะจับเข้าที่เบ้าตาจนลืมตาแทบไม่ขึ้น แล้วจึงวิ่งออกจากห้องนั้นไป
หลังจากจบการแสดงและล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย เขาบอกว่าการแสดงที่จบลงไปนั้นหาใช่การรำแก้บนหรือการแสดงทรงเจ้าเข้าผีแต่อย่างใด หากเป็นกิจกรรมศิลปะที่เรียกว่า "ศิลปะการแสดงสด" หรือ "Performance Art" ต่างหาก
Performance Art =?
จริงๆ แล้วศิลปะการแสดงสด หรือ Performance Art คืออะไรกันแน่
"ชายคนนั้น" หรือ จุมพล อภิสุข ผู้ก่อตั้งเทศกาลศิลปะแสดงสดนานาชาติ "เอเชียโทเปีย" (ASIATOPIA International Performance Art Festival) อธิบายว่า คือ การทำงานศิลปะสดๆ ต่อหน้าคนดู อาจจะใช้ภาษาท่าทางในการสื่อความหมายล้วนๆ หรือจะมีวัสดุอุปกรณ์อะไรมาประกอบด้วยก็ได้
"บางคนอาจจะแสดงการวาดรูปก็มี บางคนก็เขียนหนังสือ บางคนก็ใช้ร่างกายตัวเองในการสื่อความหมาย มีหลากหลาย แต่หลักๆ คือการแสดงต่อหน้าคนดูในระยะเวลาที่กำหนดขึ้นมา ถ้าแสดงคนเดียวก็อาจจะนานหน่อย แต่ถ้าเป็นเทศกาลที่มีศิลปินหลายคนก็อาจจะแบ่งเวลาคนละ 20-30 นาที"
จะว่า "ศิลปะการแสดงสด" เป็นแนวทางการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศก็ไม่ผิด เช่นเดียวกับการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยแทบทุกแขนง
แม้ว่าในเมืองไทย ศิลปะการแสดงสด อาจจะไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนักหากเทียบกับการทำงานศิลปะในสาขาอื่นๆ เช่น จิตรกรรมหรือประติมากรรม แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา ศิลปะการแสดงสดเป็นแนวการสร้างงานศิลปะที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักศึกษาศิลปะและศิลปินรุ่นใหม่อย่างมากในขณะนี้
"ถามว่าการแสดงสดในไทยเริ่มมาอย่างไร ก็มีศิลปินอาวุโสหลายๆ คนทำกันมาบ้างแต่ยังไม่ได้เป็นรูปขบวนการมากนัก ไม่มีเชิงทฤษฎี ตอนผมกลับมาเมืองไทยปี 1985-1986 ได้มาช่วยงานหอศิลป์พีระศรี ก็เริ่มมาแนะนำศิลปะในเชิงที่ใช้เวลาเป็นข้อจำกัด (Time Base) ซึ่งก็รวมทั้งศิลปะการแสดงสดด้วย" จุมพล อธิบาย
จุมพลเริ่มแสดงผลงานศิลปะการแสดงสดครั้งแรกเมืองไทยในปี 1987 ใน 3 พื้นที่คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ สถาบันเกอเธ่ และหอศิลป์พีระศรี ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นยุคแรกๆ ที่เริ่มมีศิลปะการแสดงสดในประเทศไทย
จากจุดนั้น จุมพลได้รับเชิญจากกลุ่มศิลปินและเทศกาลศิลปะในต่างประเทศให้เดินทางไปร่วมแสดงผลงานศิลปะการแสดงสด ขณะเดียวกันเขาได้ก่อตั้ง "ศูนย์ศิลป์บ้านตึก" เป็นที่พำนักและแสดงผลงานของศิลปินจากต่างประเทศ ก่อนที่กิจกรรมนั้นจะขยายตัวเป็นเทศกาล "เอเชียโทเปีย" ในเวลาต่อมา
"เวลาผมไปแสดงงานในต่างประเทศ เจอศิลปินเอเชียก็คุยกันว่าทำไมเอเชียไม่มีเทศกาลให้เราได้มาเจอกันบ้าง ก็คุยกันว่าใครจัดได้ก่อนก็จัดแล้วกัน พอดีเราทำได้ก่อนก็เลยถือว่าเป็นที่มาของ "เอเชียโทเปีย" ก็เรียกได้ว่าได้รับแรงบันดาลใจและการสนับสนุนจากเพื่อนๆ ที่ทำงานในต่างประเทศ ตอนหลังศิลปินในยุโรปก็มาด้วย ใครหาเงินมาได้ก็มา"
ASIATOPIA =?
เทศกาลศิลปร่วมสมัยนานาชาติ สาขาแสดงสด ที่ชื่อ "เอเชียโทเปีย" จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ.2541 (ค.ศ.1998) โดยกลุ่มศิลปินคนไทยจำนวนไม่กี่คน และกำลังเงินสนับสนุนไม่มากนัก แต่ก็สามารถนำศิลปินนานาชาติกว่า 300 คนมานำเสนอผลงานศิลปะการแสดงสดต่อหน้าผู้ชมชาวไทยได้
"ตอนที่จัดแรกๆ บ้านเรายังไม่มีพื้นที่ศิลปะมากนัก ก็ไปจัดในสวนสาธารณะ จุดเริ่มต้นของเทศกาล "เอเชียโทเปีย" ครั้งแรกจัดที่สวนสราญรมย์ซึ่งเป็นสวนสาธารณะ คนดูก็ดูเมื่อเห็นน่ะนะ เดินผ่านเห็นก็หยุดดู มีการจัดเสวนาก็มีคนมาฟังบ้าง เสียงตอบรับตอนนั้นก็เลยนับไม่ค่อยได้ การจะสอบถามจากคนดูก็ยากเพราะเขาดูแล้วก็ไป มีคนเข้ามาถามบ้าง เรียกได้ว่ามีคนสนใจแต่คงไม่มากนัก"
จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น เทศกาลศิลปะนานาชาติที่ริเริ่มโดยกลุ่มศิลปินไทยยังคงจัดต่อเนื่องมาทุกปี พร้อมกับเสียงตอบรับที่เพิ่มมากขึ้น
"จากปีแรกเราก็จัดต่อเนื่องมาตลอดทุกปี ยกเว้นปี 2544 ที่มีการประท้วงคุณสมัคร สุนทรเวช เกี่ยวกับนโยบายหอศิลป์ กทม. เพราะปีนั้นเราจัดกิจกรรมศิลปะการแสดงสดกันทั้งปี ก็เลยไม่จำเป็นต้องมีเทศกาล"
จนถึง "เอเชียโทเปีย" ปีที่ 10 เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2551 ศิลปินจากทั่วโลกราว 90 คน เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับเทศกาลศิลปะแสดงสดที่ริเริ่มโดยศิลปินไทยที่สามารถยืนหยัดมาจนครบรอบ 10 ปี
"ปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่จัดที่หอศิลป์ กทม. มีคนมาให้เบอร์โทรศัพท์ ให้อีเมลรวมแล้วพันกว่าราย ก็แสดงว่ามีคนดูอย่างน้อยพันคน ยังตอบไม่ได้ว่านี่คือแฟนหรือเปล่า แต่ก็เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ" จุมพล สรุป
อย่างไรก็ตาม ศิลปินส่วนหนึ่งที่มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนั้นไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ด้วยเหตุสนามบินนานาชาติของกรุงเทพฯ ถูกปิดชั่วคราว แม้ว่าจะผิดหวัง แต่หลายคนก็ยังมุ่งมั่นรอคอยที่จะได้มาร่วมกิจกรรมนี้ให้ได้ จนหนึ่งปีผ่านไป ศิลปินฮ่องกง เยอรมัน และออสเตรีย ก็ได้ยืนยันว่าจะมาร่วมในเทศกาลเอเชียโทเปีย ปีที่ 11 ช่วงปลายปีนี้
10 ปีที่ผ่านไป
แม้ว่าในประเทศไทย ศิลปะการแสดงสดจะยังไม่แพร่หลายนัก แต่หากมองไปที่ระดับภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ก็นับว่าเป็นดินแดนที่ศิลปะการแสดงสดกำลังผลิตดอกเบ่งบานอย่างไม่น้อยหน้าโลกตะวันตก จนมีการกล่าวขานกันว่า "ทุกสายตากำลังจ้องมองมาที่เอเชีย"
จุมพลมองว่า หากจะประเมินพัฒนาการของศิลปะการแสดงสดในไทยหลัง 10 ปีผ่านไป เรียกได้ว่าศิลปินที่นำเสนอผลงานศิลปะการแสดงสดยังคงเป็นกลุ่มศิลปินรุ่นแรกๆ ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่เริ่มศิลปะแขนงนี้ในไทย
"ถ้าจะนับปริมาณศิลปินก็เรียกว่ายังอยู่ในแวดวงแคบๆ เป็นกลุ่มเพื่อนฝูงที่เข้ามาทำด้วยกันตั้งแต่รุ่นแรกๆ ขยายเหมือนกันแต่ขยายช้า ปีแรกมีศิลปินไทย 6 คน ปีนี้ 10 กว่าคน อีกอันคือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มีการเปิดสอนวิชาศิลปะการแสดงสดอยู่ในคณะจิตรกรรม ก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้า แล้วก็เริ่มมีนักศึกษามาศึกษาเรื่อง Performance Art บ้าง 10 ปีที่ผ่านมามีนักศึกษามาทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Performance Art ในประเทศไทย แล้ว 2 คน"
จุมพลมองว่า ศิลปะการแสดงสดก็ตกที่นั่งไม่ต่างกับศิลปะสาขาอื่นๆ ในไทย คือคนไทยยังไม่ได้มองว่าศิลปะเป็นส่วนสำคัญกับชีวิต ขณะที่การส่งเสริมให้คนเข้าถึงศิลปะก็ยังมีน้อย
"มันก็เกี่ยวกับว่าต้องมีแสดงให้คนได้เห็นกันบ่อยๆ จริงๆ งานศิลปะอื่นอย่างจิตรกรรมก็ไม่มีใครสอนว่าดูอย่างไรแต่มีให้เห็นบ่อย แต่สำหรับศิลปะการแสดงสดพอคนเจอสื่อที่ไม่คุ้นเคยก็อาจจะต้องดูบ่อยขึ้นถึงจะเข้าใจ ตรงนี้เราก็ยอมรับว่าเรามีข้อจำกัดเพราะปีหนึ่งก็มีกำลังจัดได้ครั้งเดียว"
ASIATOPIA 11/2009
"เทศกาลศิลปแสดงสดนานาชาติ เอเชียโทเปีย ครั้งที่ 11" (ASIATOPIA 11/2009 International Performance Art Festival) ที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจเรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอ "ประติมากรรมไร้รูป บทกวีไร้ภาษา" รวม 15 ผลงานจากศิลปินเยอรมนี ออสเตรีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย สิงคโปร์ อินเดีย พม่า และไทย
"ปีนี้ออกจะเป็นงานในเชิงความคิด (Conceptual) มากกว่างานเชิงการแสดงออก (Action) ศิลปินบางคนทำงานที่เล่นกับสิ่งแวดล้อม บางคนก็ทำงานที่มีเนื้อหาทางการเมือง หรือเนื้อหาเกี่ยวกับสังคมโดยตรง ปีที่แล้วงานดูสนุกเยอะ ปีนี้เป็นงานเนื้อหามากกว่างานแนวดูสนุก เพราะฉะนั้นคนที่ได้ดูปีที่แล้วมาปีนี้อาจจะรู้สึกว่างานต่างออกไป" จุมพล กล่าว
ศิลปินนานาชาติที่พาเหรดเข้าร่วม "เอเชียโทเปีย ครั้งที่ 11" อาทิ มัตติอัส แจ๊กกิสตช์ "ประติมากรเสียง" ที่สร้างผลงานมายาวนานกว่า 20 ปีตั้งแต่นครเดรสเด็นที่เขาอาศัยยังอยู่ในเขตเยอรมันตะวันออก ถือเป็นศิลปินคนสำคัญคนหนึ่งของเดรสเด็น
อีวา เออร์สปรัง ศิลปินหญิงแห่งเมืองกราซ ประเทศออสเตรียที่หลงใหลเสน่ห์ความเป็นไทย เคยจัดเชิญศิลปินไทย 8 คน ไปแสดงผลงาน ณ กรุงกราซและเวียนนาเมื่อหลายปีมาแล้ว ปีนี้เธอมาพร้อมกับเพื่อนศิลปินคือ ดอรีส จ๊อกฮีนส์
ยู่จี มารุ ศิลปินหนุ่มฮ่องกงที่มีผลงานแสดงมากกว่าสิบครั้งต่อปี ทั้งในฮ่องกง แผ่นดินใหญ่และนานาประเทศ จัดว่าเป็นตัวแทนของ "รุ่นที่สอง" ของศิลปินแสดงสดในฮ่องกง
วาร์ช่า แนร์ ศิลปินชาวอินเดียที่พำนักอยู่ในประเทศไทยแต่ไปโด่งดังในยุโรป วาร์ช่า เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ขยันขันแข็งของเทศกาลแลกเปลี่ยนศิลปินหญิง "วูแมนิเฟสโต- Womanifesto"
ไค แลม จากสิงคโปร์ ผู้พยายามทำศิลปะให้เป็นสิ่งธรรมดาสามัญ เขาคือสมาชิกคนสำคัญรุ่นแรกๆ ของ 'หมู่บ้านศิลปิน' ในสิงคโปร์ มาพร้อมกับ เจรามี ไฮอะ เจ้าของโครงการ "Your Mother Gallery" นอกจากนี้ยังมี เมลาตี ซูร์ดายาโม จากอินโดนีเซีย และ ซอนซา พยู จากพม่า
สำหรับศิลปินไทย ยังคงนำโดย จุมพล อภิสุข เช่นเคย รวมถึง พดุงศักดิ์ คชสำโรง, นพวรรณ สิริเวชกุล, วิชุกร ตั้งไพบูลย์, จักรกริช ฉิมนอก, มงคล เปลี่ยนบางช้าง และวรรณชาติ ลิขิตมานนท์
พบกับเทศกาลเอเชียโทเปียครั้งที่ 11/2552 ได้ที่หอศิลปแห่งกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 13-15 พฤศจิกายน และที่หอศิลปมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 20-22 พฤศจิกายน
Tags : แสดงสด ASIA TOPIA • จุมพล อภิสุข




