กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 01:00

2012 ไม่เชื่ออย่าประมาท

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ลำพังดูทีเซอร์หนัง กับฟังข้อมูลอันน่ากลัว ก็ยังไม่อยากให้ปักใจเชื่อว่า อีก 3 ปีโลกจะแตก ... ถ้ายังไม่ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับกูรู 3 ท่านนี้

จนกว่าจะถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2555 (2012) การถกเถียงเรื่องวันที่โลกใบนี้จะแตกดับคงนับได้อีกไม่ถ้วน
 แต่จะดีกว่าไหม ถ้าได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและรอบด้าน จากผู้เชี่ยวชาญและศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อไม่ฟังความข้างเดียว
 โดยเฉพาะกับเรื่องระดับ "โลก" อย่างนี้

ต้นทางจากมายา
 ต้นทางแห่งความคิดชุดนี้มาจาก ปฏิทินชนเผ่ามายา ชนเผ่าโบราณ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกาลเวลาและดาราศาสตร์ ซึ่งนับเอาวันดังกล่าวเป็นวันสิ้นสุดปฏิทินลอง เคาต์ (Long Count) หรือปฏิทินฉบับที่ 3 ของชาวมายา นอกเหนือไปจาก 2 ฉบับแรกที่เป็นฉบับปกติ และฉบับสอง - ศาสนา

 "จริงๆ ชาวมายาไม่ได้กำหนดวันชัดเจน ซึ่งปฏิทินแบบ Long Count เป็นการคำนวณระยะยาว ซึ่งแบ่งได้ 5 ยุค และ ตอนนี้เป็นยุคที่ 5 ซึ่งยุคที่ 5 นี้เริ่มต้นเมื่อ 5,000 กว่าปีมาแล้ว แล้ววันสิ้นสุดของยุคนี้ แปลความออกมาได้ว่าเป็นวันที่ 20 ธันวา 2012 แต่ก็ไม่ได้บอกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น" ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ คอลัมนิสต์ นักคิด นักเขียนอิสระ และผู้เขียนหนังสือ ๒๑ ธันวาคม ค.ศ.๒๐๑๒ วันพลิกชะตาโลก ให้ความรู้ปูพื้นฐาน

 ด้วยความที่เรื่องราวของชาวมายา ผู้อาศัยอยู่ในดินแดนยูคาทาน ในเม็กซิโกและกัวเตมาลาในราวศตวรรษที่ 3-16 ก่อนคริสตกาล ค่อนข้างลึกลับน่าค้นหา สมัยนั้นอาณาจักรมายาได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง แต่จู่ๆ อารยธรรมก็ล่มสลายอย่างหาเหตุผลไม่ได้  ยิ่งเป็นปริศนาให้คนรุ่นหลังสนใจในชนเผ่านี้มากขึ้นไปอีก

 "ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ชาวมายาทิ้งไว้ให้ จะถูกนำไปตีความเสมอๆ โดยเฉพาะเรื่องวันสิ้นสุดโลก" ชัชรินทร์ คิดเช่นนั้น

ชาวตะวันตก เช่น นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์สมัครเล่น คือ คนกลุ่มแรกๆ ที่นำ "สิ่งใดๆ" นั้นมาตีความ จนข้อมูลต่างๆ เริ่มแพร่วงกว้างมากขึ้น และลามไปถึงวงการนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์

 เป็นที่มาของทฤษฎีและความเป็นไปได้ต่างๆ ที่กลายเป็น "ประเด็น" ในโลกปัจจุบัน
 ตามมาด้วยการตีความสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ไว้ 2 กระแสแบบตรงข้ามกันสุดขั้ว

แบบแรก - มองโลกในแง่บวก เป็นทฤษฎีของกลุ่มนิวเอจ (New Age Theories) ที่เสนอว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ดีขึ้นทั้งกายภาพและทางจิตวิญญาณ

"ทฤษฎีหนึ่งซึ่งเสนอโดย เทเรนซ์ แมคเคนนา กล่าวถึง 'สภาพความใหม่ (novelty)' ซึ่งนิยามว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของความเชื่อมโยงระหว่างกันและกันของสิ่งต่างๆ ในเอกภพ และสภาพความใหม่ดังกล่าวจะพุ่งสูงสุดเป็นอนันต์ในปี 2012" ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิชาการจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดมุมมองในโลกวิทยาศาสตร์

 และ แบบสอง - มองโลกในแง่ลบ เป็นทฤษฎีวันสิ้นโลก (Doomsday Theories) เสนอว่าจะเกิดหายนะครั้งใหญ่หลวง ที่จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์และโลกอย่างกว้างขวาง

 "พูดถึงการกลับขั้วของแม่เหล็กโลกในปีดังกล่าว ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์ลุกจ้าบนดวงอาทิตย์ครั้งมโหฬาร หมายถึงการระเบิดในระดับพื้นผิวของดวงอาทิตย์ เชื่อกันว่า ปี 2012 จะเกิดจุดบนดวงอาทิตย์มากที่สุด และสนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์จะแปรปรวนมากที่สุด เรียกว่า โซลาร์แม็กซิมัม (solar maximum)"

พ้องกับข้อมูลจาก NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration : หน่วยงานตรวจสอบและรายการอากาศ ข้อมูลระดับน้ำ และแจ้งเตือนภัยจากภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องสำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา) ที่ระบุไว้ว่า โซลาร์แมกซิมัมจะเกิดในเดือนพฤษภาคม 2013

จุดบนดวงอาทิตย์ที่ ดร.บัญชา อ้างถึง คือ "จุดดับ" ซึ่งมีการตีความกันต่อว่า ปี 2012 จะเกิดการระเบิดของจุดดับ หรือ การปะทุของดวงอาทิตย์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พายุสุริยะ

 "บางทฤษฎีก็เอาเรื่องดาราศาสตร์มาโยง ว่า ณ ช่วงเวลานั้น ดวงอาทิตย์ จะโคจรมาอยู่ในแนวเดียวกับดาวพฤหัส และดาวเสาร์ ซึ่งจะส่งอิทธิพลต่อจุดดับของดวงอาทิตย์อย่างมหาศาล ชนิดทำลายล้างโลกได้" ต่อจากประโยคเดียวกัน แต่ชัชรินทร์เสริมอีกว่า "มันก็ไม่ถึงกับมีเหตุผลสักเท่าไหร่ ก็เหมือนกับที่มีคนบอกว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯ นั่นแหละ ยังโต้กันไปโต้กันมา"

 ยังจะมี "ดาวเคราะห์นิบิรุ" ที่ลือกันตั้งแต่ปี 1995 ว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้จะพุ่งเข้าชนโลกในปีเดียวกันนี้อีก
 ที่มาของข่าวชิ้นนี้ ว่ากันว่า คือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก

ข้อเท็จ-จริง
 ในฟากวิทยาศาสตร์ ดร.บัญชา เผยว่า หนังสือ The Maya ซึ่งเป็นเล่มแรกที่จุดพลุเรื่อง 2012 ซึ่งเขียนโดย Michael D.Co ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรก (ค.ศ.1966) ระบุว่า เอกภพนี้จะถูกทำลายล้างในวันที่ 24 ธันวาคม 2011

 หากในการพิมพ์ครั้งที่ 2 วันดังกล่าวถูกปรับเป็น 11 มกราคม 2012 และ การตีพิมพ์ครั้งที่ 3 ก็เลื่อนไปเป็น 23 ธันวาคม ปีเดียวกัน

"ส่วนเรื่องการเรียงตัวในแนวเดียวของดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ในแนวเดียวกับหลุมดำมวลมหาศาล (supermassive black hole) ซึ่งเชื่อว่าความโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์และหลุมดำ จะผนึกกำลังกันทำให้เกิดความปั่นป่วนในโลก..

แต่ควรรู้ด้วยว่า หลุมดำดังกล่าวอยู่ห่างจากโลกถึง 30,000 ปีแสง จนมิอาจส่งผลใดๆ ที่มีนัยสำคัญต่อโลกและระบบสุริยะได้" ข้อเท็จจริงจาก ดร.บัญชา

 ส่วนนักคิด นักเขียนอย่างชัชรินทร์ ที่ตอนนี้หันมาศึกษาด้านศาสนาอย่างจริงจังนั้น วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์ "โต้กันไปโต้กันมา" ระหว่างฝั่งเชื่อและไม่เชื่อว่า เกิดจากขอบเขตความรู้ด้านจักรวาลของนักวิทยาศาสตร์ยังมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น การเอาข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่น้อย ไปคัดง้างกับความเชื่อที่เต็มไปด้วยความลึกลับ น่าค้นหา ขณะเดียวกันก็ชวนติดตามอย่างสุดๆ นั้น ผลก็คือ

"ด้วยความที่ยังตอบในหลายๆ คำถามไม่ได้ มันจึงไม่สามารถหักล้างความเชื่อทางโบราณได้ มิหนำซ้ำ กลับยิ่งโจษจันกันมากขึ้น" ชัชรินทร์ บอกอีกว่า คงต้องขึ้นกับสติ และวิจารณญาณของผู้อ่าน ผู้ฟังแล้ว

วิทยาศาสตร์ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง
 ส่วนหนึ่งที่ทำให้ "อวสานโลก" กลายมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งคือ ภาพยนตร์เรื่อง 2012 ซึ่งสร้างจากนิยายของ Rolannd Emmerich ที่ปล่อยทีเซอร์ ออกไปแล้วทั่วโลก

"ตอนนี้มันไม่มีที่ชัดเจนว่ามันจะเกิดขึ้นได้   อย่างน้อยๆ ในความรู้ทางวิทยาศาสตร์ตอนนี้ยังไม่มีภาวะคุกคามอะไรที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้น"  ดร.อนนท์  สนิทวงศ์  ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรม การเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ชี้แจงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของกระแสดังกล่าว  พร้อมทั้งให้ข้อมูลว่า  การที่จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ถึงขนาดทำให้โลกสูญสิ้นได้นั้นไม่มีทางเกิดในระยะเวลา 1-2 ปี แน่นอน  เพราะถือว่าเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆ  แต่หากกล่าวถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ก็มีบ้างที่ปะทุขึ้นมา  เนื่องมาจากเป็นภัยพิบัติที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน  หรือในกรณีที่คาดการณ์ว่ามีอุกกาบาตใหญ่เข้ามาชนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน  ก็ยังมีความเป็นไปได้น้อย

 "โดยปกติแล้วก็จะมีการติดตามวัตถุในอวกาศ   และสัญญาณที่ระบุว่ามีวัตถุขนาดใหญ่พอที่จะคุกคามโลกได้นี่ยังไม่มี   แต่เราจะบอกว่าปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์เลยก็ไม่ได้  แต่ว่ายังไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้  เพราะว่ายังมีเรื่องอื่นให้ต้องกังวลมากกว่า  อย่างเรื่องของภัยพิบัติขนาดเล็ก  ขนาดเล็กที่ว่าก็ตายเป็นแสนๆ ได้  เช่น สึนามิ แต่ก็ยังไม่ถึงสิ้นโลก  และเหตุการณ์แบบนี้มันพร้อมที่จะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้"

กับบางประเด็นที่ลือกันหนาหู โดยเฉพาะเรื่องการเรียงตัวของดวงดาว ดร.อนนท์ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ นอกจากระดับน้ำทะเลขึ้น-ลง เล็กน้อย เช่นเดียวกับการสลับขั้วของแม่เหล็กโลกที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และแต่ละครั้งกว่าจะเกิดได้ต้องใช้เวลานานมาก ไม่ใช่แค่ 2-3 ปี

"แต่วิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ยังมีอีกหลายเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่ายังไม่รู้ หรือรู้ไม่จริง  หรือรู้ผิดดังนั้นมันก็คือยังมีความเสี่ยง เราคงต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง"

 มุมมองของ ดร.อนนท์ กระแสวันสิ้นโลกมีข้อดีอยู่เหมือนกัน

 "คงเป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดของคนในสังคมได้  แทนที่จะสนใจแต่เรื่องส่วนตัว  กลับทำให้สังคมตื่นตัวและหันมาสนใจเรื่องของภัยพิบัติมากขึ้น"

แต่เชื่อไม่เชื่อ ก็อีกเรื่องหนึ่ง...

เหลือเวลาแค่ 5 นาที
 ตัดเรื่องวันออกไป ถ้าดูแนวโน้มดาวเคราะห์สีฟ้าในปัจจุบัน ชัชรินทร์ยอมรับว่า โลกกำลังเคลื่อนไปสู่หายนะจริงๆ

 "ไม่ใช่เพราะสิ่งที่มาจากนอกโลก แต่เพราะผู้คนในโลกที่จะนำไปสู่การสิ้นสุดเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ชั้นบรรยากาศที่ถูกโลกอุตสาหกรรมทำลายมาติดต่อกันเกินกว่า 200 ปี วิถีชีวิตแบบทุนนิยมที่เป็นส่วนหนึ่งของภาวะเรือนกระจก น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ความร้อนที่สูงขึ้น โรคระบาดกลายพันธุ์ ฯลฯ"

 นักวิทยาศาสตร์อย่าง สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง , อาร์เธอ ซี คลาก ที่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด ประกาศนับถอยหลังมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

"มีการเลื่อนนาฬิกาสิ้นโลกให้เหลืออีกแค่ 5 นาที" อดีตบรรณาธิการนิตยสารอาทิตย์ อธิบายต่อว่า เดิมที นาฬิกาเรือนนี้ถูกตั้งไว้ให้เหลือเวลา 7-8 นาทีในยุคสงครามเย็น แต่พอสิ้นสุด เหตุการณ์สงบ ก็ถูกเลื่อนเวลาให้เหลือมากกว่านั้น แต่สุดท้ายด้วยปัจจัยต่างๆ นานาข้างต้น นักวิทยาศาสตร์สรุปกันแล้วว่า เข็มนาทีต้องมาหยุดที่เลข 11

คำถามต่อมาคือ ระหว่างนี้จะต้องเตรียมตัวอย่างไร

"ดีที่สุดคือ เตรียมใจและเตรียมความคิด อย่างอื่นไม่ต้องเตรียมเลย เพราะมันเกินกว่าเราจะเตรียมได้" ชัชรินทร์ตอบอย่างอารมณ์ดี

 นอกจากมองและคิดทุกสิ่งว่าอนิจจัง เวลาที่เหลือต่อจากนี้ ถ้าเป็นไปได้ หาทางปรับเปลี่ยนความคิด ปฏิสัมพันธ์กับโลกและเพื่อนมนุษย์ เพื่อเวลาที่เหลืออันสั้นจะยืดยาวออกไป หรือไม่เกิดเลย

 "ไม่ใช่แค่ปิดแอร์ก่อนเวลา หิ้วถุงผ้า หรือกินอาหารออร์แกนิกส์" ชัชรินทร์พูดไว้เป็นแนวทาง
 ส่วนเรื่องวันที่ 21 ธันวาคม 2012 เขสบอกว่า..

 "ขนาดในคัมภีร์ไบเบิล อัครสาวกถามพระเยซูว่า วันสิ้นสุดโลกจะเกิดเมื่อไหร่ พระเยซูตอบว่า ผู้ที่รู้มีแต่พระเจ้าองค์เดียว"   

............................................

นับถอยหลังกันบ้างไหม

ธนชัย อุชชิน หรือ ป๊อด โมเดิร์นด๊อก

"..ก็ไม่ได้ใส่ใจในประเด็นนี้สักเท่าไหร่  เพราะรู้สึกว่าเรามีเรื่องที่ต้องดูแลมากกว่าตรงเยอะ คือไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มาก  เท่าที่ทราบเกี่ยวกับกระแสวันสิ้นโลกตอนนี้  คือทราบว่ามีหนังเรื่อง 2012  ออกมา  มีทีเซอร์ออกมา ผมก็ดูบ้างผ่านๆ ส่วนตัวแล้วถ้ามีโอกาสก็คงไปชมภาพยนตร์บ้างเหมือนกัน  ก็ดูเพลินๆ  ไม่ได้คิดอะไรมาก"

ป๊อดยอมรับว่า  เรื่องนี้เป็นกระแสที่สังคมกำลังให้ความสนใจ  แต่ไม่อยากให้เป็นตัวนำความตื่นตระหนกมาสู่สังคม  เขามองว่าน่าจะใช้ประโยชน์จากกระแสนี้  เพื่อให้เกิดผลดีต่อสาธารณะและสิ่งแวดล้อม

" ถ้ามองในแง่ดี  การที่สังคมสนใจในประเด็นนี้ มันทำให้คนทั่วไปหันมาดูตัวเองว่า  ทุกวันนี้เราอยู่กันยังไง  เราดูแลสิ่งแวดล้อมกันอยู่หรือเปล่า  หรือตอนนี้เรากำลังทำลายสิ่งแวดล้อมกันอยู่หรือเปล่า   ประเด็นนี้น่าจะทำให้คนใส่ใจสิ่งรอบข้างมากขึ้น  หันกลับมาตั้งคำถามว่าเราทำอะไรเพื่อสังคม หรือสิ่งแวดล้อมบ้างมั้ย  และมองพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราว่าบริโภคสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน"

 วีรภัทร  ทิพยครรชิต  เจ้าของเหรียญเงินจากการเข้าร่วมแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ  ประจำปี 2552 
 "ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดขึ้นปีไหนกันแน่  แต่ในประเด็นของอุกกาบาตชนโลกและแม่เหล็กโลก  ผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้  อย่างเรื่องอุกกาบาต  คือมันเกี่ยวข้องกับระบบสุริยะ  แล้วในระบบสุริยะเราก็มีอุกกาบาตลอยอยู่เยอะแยะ มันก็มีโอกาสที่จะมาชนโลก  เหมือนกับยุคไดโนเสาร์ที่มันต้องสูญพันธุ์ไปก็เพราะอุกกาบาตชนโลก" 

   ในประเด็นสนามแม่เหล็กโลก ก็ไม่ต่างกัน
 "ถ้าแกนโลกผิดปกติไป  สนามแม่เหล็กก็ผิดปกติ  รังสีอันตรายพวกนี้ก็จะเข้ามาสู่โลกมากขึ้น  ก็อาจจะทำให้คนเราตายได้  แต่ว่าโลกคงไม่ได้ระเบิด  แต่คงมีการเสียชีวิตในจำนวนที่มากๆ   ก็เชื่อว่าทั้งสองประเด็นนี้มีความเป็นไปได้  ขนาดองค์การนาซ่า  ยังมีการศึกษาเรื่องนี้กันอยู่เลย"

แม้จะเชื่อว่าเป็นไปได้  แต่วีรภัทรไม่ได้คาดการณ์ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริง กลับมองว่า "โลกร้อน" ที่กำลังเกิดอยู่ ณ ขณะนี้ ใกล้ตัวมากกว่า และควรซีเรียสกับมันมากกว่า

"ผมก็เหมือนคนทั่วๆ ไป ยังใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม  แต่ก็มีสงสัยบ้างว่า  เออ.. มันจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ถ้ารู้ว่ามันจะเกิดขึ้นแน่ๆ ผมก็คงใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายกับครอบครัว   แต่จริงๆ เรื่องโลกร้อนน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงมากกว่า  มันมีโอกาสมากที่สุดที่จะเกิดขึ้น  ยังไงมันต้องเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของผมแน่ๆ" 

Tags : 2012 ไม่เชื่ออย่าประมาท บัญชา ธนบุญสมบัติ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ อนนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21

อาชีพเสริม รายได้เสริม กับ บริษัทที่มีความมั่งคง จริงใจ และ เป็นที่รู้จัก
ทำง่าย ไม่กระทบ งานประจำ ถ้าขยัน รายได้มากกว่าเงินเดือน แน่นอน
มีประกันอบัติเหตุให้ด้วย สนใจลองเข้าไปศึกษาได้เลย
www.you-can-do.net/?refno=32438

ความคิดเห็นที่ 20

บริษัท The First Power System


ต้องการที่จะรับสมัครพนักงานเพิ่มเติม

- ชาย/หญิง ที่มีเวลาและสนใจหางานทำ
- สามารถใช้คอมพิวเตอร์ Internet พื้นฐานได้
- อายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป
- ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
- ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

PART-TIME 5,000 - 12,000 บาท / เดือน
FULL-TIME 12,000 บาทขึ้นไป / เดือน

สนใจดูรายละเอียดที่ (สนใจแล้วกรอกข้อมูลด้านในตัวเว็ปไซด์ได้เลย)

>>>>>> http://www.nostalgiamark.thefirst-power.com/
>>>>>> http://www.nostalgiamark.thefirst-power.com/
>>>>>> http://www.nostalgiamark.thefirst-power.com/

ความคิดเห็นที่ 19

มาแชร์ข้อมูลกันในนี้นะครับ

http://www.facebook.com/endoftheworldcommunity

ความคิดเห็นที่ 18

โลกแตกก็ต่อดิ
รายการโลกเบี้ยวยังมี จะไปกัวอารายก่ะโลกแตก นิ คริ คริ

ความคิดเห็นที่ 17

ทำไมผมรู้สึกว่ามันมีคนมาชวนเข้า ลัทธิ เลยโฆษณาก็มี
ความเห็นที่9 มิงป.6แน่เหรอ?
การที่ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นดาวเคราะห์แคระนั้นต้องสูญเสียพลังงานอย่างมาก ซึ่งตอนนี้ยังเหลืออีกหลายล้านปี จากนั้นมันจะหดตัวแล้วเกิดsupernova ไม่ใช่ขยายและน้ำถึงจะขึ้น แต่ถ้าความร้อนมันถึงระดับนั้น มันจะกลายเป็นฝนตกตลอดเวลา เพราะมันก็ระเหยได้ มันจะเกิดน้ำหลากก่อน แต่ถ้าเอาจริงๆน้ำหลากก็ดูดซับความเสียหายซึนามิได้เล็กน้อย โลกสลับขั้วมันก็แค่เปลี่ยนทิศ แต่มันไม่ได้บิดศูนย์กลางแกนโลก ส่วนถ้าภูเขาไฟระเบิด มันจะไปถึงชั้นบรรยากาศแน่ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า มันจะไม่เกิดความเสียหายโดยตรงมาก แต่จะเกิดtoxicเขม่าควันและกัมมันตรังษี อากาศเป็นพิษด้วย อันนี้อันตรายกว่า และตอนนั้นเครือข่ายอิเล็กโทรนิกจะใช้ไม่ได้ เพราะมีสสารไปรบกวนชั้นOzoneทำให้ไม่มีสัญญาณ คล้ายๆEMP เพราะฉะนั้นถึงมีเรืออย่างเทพ ก็ง่อยได้ง่ายๆ และระยะเวลากว่าที่ดวงอาทิตย์จะดูดโลกน่ะ มันไม่ใช่แค่วัน2วันนะจ๊ะ และภูเขาไฟระเบิดจะเกิดแม่น้ำได้ไง- -ขอทฤษฏีหน่อย

ความคิดเห็นที่ 16

อย่าสมองหมาปัญญา * เรื่อง 2012 มันแหกตาชาวโลก

ความคิดเห็นที่ 15

หนีอย่างเดียวไคอยากตายก้อเชิน

ความคิดเห็นที่ 14

ใครบอกว่าโลกจะแตกครับ
มันเป็นแค่ข่าวลือครับ ว่า 2012 โลกจะเกิดภัยวิบัติ แต่อันที่จริงแล้ว ไม่จริงครับ

ที่เขาลือกันว่าโลกจะแตกเนี้ย เพราะมีเว็บไซต์วิทยาศาสตร์ปลอมเว็บหนึ่ง แสวงหาผลประโยชน์โดย สาธารนะชน
และที่เขาบอกว่า ปฏิทินของชาวมายาที่บอกไว้ว่า 2012 เป็นวันสิ้นสุดปฏิทินโลก อันที่จริงแล้ว
ปฏิทินตัวนั้น หาก ครบรอบวันที่กำหนดแล้ว จะ วน ซ้ำ อีกครั้ง ไม่ต้องไปกลางวนคับ โลกยังไม่แตก หลอก ปี 2012 21 ธันวาคา เดียวก็ ปี 2013 แล้ว ดูอย่าง ตอนนั้นสิ มีข่าวลือบอกว่า โลกจะแตก ปี 2000 และแล้วก็มะเหงแตกเลย ทางนาส่า ยืนยันแล้ว ว่าไม่แตกแน่นอนครับเชื่อผม

ความคิดเห็นที่ 13

ก็จริงอยู่ที่โลกจะเเตก 21 ธันวา 2555

ความคิดเห็นที่ 12

เชื่อเรื่องความเป็นจริง ที่จะเกิดกับโลกที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทำกันเองมากกว่า เกิดแน่ๆร้อยเปอเซน ใครก็ทำนายได้ แต่เรื่องพระเยซูนี่คงไม่เชื่อ เพระเราพุทธเชื่อพระพุทธเจ้ามากกว่า เพราะเกิดก่อน หลายร้อยปีนัก(เชื่อใครเชื่อมันแล้วกันอยากมาว่ากัน) วิทยาศาสตร์ ไม่สามารถตอบได้ทุกคำถามบนโลกนี้ คนที่ทำนายไว้หลังๆส่วนใหญ่รีบออกมาบอกก่อนเพื่อให้ตัวเองเป็นคนทำนายถูกที่สุด คนที่ทำนายไว้ก่อนหน้านั้น อยากดังในคนรุ่นหลังๆ (เข้าใจมะ) สิ่งที่ทุกศาสนาทำนายไว้ วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ แต่กลับกันวิทยาศาสตร์ตอบได้ไม่หมด มันยังไงกันแน่ละนี่

โลกเรามีอายุมาแล้วเป็นพันพันล้านปี พระเจ้าทุกพระองค์ เกิดมายังไม่ได้เศษส่วนของโลกใบนี้ แล้วจะบอกว่าพระเจ้ามีจริงได้ยังไง ใครสร้างโลกพระเยซุเหรอ ไม่ใช่! พระพุทธเจ้าเหรอ ไม่ใช่! แล้วใครสร้างไว้ UFO หรือเปล่า (ไม่รู้) หรือเกิดขึ้นเองตามที่นักวิทยาศาสตร์ ได้เคยอธิบายไว้ จากการรวมตัวกันของกลุ่มก๊าซ (ไม่แน่ใจ) และโลกมีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายร้อยรูปแบบ แต่มันคงไม่ใช่ระยะเวลาเพียงแค่วันเดียวจะเปลี่ยนแปลงไปได้หมด (แล้วอยู่ๆบางคนคงคิดว่า ไดโนเสาร์หายไปไหน) ผมเองคงตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้มีเพื่อนเป็นไดโนเสาร์ มันก็มีคนออกมาบอกหลายอย่างเรื่องไดโนเสาร์หายไปไหน ทั้งวิทยาศาสตร์ และศาสนาก็มีคำอธิบายไว้แล้ว 2 อย่าง แล้วจะเชื่อใคร ไดโนเสาร์พระเจ้าเอาไปเก็บไว้บนสวรรค์เหรอ ตลกละ เอาไปทำไม หรือเพราะอุกกาบาทถล่มโลกมีหลักฐานหลายอย่าง ก็ไม่แน่ใจ ทุกสิ่งอย่างยังไม่มีการฟันธงร้อยเปอเซ็น แล้วจะเอาคำพูด คำทำนายของใครต่อใครมาตัดสิน ถูกผิดได้ยังไง ถ้าโลกจะแต่ก็คงเป็น คนเป่าหูกันเอง ทำลายล้างกันเองจนตายห่าหมดนั้นละ ถูกที่สุด

ถ้าหากหลังจาก 2012 โลกไม่แตกจริง จะมีหมาออกมารับผิดชอบกับคำทำนายไว้หรือเปล่า แต่ถ้าโลกแตกจริงคงไม่มีคนออกมาพูดแล้วละตายห่ากันหมด

คำทำนายบนโลกนี้มีเป็นพันๆล้านคำทำนาย วันนี้ทำนายโลกไม่ * มันก็ทำนายจน * ได้ซักวัน พอถูกก็ออกมาบอกว่า นั้นไงละเตือนแล้ว ทำนายไว้แล้ว เป็นอย่างที่คนนั้น คนนี้ทำนายไว้หรือเปล่า

แล้วไม่มีใครมาบอกละว่าจะให้ทำยังไงโลกจะแตก หรือจะบอกว่าหนีลงดิน ไปอยู่ใต้ดินเหมือนในหนัง หากแกนโลกเปลี่ยนจริงมันคงลงไปอยู่ได้หรอกนะ หรืออเมริกา เตรียมคนอพยพไปแล้ว นอกโลก เอาคนไปเท่าที่จำเป็นขยายพันต่อ บอกUFO สอนสร้างยานมั่งละ แล้วทำไมไม่รอให้พระเจ้ามารับไปอยู่ละ มารอ UFO หรือสร้างยานทำซากอะไร (แปลว่ามันก็คิดว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงไง)

ชาวมายันมีอยู่จริงป่าวผมไม่รู้ หลักฐานบอกมีจริง เก่งกาจ ทำนายเอาไว้อย่างแม่นยำ เราก็ทำนายได้ คนห่าไรไม่มีไรทำ แบกหินไปสร้างไว้ ย้ำคิดย้ำทำ เหมือนมด ที่เอาใบไม้มาสร้างเป็นรัง เหมือนกันไม่มีผิด แค่นั้นเอง ถ้าผมจะบอกว่า ผมเจอคำทำนายไดโนเสาร์ทำนายเอาไว้ เมื่อ 65 ล้านปีก่อนสามารถคุยกับวิญญาณไดโนเสาร์ได้ มีรอยเท้าไดโนเสาร์ทำนายเอาไว้ ว่าโลกจะแตกอีก ปี 3000 จะมีคนเชื่อไหม ซึ่งนานกว่าชาวมายันอีก คงหาว่าผมบ้าประสาทแดกอีกมิงประสาทคุยกับไดโนเสาร์ได้ไง แล้วไปเชื่อทำไมชาวมายันเราไม่เคยเห็น ไม่ได้มีญาติเป็นชาวมายัน คนเราก็เชื่อตามๆที่เค้าบอกกันมาอีกทีละ จริงไหม ดูทีวี อ่านในเว็ปแล้วก็เชื่อมาหมด

คนเรานี่เลือกที่จะเชื่อกันจริงๆ ส่วนตัวผมเองกล่าวมาทั้งหมด แค่อยากคิดให้มันขวางโลกไว้เฉยๆไม่อยากคิดตามคนอื่นเค้า อยากให้คนอื่นด่าว่างั้น ไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น แค่คิดว่ามัน โปรโมทหนังมากกว่า หนังก็ไม่มีความสนุกอะไรเลยลงทุนต่ำมาก แต่เอาคำทำนายมาใช้โฆษณามากกว่า ถ้าใครไปดูแล้วสนุกความคิดผมว่ามิงประสาทแดก ใครบอกว่าเอ้ย เรื่องจริงมีความเป็นไปได้สูงวะที่โลกเราจะเหมือนในหนัง ผมก็คิดว่าแล้วไง เราจะทำอะไรกันต่อมิงจะช่วยโลกกันยังไง โลกมิงอยู่จะแตกแล้ว ยังมานั่งเล่นเน็ตอ่านกันอยู่ได้ ไม่ช่วยโลกกันเลยรึไง รึคน 6000 ล้านคนทุกคนมานั่งรอความตายกันดีกว่าอีกแค่ สามปีก็ตายห่ากันหมดละ

จบข่าว....

ความคิดเห็นที่ 11

สัญชาตญานมนุษย์ไมอาจบ่งบอกได้หรอกครับ ถ้าจะดูให้รู้จิงว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ก้อดูจากพฤติกรรมบรรดาสัตว์ทั้งหลายในโลกนี่ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงมากถึงมากที่สุดหรือป่าว เพราะคุณต้องเอาตัวรอดเหมือนมัน......

ความคิดเห็นที่ 10

ดีเลยคับ

ไม่มีไรต้องกลัว

ขนาดมนุษย์ทำกับโลก โลกยังไม่กลัว

แล้วจะเอาอะไร

ส่วนผมจะสนุกกับการเอาตัวรอดให้ดู

-*-

ความคิดเห็นที่ 9

ถึงผมอยู่เเค่ป.6โรงเรียนวัดนินสุขาราม ผมก็สามารถทำนายได้ ในวันที่22 ธันวาคม 2012 ในระบบสุริยะ ดาวอื่นเช่น ดวงจันทร์ ดาวอังคาร รวมทั่งโลก เเละอื่นๆอีกมากมายที่โลลกยังไม่เคยรู้จัก มีความระยะความใกล้กับดวงอาทิตย์มากขึ้น เพราะดวงอาทิตย์ ใกล้ถึงขีดจำกัดอายุที่กับเรามาหลายพันล้านปี เมื่อใกล้จะระเบิด ก็จะเรื่มดูดดาวเข้ามาใกล้ๆรวมถึงโลกด้วย ทำให้ดาวต่างๆร้อนขึ้นเรื่อยๆ โลกของเราอยู่ อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์เป็นอันดับที่3 ทำสนามเเม่เหล็กเริ่มอ่อนลง รังสีจากดวงอาทิตย์เข้ามาในโลกมากขึ้น ทำให้ภูเขาน้ำเเข็งทั้งหลาย เริ่มละลายกลายเป็นน้ำขึ้น จากนั้นโลกอาจสลับขั้วกัน ประเทศไทยอาจมีหิมะตก ประชาชนต่างสนุกสนานได้เเค่ไม่กีชั่วโมง สิ่งที่ตามมาคือ เเผ่นดินไหว เพราะที่สหรัฐมีเเต่ทะเลทรายไป จึงเกิดเเผ่นดินไหว เเค่เเผ่นดินไหวยังไม่พอ ภูเขาไฟต่างๆทั่วโลก ระเบิดขึ้นมาทำให้ลูกระเบิดของภูเขาไฟขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศโลก เเต่ก็อย่าพึ่งดีใจ เพราะอย่าลืมว่าโลกเรามือเเรงดึงดูดโลก ทำให้ลูกระเบิดที่ระเบิดลงมา กวาดบ้านเมืองต่างๆทั่วโลก นับล้านคน ถึงเราจะคิดว่ามีเเค่นี้ ก็อย่าลืมว่าเมื่อภูเขาไฟระเบิดจึงทำให้เเม่น้ำก่อตัวจนกลายเป็นสึนามิทั่วโลก เมื่อเกิดอย่างงี้เเล้ว อาจทำให้มนุษย์สูญพันจากโลกนี้เลยก็ได้ เเต่อย่าพึ่งคิดเช่นนั้น เพราะว่าโลกเราพัฒนาไปไกลเเล้วอาจจะได้ฟังคนชาวโลกทั้งหลายที่ได้ทำนายอาจจะร่วมมือกับผู้นำทั่วโลกเเล้วช่วยกันสร้างเรือที่สามารถรับการโจมตีของสึนามิก็ได้ ถึงเเม้ว่าผมยังอยู่เเค่ป.6 ผมก็อยากให้ทั้งโลกเลิกทำให้ดลกร้อนเเละเลิกทะเลาะกันเพื่อจะได้ร่วมมือกันเเก้ปัญหาสิ่งนี้ไปได้นะครับ (กรุณาช่วยส่งไปให้เพื่อนๆหรือใคนต่างๆก็ได้ครับ เพื่อที่จะเป็นอุทาหรสอนใจนะครับ)

ความคิดเห็นที่ 8

ขอโทดนะ
ไม่ได้ตั้งใจ
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.... อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ ***********************************- เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร __________ ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี
(ปล ห้ามส่งมายังคนเดิมที่ส่งมาอีก ไม่งั้นจะรับโทษฐานคืน ตาย!!!!!
กลัวตายอ่า เลยส่งต่อ

ความคิดเห็นที่ 7

อยากเค้าดาวน์ปีใหม่นะ


ไม่ได้อยากเค้าดาวน์โลกใหม่

กลัว จัง

ความคิดเห็นที่ 6

อย่าว่ากันนะครับท่านทั้งหลาย พวกท่านก็อุปโหลกแม่นทุกอย่างอยู่แล้วมิใช่หรือ ไม่ว่าพิธีกรรม หลักข้อเชื่อ ความเชื่อ ไสว์ยศาสตร์ มนต์ดำ ประเพณี ศาสตร์ความรู้ต่างๆ รวมไปถึงทฤษฏีต่างๆ ล้วนแต่อุปโหลกขึ้นมาเองกันทั้งนั้นครับ ไม่มีใครรู้จริงกันทั้งนั้น .....สุดท้ายสิ่งทึ่ท่านทั้งหลายกำลังทำอยู่ หรือ ทำมาแล้ว หรือกำลังจะทำ มันก็กินลมกินแล้วกันทั้งนั้น...ลงหลุม หรือไม่ ก็ถูกเผา...จนโชดดีกันถ้วนหน้านะครับ พี่น้อง.....

ความคิดเห็นที่ 5

อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ซึนามิ ยังเกิด ได้หลาย ๆ รอบ แผ่นดินไหวอีก แต่ก็นะ เกิดมาแล้วนี่บนโลกนี้ น่ากลัววุ้ย

ความคิดเห็นที่ 4

โม้ทั้งเพ โลกร้อนต่างหากน่ากลัวที่สุด ใกล้ตัวที่สุด ถ้าร้อนจัดมดสักตัวก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ไม่ต้องดูใครหรอกดูประเทศไทยนี่แหละ
พายุถล่มฟิลิปปิน นากีสพม่า สึนามิไทย เฮอริเคนสหรัฐฯ แผ่นดินไหวปากีสถาน อินโดฯ แค่นี้ก็แย่แล้ว ไม่ต้องรอ 3 ปีหรอก...

ความคิดเห็นที่ 3

โลกใบนี้เก่าและเสื่อมโทรมมากแล้ว ถึงกาลเปลี่ยนเข้าสู่โลกใหม่ ที่สวยงามเปรียบเหมือนสวรรค์ และโลกเก่าเวลานี้คือ นรก มีหนทางเดียว คือ ความรู้ของ * รูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ท่านเท่านั้น ที่จะตอบคำถามนี้ได้ และให้วิธีการหลุดพ้นจากความกลัว ความทุกข์ทั้งปวง ประทานความสุขแก่มวลมนุษยชาติ ทุกๆคน คือ พี่น้องกัน ไม่มีคำว่า ศัตรู ระหว่างเพื่อนมนุษย์ มีเพียงความรักที่จะมีให้แก่กันเท่านั้น และ ศัตรูเดียวของเราก็คือ กิเลสในตัวเราเอง พบคำตอบที่ละเอียด ชัดเจน ได้ที่ เชียงใหม่ 053 - 214904 ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ

ความคิดเห็นที่ 2

โลกใบนี้เก่าและเสื่อมโทรมมากแล้ว ถึงกาลเปลี่ยนเข้าสู่โลกใหม่ ที่สวยงามเปรียบเหมือนสวรรค์ และโลกเก่าเวลานี้คือ นรก มีหนทางเดียว คือ ความรู้ของ * รูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ท่านเท่านั้น ที่จะตอบคำถามนี้ได้ และให้วิธีการหลุดพ้นจากความกลัว ความทุกข์ทั้งปวง ประทานความสุขแก่มวลมนุษยชาติ ทุกๆคน คือ พี่น้องกัน ไม่มีคำว่า ศัตรู ระหว่างเพื่อนมนุษย์ มีเพียงความรักที่จะมีให้แก่กันเท่านั้น และ ศัตรูเดียวของเราก็คือ กิเลสในตัวเราเอง พบคำตอบที่ละเอียด ชัดเจน ได้ที่ เชียงใหม่ 053 - 214904 ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ

ความคิดเห็นที่ 1

ครับ..เราไม่ควรไปกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง..แต่เราก็ไม่ประมาณ..ใช้ชีวิตอย่างผู้รู้เท่าทัน..อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดผมชอบที่ท่านว่า""ดีที่สุดคือ เตรียมใจและเตรียมความคิด อย่างอื่นไม่ต้องเตรียมเลย เพราะมันเกินกว่าเราจะเตรียมได้"ถุกต้องที่สุดแล้ววว ครับบบ WWW.CKMIT.COM

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement