กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 23 กรกฎาคม 2552 00:01

หมอไทย vs หมอเกาหลี ปล.โปรดอ่านก่อนสวยด้วยมีด

เทียบฟอร์มมือมีดสองสัญชาติ หมอเกาหลีที่ดาราแดนกิมจิเรียกใช้บริการถี่ยิบ สมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย จะตอบโต้อย่างไร ?

เกาหลี : หมอดีๆ ไม่ใช่คนทำขนมปัง 

"หมอที่ทำศัลยกรรมตามสั่งโดยไม่ปรึกษา วิเคราะห์  ถือว่าไม่ใช่หมอ เป็นแค่คนทำขนมปังเท่านั้น" 

เป็นความเห็นของแพทย์อันดับ 1 ของสาธารณรัฐเกาหลีหรือเกาลีใต้ ศาสตราจารย์ จอง อินชอน (Prof.Jung In Sun) แห่งโรงพยาบาล IME ประเทศเกาหลี (IME Plastic Surgery) ที่ปรึกษาของสมาคมดาราเกาหลี เรียกได้ว่าดาราคนไหนต้องการทำศัลยกรรมต้องมาปรึกษาเขา 

แต่หน้าที่เขาคือ พยายามหาจุดเด่น ให้ความมั่นใจในความสวยที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ถ้าเป็นไปได้ อย่าทำเยอะ เพราะสิ่งที่พระเจ้าให้มานั้นเหมาะสมอยู่แล้ว 

“ตอนนี้ศัลยกรรมเกาหลีดังมาก แม้กระทั่งในประเทศจีน อย่างที่เห็นเป็นข่าวก็คือ ผู้หญิงจีน ยืนถือเงินต่อคิวยาวเพื่อจะทำศัลยกรรม อันนี้ก็มีส่วนความจริงนิดหน่อยเท่านั้นเองแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ในประเทศเกาหลีก็เหมือนกัน ตอนนี้คนทั่วโลกอาจจะเข้าใจผิดว่าผู้หญิงเกาหลีส่วนใหญ่ทำศัลยกรรม หรือเด็กรุ่นใหม่พอเรียนจบ สิ่งแรกที่จะขอพ่อแม่คือทำศัลยกรรม ยอมรับว่าสิ่งนี้ก็มีบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างลูกสาวของผม เขาก็ขอเหมือนกันเพราะตาเขาเล็ก อยากทำตาสองชั้น ผมก็ทำให้ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าต้องทำทั้งตัว ส่วนใหญ่จะทำเล็กๆ ไม่ได้ผ่าตัดใหญ่ ทำเพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองเท่านั้น”

และเท่าที่ผ่านมือมา คุณหมอตอบว่ามีน้อยมากที่จะมา "โมดิฟาย" ตั้งแต่หัวจรดเท้า  (ถึงจะมีมาขอร้องแต่หมอไม่ทำให้) ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเดินกลับไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงแค่บางส่วน เช่น  ตา จมูก แก้ม 

จากประสบการณ์ หมอจองว่า ดาราสาวแดนโสมขาว จำนวนไม่น้อยมีความสวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีความมั่นใจ เช่น อยากมีตาสองชั้นที่เห็นชัดกว่านี้ เวลาถ่ายรูปแล้วจะได้สวยขึ้น จึงต้องมาพึ่งพามีดหมอ

คุณหมอเปรียบเทียบให้ฟังว่าจะไม่มีถึงขนาด "ดูไม่ได้" แล้วรายที่หวังให้ศัลยกรรมเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ คุณหมอตอบแบบไม่รักษาน้ำใจเลยว่า "ไม่มีทาง"

"สมมุติว่ามาหาหมอแล้วบอกว่าช่วยทำหน้าให้สวยเหมือนลียองเอ (นางเอกสาวซีรีส์แดจังกึม) เป็นไปไม่ได้เพราะรูปหน้าของคนเราไม่เหมือนกัน  ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ศัลยกรรมเปลี่ยนคนเก่าให้เป็นคนใหม่ไม่ได้  ยิ่งผ่าตัดเปลี่ยนโครงหน้าให้คนไทยกลายเป็นคนเกาหลี อันนี้ยิ่งอันตราย" 

ศัลยแพทย์ที่มีจรรยาบรรณ เมื่อมีลูกค้าเดินเข้ามาหา แม้ความต้องการจะชัดเจนแน่วแน่แค่ไหน แต่สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ จับเข่าคุย วิเคราะห์ ให้คำปรึกษา ไม่ใช่สักแต่ว่าทำตามใบสั่ง    

“สมมุติมีคนเอารูปดาราคนหนึ่งมาให้ดู แล้วบอกว่าอยากสวยแบบนี้ ก็ต้องดูที่หน้าเขาว่า เขามีจุดเด่นหรือสวยตรงไหน ก็ต้องบอกเขาว่า จมูกคุณกับหน้าคุณเข้ากันดีอยู่แล้ว ถ้าคุณจะทำจมูกเหมือนอย่างในรูปนี้ จะทำให้หน้าคุณเปลี่ยนไป ไม่สวยนะ ไม่ใช่ทำตามสั่งลูกค้าเสมอไป และต้องหาหมอที่เชี่ยวชาญจริงๆ ไม่ใช่หมอที่เอาแต่เงิน จะมีปัญหาตามมาอีกเยอะ ถ้าเป็นหมอที่ทำตามแค่คำสั่งไม่พิจารณาความเหมาะสม คนคนนั้นไม่ใช่หมอ”

ตอบคำถามไปหลายข้อ ถึงคิวหมอจองถามกลับบ้างว่า "แล้วคนไทยเข้าใจคำว่า Surgery ว่าเป็นแบบไหน ถ้าคิดว่าคือการทำให้สวยขึ้นอย่างเดียว ก็คงเป็นการเข้าใจผิด"  

“ตอนนี้ทุกคนคิดว่าการทำ Surgery คือการทำให้เป็นคนใหม่ ยกตัวอย่าง เราอยู่บ้านหลังหนึ่งมาตั้งแต่เกิด วันหนึ่งฝนตก หลังคารั่ว ก็แค่ขึ้นไปซ่อมหลังคา ไม่ได้ทุบบ้านทั้งหลังทิ้งแล้วสร้างใหม่ Surgery ในความหมายของผมก็เช่นเดียวกัน เท่าที่ผมทราบคนเกาหลี  70 เปอร์เซ็นต์ทำศัลยกรรมเฉพาะที่ตา รองลงมาก็เป็นจมูก นิดหน่อยเท่านั้นเอง”

นอกจากนั้นเขายังแสดงความเป็นห่วงที่คนไทยจัดทัวร์มาทำศัลยกรรมถึงเกาหลีว่า

"ตอนนี้ในสายตานานาชาติ ศัลยกรรมเกาหลีดังมาก เป็นภาพที่ผิดมาก หรือมองว่าคนเกาหลีที่สวยๆ ทุกคนทำศัลยกรรมมาแล้วก็ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะบางคนเขาสวยธรรมชาติ ดาราเกาหลีก็ไม่ได้ทำศัลยกรรมเยอะ บางคนไม่ได้ทำเลยก็มี ยิ่งดาราวัยรุ่นสวยอยู่แล้ว ยกเว้นรุ่นที่อายุ 30 ปีขึ้นไปอาจจะมาทำศัลยกรรมบ้าง เช่น เอาเซลล์มาเพิ่มให้เต่งตึงขึ้นเท่านั้นเอง เรียกว่าทำ Fat Graft (เอาไขมันของตัวเราเองมาเติมริ้วรอย) ผมว่าดาราทุกประเทศอยากสวยกันทุกคน”

ไทย : จ่ายแพงกว่าทำไม 

ขณะที่วัยรุ่นไทย อยากจะสวยเนียนใส เหมือนไม่ได้แต่งอะไรแบบสาวเกาหลี  นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์  ศัลยแพทย์ระดับชั้นนำของประเทศไทย และนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ก็มีความจริงบางอย่างอยากจะชี้แจง 

ก่อนจะว่ากันถึงหลักการ มือมีดฝั่งไทยขอคุยกันถึงความเชื่อและทัศนคติบางอย่างที่ควรจะแก้..เพราะสิ่งนี้เป็นที่มาของการลุกขึ้นมาทำศัลยกรรม 

“ตามความคิดของผม คนไทยสวยที่สุดจนได้ตำแหน่งนางงามจักรวาล และเรายังมีมิสทิฟฟานี่ที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งทำศัลยกรรมที่บ้านเราทั้งนั้น แสดงว่าหมอไทยเก่งใช่ไหม  เมื่อเดือนที่แล้วผมก็เพิ่งไปเกาหลีมา ไปบรรยายเกี่ยวกับการเสริมจมูกด้วยไขมัน ซึ่งเราล้ำหน้ากว่าเขาเยอะ เทคนิคเชียลบ้านเราถือว่าสุดยอด การบริการทางการแพทย์ไทยเราเติบโตด้วยคุณภาพมานานแล้ว แต่ไม่ได้โฆษณา เป็นการบอกกันปากต่อปาก สมัยก่อนคนญี่ปุ่นนิยมมาทำฟันที่บ้านเรา ค่าใช้จ่ายถูก บริการดี มากินมานอนเที่ยว เงินยังเหลือกลับบ้าน เขาบอกกันปากต่อปากว่าหมอไทยเก่ง พูดจาดี บริการดี ผมหมายถึงโรงพยาบาลเอกชนนะ ต่อมาก็ขยายวงเป็นตรวจสุขภาพอื่นๆ เช่น หัวใจ ฯลฯ ลูกค้ารายใหญ่ของเราก็คือ กัมพูชา อันดับสอง พม่า และลาว แล้วข้ามไปตะวันออกกลาง”

เรื่อง "ฟัน" ได้รับการยืนยันจาก ผศ.ทพ.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกฟันถาวร ที่เผยว่า เรื่องการ “ทำฟัน จัดฟัน ทำรากฟัน” ไทยเราก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นในด้านความเชี่ยวชาญงานฝีมือที่ทำได้สวยงาม และรวดเร็ว อีกทั้งเรื่องของฟันไม่ใช่แค่ความงามอย่างเดียว ยังต้องคำนึงถึงเรื่องการทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ของฟัน เพื่อมิให้มีปัญหาในเรื่องของการตัด บด เคี้ยวอาหาร

“ในไทยสามารถจัดฟัน ถอนฟัน แล้วทำรากเทียมได้เสร็จภายในวันเดียว โดยคนไข้มีอาการบอบช้ำภายหลังการรักษาน้อย”

เรื่องสวยๆ งามๆ นี้ดูเหมือนว่าผู้ชายจะไม่เกี่ยว แต่จริงๆ เกี่ยว เพราะหนุ่มและแก่จำนวนไม่น้อย กลุ้มใจกับปัญหาผมบาง จนต้องแอบย่องเข้าคลินิกอยู่บ่อยๆ 

นพ.จำรูญ ตั้งกีรติชัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านปลูกผม ร่วมด้วยช่วยอีกเสียงว่า ปัจจุบันผู้ชายเองก็นิยมทำศัลยกรรมเช่นกันโดยเฉพาะการ “ปลูกผม” ซึ่งไทยก็มีความเชี่ยวชาญ และทำได้รวดเร็วไม่แพ้สหรัฐอเมริกา โดยการนำเซลล์ที่อยู่บริเวณท้ายทอยมาปลูกแทนผมส่วนที่หายไป และนอกจากความเชี่ยวชาญ การประหยัดเวลา ที่เป็นจุดแข็งด้านการศัลยกรรมของไทยแล้ว ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในไทยก็ยังถูกกว่าประเทศอื่นๆ

“การปลูกย้ายเซลล์ผมหากทำในอเมริกาค่าใช้จ่ายประมาณ 2 ล้านบาทต่อหัว แต่ของไทยจะถูกกว่าถึง 10 เท่า โดยตกหัวละประมาณ 200,000 บาทเท่านั้น”

ด้าน นพ.ชลทิศ เอง ที่มือวางอันดับ 1 ด้านตาและจมูก ก็เกทัพว่า การ “ทำตาสองชั้น” ปัจจุบันเกาหลีใต้ยังใช้วิธีเจาะ 4 รู มีการวางยาสลบ เย็บด้วยเข็มขนาดใหญ่ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นขนาด ยาว แต่ในไทยปัจจุบันเจาะรูเล็ก ๆ บริเวณเปลือกตาเพียง 2 รู ไม่ต้องวางยาสลบ การเย็บแผลก็นำกล้องจุลทรรศน์มาใช้ ซึ่งทำให้มีรอยแผลขนาด เล็ก ลดอาการบวมลงได้มาก แต่ด้วยข้อจำกัดที่ว่าคนไทยจะไม่มีการพูดถึงการศัลยกรรมใบหน้ากันมาก คนทั่วไปจึงไม่ค่อยรับรู้

"หรืออย่างการ เสริมจมูก” ไทยก็เป็นประเทศแรกที่เสริมจมูกด้วยการนำไขมันของเจ้าตัวมาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ ลดความเสี่ยงจากสิ่งแปลกปลอม จะแตกต่างและเสี่ยงน้อยกว่าใช้ซิลิโคน” ทั้งสองประเภทถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย   

เพื่อไม่ให้เงินไทยรั่วไหลไปให้สกุลวอนและกระจายข่าวไปให้โลกรู้ถึงฝีมือของศัลยแพทย์ไทย สมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าฯ จึงร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย และสมาคมท่องเที่ยวอเมริกาแห่งประเทศไทย “บุกตลาดศัลยกรรมเกาหลีใต้” อย่างเป็นทางการ โดยจัดโครงการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและบุคลิกภาพขึ้น 

ในฐานะตัวตั้งตัวตี นพ.ชลทิศ เผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องลุกขึ้นมารุกเรื่องนี้ว่า ถ้าไม่ทำเช่นนี้ รับรองว่าอีก 5 ปี การแพทย์ไทยต้องตกไปอยู่ในอันดับท้ายๆ กว่านี้ ส่วนเกาหลีก็จะไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ

“เกาหลีมีวิสัยทัศน์ และใช้จิตวิทยาสูงมาก เช่น ทำหนัง ทำดนตรี ให้คนรู้จักแดจังกึม รู้สึกชอบลีซาน ฯลฯ  เขาคิดว่าถ้ามาประชาสัมพันธ์ทุกอย่างในประเทศไทยสำเร็จก็จะมีเงินเข้าประเทศเขา อย่างน้อยไปผ่าตัดที่เกาหลี 7 วัน ก็มีค่าใช้จ่ายแล้ว  ลีเมียงบัค (ประธานาธิบดีเกาหลีใต้) ส่งคนมาดูงานที่เมืองไทย 1-2 ปีที่แล้วเพื่อเก็บข้อมูลทุกอย่าง ทั้งที่บำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลกรุงเทพ เซ็นต์หลุยส์  ต่อมาก็มีนโยบายใหม่  Medical Hub เป็น Over Sea Medical Tourism เป็นองค์การที่เกี่ยวกับการแพทย์โพ้นทะเล จะไปจีน อาหรับ ฯลฯ”

และประสบการณ์ที่เจอเข้ากับตัวเอง ก็ร่วมผลักให้คุณหมอคนเดิม ยิ่งต้องกรุยทางให้ขุนพลเสื้อกาวน์ไทยมีที่ทางในเวทีโลกบ้าง  

“มีคนสิงคโปร์จะมาทำตาสองชั้น ผมคิดราคา 20,000-30,000 บาท คุยกันตั้งนาน ในที่สุดเขาตัดสินใจไปทำที่เกาหลี ราคาตั้ง 120,000-200,000 บาทแพงกว่ากันเยอะ เขาบอกว่าจ่ายแพงหน่อย มั่นใจกว่าว่าปลอดภัยเพราะรัฐบาลเขาการันตีทุกอย่าง แม้แต่คนไทยเองมีเงินจะมาทำตา จมูก สุดท้ายก็ไม่ทำจะไปทำที่เกาหลี เพราะคิดว่าวัสดุไทยคงไม่ดี เกาหลีน่าจะดีกว่า...”

วกกลับมาถามความหมายของศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแบบไทยๆ ว่าเหมือนหรือต่างจากที่คุณหมอจองอินซอนว่าไว้หรือไม่...

"ใครๆ ก็อยากมีหน้าตาสวย บุคลิกดี แต่คนไทยทำ กลับบอกไม่ได้ทำ อย่างนี้มีเยอะ ในฐานะหมอบอกได้ว่า ศัลยกรรมนั้นทำได้แต่ต้องเลือกหมอที่ดี ทำแต่พอดี ทำเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ เติมส่วนที่ขาด ขจัดส่วนที่เกิน เรียกว่าศัลยกรรมเพื่อบุคลิกภาพ" 

Tags : ศัลยกรรมความงาม

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11

สัญญาที่บงบอกว่าเนื่อคู่
> >>> >1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อโผล่มา
> >>> >2. เวลามองหน้ากัน ใจจะเหมือนโดนอะไรบางอย่างสะกดจิต
> >>> >3. เวลาเราอยากได้ใครสักคนมาเป็นเพื่อนเค้าก็จะโผล่มาพอดี
> >>> >4. ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อนแต่นึกไม่ออกว่าใคร
> >>> >5. เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดีที่สุด
> >>> >คนที่อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสต์ ไม่งั้นเธอจะต้องมนตราน่ากลัวมาก
> >>> >แต่ต้องโพสต์แค่ 5 อัน แล้วคุณจะพบสิ่งอัศจรรย์บางอย่า

ความคิดเห็นที่ 10

ที่จริงก็ชอบเกาหลีเหมือนกันแต่เป็นแค่บางเรื่องเ่ท่านั้น ไม่ถึงขนาดคลั่งจนทำให้ดูเหมือนชาติตัวเองดูด้อยค่าลง ทีเห็นอยู่ตอนนี่เหมือนกับว่าคนไทยเราไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลย ทิ้งวัฒนธรรมของตัวเองไปเกือบหมดแล้ว อาจเป็นเพราะสื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมากไปรึเปล่า ส่วนดาราในวงการบันเทิงก็เหมือนกัน ชอบพูดกันจังว่าอยากหน้าสวยใสสไตล์เกาหลี ไม่ลองหันมาคิดดูบ้างเหรอว่าคนไทย ว่าในการจัดอันดับหน้าตานั้นไทยอยูอันดับดีกว่าเกาหลีตั้งเยอะ เพียงแต่คนไทยนั้นไม่ค่อยรู้จักการแต่งตัวให้เข้ากับบุคลิกของตัวเอง และไม่ค่อยดูแลตัวเองเหมือนเกาหลี อย่างที่บอกว่าที่จริงก็ชอบเกาหลี แต่เราไม่อยากทำให้เกาหลีอยากเป็นอย่างเรากันบ้างเหรอ

ความคิดเห็นที่ 9

เห็นด้วยคะ * ที่บินไปทำมาที่เห็น ๆ ก็งั้น ๆ แถมออกมาเหมือนกัน ประมาณว่าแฝดพี่แฝดน้องไม่สวยทั้งคู่เหมือนหมอทำได้บล๊อกเดียว คนที่เป็นดาราดังๆ ของไทยก็ไม่เห็นต้องบินไปทำที่เกาหลีเลย หมอไทยทั้งนั้น ถ้าทำแล้วกลับมาได้เป็นนางเอกแถวหน้าค่อยบินไป ถ้าเป็นผู้ชายไปทำบินกลับมากลายเป็นตุ๊ดไปอีก ทำสวยตรงใหน ดูยังไง

ความคิดเห็นที่ 8

เห็นด้วยอย่างยิ่งคับในเรื่องคุณหมอฟันของเมืองไทยเรา ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการทำฟันระดับโลกเลยทีเดียว ผมเองก็แปลกใจมากเลยนะ เพราะเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆก็นำเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้น แลวทำไมชาวต่างชาติเขาถึงไม่ไปทำฟันยังปรเทศที่ผลิตเครื่องมือทำฟันนะ ทั้งๆที่หมอฟันเขาต้องเก่งมาด้วยนะ ผมว่าคุณหมอฟันบ้านเราอาจจะมีความอดทนในการดมขี้ฟันของคนไข้ได้นานกว่า อดทนกว่านะ เรื่องฟีมือคงไม่ต่างกันมากนัก หมายความว่าเก่งพอๆกันอะนะ ส่วนเรื่องศัลยกรรมเสริมความงาม ผมว่ามือมีดของไทยเก่งมากๆเลย ดูได้จากการเปลี่ยนนายเป็นนางได้อย่างไร้ร่องรอยเลยหละ ถ้าไม่พูดออกเสียงนะ

ความคิดเห็นที่ 7

เห็นด้วยค่ะว่า ผู้หญิงและผู้ชายสมัยนี้น่าจะศัลยกรรมสมองและจริยธรรมให้มากๆ แทนที่การทำสวย เพื่อดึงดูดเพสตรงข้าม เพียงอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 6

แทนที่จะผ่าตัดหน้า อยากให้หมอผ่าตัดสมองให้สาว ๆ แล้วใส่ความคิดดี ๆ เข้าไปใน
สมองกลวง ๆ นั้นด้วยน่าจะ work กว่านะ

เพราะบางครั้งเราจะรับรู้ได้ว่า คนที่สมองสวย ๆ มักจะชวนให้หลงใหลกว่าคนหน้าตาสวย ๆ หล่อ ๆ

ความคิดเห็นที่ 5

#1 ผมสังเกตคนไทยที่ทำศัลยกรรม ทำที่ใหนก็เหมือนกัน ไม่ว่าเกาหลี หรือไทย ถ้าคนทำแล้วรักษาที่ทำศัลยกรรมถูกวิธี หน้าไม่พังหรอก ทุกวันนี้ทำแล้ว หน้าพัง เกิดไม่รักษาหน้าไว้ ส่วนดาราทั่วโลกความนิยมทั้งนั้นแหละครับ ไม่ต้องแต่เกาหลีเลย ดาราไทยก็ยังมีเลย และเรื่องบ้าดารานั้นผมว่าอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าบ้าดาราเกาหลีอย่างเดียว ทุกวันนี้วัยรุ่นบ้าดาราเกาหลี ดาราไทย เป็นต้น บ้ามากเกินไป ผมเองไม่ได้บ้าขนาดดาราทุกชาตินัก คนใหนดี เรืองละครดี เพลงดี ก็ดู ไม่ได้ถึงบ้า ทุกวันนี้คนบ้าคลั่งมากเกินไป

ความคิดเห็นที่ 4

ทำไม่คนเอเชียไม่ค่อยภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ของตัวเอง โดยเฉพาะสาว ๆ จะเน้นที่หน้าตาของตัวเองมาก แต่กลับไม่ค่อยพัฒนาสมอง

อยากให้หน่วยงานที่เกียวข้องเปลี่ยนค่านิยมไทยด้วย ต้องให้สาวไทยพัฒนาที่สมองจะดูมีเสน่ห์มากกว่า มาเน้นเรื่องศัลยกรรมและทาครีมหน้าขาว
ตอนนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่คนหน้าขาวซีดเป็นไก่ต้ม ซึ่งดูออกจะน่ากลัวอยู่ไม่น้อย ควรมีหน่วยงานเข้ามาดูแลโฆษณาพวกครีมหน้าขาวด้วย เพราะโฆษณาครีมหน้าขาวก็มอมเมาเยาวชน อย่างเช่นพอทาครีมหน้าขาวแล้วผู้ชายขอแต่งงาน..ซึ่งมันตรงข้ามกับชีวิตจริง ..แต่เยาวชนยังแยกแยะไม่ได้
ความจริงผิวสีน้ำผึ้งของคนไทยมีเสน่ห์มาก ๆ ในสายตาชาวต่างชาติ ซึ่งคนไทยควรจะภาคภูมิใจในสิ่งที่บรรพบุรุษไทยมอบไว้ให้

ความคิดเห็นที่ 3

เกาหลีเป็นประเทศที่ กดขี่ผู้หญิง มาก ส่วนคนเกาหลีนั้น ส่วนใหญ่ งกโคตร ๆ และก็เป็นพวก Aggressive มาก

ความคิดเห็นที่ 2

ลด นน. ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพี่ยงพอต่อความต้องการของร่างกาย ได้รับ อย.
ลดแล้วไม่โทรม ไม่เหี่ยว หย่อนคล้อย ผิวพรรณ สุขภาพดี 3- 10 กก./เดือน
ด้วยกลไกการเผาผลาญพลังงาน ตามธรรมชาติของร่างกาย
ไม่ต้องทรมานกับความหิว เหมือนการอดอาหาร
ไม่ขาดสารอาหารเหมือน กับการลด นน. ด้วยการควบคุมปริมาณอาหาร
ร่างกายไม่โทรมเหมือนการใช้ยา ไม่มีสารเคมี และตัวยา
ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยสารอาหาร ลดภาวะความเสียงต่อการ เป็น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ด้วย
การสร้าง นน. ตัวที่ได้มาตรฐาน สร้างสุขภาพดี สร้างรูปร่างที่สมส่วน ชวนมอง
สร้างภาวะสมดุลให้แก่ร่างกาย ด้วยโปรแกรมทางโภชนาการ จากธรรมชาติ ที่
Thaidietcenter.com/gooddiet ไม่ต้องพิมพ์ www.

ความคิดเห็นที่ 1

เห็นพวกดาราที่ไปทำที่เกาหลีมา หน้าตาเสียหมดทุกคน โดยเฉพาะคนที่จัดทัวร์นั่นแหละ คนนั้นเค้าสวยอยู่แล้ว ตอนนั้นเรายังชอบเค้าเลย สวยน่ารัก แต่ไม่รู้ปีศาจตัวไหนมาดลใจให้ไปเกาหลี พอทำเสร็จออกมาหน้าตาเปลี่ยนไป ไม่ได้เรื่องเลย แถมยังไม่รู้ตัวเอง มาจัดทัวร์หลอกคนไทยไปทำอีก ราคาแพงแถมยังเจ็บใจกลับมา ราคาขนาดที่ข่าวว่านั้น ทำที่โรงพยาบาลเกรดเอเมืองไทยก็ดีกว่า แถมมีตังค์เหลือใช้ ไม่รู้จะบ้าอะไรเกาหลีนัก นักร้องผู้ชายบางคนหน้าตาไม่ได้เรื่องแต่งตัวก็เหมือนตุ๊ด กรี้ดกันเข้าไป จะบอกให้ว่า ผู้ชายเกาหลีไม่ได้เหมือนในหนังหรอกนะ ดูถูกผู้หญิงจะตายไป ลองไปเป็นสะใภ้ดูแล้วจะรู้ เลิกบ้าเกาหลีได้แล้ว โง่ให้เค้าหลอกเอาตังค์อยู่ได้ เค้าคงคิดว่าคนไทยโง่กันทั้งประเทศแน่ๆ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement