เพียงอาศัยคนกลางและการนัดหมายผ่านมือถือ หญิงชายแปลกหน้าก็ได้พบปะในที่รโหฐาน ความพึงใจขยายตัวทีละน้อยจนกลายเป็นเครือข่ายแผ่กว้างเกินคาดคิด
-คำยืนยันของเคน-
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 10 หลักของสตรีสูงวัยชื่อ ขวัญ (นามสมมติ) เป็นจุดเริ่มต้นที่ เคน (นามสมมติ) นักกฎหมายหนุ่ม เริ่มก้าวเข้าสู่เครือข่ายของความสัมพันธ์ที่ว่านี้ ซึ่งเขาไม่อาจจินตนาการล่วงหน้าได้ว่า ผลลัพธ์ในบั้นปลายจะเป็นเช่นใด แต่จากคำบอกเล่าของเพื่อนสนิท ยืนยันว่าเป็นความจริง
ตามประสาผู้ชายโสด เคนคิดว่าคงไม่เสียหายอะไรนัก หากจะลองในเรื่องนี้
เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนของ เคน ได้รับหมายเลขโทรศัพท์นี้มาอีกทอดหนึ่ง เขาบอกเคนว่า ป้าขวัญแนะนำให้ไปเจอเจอะสาวสูงวัย บางคนก็เป็นแม่ม่าย บางคนยังไม่มีครอบครัว ที่น่าสนใจกว่านั้น บุคคลเหล่านี้ล้วนมีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีการศึกษา และมิได้ค้าประเวณี ในเมื่อเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ยังมีความต้องการ ป้าขวัญจึงทำหน้าที่เป็น "แม่สื่อ-แม่ชัก" ให้แก่น้องๆ
"ทีแรก ผมไม่อยากเชื่อว่า มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ เอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องใหม่หรอก แต่สำหรับผู้ชายไทย เราคุ้นเคยกับสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนมากกว่า ซึ่งอย่างที่รู้กัน มีสินค้าเสนอขายอยู่ทั่วไป มีสถานที่ค้าประเวณีเปิดกันโจ๋งครึ่ม แม้กระทั่งใกล้วัดหรือโรงเรียน เราอยู่กันแบบนี้มานานแล้ว แต่เรื่องที่จะให้มาเจอกับคนที่ไม่ได้ทำงานขายบริการโดยตรง มันก็แปลกๆ เหมือนกัน แถมพวกเค้ายังเป็นผู้ใหญ่ด้วย ไม่ใช่เด็กเอ๊าะๆ"
หลังจากแนะนำตัว ป้าขวัญสอบถามถึงวันเวลาที่พร้อม พื้นที่ที่สะดวก เช่น อยู่ย่านไหนในกรุงเทพฯ จากนั้นแจ้งแก่เคนว่า จะมีผู้หญิงโทรศัพท์ไปหา เพื่อนัดหมายกันเองในที่สุด
"มันไม่ได้เป็นนัดบอด ไม่ใช่ไปเจอกันกลางแสงเทียนบนโต๊ะอาหาร หรือเริ่มต้นจากการดูหนัง กินไอติม มันไม่มีความโรแมนติคแบบนั้นเลย ดูเหมือนจะมุ่งไปเรื่องอย่างว่า...บางครั้งก็ให้เราระบุหมายเลขห้องในโรงแรมเสร็จสรรพ"
ไม่ต้องสงสัยว่าเรื่องค่าใช้จ่าย โดยปกติเป็นหน้าที่ของฝ่ายชายอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็ไม่แน่เสมอไป
เคน ลองใช้บริการ "เครือข่าย" ของป้าขวัญอยู่เป็นระยะๆ เขาแปลกใจที่สุภาพสตรีสูงวัยคนนี้ มี "กลุ่มคน" ที่เธอรู้จักพอสมควร คนเหล่านี้ประกอบอาชีพหลากหลาย บางคนที่เขาพบเป็นผู้บริหารในสถานศึกษา บางคนมีธุรกิจขายตรง บางคนเป็นเจ้าของโรงงานผลิตอาหาร ฯลฯ ซึ่งดูไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อได้สัมผัสด้วยตัวเอง ก็พบว่ามันไม่ผิดจากคำบอกเล่าเท่าใดนัก
"ผมเจอบางคนขับรถเบนซ์มาเลย เท่าที่สังเกต บางคนอายนะ เขาไม่กล้านัดไปเจอในห้าง กลัวคนรู้จักมาพบเห็น บางคนมีโอกาสพบกันแล้ว โทรกลับไปอีกครั้ง ก็ไม่รับสาย เหมือนว่าจะให้เป็นอะไรที่ผ่านเลย มากกว่าจะมาผูกพันกันทางจิตใจ"
ทุกวันนี้ นอกจากพูดคุยทางโทรศัพท์ เคนยังไม่มีโอกาสเจอป้าขวัญสักครั้ง แต่จากคำบอกเล่าของสาวใหญ่ที่เขาพบเจอ ทุกคนต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวว่า ป้าขวัญเป็นหญิงสูงวัยอายุราวๆ 60 เศษ หน้าตาสะสวย มีธุรกิจส่วนตัว และเป็นภรรยาของข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง
ครั้งหนึ่ง เคน ถามป้าขวัญตรงๆ ว่า ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร หวังสิ่งใดตอบแทน ?
เธอตอบเขาว่า "แค่ทำให้คนมีความสุขก็พอ ส่วนใครจะมีแก่ใจซื้อของขวัญมาให้ หรือช่วยค่าโทรศัพท์บ้างก็ไม่ว่ากัน"
-คำบอกเล่าของป้าขวัญ-
จากการถ่ายทอดข้อมูลของ 'เคน' ทำให้เราเลียบๆ เคียงๆ สนทนาทางโทรศัพท์กับ 'ป้าขวัญ' พอได้ใจความว่า เธอเพิ่งเริ่มบทบาทคนกลาง เป็น "แม่สื่อ-แม่ชัก" โดยบังเอิญเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมานี่เอง
"ป้ามีอาชีพค้าขายเป็นหลัก ส่วนสามีรับราชการ ก็มีโอกาสไปเจอน้องๆ บางคนเค้าอยู่คนเดียว ถามเขาไปว่า มีผู้ชายแนะนำให้รู้จักจะดีมั้ย บางคนแบ่งรับแบ่งสู้ บางคนก็ไม่เอา ส่ายหน้าหนีเลย แต่คนที่เคยมีครอบครัวแล้ว เรื่องแบบนี้ มันพอเข้าใจกันได้ มันไม่ต้องพูดนาน เริ่มต้นมาอย่างนี้แหละ ตอนนี้ บางวันมีคนโทรมาหาเยอะ บางทีก็ยุ่งจนไม่ได้ทำงาน แต่เรื่องเบื่อคงไม่มีทาง เพราะการทำให้คนมีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย"
ป้าขวัญอธิบายว่า เพื่อนรุ่นน้องๆ ที่เธอแนะนำนั้น ส่วนใหญ่จะรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่บางครั้งก็มีการแนะนำกันมาอีกทีหนึ่ง โดยเพื่อนๆ รุ่นน้องเหล่านี้ บางคนรู้จักมานานเป็น 10 ปี แต่ละคนมีอาชีพการงานของตัวเองอยู่แล้ว
"ผู้ชายที่เราแนะนำนั้น หากไม่รู้จัก ก็ต้องมีการแนะนำต่อๆ กันมา บอกว่าเป็นเพื่อนของคนนั้นคนนี้ ป้ายอมรับว่า เราไม่มีทางรู้หรอกว่า ผู้ชายที่เราแนะนำไปให้ เขาจะเป็นคนดีหรือไม่ แต่ก็อาศัยสอบถามเอา เก็บข้อมูลจากคนนั้นทีคนนี้ทีว่าเจอแล้วเป็นอย่างไร เป็นสุภาพบุรุามั้ย นิสัยใจคอดีมั้ย หากเป็นคนไม่ดี ต่อไปเราก็ไม่ยุ่ง ไม่แนะนำอีกเลย"
ป้าขวัญวิเคราะห์ว่า ผู้ชายในกลุ่มที่ติดต่อมานั้น ส่วนมากอยู่ในวัยกลางคน มีความมั่นคงด้านการงาน ประเมินว่าชีวิตน่าจะผ่านการเที่ยวเตร่มาอย่างโชกโชน และเริ่มมองหาความพึงพอใจจากเพศตรงข้าม ที่ "ต้อง" มีความต้องการเหมือนๆ กัน (พูดง่ายๆ เป็น "ของร้อน" ไม่ใช่ "ของเย็น") แม้จะเป็นเพศตรงข้ามที่มีอายุมากสักหน่อย แต่ยังดีกว่าไปเที่ยวอาบอบนวด ที่ปราศจากความตื่นเต้นเร้าใจ
เมื่อซักถามมากขึ้นเรื่อยๆ ป้าขวัญแสดงอาการระวังตัวขึ้นมา โดยเฉพาะในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องศีลธรรมจรรยา ทั้งที่เธอออกตัวแต่แรกว่า ทุกวันนี้ก็ทำบุญเป็นประจำอยู่แล้ว
"อย่าเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะถ้าพูดถึงเรื่องนี้ ป้าก็ไม่มีอะไรจะคุยด้วย" เธอบอก
แต่ในตอนท้าย เธอไม่วายขยายความต่อว่า ทุกวันนี้ นอกจากจับคู่ให้แล้ว เธอยังเตือนทั้งสองฝ่ายว่า รู้จักกันแล้ว ก็ลืมๆ กันซะ อย่าคบหากันอย่างจริงจัง เพราะน่าจะเป็นการสร้างปัญหาความสัมพันธ์ขึ้นมามากกว่า
เช่นเดียวกันกับหากมีการชักชวนกันไปลงทุน หรือทำธุรกิจต่อ ขอแนะว่า "อย่าไปเกี่ยวข้องเป็นดีที่สุด"
-คำสารภาพของน้อย-
ในบรรดาสาวใหญ่ที่ป้าขวัญแนะนำให้หนุ่มใหญ่หนุ่มน้อยรู้จักนั้น น้อย (นามสมมติ) เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสพบป้าขวัญ จากการเป็นลูกค้าเครื่องประดับของเธอเมื่อหลายปีก่อน และด้วยอัธยาศัยอันดี ทำให้ทั้งคู่ยังติดต่อกันเรื่อยมา
น้อยทำงานเป็นฝ่ายจัดซื้อในบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลังจากการหย่าร้างกับสามี ป้าขวัญถามไถ่ถึงความเป็นไปของชีวิต พร้อมกับยื่นข้อเสนอที่เธอเองยอมรับว่า "ทำใจลำบาก" ในระยะแรก
"สังคมเปลี่ยนไปแล้วมั้ง ทุกวันนี้ เพื่อนๆ บางคนก็ไปเที่ยวบาร์ผู้ชายกันครึกโครม คุณอย่าได้คิดว่า จะมีเพียงธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของผู้ชายเท่านั้น บางมุมของสังคมก็มีแหล่งเที่ยวของผู้หญิงเช่นกัน เช่นย่านรัชดา หรือถนนอโศก แต่น้อยคนจะรู้... อย่าลืมว่า ผู้หญิงก็มีความต้องการเหมือนกันนะ"
น้อยเล่าว่าเธอคงไม่มีวันเสียเงินไปเที่ยวแบบนั้นหรอก เพราะเสียดายเงิน แต่เมื่อได้รับข้อเสนอของป้าขวัญ ก็อดอ่อนไหวไม่ได้
พร้อมอธิบายว่าป้าขวัญมีจิตวิทยา มีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจ อาจเป็นเพราะความเป็นเพศหญิงด้วยกัน ทำให้มีความใกล้ชิดและไว้วางใจกันมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เธอเองก็ยังแอบสงสัยเหมือนกันว่า สตรีสูงวัยคนนี้จะรู้จักคนเป็นจำนวนมากได้อย่างไร แต่เข้าใจได้ในเวลาต่อมาว่า มีการแนะนำต่อๆ กันมา มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเครือข่าย ทุกวันนี้ ถึงขนาดมีบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ ติดต่อป้าขวัญกันแล้ว
"บางครั้ง ป้าขวัญโทรมาถามว่าว่างมั้ย สนใจออกไปมั้ย พอน้อยไม่ว่าง ติดงาน หรืองานยังไม่เสร็จดี เราก็เริ่มคิดถึงเพื่อนเราบางคนที่เค้าอาจจะสนใจ ก็ถามเพื่อน และแนะนำป้าขวัญไป"
สาวใหญ่ในเครือข่ายคนนี้ยอมรับความจริงว่า ทุกครั้งที่ "ออก" ไปเจอ "เพื่อนชายชั่วคราว" เธอตื่นกลัวและตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าจะพบกับใคร มีหน้าตา บุคลิกภาพแบบไหน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ยากแก่การควบคุม
เธอสารภาพว่า หากเลือกได้ คงจะดีไม่น้อย ถ้าชีวิตเธอจะมีใครสักคนเป็นตัวเป็นตนอีกครั้ง แต่โอกาสที่ว่าก็คงริบหรี่ลงไปทุกที ตามวัยที่เพิ่มขึ้น
เครือข่ายของสัมพันธภาพในเงามืด จึงเป็นทางออกและเป็นการคลี่คลายทางสังคมของกลุ่มคนบางกลุ่ม ซึ่งไม่ต่างจากความเคลื่อนไหวในภาพนิ่งเท่าใดนัก
Tags : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
