เยือน North Sea Jazz Festival ณ เมืองร็อตเตอร์ดัม สัมผัสความรื่นรมย์ทางดนตรีที่ไม่เหมือนใคร เจาะการบริหารจัดการแบบมืออาชีพกว่า 3 ทศวรรษ
บนปฏิทินของคนจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจากมุมใดในโลก อาจมีข้อความ North Sea Jazz Festival ปักธงระบุตรงช่วง "สุดสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม" ในแต่ละปี
ด้วยการกำหนดวันจัดงานที่ชัดเจนเช่นนี้ ทำให้ง่ายต่อการจดจำของผู้คน และยังหมายถึงความสะดวกในการวางแผนไปร่วมกิจกรรมอีกด้วย เหมือนอย่างที่ ชุมพล มุสิกานนท์ ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ถึงการมาเยือนครั้งแรกของเขาว่า
"อย่างน้อยๆ สักครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าคุณชื่นชอบการฟังดนตรี ที่นี่คือปรากฏการณ์ของเสียงเพลงที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด"
ในมุมมองของดุษฎีบัณฑิตด้านการบริหารจัดการคนนี้ เขาวิเคราะห์ว่าจุดแข็งที่สุดของเทศกาลแจ๊สแห่งทะเลเหนือ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทศกาลดนตรีแจ๊สในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือการใช้ความรู้ด้านการบริหารจัดการมากำหนดทิศทางและความเป็นไปทุกอย่าง
ตั้งแต่การวางแผนด้านคมนาคม , การเลือกใช้สถานที่อย่าง อะฮอย (AHOY Complex ที่ประเมินกันว่าน่าจะใหญ่กว่าอิมแพคอารีนา 7 เท่า) , การประสมสัดส่วนของศิลปินเพลงได้อย่างหลากหลายแต่ก็ยังรักษาสารัตถะของความเป็นแจ๊สได้อย่างเข้มข้น เรื่อยไปจนถึงระบบการโปรโมท , ระบบการซื้อบัตร และการบริหารจัดการในส่วนของโปรดักชั่นคอนเสิร์ตตลอดทั้งงาน
"ในแต่ละวัน มีการแสดงกว่า 40 รายการ มีผู้ชมจำนวนหลายหมื่นคน แต่คุณสังเกตไหมว่า ทางผู้จัดงานใช้คนทำงานไม่มากนัก นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถวางแผนและมีวิธีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เช่นเรื่องผู้ชมที่มีปริมาณล้นออกมา เขาแก้ไขโดยทันที หลายๆ อย่างบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ"
ขณะที่ เกษม แซ่เอ็ง เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งในอีกด้านหนึ่งเป็นนักเลงเครื่องเสียงตัวยง และเคยผ่านประสบการณ์ชมการแสดงดนตรีคลาสสิกที่นครเวียนนา ประเทศออสเตรีย มาก่อนหน้านี้ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า "... เป็นการสัมผัสกับบรรยากาศทางดนตรี การแสดงของศิลปินระดับเวิลด์คลาส คุณภาพของการจัดการแบบมืออาชีพ และความมีวินัยของผู้ชม ทำให้สิ่งที่คุณได้รับในงานนี้ มีลักษณะเฉพาะที่หาจากที่อื่นไม่ได้"
ความประทับใจแรกสุดของ เกษม คือเรื่องคุณภาพของเสียง ทั้งที่มีการแสดงหลายเวทีด้วยกัน แต่ผู้จัดงานสามารถทำให้คุณภาพของเสียงที่ดังผ่านการแสดงสดออกมาในระดับที่น่าพึงพอใจ
"เหมาะสมอย่างยิ่งที่คนทำงานด้านระบบเสียงในบ้านเราควรมาศึกษาดูงานกันหน่อย บางเวทีอาจจะยังไม่น่าพอใจนัก อาจจะมีเสียงแอมป์พีค แต่หลายๆ เวที ซึ่งมีสภาพอะคูสิคไม่แตกต่างจากอิมแพคอารีน่าบ้านเรา เขาสามารถจัดการให้เสียงดนตรีทุกชิ้นมีความชัดเจน ทั้งที่สภาพสถานที่แบบนี้น่าจะเป็นเสียงอื้ออึงมากกว่า ตัวอย่างเด่นชัดที่สุด คือคอนเสิร์ตของ เจมส์ เทย์เลอร์ (บนเวที Maas) ซึ่งในครั้งนี้ ผมพบว่าเสียงที่ได้ยินจากการแสดงสด ไม่ต่างจากแผ่นดีวีดี หรืออาจจะดีกว่าดีวีดีด้วยซ้ำ เพราะมีรายละเอียดมากกว่าหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นเสียงกีตาร์ หรือเสียงเครื่องเคาะต่างๆ ก็ตาม"
ปีนี้ เมืองร็อตเตอร์ดัม ในฐานะเจ้าภาพร่วม ได้ผู้ว่าการนครคนใหม่ นาม อาห์เม็ด อะบูทาเล็บ ซึ่งออกมาชูธง "Rotterdam : City of Jazz" และประกาศความพร้อมในการจัดงานเช่นเคย พร้อมชี้ให้เห็นลักษณะร่วมของ "แจ๊ส" กับ "ร็อตเตอร์ดัม" ว่าอยู่ตรงการผสมผสานทางวัฒนธรรม และมีดนตรีประเภทต่างๆ นำเสนอ โดยร็อตเตอร์ดัมเองก็มีลักษณะเป็น "เมืองท่า" เช่นเดียวกันกับ "นิวออร์ลีนส์" แหล่งกำเนิดแจ๊สในสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว
ขณะที่ แจน วิลเลม ลูเคน เฟสติวัลไดเร็คเตอร์ เปิดเผยว่า ปีนี้ โปรแกรมการแสดงของ นอร์ธ ซี แจ๊ส ประกอบด้วยความหลากหลาย ความเซอร์ไพรส์ และความละม้ายคุ้นเคยกัน เหมือนที่เคยจัดมาทุกๆ ปี ในแต่ละเวทีมีศิลปินที่มีชื่อเสียงมากน้อยคละเคล้ากันไป แต่ทุกๆ รายจะมีความโดดเด่นในแนวทางตนเอง ซึ่งเหมาะสำหรับแฟนเพลงจะได้ค้นหา
"มีผู้คนบอกกล่าวว่า ในช่วงเวลาของวิกฤต คอนเสิร์ตฮอลล์เต็ม ในอีกความหมายหนึ่งก็คือในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ผู้คนต้องการเสียงดนตรี นั่นเป็นเหตุผลที่เข้าใจกันได้ เพราะอย่างที่พวกเรารู้กันดี ดนตรีมีความมหัศจรรย์ ให้ความสุข ความผ่อนคลาย พลัง แรงบันดาลใจ และดนตรียังให้ความสนุกสนานอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อทุกคนได้มีโอกาสมาสัมผัสประสบการณ์สดๆ อย่างนี้ ถ้าคุณปรารถนาสถานที่อันสว่างไสวในช่วงเวลาอันมืดมิด การมาเยือน นอร์ธ ซี แจ๊ส ถึงว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว"
อย่างไรก็ดี มีแฟนเพลงบางส่วนเช่นกัน ที่เฝ้ามองพัฒนาการตลอด 34 ปีของ นอร์ธ ซี แจ๊ส ว่า กำลังขาดความน่าสนใจมากขึ้นทุกๆ ปี
"ทุกๆ ปี ศิลปินแจ๊สระดับตำนานทยอยกันเสียชีวิตลงไปเรื่อย ทำให้ไม่มีใครมาเป็นตัวดึงดูดความสนใจได้เหมือนกัน" ปีเตอร์ ก็อก เจ้าของร้านแผ่นเสียง Flesch Recods ในย่านยอร์ดาน เมืองอัมสเตอร์ดัม ตั้งข้อสังเกต "ต้อมยอมรับว่านักดนตรีแจ๊สหน้าใหม่ๆ ไม่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเพียงพอ ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ๆ เล่นดนตรีจากตำราเล่มเดียวกัน เปิด real book เล่นเหมือนกัน ทำให้ไม่มีความแตกต่าง เมื่อเปรียบเทียบกับศิลปินรุ่นก่อนหน้า"
จากมุมมองของ ปีเตอร์ ทำให้ ชุมพล วิเคราะห์ต่อว่า ในอนาคต นี่คือจุดอ่อนที่ นอร์ธ ซี แจ๊ส ต้องแก้ไข และรักษาอัตราความก้าวหน้าของตนเองเอาไว้ โดยส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นจากการนำเสนอศิลปินสายป๊อป ร็อค โซล และอาร์แอนด์บี ซึ่งมีลักษณะเป็น magnet ที่พอจะเรียกความสนใจจากผู้ชมวงกว้างได้ อีกทั้งสัดส่วนของเวทีที่จัดให้ศิลปินเหล่านี้ก็สามารถจุคนได้เรือนหมื่น จนบางครั้งแทบไม่ต่างจากการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายบัตรให้คนดูกลุ่มนี้ เพื่อนำมาใช้ในเวทีแจ๊สอื่นๆ ที่มีคนดูหลักร้อยหลักพันเท่านั้น
คาลู แอ็กเบเซ (Kalu Agbeze) หนุ่มชาวอังกฤษผิวสีจากนครลอนดอน ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาในหลักสูตรการบินพลเรือน น่าจะเป็นตัวอย่างของผู้ชมกลุ่มดังกล่าว คาลูบอกว่าตนเพิ่งมาเยือนเนเธอร์แลนด์เป็นครั้งแรก และเคยได้ยินชื่อเสียงของนอร์ธ ซี แจ๊ส มานานแล้ว เดิมคิดว่าน่าจะอยู่ในบรรยากาศคล้ายๆ กับเทศกาลดนตรีกลาสตันเบอร์รีของอังกฤษที่เคยสัมผัสมา คือมีวงดนตรีมาแสดงให้ดูอย่างเต็มอิ่ม แต่ปรากฏว่าผิดคาด เพราะที่นี่จัดภายในร่ม และให้ความสำคัญกับการฟังดนตรี มากกว่าองค์ประกอบอย่างอื่น
โดยส่วนตัว คาลูยอมรับว่าในงานนี้มีวงดนตรีที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก และสไตล์ดนตรีที่จัดเตรียมไว้ก็น่าจะตรงกับความต้องการของทุกๆ คน
"ที่อังกฤษ ผมชอบไปแจ๊สผับที่ไม่ใหญ่นัก อย่าง แจ๊ส คาเฟ่ ที่แคมเดน ซึ่งจะมีแจ๊สแบบโอลด์สกูลผสมผสานกับแจ๊สร่วมสมัย อย่างพวกฮิป-ฮ็อพ ซึ่งผมคิดว่าสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ดี แนวทางนี้ก็มีให้เห็นในนอร์ธ ซี เช่นกัน ผมได้ชมศิลปินอย่าง ซีล , เอริกา บาดู , แน่นอนนักร้องสาวอังกฤษชื่อดังทั้งสองคน อย่าง ดัฟฟี และ อะเดล ยังตามผมมาถึงที่นี่" คาลู ตบท้ายอย่างมีอารมณ์ขันพร้อมกับเสียงหัวเราะ
เมื่อ นอร์ธ ซี แจ๊ส เฟสติวัล ดำเนินการโดยผู้จัดงานแบบมืออาชีพ ในเวลาเดียวกัน ผู้ชมก็ควรจะมีการเตรียมตัวแบบ "โปร" เช่นเดียวกัน เพราะจำนวนของการแสดงดนตรีที่ล้นทะลักอยู่ภายใน ย่อมบ่งบอกถึงระดับของพลังในตัวคุณว่า ถึงที่สุดแล้วจะสามารถพาตัวเองไปสัมผัสได้มากน้อยแค่ไหน
"เตรียมรองเท้าดีๆ มาเลยครับ วางแผนการชมให้ดี งานนี้เดินจากเวทีหนึ่งไปอีกเวทีหนึ่ง ไปๆ มาๆ อาจจะเดินกันหลายกิโล" ด็อกเตอร์ชุมพล เตือนด้วยความหวังดี ระคนน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนจากการชมดนตรีแบบมาราธอน ตั้งแต่ 4 โมงเย็นยันตี 2
"ความเหน็ดเหนื่อยเป็นเรื่องธรรมดา... " หนุ่มใหญ่อย่าง เกษม ที่ฟิตร่างกายมาอย่างดี เพราะเป็นมือปั่นจักรยานข้ามจังหวัด ถือโอกาสคุยข่ม
"เพราะงานแบบนี้ก็ต้องมีคนมาชมกันมากๆ มันเหมือนกับเราชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยว งานนี้มีก๋วยเตี๋ยวแบบต่างๆ มาให้เราได้ชิมกันอย่างล้นหลาม ซึ่งทานเข้าไปมากๆ ก็ต้องมีอาการอืดท้องกันบ้าง แต่ผมคิดว่าถึงที่สุดแล้วก็คุ้มค่ากับการเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เสียไป ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ที่ไม่มีให้ได้เห็นบ่อยนักสำหรับเทศกาลดนตรีที่ไม่เพียงโชว์การแสดงของศิลปินระดับเวิลด์คลาสเท่านั้น แต่ยังโชว์ความสามารถในการจัดงานของออร์แกไนเซอร์ด้วย"
- Festival Fact
สถานที่จัดงาน : AHOY ทางตอนใต้ของเมืองร็อตเตอร์ดัม
วันเวลา : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม
จำนวนเวที : 13 เวที ไม่รวมเวทีทางเข้า 2 จุด และพื้นที่กิจกรรมอื่นๆ
ราคาบัตร : บัตร 1 วัน = 82.50 ยูโร, บัตร 3 วัน = 189 ยูโร, บัตรเข้าชมแบบผ่านตลอดทุกพื้นที่ = 359 ยูโร, เอ็กซ์ตราคอนเสิร์ต = ราคา 15 ยูโรขึ้นไป แล้วแต่โชว์
เว็บไซต์ : www.northseajazz.com
ประวัติที่น่าสนใจ : จัดเป็นประจำทุกปี โดย 30 ครั้งแรก จัดที่ Concert Centre ในกรุงเฮก ต่อมาสถานที่คับแคบจึงย้ายมาจัดที่ AHOY เมื่อปี ค.ศ.2006
กลุ่มเป้าหมาย : ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานถึงวัยใกล้เกษียณ ประมาณ 10-15 เปอร์เซนต์เป็นนักท่องเที่ยว
Tags : AHOY





