กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 00:01

โม รูมส์ โรงแรม 12 นักษัตร

ห้องปีจอ ออกแบบโดย ไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบูรณ์

ต่อลาภ ลาภเจริญสุข กับห้องปีมะเส็ง

ห้องปีฉลู ออกแบบโดย ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวณิช

ห้องปีลิงของ อุดม อุดมศรีอนันต์

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

โรงแรมเล็กๆ ขนาด 12 ห้องพัก บนถนนท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดีไซน์ตามหลักโหราศาสตร์ พร้อมซ่อนศิลปะล้ำสมัยภายใต้ฝีมือการออกแบบของ 13 ศิลปินดัง

ตึกแถวเก่าสีเขียวสีสันสดใส ล้อมกรอบด้วยกระจกใส จงใจให้เห็นการตกแต่งภายในที่โดดเด่น โดยเฉพาะ 'สีพื้น' ที่จงใจทาสีเหลืองอร่าม ให้ตัดกับสีเขียวภายนอก นำมาซึ่งความโดดเด่นสะดุดตา เมื่อเปรียบเทียบกับความเก่าของห้องแถวข้างเคียงในย่านถนนท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนถึงข่วงประตูท่าแพเพียงไม่กี่สิบเมตร แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเบื้องหลังของห้องแถวเก่าสีเขียวแห่งนี้ ซ่อนศิลปะอันล้ำสมัยภายใต้สถาปัตยกรรมแบบ Deconstruction ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจภายใต้ชื่อ Mo Rooms (โม รูมส์)

Mo Rooms เป็นโรงแรมขนาดเล็กที่มีห้องพักเพียง 12 ห้อง ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แม้ขนาดจะเล็กแต่คุณค่าของโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้เล็กตามจำนวนของห้องพักอย่างแน่นอน เพราะ 'โม รูมส์' เป็นโรงแรมที่มีเอกลักษณ์ความพิเศษที่แปลก-แตกต่าง ทั้งเป็นพื้นที่รวบรวมความคิดและจินตนาการของ ศิลปิน 12 คน ซึ่งหลายคนมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ได้ร่วมรังสรรค์งานศิลปะตาม ปีนักษัตร ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นพื้นที่กล่องสี่เหลี่ยมที่วางทับซ้อนกันอย่างมีความหมาย และได้รวบรวมศาสตร์ตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จึงอาจกล่าวได้ว่า 'โม รูมส์' เป็นสถาปัตยกรรมโรงแรมที่ทันสมัยที่สุดเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

จุดเริ่มต้น Mo Rooms  

องค์อร วัฒนานิกร ผู้จัดการโรงแรม โม รูมส์ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของโรงแรมแห่งนี้ว่า ไอเดียของการสร้างโรงแรมเกิดจากเจ้าของหรือ เจริญ ชมพูคำ นักธุรกิจเมืองเชียงใหม่ที่ทำธุรกิจหลากหลายและหนึ่งในนั้นคือเจ้าของโรงแรมบ้านไทย วิลเลจ บริเวณถนนท่าแพซอย 3 พร้อมด้วยผองเพื่อนทั้ง มิตร ใจอินทร์ ศิลปินที่มีชื่อเสียง และ ไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบูรณ์ ศิลปินระดับปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย อยากทำโครงการที่แตกต่าง โดย 'มิตร' เป็นผู้ออกไอเดียทำโครงการโรงแรมขนาดเล็ก 12 ห้อง ตกแต่งแต่ละห้องตามหลักโหราศาสตร์ผสมผสานระหว่างไทยและจีน

กระนั้น แทนที่จะมีการเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีการเปิดตัวร้านเล็กๆ ขึ้นก่อน...ชื่อ Mo Shop ฝั่งตรงข้ามวัดอุปคุต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รวบรวมและจำหน่ายงานศิลปะทุกแขนง ทั้งงานภาพเขียน กระถาง และประติมากรรม ของหลากหลายศิลปินร่วมสมัยชิมลางระหว่างการก่อสร้างโรงแรมเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2549 กระทั่งต้นปี พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา ชื่อของ Mo Rooms จึงเป็นที่รู้จักมักคุ้นของคนในแวดวงศิลปะมากขึ้น

เจ้าของโรงแรมได้ทุ่มงบประมาณกว่า 45 ล้านบาทในการเนรมิตให้เนื้อที่ประมาณ 1.5 ไร่แห่งนี้ให้กลายเป็นโรงแรมที่แตกต่างที่มีห้องพักเพียง 12 ห้อง แต่ละห้องมีการออกแบบและตกแต่งด้วยศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจำนวน 12 คน ตามราศีเกิดหรือ ปีนักษัตร ในปฏิทินของประเทศไทย โดยอยู่ภายใต้การผสมผสานของ โหราศาสตร์ของจีน หรือหลักฮวงจุ้ยเพื่อความเป็นมงคลของผู้อยู่อาศัย

สำหรับชื่อของโรงแรมนั้น 'องค์อร' กล่าวอย่างติดตลกว่า ยังไม่ทราบที่มาที่ไปอย่างแน่นอน แต่มีการพูดกันภายในเชิงหยอกล้อกันเล่นว่ามาจากชื่อเล่นของ 'ไทวิจิตร' คือ 'มอ' รวมกับชื่อของ 'มิตร' ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมเจ้าของโครงการนี้จึงรวมกันออกมาเป็น 'โม รูมส์' นั่นเอง แต่กระนั้นก็ยังมีอีกหนึ่งความหมายโดยมาจากคำว่า Moment ย่อเป็น Mo โดยเมื่อแขกมาพักที่ห้องของโรงแรมแห่งนี้แล้วให้บอกถึงอารมณ์ในขณะนั้นเองว่าเป็นอย่างไร ให้เกิดการสัมผัสและรับรู้ได้ด้วยตัวเอง

13 ศิลปินกับห้อง 12 นักษัตร  

ในส่วนของศิลปินที่ได้รับเชิญ ให้มาออกแบบและตกแห่งห้องใน Mo Rooms ประกอบด้วย

ผึ้ง จิตติรัตนากร ผู้ออกแบบห้องปีชวด และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในโครงการ Mo Rooms 

ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวณิช ออกแบบห้องปีฉลู 

จิตต์สิงห์ สมบุญ และ ชำนิ ทิพย์มณี ออกแบบห้องปีขาล 

วศินบุรี สุพาณิชย์วรภาชน์ ออกแบบห้องปีเถาะ 

อังกฤษ อัจฉริยะโสภณ ออกแบบห้องปีมะโรง 

ต่อลาภ ลาภเจริญสุข ออกแบบห้องปีมะเส็ง 

อภิชาติ จำปาทอง ออกแบบห้องปีมะเมีย 

อังกัส อัสเชสัน ออกแบบห้องปีมะแม 

อุดม อุดมศรีอนันต์ ออกแบบห้องปีวอก 

พรเดช จันดาพาณิชย์ ออกแบบห้องปีระกา 

ไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบูรณ์ ออกแบบห้องปีจอ

ณัฐพล พราธน ออกแบบห้องปีกุน

Mo Rooms ไม่ได้เป็นแค่โรงแรม  หากแต่เป็น Education Place 

"วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเจ้าของ โม รูมส์ ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนที่เป็นเงิน หรือกะเวลาว่าจะได้ทุนคืนภายในระยะเวลากี่ปี แต่จุดประสงค์หลักคือต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือน Education Place เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะในหลากหลายแขนง ดังนั้น ราคาห้องพักที่นี่จึงไม่แพงเหมือนที่คนทั่วๆ ไปคิดกันว่า โม รูมส์ ต้องราคาสูงมาก เพราะแต่ละห้องถูกออกแบบและตกแต่งด้วยศิลปินที่มีชื่อเสียง โม รูมส์ ไม่ได้เน้นกำไร แค่เอาเงินที่ได้เลี้ยงพนักงาน และเอาไปสานต่องานศิลปะของเจ้าของไอเดียต่อไป" องค์อร กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรก โม รูมส์ ได้วางตำแหน่งของสถานที่แห่งนี้ไว้ในระดับค่อนข้างสูง เนื่องด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่เอื้ออำนวยทั้งสถานที่ รูปแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่ง และความโดดเด่น แต่จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทยในห้วงที่เปิดให้บริการเมื่อต้นปี พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา และด้วยความตั้งใจของเจ้าของ จึงทำให้ต้องมีการทบทวนถึงความเหมาะสมด้านราคา  

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็มีกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ มาศึกษาดูงานในกรอบของ สถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อคลุกคลีเตรียมความพร้อมก่อนเลือกคณะที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงนักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม เช่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รวมถึงคณะวิจิตรศิลป์ เดินทางมาดูงาน โดยมีบริษัท แผลงฤทธิ์ จำกัด ผู้รับผิดชอบโครงสร้างตึกทั้งหมดเป็นผู้ใหญ่ความรู้ ซึ่ง "Mo Rooms" ก็ไม่ได้มีการคิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ทำเพื่อต่อยอดทางความคิดด้านศิลปะอย่างแท้จริง

เสพศิลปะจากศิลปินชื่อดัง  ราคาไม่แพงอย่างที่คิด  

ทั้งนี้ ราคาปัจจุบันห้องขนาดเล็กราคา 2,500 บาท ห้องขนาดกลางราคา 3,000 บาท และห้องขนาดใหญ่ราคา 2,500 บาท แต่ช่วงไฮซีซันจะมีการปรับราคาตามความเหมาะสม โดยตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.-20 ม.ค. ราคาห้องพักจะอยู่ที่ 3,000 บาททุกห้อง แต่ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2552 - 5 ม.ค. 2553 ลูกค้าจะเปิดห้องพักอย่างน้อย 3 คืน ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวโรงแรมจำเป็นต้องมีจำนวนลูกค้าที่แน่นอน หากลูกค้าเปิดห้องพักเพียง 2 คืน ในอีก 3 คืน ที่เหลือจะทำให้ห้องพักขายไม่ได้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักมาพักอาศัยยาว เนื่องจากมีวันหยุดติดต่อกันนานกว่า 5 วัน

องค์อร กล่าวถึงกลุ่มลูกค้าที่มาพักว่า ตอนแรกคิดว่าลูกค้าส่วนมากน่าจะเป็นชาวต่างชาติที่มีความชื่นชอบด้านศิลปะ แต่หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น ลูกค้ากว่าครึ่งกลับเป็นคนไทย สร้างความประหลาดใจให้กับทีมงาน โม รูมส์ เป็นอย่างมาก ต้องยอมรับว่ามีหลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลย และกลุ่มลูกค้าก็เช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็นผลพวงจากสภาพการณ์เมืองในประเทศไทยช่วงที่ไม่นิ่งเกิดการชุมนุมประท้วงสะสม ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหวาดกลัวไม่กล้าเดินทางมา ประกอบกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหากจะท่องเที่ยวจะมีการวางแผนกันข้ามปี ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าชาวไทยส่วนมากจะมาพักเป็นครอบครัว โดยที่เด็กจะเห็นโรงแรมจากนิตยสาร วารสารต่างๆ แล้วขอพ่อแม่ให้พามาพัก

จากโมเดลสู่ Mo Rooms by แผลงฤทธิ์ 

ขวัญชัย สุธรรมซาว กรรมการผู้จัดการบริษัท แผลงฤทธิ์ จำกัด ผู้ควบคุมโครงสร้าง Mo Rooms ยอมรับว่า โจทย์ที่ได้รับจาก 'ไทวิจิตร' ให้สร้างโรงแรมขนาด 12 ห้องในรูปแบบลักษณะที่ไม่ใช่โรงแรมทั่วไป โมเดลที่เห็นแต่ละห้องมีลักษณะบิดโค้งไปในทิศทางต่างๆ ยิ่งพอได้เห็นโมเดลแล้วความรู้สึกแรกคือ จะสร้างจริงหรือ จะทำจริงหรือ เพราะตัวโมเดลเป็นลักษณะของห้องที่หันหน้าไปคนละทิศทาง วางเรียงกัน 4 ชั้น มีจำนวน 12 ห้อง

"ความรู้สึกแรกเลยคือ หนักใจ และก็เกิดคำถามขึ้นต่อว่า สร้างแล้วจะอยู่ได้จริงเหรอ แต่ด้วยความที่เป็น 'แผลงฤทธิ์' ผลงานต้องไม่ธรรมดา ก็เลยตัดสินใจทำ ทั้งนี้ก็คิดว่าเป็นงานท้าทายมากๆ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีนายทุนกล้าลงทุนด้วยเม็ดเงินที่เยอะขนาดนี้ เฉพาะค่าก่อสร้างและตกแต่งผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท" ขวัญชัย เล่าให้ฟังด้วยใบหน้าอมยิ้ม

'แผลงฤทธิ์' มาร่วมทำงานในช่วงครึ่งทางแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ศิลปินได้มีการพูดคุยหารือและทำโมเดลประติมากรรมมาก่อนแล้ว จากนั้นจึงมีการพูดคุยกัน รวมทั้งมีการเชิญ หมอฮวงจุ้ย มาพูดคุยเพื่อหาข้อจำกัดของแต่ละฝ่าย หลังจากนั้น จึงนำแบบมาพัฒนาต่อ จนกลายเป็น โม รูมส์ ในที่สุด ซึ่งในส่วนของงานโครงสร้างที่รับผิดชอบนั้น ใช้เวลาสร้างประมาณ 8 เดือนจึงแล้วเสร็จ

โม รูมส์ ประกอบไปด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นห้องแถวด้านหน้าซึ่งคงรูปแบบเดิมไว้ แต่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น ทำประโยชน์ใช้สอยได้มากขึ้น ชั้นล่างจะเป็นล็อบบี้ ชั้นสองเป็นบาร์เครื่องดื่มและห้องอาหาร ส่วนด้านหลังจะเป็นอาคารสร้างใหม่ทั้งหมดในรูปแบบโมเดิร์น ซึ่งต่างคนต่างจินตนาการในภาพที่เห็นแตกต่างกันไปและบัญญัติเป็นความหมายเฉพาะตัว ทั้งนี้ 'ไทวิจิตร' มองว่ามีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ส่วนหมอฮวงจุ้ยมองว่าคล้ายมังกร เป็นปึกแผ่น คนธรรมดาอาจมองว่าเป็นตึกรูปร่างประหลาด หันหน้าไปคนละทาง วางเรียงต่อกันหลายๆ ชั้น

"อย่างไรก็ตาม ผมไม่อยากบัญญัติว่าคืออะไร แล้วแต่ใครจะมอง แต่ต้องการให้ทุกคนมองว่าเป็นงานศิลปะ" ขวัญชัย กล่าว

'ต่อลาภ' กับห้องปีมะเส็ง  

"ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้รับเชิญให้มาร่วมออกแบบและตกแต่งห้องปีมะเส็ง ภูมิใจมาก เพราะงานที่ผมได้ทำมีคนเห็นมากขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาของศิลปินที่ศิลปินมักเป็น Exibitionist ยิ่งมีคนได้รับรู้และสัมผัสมากขึ้น กว้างขวางมากขึ้นก็ยิ่งชอบ สำหรับเสียงตอบรับที่ได้มาบางคนก็รู้สึกชอบ บางคนก็งงแต่ได้จินตนาการ สำหรับผมแค่นั้นผมคิดว่าโอเคแล้ว ผมดีใจมากแล้ว แค่เพียงได้แรงบันดาลใจให้ไปทำอะไรต่อไม่ใช่เพียงแค่มานอนเฉยๆ ดีหรือไม่ดีไม่รู้ ผมว่าแค่นี้พอแล้วสำหรับตัวผมนะ" ต่อลาภ ภาคเจริญสุข 1 ใน 12 ศิลปินที่ได้รับเชิญให้ออกแบบในห้องปีมะเส็ง กล่าว

สำหรับโจทย์ที่ได้รับจากอาจารย์ไทวิจิตร คือให้ตกแต่งห้องแบบอิสระตามจักรราศีไทย ซึ่งเมื่อได้โจทย์มาแล้วและได้แปลนของพื้นที่จัดวางสิ่งแรกที่เน้นมากที่สุดคือ การจัดฟังก์ชันให้รู้สึกสบายที่สุด เพราะการอยู่อาศัยจะต้องอยู่ในสเปซที่สบาย แล้วค่อยเอารายละเอียดส่วนอื่นๆ เข้ามาประกอบ ส่วนวัสดุที่ใช้ตกแต่งส่วนใหญ่จะเป็นของที่เคยเห็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่นำมาเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้ใหม่ เช่น นำอ่างล้างหน้าที่เป็นเซรามิคมาทำเป็นกระจกส่องหน้า ถังน้ำนำมาใช้เป็นโคมไฟ  ต่อลาภ กล่าวและว่า "ซึ่งศิลปะประเภทนี้ผมถนัดอยู่แล้วเรียกว่า Functional Art เป็นการเปิดกว้างทางความคิด เพราะทุกวันนี้เราไม่เคยมองว่าสิ่งนี้สามารถเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่"

การตกแต่ง ห้องปีมะเส็ง ใช้เวลาประมาณหนึ่ง เหมือนการทำงานศิลปะอย่างหนึ่ง คร่าวๆ ประมาณ 1 ปี เพราะมีการคิดและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สำหรับความพิเศษของห้องนี้ อยู่ที่มีรายละเอียดให้มองและสามารถนำไปคิดต่อไป คนที่เข้าไปสัมผัสห้องนี้จะรู้สึกแบบว่า "ของชิ้นนี้ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ?" พยายามมองคุณค่าของทุกสิ่งให้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ ต่อลาภอธิบาย

"ผมชอบคอนเซปต์ประเภทนี้มาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีคุณค่าและความงามในตัวของมันเอง แต่อยู่ที่ว่าอยู่ที่ไหนและเราจะหยิบมาใช้อย่างไร"

ต่อลาภ กล่าวต่อว่า รายละเอียดของการตกแต่งห้องผมจะมีฟังก์ชันการอยู่อาศัยครบ ทั้งเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ห้องน้ำ เดินไม่สะดุด นอนพักผ่อนสบาย แสงไม่เข้ามากเกินไป แต่หากลูกค้าต้องการแสงมากก็สามารถเพิ่มช่องแสงได้ บนผนังจะมีการติดไฟปรับเพิ่มลดความสว่างได้ให้ความรู้สึกเหมือนดวงดาว เมื่อปิดไฟยามค่ำคืนก็จะให้บรรยากาศที่สวยงามโรแมนติก ผนังด้านนำอิฐปูพื้นที่เป็นรูๆ มาตกแต่งผนังให้ความรู้สึกคล้ายรูงู

(Mo) toru's stomuch ห้องอาหารแบบฉบับ โม รูมส์ 

นอกจากห้องพักที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว 'องค์อร' บอกว่า สถานที่แห่งนี้ยังมีร้านอาหารไทยที่เปิดให้บริการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มโดยนำองค์ความรู้ทางสมุนไพรตามธาตุไฟของทีมแพทย์แผนไทยมาปรุงเสริมในการปรุงอาหารตาม ธาตุเจ้าเรือน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจต่อธาตุเจ้าเรือนและปรับสมดุลให้กับร่างกายของเรา เพื่อป้องกันจุดอ่อนที่ทำให้เกิดโรค อันก่อให้เกิดความสมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ซึ่งสอดคล้องไปกับความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่ภายในขอบเขตของร่างกายและจิตใจตลอดเวลา

สำหรับชื่อห้องอาหารแห่งนี้มาจากคำว่า toru ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า 'ตาที่สาม' เปรียบเสมือนอายตนะพิเศษเกิดขึ้นทางนามธรรม ผ่านประสบการณ์ การรับรู้ที่สร้างความเข้าใจต่อรูปธรรม หมายถึงตาที่ถูกเปิดออกจากภายใน หรือการมองเห็นจากภายใน ดังนั้น toru's stomuch จึงหมายถึง 'ท้องของตาที่สาม' หรือท้องของโตรุ ที่ให้ความสำคัญของอาหาร ซึ่งมีส่วนประกอบของเครื่องปรุงอันผสมผสานความเป็นพื้นบ้านกับสภาพตามฤดูกาล เป็นศิลปะแห่งโภชนาการที่รวบเข้ากับความเรียบง่ายของชีวิตประจำวัน ทั้งยังเป็นการสร้างสรรค์จากสูตรอาหารดั้งเดิมก่อนผ่านการเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมความเป็นตะวันตกและตะวันออกในรูปร่างหน้าตาแบบผู้มาเยือนแต่มีจิตวิญญาณแบบไทย ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายทางวัฒนธรรมไทย จีน ญี่ปุ่น และโลกตะวันตกเข้าด้วยกัน

วางแผนเตรียมทำ โม รูมส์ กับการแพทย์ธรรมชาติ  

"สิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบด้วยธาตุสี่ธาตุ แนวความเชื่อนี้ยังมีปรากฏในอารยธรรมทั้งศาสตร์ตะวันออกและตะวันตก ดังนั้น โม รูมส์ จึงมีแนวคิดที่จะนำสมุนไพรมาดูแลสุขภาพในแนวทางของธรรมชาติบำบัดภายในโรงแรม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ถูกสั่งสมมาจากบรรพบุรุษ และมีประวัติสืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมถึงมีการบันทึกไว้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ศิลาจารึก ผนังถ้ำ ผนังศาลาวัด ใบลาน" องค์อร เล่าให้ฟังถึงแผนการในอนาคตของ โม รูมส์

โดยเน้นให้เกิดความสมดุลที่กลมกลืนระหว่างร่างกาย จิตใจ และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำมาสู่เอกภาพในการดำรงชีวิตและการบริโภคอาหารที่เหมาะสมอันจะนำมาสู่การมีสุขภาพที่ดีและงดงาม มีพฤติกรรมที่โน้มนำไปสู่คุณภาพที่ดี และจิตใจที่ผ่อนคลาย ซึ่งในส่วนของรายละเอียดจะมีการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์แผนไทยอีกครั้งก่อนนำมาปรับใช้ใน โม รูมส์ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้าพักได้รับความสุขกาย สบายใจ กินอิ่มนอนหลับ และได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

โม รูมส์ โรงแรมที่ไม่ใช่แค่ห้องพัก แต่ยังเป็นสถานศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และสัมผัสกับผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและระดับนานาชาติ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นการเปิดกว้างของพื้นที่ให้แสดงออกอย่างอิสระ แต่อยู่ภายใต้การประสานเข้าด้วยกันของศาสตร์ไทยและศาสตร์จีน

พร้อมกันนี้ ยังเป็นการผสมผสานรวมตัวกัน ระหว่างความเก่ากับความใหม่ ได้สมดุลควรค่าแก่การลิ้มลองและสัมผัส

Tags : Mo Rooms สถาปัตยกรรม 12 นักษัตร

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement