ตั้งแต่มีข่าวร้าย ยะลาถูกลบจากแผนเที่ยวของหลายคน จนผู้ชายคนนี้เข้ามา ยะลาก็กลับมาอยู่ในแผนที่อีกครั้ง ด้วยความบ้าและกล้าฉีกแนวบริหารของเขา
มีหลายเหตุผลที่ควรจะทำความรู้จัก "นายกเทศมนตรี" คนนี้
หนึ่ง เขาเป็น "พ่อบ้าน" ของเทศบาลนครยะลา มาติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 และทำท่าว่าจะได้ตีตั๋ว(นอน) ต่อไปถึงสมัยที่ 3
สอง เขาเป็น "จอมโปรเจคท์ (นอกราชการ)" แห่งปลายขวาน อาทิ วงออร์เคสตร้าเยาวชนเทศบาลนครยะลา , ห้องสมุดทีเคพาร์ค รวมไปถึงนายหน้า (จำเป็น) เลหลังลองกอง ล่องจากใต้มาขายถึงกรุงเทพฯ
สาม เขาเป็น ยะลาโดยกำเนิด รอบรั้วและหลังบ้านล้วนเป็นมุสลิม มีเขาเป็นไทยพุทธขาวจั๊วะท่ามกลางเพื่อนผิวน้ำผึ้ง ใน "ตลาดเก่า" (อ.เมือง จ.ยะลาจะถูกแบ่งครึ่งเมืองด้วยทางรถไฟ เรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่าตลาดใหม่กับตลาดเก่า)
ด้วยความที่เกิดและโตในตลาดเก่า ครอบครัวของเขาที่ทำโรงงานยาเส้น มักจะโดนเรียกค่าคุ้มครองอยู่บ่อยๆ เรื่องข่มขู่ กราดยิงหน้าบ้านด้วยอาก้า จึงไม่สามารถสั่นคลอนเขาได้ และนี่คือเหตุผลที่สี่
ห้า ถึงแม้จะแกร่งแค่ไหน แต่พอถามว่ามี "ของดี" อะไรบ้าง เขาก็ควักเส้นเหลืองอร่ามมาจากใต้คอเสื้อ ปรากฏว่าหนักอึ้งไปด้วยพระเครื่องกว่า 8 สำนัก ยังไม่นับตะกรุดและสายสิญจน์ที่ข้อมือ มีอยู่องค์หนึ่งเขาบอกว่าช่วยเขาจากการถูกลอบวางระเบิดมาได้ถึงสองครั้ง
หก นายกฯ หน้าตี๋คนนี้รู้จักกับสะแปอิง บาซอ ผู้ที่ว่ากันว่าเป็น "หัวหน้าตัวจริง" ของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่เคยเผยโฉมออกมาแถลงการณ์ ภายใต้ชื่อ หัวหน้ากลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้แห่งประเทศไทย ...อ๋า คือ ชื่อ(เล่น)ที่สะแปอิงเรียกเขา และสำหรับเขา ผู้เฒ่าต่างศาสนาคนนี้ เป็นคนใจดี และมีหลักศาสนาอยู่ในใจตลอดเวลา
และเจ็ด เขายอมรับว่า เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้น มาจากความไม่เป็นธรรม ถูกกระทำราวกับ "ลูกเมียน้อย" นี่เปรียบเทียบเฉพาะตลาดใหม่ (ไทยพุทธ)-ตลาดเก่า(มุสลิม)ในบ้านของเขาเท่านั้น จนเป็นแผลเรื้อรังให้ทุกวันนี้คนต่างตลาดไม่ค่อยจะข้ามฟากไปหากัน
โดยส่วนผสมทำนองเดียวกันนี้ อำเภอเมืองยะลา อาจเป็นแบบจำลองของประเทศไทยด้ามใหญ่ และ เขา - พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา กำลังดูแลมุสลิมร้อยละ40 ให้อยู่กับไทยพุทธอีก 60 ได้อย่างรอมชอมที่สุด ขณะเดียวกันเขาก็ขยันหาโปรเจคท์โน่นนี่ทำอยู่เรื่อยๆ จนชื่อของยะลาเริ่มจะกลับมาคึกคักบนแผนที่อีกครั้ง
ล่าสุด ทุกๆ เช้าวันอาทิตย์ เขาจัดทัวร์จักรยาน พาคนตลาดใหม่ไปเยี่ยมคนตลาดเก่าถึงหัวกระไดบ้าน หวังปลดรั้วในใจซึ่งกันและกัน
"เขาก็กลัวกันนะ ผมเลยบอก คุณไม่ต้องกลัว ถ้าถูกยิง ผมโดนคนแรกอยู่แล้ว" หัวขบวนพูดยิ้มๆ
แต่ถ้าจะให้ปั่นออก เขากลับเสียงแข็งว่า "ผมจะเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกจากเมืองนี้"
การบ้าน
ขึ้นรับตำแหน่ง "พ่อบ้าน" ไปไม่กี่เดือน เขาก็โดนรับน้องใหม่ด้วยเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส
นั่นถือเป็นหน้าแรกของเหตุการณ์ความไม่สงบ และหน้าต่อๆ ไปก็ตามมาอย่างไม่หยุดหย่อน ...ถ้าเปรียบเป็นหนังสือสักเล่ม ก็คงหนามาก
"ผมงงนะ กำลังทำงานสนุกเลย เศรษฐกิจยะลาดีมาก อสังหา ที่ดิน บ้าน สินค้าเกษตร บูมหมดเลย แต่จู่ๆ มันก็หดหู่ ทุกอย่างชะงัก"
พ่อบ้านคนใหม่เลยต้องนั่งกุมขมับ คิดทบทวนว่าปัญหาน่าจะเกิดจากอะไร และใคร พอหันไปถามลูกน้องที่เทศบาลก็ได้รับคำตอบขำๆ ขื่นๆ ว่า "สงสัยรบกับผีมั้ง"
ผีไม่มีในโลก...แต่การจะไปหามือที่มองไม่เห็นนั้นยากกว่า สู้เอาเวลาไปหาวิธีไม่ให้คนหนีออกจากเมือง ดูท่าจะง่ายกว่า อย่างน้อยกลุ่มเป้าหมายก็ตัวเป็นๆ เห็นตัวกันอยู่
เขาย้อนนึกถึงตอนเด็กๆ สมัยที่ยังแก้ผ้าโดดแม่น้ำปัตตานีเล่นกับเพื่อนมุสลิมทุกๆ เย็น
"เพื่อนกัน ไม่มีศาสนา" ประโยคนี้แวบเข้ามา ในเวลาที่ความหวาดระแวงแผ่คลุมไปทั่ว
ไม้อ่อนดัดง่ายกว่า...พงษ์ศักดิ์จึงตัดริบบิ้นโปรเจคท์ที่เด็กๆ เป็นกลุ่มแรก ด้วยการเปลี่ยนหลักสูตรในโรงเรียนเทศบาลใหม่หมด แล้วแทรก "หลักสูตรก่อนการศึกษาประถมวัยในสังคมพหุวัฒนธรรม" เข้าไป ให้เด็กสองศาสนาเรียนรู้หลักคำสอน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีซึ่งกันและกัน เช่น ไหว้พระ ละหมาด ไม่ทานหมู ไม่เลี้ยงหมา
เพื่อไม่ให้เครียดจนเกินไป ก็เสริมกิจกรรมสนุกๆ ให้ "ลงแขก" ร่วมกันในแปลงปลูกข้าว
แต่ที่เวิร์คสุดๆ ทำเอาเด็กรู้จักนายกฯ อ๋ากันทั้งเมือง ต้องยกให้ฟุตบอล
"เริ่มจากการเสาะหาว่าใครชอบเตะบอล และเล่นเก่ง แล้วส่งไปกรุงเทพฯ เรียนการเป็นโค้ชที่ถูกต้อง จนได้ไลเซนส์ กลับมายะลา เปิด 4 ฐานมีโค้ชสอนตอนเย็นหลักเลิกเรียน ให้เด็กไทยพุทธ,มุสลิมเล่นคละเป็นทีมเดียวกัน แล้วทั้ง 4 ฐานทำแบบพรีเมียร์ลีก แข่งเหย้าเยือน ไปหมดทั้งตลาดใหม่ตลาดเก่า" ตอนนี้มีเด็กร่วมทีมแล้วกว่า 800 คน
นอกจากนี้ ปีละครั้งเขาจะเชิญ 20 ครอบครัวต่างศาสนามาใช้ชีวิตด้วยกัน 3 วัน 2 คืนที่สวนโมกข์ เชิญ อ.วินัย สะมะอูน รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มาสอนวัฒนธรรมมุสลิม และนิมนต์ภิกษุที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งนั้นมาให้ความรู้เรื่องพุทธศาสนา ภายใต้แนวคิดที่ว่า ถ้าเข้าใจวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน จะนำไปสู่ความเคารพและไม่ทำร้ายกัน
ขึ้นชื่อเรื่องบ้าและอหังการที่สุด คือ "ออร์เคสตร้าเยาวชนเทศบาลนครยะลา" เด็กๆ 40 เปอร์เซ็นต์ในวงคือมาจากครอบครัวมุสลิมฐานะยากจน เริ่มต้นด้วยเงินทุน 4 ล้านบาทเศษ เปรียบเทียบกับวงฟุลทีมทั่วไปที่อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีตุนไว้ 10 ล้าน
"ทุกคนหาว่าผมบ้า มันยากมาก แต่ผมก็เชิญครูดนตรีทั้งจังหวัดมาคุยโปรเจคท์ ออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่มีเงินนะ(หัวเราะ) จะพยายามหาให้ โชคดีว่าทุกคนอยากช่วย ก็ส่งเขาไปอบรมกับอ.สุกรี เจริญสุข (ผอ.วิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล) อาจารย์บอก "ผมดูแลค่าอบรมครูให้ คุณไปหาค่ารถมาแล้วกัน" ส่วนคอนดักเตอร์คุมวงก็เพื่อนผมเองครับ เรียกตัวกลับมารับใช้บ้านเกิด" นายกฯ พูดยิ้มๆ
ความเป็นนักจัดการและโตมากับครอบครัวธุรกิจ การหาทุนจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนายกฯ คนนี้ ซึ่งวางอนาคตสำหรับวงออร์เคสตร้าไว้แล้วว่า เงินที่ได้จากการแสดง จะนำไปปรับปรุงหอประชุมเทศบาล ถ้าใครจะแต่งงาน มาขอใช้บริการสถานที่ต้องจ้างวงไปเล่นด้วย จะได้มีเงินหมุนเวียนต่อไป
การเมือง
"เอาจริงๆ ใช่มั้ย ผมเหนื่อยมาก (หัวเราะ)" เมื่อถูกถามว่างานเป็นอย่างไร คนตอบยังไม่วายอารมณ์ดี
โทรศัพท์มือถือที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง วิทยุสื่อสารบนหัวนอน 3 เครื่อง กับปืนที่มีต้องติดรถไว้ 1 กระบอก อาจจะพอบอกอะไรได้บ้าง
ยังไม่ต้องพูดถึงลูกบ้านในความดูแลทั้งหมด 80,000 ชีวิต (มุสลิม 40 พุทธ 60) เอาแค่พนักงาน,ข้าราชการเทศบาล ใต้บังคับบัญชา 1,600 คนก็หินแล้ว
"สมัยก่อนยะลาขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสะอาดที่สุด พนักงานมาทำกวาดตั้งแต่ตี 3 หกโมงเช้าต้องสะอาดหมด แต่พอเกิดเหตุการณ์ เขาก็ไม่กล้า ยิ่งต้องข้ามไปกวาดตลาดเก่า เขายิ่งคิดมาก แต่เราเป็นผู้นำ ต้องทำให้เขามั่นใจ ผมบอกเขาเลยว่า หน้าที่หลักของเทศบาลคือ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน คุณไม่ต้องกลัว ถ้าเราทำสิ่งดีให้เขา เขาก็ไม่ทำอะไรเรา"
อีกงานที่เขาทำควบคู่กันไปคือ พยายามปรับระบบและรื้อโครงสร้างคนใหม่ แบ่งที่ทางในเทศบาลให้พี่น้องมุสลิมมากขึ้น จากเดิมที่ไทยพุทธกวาดโควตาไปเกือบหมด
ครั้งหนึ่ง สะแปอิง บาซอ ก็เคยยกหูหาเขา ฝากฝังลูกสาวให้ทำงานกับ "นายกฯ อ๋า" ด้วย
"เขาเป็นเพื่อนพ่อผมมาก่อน เห็นผมตั้งแต่เล็ก พอผมลงเลือกตั้ง หาเสียงแกก็ช่วยผม ผมไปโรงเรียนธรรมวิทยา ที่ครอบครัวแกก่อตั้ง แกก็พูดออกไมค์เลยว่า อ๋า ไม่ต้องมา 500 เสียงที่นี่ให้อ๋าหมดเลย(ยิ้ม) พอผมได้ตำแหน่ง แกก็โทรมา..อ๋า ฝากลูกด้วยนะ จากนั้นแกก็เงียบหายไป" ถามต่อว่า ก่อนหน้านั้นมีระแคะระคายบ้างหรือไม่ คนตอบส่ายหน้า เพราะภาพสะแปอิงในความคิดเขาคือชายแก่ใจดี มีเหตุผลและยึดมั่นในศาสนา
"ทุกคนมีเหตุผล สิ่งสะแปอิงทำก็มี แต่แกอาจจะอธิบายไม่ได้"
กับงานทั่วไปอย่าง ไฟไหม้ น้ำท่วม พงษ์ศักดิ์ มักจะโผล่ไปแบบ "วันแมนโชว์" ถ้าฉุกละหุก แต่ถ้ารู้ล่วงหน้าสักหน่อยก็จะมีตำรวจติดตามไปด้วย 1 นาย ส่วนขากลับ เขาก็มักจะขับแบบมือหนึ่งถือปืน อีกมือก็จับพวงมาลัย ระวังภัยไปในตัว (แต่เจ้าตัวไม่แนะนำ)
"มีหลายคนถามว่ากลัวมั้ย ผมไม่กลัวนะ กับขบวนการฯ ผมว่าเราต่างคนต่างทำหน้าที่ มีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี"
นั่นหมายความว่า ไม่อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าใครทำ?
"ก็ยังอยากจะรู้นะครับ แต่มันรอมาหลายปีแล้ว(หัวเราะ) ถามผมวันนี้ ผมไม่เชื่ออัศวินขี่ม้าขาว แต่ผมเชื่อว่า คนในพื้นที่ต้องช่วยกัน"
ใครอยากเผาก็เผาไป อยากระเบิดก็ระเบิดไป แต่เขาจะไม่มาเสียเวลาให้กับการแก้ปมเรื่องพวกนี้ เขาจะสู้ในแบบของเขาเอง สู้แบบไม่ต้องมีศัตรูด้วย โดยการพยายามจัดกิจกรรมสยบบรรยากาศร้ายๆ เพื่อฉายให้ทั่วประเทศได้เห็นว่า ตัวเลขก่อเหตุลดลง ล่าสุด คือ การจุดการแข่งขันนกกรงหัวจุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
"จริงๆ มันก็เป็นนกกรงธรรมดา แต่ผมอยากปักธงใหม่ให้ยะลา เชิญมาหมดเลย ซีเอ็นเอ็น บีบีซี"
แต่ก็ไม่วาย ถูกวางระเบิดในงานวันนั้น...
เรื่องมีอยู่ว่า มีมือดีแอบไปวางระเบิดไว้ที่ใต้ท้องรถของ โชคดีที่เจ้าตัวเดินออกมาก่อน แต่ก็แปลกอยู่อย่างคือ ระเบิดคราวนี้ไม่มีสะเก็ดกระจาย มีแต่รอยบุ๋มลงไปกับพื้น ขนาดยางทั้งสี่เส้นยังไม่แตกเลย
"หลังจากนั้น 15 วันก็มีจดหมายมาขอโทษผม เขาบอกว่าถูกสั่งให้ทำ พร้อมสารภาพว่า เปลี่ยนใจไปพลิกระเบิดให้หัวหันลงข้างล่างเอง เพราะไม่อยากทำอะไรผม"
แต่จดหมายกับระเบิดก็ไม่ได้มีมาแค่นี้
กลางปี พ.ศ.2548 พงษ์ศักดิ์เตรียมจัดงานถนนคนเดิน จู่ๆ ก็มีจดหมายมาถึงมือ เขียนขอร้องให้เลื่อนงานออกไป ใจความว่า
"ผมเป็นมุสลิมที่ไม่ดีมากนัก แต่ผมไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอีกแล้ว ผมรักยะลา ผมอยากให้นายกฯอ๋าเลื่อนจัดงานออกไปก่อนได้ไหม ผมมีส่วนร่วมกับการกระทำครั้งนี้ด้วย จะเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ ผมอยากมาหาอ๋า แต่ผมไม่กล้า สักวันผมจะมาหา"
จดหมายขอร้องคราวนี้ได้ผล งานถนนคนเดิมจึงถูกเลื่อนออกไป แล้วพอจัดใหม่ก็เรียบร้อยปลอดภัยดี
กับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้พงษ์ศักดิ์รู้ดีว่า มีคนอีกไม่น้อยที่ไม่อยากทำร้ายเขา ฉะนั้นยิ่งต้องทำงานกับชาวบ้านให้มากขึ้นอีก
และอาจเพราะมีภูมิคุ้มกันที่ดีอยู่แล้ว เรื่องขู่ ลอบวางระเบิดจึงทำอะไรข้างในเขาไม่ได้ ด้วยว่าเขาโตมากับเสียงปืนอาก้าและการเรียกค่าคุ้มครองมาโดยตลอด
"บ้านผมเป็นโรงงานยาเส้น ก็จะถูกเรียกค่าคุ้มครอง บางทีก็เอาปืนอาก้ามาสาดยิง โดนวางระเบิดหน้าบ้านเกือบทุกปี ผมเลยเฉยๆ กับเรื่องพวกนี้" จนปัจจุบันธุรกิจของครอบครัวยิ่งชนม์เจริญก็ยังไม่ย้ายไปไหน ยังอยู่ตลาดเก่าเหมือนเดิม
.......................................................................
เรื่อง "ขู่วันนั้น" กับ "ขู่วันนี้" เขาเข้าใจว่ามีเหตุผลต่างกัน แต่เมื่อมานั่งว่าการเทศบาลนครที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองน่าอยู่ขององค์การอนามัยโลก เขาจะเอาทุกอย่างคืนกลับมาในแบบของเขา...อย่างเข้าใจ
"ผมไม่ได้มองว่ามันเกิดขึ้นจากกลุ่มไหน แต่ผมมองที่มา บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา แต่ผมมองเรื่องคุณภาพชีวิต มันยากที่จะไปชักจูงให้เขาเห็นเหมือนเรา ผมจะแก้ในสิ่งที่ผมเชื่อ ผมจะไม่ยุ่งเรื่องศาสนาและวัฒนธรรม เพราะผมเกิด โตกับมุสลิม ผมเข้าใจว่าเขาชอบอะไรและไม่ชอบอะไร...
พูดกันอย่างแฟร์ๆ การพัฒนาหลายอย่างที่ภาครัฐบอกจะให้ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่มี มักถูกการเมืองแทรกแซง โยกงบไปพื้นที่อื่น จึงไม่ผิดหรอกที่เขาจะรู้สึกไม่ต่างจากลูกเมียน้อย"
ลำพังเงินเดือนนายกเทศมนตรี พงษ์ศักดิ์บอกตามตรงว่า "ไม่พอ" จะทำหรือคิดอะไรใหม่ๆ ทีไร ต้องพึ่งหลังบ้านเสมอ ขณะที่โครงการในมือก็เยอะจนนับไม่ไหว นอกจากงาน "พ่อบ้าน" เขาจึงต้องรับหน้าเสื่อเป็นการตลาดและฝ่ายจัดหาทุนไปพร้อมๆ กัน
"ผมเดินสายไปทั่วประเทศ หาคนยะลาในจังหวัดนั้นๆ บอกเขาว่าผมกำลังทำอะไรอยู่บ้าง จนจัดตั้งกองทุนชาวยะลาร่วมใจ ล่าสุดก็เพิ่งจัดงานรวมพลคนยะลา และทุกๆ เดือนเทศบาลก็จะทำวารสารส่งไปบอกกล่าว แจ้งข่าวเขาว่า เรา(เอาเงินคุณ)ไปทำอะไรบ้าง"
ไม่แปลกที่พงษ์ศักดิ์จะยืดอกรับว่า พนักงานและเทศบาลเขาไม่ค่อยมีวันหยุด มากกว่านั้น เงินโอที โบนัสก็ไม่เคยแจกจ่ายมา 5-6 ปีแล้ว
"ผมไม่มีสตางค์ให้ ก็บอกไปซื่อๆ แต่เขาก็ช่วยกัน"
ทำมาลุล่วงหลายอย่าง ปักหมุดใหม่ไว้ก็มากมาย แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่า มันสมองและสองมือของนายกฯ อ๋าจะต้านไม่ไหว คือ มันสมองของหนุ่มสาวที่ไหลออกจากเมืองยะลา รวมไปถึงบ้านร้าง ที่ดินว่างเปล่าที่มากขึ้นเรื่อยๆ
"ผมห้ามเขาไม่ได้ แต่ผมหวังว่า เมื่อไหร่ที่เหตุการณ์สงบ เขาจะกลับมา ระหว่างนั้นผมจะทำสิ่งดีๆ ไว้รอพวกเขา..
...ก็เหมือนปลาแซลมอน พอโตก็ต้องออกไปหาประสบการณ์ยังน้ำใหม่ๆ ถึงเวลาเขาจะว่ายกลับมาบ้านเอง"
Tags : พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ


ความคิดเห็นที่ 21
Yala Jaya , 19 กันยายน 2554 00:48
นี่แหล่ะคือต้นแบบของผู้นำตัวจริง
ผมเห็นแล้วว่าท่านทำจริง สุดยอด!!!
ในอนาคต ผมหวังว่าจะได้เห็นท่านลงสนามการเมืองระดับประเทศ น่ะครับ อามีน
ความคิดเห็นที่ 20
worawit , 3 เมษายน 2554 16:40
ชาวโรงแรม ROYAL PRINCESS
(แผนกตอนรับ)ขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกฯ ครับ
ความคิดเห็นที่ 19
1 , 17 กันยายน 2553 15:06
นายกจะน่ารักกว่านี้ถ้านายกให้เงินเดือนพนักงานมากขึ้นกว่าเดิม
ความคิดเห็นที่ 18
ชาวเทศบาลค่ะ , 2 ตุลาคม 2552 13:44
ชื่นชม และชื่นชอบนายกคนนี้มั๊ก ๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
ดี ในใจ , 26 กันยายน 2552 22:26
ปัญหาคือ โรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่มันไม่ได้เรื่องนะ ควรแก้ไขมากๆๆ นะ ขอความกรุณาแก้ไขด่วน ดอกบัว
ความคิดเห็นที่ 16
Augsumarin , 25 กันยายน 2552 20:41
ใครก็ได้ช่วยบอกรัฐบาลหรือกองทัพทีเถอะว่าเวลามีเหตุการณ์เกิดที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แล้วต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่า " เรามาถูกทางแล้ว " "เหตุการณ์ดีขึ้นแล้ว" คำพูดเหล่านี้เลิกพูดซักที ไม่ได้ประโยชน์ไร้สาระพวกก่อการร้ายได้ฟังก็ยิ่งหมั่นไส้ ขนาดเราเองยังหมั่นไส้ จะทำอะไรก็ทำไปเลย สงสารคนในพื้นที่เค้าบ้าง... สุดท้ายถึงนายกจะกล้าหาญยังไงก็ต้องดูแลตัวเองดีๆอย่าประมาทล่ะเป็นกำลังใจให้
ความคิดเห็นที่ 15
0ne , 25 กันยายน 2552 20:23
แซลมอนตัวนี้สัญญานะค่ะว่า...เมื่อถึงเวลาและ เรียนจบแล้วจะกลับไปบ้าน ไปช่วยทำงานไปช่วยเป็นกำลังใจ และช่วยเป็นทุกอย่างเท่าที่จะช่วยทำได้ อยู่ที่นี่ถ้าใครถามว่าเป็นคนจังหวัดอะไร ภาคภูมิใจมากที่ตอบว่าเป็นคนยะลา ทะเบียนรถที่ขับก็ป้ายยะลาไม่คิดจะเปลี่ยนคิดว่าอย่างน้อยเวลาต่อภาษีเงินส่วนนี้ถึงไม่มากก็คือให้ยะลา...ขอส่งกำลังใจความรักและห่วงใยถึงทุกคนที่ยะลานะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
taze , 24 กันยายน 2552 12:29
นายกอ๋าคนนี้เป็นคนบ้าระห่ำมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น แล้วอะไรที่ไม่ถูกต้องพวกเราจะระดมพลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เสมอๆ จนเหล่าอาจารย์ทั้งโรงเรียนพากันแขยงรุ่นพวกเรากันหมด แต่อย่างไรซะ เราคนหนึ่งที่เป็นชาวยะลาด้วยกัน และเป็นศิษย์ร่วมห้องกันมาตลอดสมัยเรียนปฐมจนจบม.ต้น ขอเป็นกำลังใจอย่างแรงให้กับนายกอ๋าอีกคนนะ
ความคิดเห็นที่ 13
past , 23 กันยายน 2552 22:43
ขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกอ๋า และชาวยะลาทุกคนด้วยคะ สู้ ๆ นะคะ เพื่อ ผืนแผ่นดินเราชาวไทยทุกคน
ความคิดเห็นที่ 12
หมึก , 23 กันยายน 2552 21:42
ผมมีความชื่นชมยินดีอย่างมากและขอขอบคุณที่ได้ทำสิ่งดีๆให้ประเทศชาติครับผม
ความคิดเห็นที่ 11
มิท , 23 กันยายน 2552 17:58
อยากให้ผู้บริหารประเทศนี้ มาดูงาน มุมมอง และแนวทางการคิด การบริหาร ให้ได้อย่างที่อ๋า บริหาร เทศบาลยะลา ส่วนหนึ่งที่มองเห็นคือ อ๋า มาจากครอบครัวที่มีฐานะดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเข้ามามีผลประโยชน์กับโครงการต่าง ๆ จึงไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับงานที่ทำ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้บ้านเกิด
ความคิดเห็นที่ 10
ยิ้ม ยิ้ม , 23 กันยายน 2552 11:52
ดีใจทีได้ทำงานในใต้บังคับบัญชาของนายกอ๋า สิ่งที่ท่านทำเพื่อบ้านเมืองและลูกน้อง มันมากมาย ท่านมักติดทองหลังพระเสมอ ท่านเคยบอกว่าวันนี้หลายคนเริ่มเหนื่อยล้าในการทำงาน จากทั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และปัจจัยหลาย ๆ อย่าง อืม ...ก็อาจเป็นช่วง ๆ วันนึงเวลาเห็นนายทำงาน ก็อีกหลายคนนั่นแหละคะ ที่อดใจร่วมแรงกับนายไม่ได้ เพราะนายเหนื่อยกว่าเราเยอะ เราออกแค่แรง(เพราะถนัดใช้แรงงาน) นายใช้ทั้งสมอง+แรง +กำลังทรัพย์ส่วนตัว ฮิๆ..... เชื่อว่าพลัง "ศรัทธา" ที่หลายๆคนมีต่อนายอ๋า จะเติมเต็มเป็นกำลังใจและเกราะกำบังให้นายกได้เป็นอย่างดี สู้ ๆ นะคะ
ความคิดเห็นที่ 9
aa , 23 กันยายน 2552 11:17
ผมว่าเงินช่วยเหลือโครงการต่าง ๆ ใน เขตเมืองยะลา ให้จ่ายผ่านทางนี้จะดีกว่า เพราะถ้าเป็นระดับชาติลงไปทำมันจะแพง และไม่ตรงกับความต้องการจริง ๆ ของชาวบ้านสักเท่าใด
อีกอย่าง คนที่คิดอย่างนี้ได้ มีน้อยครับ ถ้าเป็นองค์กรเอกชน ก็ต้องยกให้เป็น ตันโออิชิ ครับ สุดยอดมหาโครงการ
สู้เขา * มดแดง
ความคิดเห็นที่ 8
บี จ๋าย , 23 กันยายน 2552 10:40
ชื่นชมครับ อยากให้ อบตแถวบ้านได้อ่านมั่ง เผื่อกระโหลกจะบางขึ้น ขออวยพรให้สำเร็จครับ
ความคิดเห็นที่ 7
บี จ๋าย , 23 กันยายน 2552 10:39
ชื่นชมครับ อยากให้ อบตแถวบ้านได้อ่านมั่ง เผื่อกระโหลกจะบางขึ้น ขออวยพรให้สำเร็จครับ
ความคิดเห็นที่ 6
g , 23 กันยายน 2552 09:41
ต้องการความช่วยเหลืออะไร กรุณา post บอกออกมา เชื่อว่ามีคนจำนวนมากต้องการช่วยเหลือพวกเราทางโน้นอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
เป็นกำลังใจให้มุ่งมั่นทำความดี
ความคิดเห็นที่ 5
Great , 23 กันยายน 2552 09:18
อ่านแล้วน่าชื่นชมมากครับ ขอให้ไปได้จนถึงฝั่งฝันนะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
moonew , 23 กันยายน 2552 08:37
ชื่นชมในความกล้าหาญค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้คุณพงษ์ศักดิ์ และชาวยะลาทุกคนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
moonew , 23 กันยายน 2552 08:36
ชื่นชมในความกล้าหาญค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้คุณพงษ์ศักดิ์ และชาวยะลาทุกคนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
moonew , 23 กันยายน 2552 08:36
ชื่นชมในความกล้าหาญค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้คุณพงษ์ศักดิ์ และชาวยะลาทุกคนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
walailak , 23 กันยายน 2552 07:42
คนแบบนี้เอง
เคยสงสัยมาตลอดว่าเมืองยะลาอยู่กับความหวาดกลัวและเหตุรุนแรงได้อย่างไร
มาถูกทางแล้ว ชื่นชมในแนวทางปฏิบัติจริงๆ