กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 00:01

เลี้ยง 'ลูก' ในกรง ส่งเสียเพื่อนร่วมโลก

ภาพประกอบข่าว

องค์การสวนสัตว์ฯ จัดกิจกรรมน่ารักๆ โครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า รับสิทธิพิเศษเพียบ ผู้บริหารเผย แพนด้ากระแสแรง สัตว์ป่าไทยได้อานิสงส์

ในขณะที่ทุกความสนใจมุ่งไปสู่แพนด้าน้อย สัตว์ร่วมโลกอีกหลายชนิดต่างก็เฝ้ารอการมาเยี่ยมมาเยือนของเพื่อนมนุษย์ "เพื่อน" ที่บางครั้งอาจเปลี่ยนสถานะเป็น "พ่อ-แม่" ได้ หากมีจิตใจเมตตาอารี
  
ความน่ารัก และพัฒนาการที่ “พิเศษ” ในหลายๆ ด้านของแพนด้าน้อย สมาชิกใหม่ในสวนสัตว์เชียงใหม่ ทำให้คนไทยทั่วประเทศเทความสนใจและจดจ่ออยู่กับการติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าทูตขาว-ดำตัวนี้อย่างใกล้ชิด

และดูเหมือนว่า หน้า 1 ของหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับจะไม่เคยขาดภาพข่าวของเจ้าทูตน้อยตัวนี้เลยสักวัน นับตั้งแต่มันพาตัวเองออกมาลืมตาดูโลกเมื่อเดือนก่อน ทั้งๆ ที่ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกันมีข่าวของสัตว์ไทยตัวอื่นๆ ถูกนำเสนอผ่านสื่ออยู่บ้าง แต่เพราะความ “พิเศษ” ในหลายๆ ด้าน แพนด้าน้อยจึงดึงความสนใจจากผู้คนไปจนหมด ถึงขนาดมีบางคนเอ่ยปาก “อยากเลี้ยงแพนด้า” อยู่เนืองๆ

เป็นเรื่องดีที่ทูตสันถวไมตรีตัวนี้ทำให้คนไทยหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับสัตว์ และเมื่อเกิดความรักก็มักจะตามมาด้วยความต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ ซึ่งตามจริงแล้วเป็นคนละเรื่องกัน 

แต่ถ้าใครก็ตามที่รู้สึกอยากเลี้ยง อยากดูแลสัตว์ที่ตัวเองรักและชื่นชอบอย่างจริงจัง องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีโครงการน่ารักๆ ที่ชื่อว่า “พ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า” สนองความต้องการเหล่านั้นอย่างครบถ้วน

เพราะรัก จึงฝากเลี้ยง

"โครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่าเริ่มมาประมาณ 3 ปีแล้ว สมัยนั้นสวนสัตว์ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมดูแลพิทักษ์สัตว์ต่างๆ อีกส่วนคือ ต้องการให้ประชาชนรู้จักสัตว์ป่าในทางที่ดี และเป็นการทำบุญไปในตัว คือแทนที่เราจะซื้อของขวัญราคาแพงให้กับคนที่เรารัก ก็ทำบุญด้วยการพาเขามาเป็นพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า เช่น คนที่เรารักเกิดปีขาล เราก็ชวนเขามาบริจาคเงินมอบให้เสือ หรือสัตว์ชนิดต่างๆ แทนปีเกิดได้" สุริยา แสงพงค์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของโครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า พร้อมกับเสริมว่า

"ในการบริหารสวนสัตว์ เรามีงบที่รัฐบาลซัพพอร์ตอยู่แล้ว แต่มีในปริมาณที่จำกัด และในแง่ของความเป็นจริง สวนสัตว์มีสัตว์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะชาวบ้านที่เลี้ยงสัตว์ป่ามักนำสัตว์มามอบให้สวนสัตว์เพราะตระหนักว่าตัวเองเลี้ยงไม่ไหว ซึ่งเราก็ต้องรับไว้ ยกเว้นสัตว์ปีกที่มีปัญหา รับไม่ได้ เพราะอาจแพร่เชื้อ แบบนี้ก็มีมาเรื่อยๆ หรือบางคนกลัวสวนสัตว์ไม่รับก็แอบเอามาปล่อย มีลูกมีหลานเต็มไปหมด เราก็ต้องเลี้ยงมัน"  

เมื่อเป็นเช่นนี้การดำเนินงานของสวนสัตว์ในแต่ละปีจึงต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการสนับสนุน พ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า เป็นหนึ่งในโครงการที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ วิธีการก็คือเลือกสัตว์ที่ตนเองรักและสนใจ จากนั้นก็ร่วมบริจาคสมทบทุนค่าใช้จ่ายอาหารสัตว์ ยาและเวชภัณฑ์ เป็นการอุปถัมภ์เลี้ยงดูเสมือนพ่อแม่บุญธรรม ซึ่งการทำบุญในลักษณะนี้ย่อมส่งผลดีทั้งในด้านจิตใจและการอนุรักษ์สัตว์ป่าให้ยั่งยืนต่อไป 

แน่นอนว่า สัตว์ป่าที่ได้รับการอุปถัมภ์จะไม่สามารถออกมาเป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้านพ่อแม่บุญธรรมได้ ดังนั้นสิทธิพิเศษที่พ่อแม่บุญธรรมจะได้รับก็คือ การเป็นสมาชิกพิเศษของสวนสัตว์ โดยมีสิทธิเข้าเยี่ยมเยียนสัตว์ป่าที่ตนเองเป็นผู้อุปถัมภ์ได้ตลอดเวลา 

"เราไม่บังคับว่าคุณจะเลี้ยงอะไร เท่าไร 1 บาท 2 บาท ไม่มีปัญหา อย่างเด็กนักเรียนเข้ามาเราก็พยายามเล่าโครงการให้เขาฟัง เขาก็บริจาค 1 บาทช่วยหมีนะ คือเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ เราอยากให้คนมีส่วนร่วม ซื้อของให้ลูกอ่อนสัตว์มั้ย หรืออยากจะมาป้อนอาหาร มาเลี้ยงช้าง ซึ่งเราก็มีหลายเชือก มีลิงป่า มีสัตว์หลายชนิดเลย" 

สุริยา บอกว่า ที่ผ่านมามีบริจาคเข้ามาบ้าง แต่เป็นรายเล็กๆ ประเภทรายปี หรือรายเดือน ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังไม่มี อย่างไรก็ตาม รายได้ที่ทุกคนบริจาคเข้ามาไม่ว่าจะ 1 บาท 2 บาท หรือเป็นร้อยเป็นพันบาท ทั้งหมดจะถูกจัดสรรแบ่งปันเพื่อใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ภายในสวนสัตว์อย่างครอบคลุม

"อยากเลี้ยงหมีขอ ม้าลาย ยีราฟ ฮิปโป คุณระบุได้ว่าจะบริจาคให้สัตว์ตัวไหน เพราะแต่ละคนชอบสัตว์ไม่เหมือนกัน และเมื่อคุณบริจาคเงินเข้ามาแล้ว เรามีหน้าที่ดูแล เงินบริจาคเราจะเอามาพัฒนาด้านต่างๆ เช่น เทศกาลผลไม้ซื้อผลไม้มาให้เขา ทำคอนโดให้นกที่หากินไม่เป็นได้อยู่ได้กิน เราใช้เงินหมุนเวียนไปเรื่อยๆ คือต้องช่วยกัน เงินที่ได้จะหมุนเวียน ถ้ามีส่วนไหนขาดก็ต้องดูแลกันไปให้ทั่วถึงสัตว์ทุกตัว ตัวไหนป่วย ก็แยกชนิดสัตว์ออกมา" 

ถามว่า เคยมีกรณีผู้ต้องหาลักลอบค้าสัตว์ป่าอ้างว่าอยู่ในโครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า และสามารถนำสัตว์ป่าในอุปถัมภ์กลับไปเลี้ยงดูที่บ้านได้ ทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจผิด เรื่องนี้ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียวยืนยันว่า โครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่าขององค์การสวนสัตว์ในพระราชูปถัมภ์ไม่อนุญาตให้นำสัตว์ต่างๆ ออกไปนอกพื้นที่อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่กล่าวเป็นเพียงข้ออ้างของผู้กระทำความผิดเท่านั้น

"ที่เอาสัตว์ออกไปจากสวนสัตว์ไม่มีแน่นอน จะมีก็แต่เอามาให้เราดูแล ในปีที่ผ่านมามีการนำมามอบให้สวนสัตว์น้อยลง อาจจะเพราะว่าเศรษฐกิจด้วย ทำให้ไม่ได้ซื้อขาย หรือรัฐเอาจริงเอาจังกับการจับกุมการซื้อขายสัตว์ป่าในตลาดมืด แต่สถิติตอนนี้คือลดลง จริงๆ เราก็ไม่ได้หวังเงินบริจาคมากมาย เพราะรัฐเองก็มีงบประมาณซัพพอร์ตอยู่ แต่ที่เราหวังมากคือเรื่องของจิตสำนึก เราต้องการปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชนและบุคคลทั่วไป ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปซื้อหาสัตว์ป่ามาเลี้ยงเด็ดขาด เพราะซื้อมาแล้วอาจทำร้ายคน อาจเกิดโรคติดต่อร้ายแรง หรือถูกปล่อยทิ้งปล่อยขว้างก็จะเป็นภาระกับสังคมอย่างที่เรารับรู้กันอยู่" ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สรุป

เสียงจากคนรัก "ลูก" (สัตว์)

กระแสแพนด้าทำให้สวนสัตว์อื่นๆ ในองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้รับอานิสงส์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี โสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า ช่วงงานสู่ข้าว เอาขวัญ แพนด้าน้อยเมื่อวันที่ 4-6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้าชมแพนด้ามากกว่าสองหมื่นคนเลยทีเดียว และความสนใจของนักท่องเที่ยวก็เผื่อแผ่ไปยังสัตว์ไทยชนิดอื่นๆ ด้วย

"ตอนนี้กระแสแพนด้าทำให้สัตว์ป่าของไทยตัวอื่นๆ ได้รับความสนใจกลับคืนมาด้วย แพนด้าเป็นสัตว์ที่มีลักษณะเด่นคือสีขาว-ดำ สัตว์ขาว-ดำ ของไทยเราก็มีสมเสร็จ เราอาจจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักสมเสร็จของเรามากขึ้น ปัจจุบันคนแค่ไปดูเฉยๆ แต่สมเสร็จเป็นสัตว์หายาก ในองค์การสวนสัตว์มีอยู่ 26-27 ตัว เราก็พยายามจะหาวิธีการมอบความรู้และเรียกความสนใจให้คนเข้ามาชมสัตว์ตัวอื่นๆ ต่อไป"

โสภณ ยอมรับว่า แม้จะผ่านการดำเนินงานมานานกว่า 3 ปี แต่โครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่าก็ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ทั้งยังได้รับความอนุเคราะห์จากผู้มีจิตศรัทธาน้อยเกินคาด ทำให้องค์การสวนสัตว์ต้องปรับปรุงวิธีการประชาสัมพันธ์และการดำเนินงานอีกครั้ง

"ขณะนี้สวนสัตว์เชียงใหม่มีรายได้เข้ามาเยอะจากหลายทาง แพนด้าเป็นทางหนึ่ง อควาเรียมก็ทางหนึ่ง แล้วช่วงนี้เชียงใหม่สวยมากจริงๆ ดอกไม้สวย พื้นที่สีเขียว มันชุ่มฉ่ำสวยงาม แต่ถ้าถามว่าสวนสัตว์อื่นๆ ในองค์การมีที่ไหนที่น่าเป็นห่วงบ้างก็อาจจะมีเขาดินที่ต่ำกว่าเป้า 20 กว่าล้านบาท คือมีปัญหาตั้งแต่กรณีเสื้อเหลืองเสื้อแดง แต่ก็คาดว่าจะดีขึ้นเพราะเราพยายามประชาสัมพันธ์" 

อย่างที่ทราบ สัตว์ป่ามีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหาร ช่วยรักษาสมดุลประชากรสัตว์ให้สอดคล้องกับระบบนิเวศของป่า ดังนั้นมากกว่าความบันเทิง สัตว์ต่างๆ เหล่านี้ยังเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เปรียบเหมือนมรดกโลกชนิดหนึ่งที่ไม่ควรปล่อยให้สูญพันธุ์ไปแม้แต่ชนิดเดียว ทว่า ในความเป็นจริงแต่ละปีมีสัตว์ป่าต้องสูญพันธุ์ หรือเสี่ยงต่อการใกล้จะสูญพันธุ์จำนวนมาก และบ่อยครั้งสูญเสียไปโดยที่ไม่มีใครทราบ นักอนุรักษ์ นักชีววิทยา และสัตวแพทย์ คือผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้นให้คงอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ของโลกต่อไป 

"สวนสัตว์ทำงานในเชิงวิชาการด้วย มีเรื่องของการวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ไทย และสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อื่นๆ เรามีงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์หลายตัวมาก อย่างตอนนี้มีเรื่องนกกระเรียน เสือลายเมฆ แมวป่าหัวแบน เรามีงบสำหรับงานวิจัยด้วย ซึ่งพอวิจัยเสร็จเราก็จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ทุ่งใหญ่นเรศวร เราไปดูพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม และศึกษาความเป็นไปได้ว่าถ้าปล่อยไปแล้วเขาจะอยู่ได้ไหม เป็นการคืนสัตว์สู่ธรรมชาติ" แม้การอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ป่าให้ดำรงอยู่ต่อไปจะเป็นหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่เกี่ยวข้อง แต่เพราะสัตว์ป่าคือทรัพยากรของโลก ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงมีหน้าที่ไม่ต่างไปจากผู้เกี่ยวข้องเหล่านั้น อาจทำได้ไม่มากเท่า แต่แค่ไม่ซื้อหาสัตว์ป่ามาเลี้ยง และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของรัฐบาลบ้าง เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ

โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งขององค์กรที่ทำงานเพื่อสังคม และเป็นผู้อุปถัมภ์สัตว์ป่าตามโครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่ามาต่อเนื่องยาวนาน 

"เมื่อปี 2547 เป็นปีที่แพนด้าเข้ามาประเทศไทยในฐานะทูตสันถวไมตรี ก็มีคนเข้าไปสนับสนุนแพนด้าเยอะมาก แต่นอกจากแพนด้าแล้วก็ยังมีทูตสันถวไมตรีตัวอื่นๆ ด้วย อย่างเพนกวิน เราก็คุยกับท่านธนภัทร พงษ์ภมร ผ.อ.สวนสัตว์เชียงใหม่ว่า จะดูแลเขายังไงดี ท่านบอกว่า เพนกวินกินปลา ค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 7,000 บาท เราก็เลยช่วยดูแลเขา มอบเงินให้เป็นรายปี ปีละ 84,000 บาท เป็นค่าอาหารที่ต้องดูแลเพนกวิน จากนั้นเพนกวินก็ออกลูกออกหลานมาให้เราดูมากมาย พอเราเข้าไปเยี่ยมเขา เขาก็จะเดินมาต้อนรับพ่อแม่ เป็นภาพที่น่ารักมาก" ชมพูนุช รัตนา รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการ โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม บอก

จากนั้นในปี 2550 ก็มีทูตสันถวไมตรีอีกตัวหนึ่งมาจากประเทศออสเตรเลีย นั่นก็คือ โคอาลา เช่นเดิม โรงพยาบาลเชียงใหม่รามขอเป็นผู้อุปถัมภ์ด้วยการมอบเงินช่วยเหลือเป็นรายปีแก่สัตว์ชนิดนี้เป็นเงิน 84,000 บาท ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

"สัตว์อื่นๆ ของไทย ทางสวนสัตว์มีแผนงานในการดูแลอยู่แล้ว เราเข้าไปช่วยเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น คิดว่าการทำบุญเป็นลักษณะของการทำด้วยใจ เมื่อเราช่วยกันสิ่งที่ได้คือ คนมาเชียงใหม่มากขึ้น เศรษฐกิจของเชียงใหม่โตขึ้น ภาพอ้อมๆ คือ หากเกิดการเจ็บป่วยคนก็จะนึกถึงโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม เพราะการดูแลสัตว์เป็นความอบอุ่น เมื่อคนรู้ว่าโรงพยาบาลเชียงใหม่รามดูแลสัตว์ เขาก็จะคิดว่าขนาดสัตว์เรายังดูแล แล้วชีวิตคนล่ะ คือเรามี care&warm" ชมพูนุช สรุป 

การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในฐานะพ่อแม่บุญธรรม อาจทำให้สัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์มีโอกาสอยู่รอดต่อไป ไม่ใช่แค่ช่วยเหลือสัตว์ แต่เท่ากับรักษาสมดุลของโลก

  • แสนถูกมีลูกเป็น "สัตว์" 

ผู้สนใจสามารถร่วมอุปถัมภ์สัตว์ป่าตาม โครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า ได้ที่สวนสัตว์ขององค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์เชียงใหม่ และสวนสัตว์สงขลา 

สำหรับสิทธิประโยชน์ที่พ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่าจะได้รับก็คือ 1.ป้ายขอบคุณบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.มีสิทธิเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์ และรับทราบข้อมูลอย่างใกล้ชิด 3.สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของสวนสัตว์ได้ 4.ใบประกาศเกียรติคุณจากสวนสัตว์ และ 5.บัตรเข้าชมสวนสัตว์ฟรี

ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูสัตว์ป่า

ชนิดของสัตว์     ต่อวัน        ต่อเดือน        ต่อปี
ฮิปโปโปเตมัส    200 บาท    6,000 บาท    72,000 บาท 
หมีขอ              100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท
ม้าลาย             100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท 
ยีราฟ               200 บาท    6,000 บาท    72,000 บาท 
แรดขาว            300 บาท    9,000 บาท    108,000 บาท 
เก้งหม้อ            100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท
ช้าง                  500 บาท    15,000 บาท    180,000 บาท
สมเสร็จ            100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท
อูฐ                  100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท 
เสือลายเมฆ      100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท 
เสือโคร่งขาว     400 บาท    12,000 บาท   144,000 บาท
เสือดาวหิมะ      300 บาท    9,000 บาท    108,000 บาท
สิงโต               200 บาท    6,000 บาท    72,000 บาท 
ชะนี                100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท

โครงการอนุรักษ์นกน้ำไทย

ชนิดสัตว์ ย           ต่อวัน        ต่อเดือน        ต่อปี
นกกระทุง            100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท
นกกาบบัว            100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท
นกกระสาคอขาว   100 บาท    3,000 บาท    36,000 บาท 
นกกระสาคอดำ    200 บาท    6,000 บาท    72,000 บาท 
นกกระเรียนไทย  300 บาท     9,000 บาท    108,000 บาท 

(ข้อมูลจาก สวนสัตว์เปิดเขาเขียว)

Tags : โครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ลดนน.หลังคลอด 3-7โล ใน 1 เดือน

ลดนน. เพื่อดูแล ความดัน และเบาหวาน โรคหัวใจ

เริ่มต้น ...หุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี ด้วยโปรแกรมดูแล

รูปร่าง และ สุขภาพ จากสหรัฐอเมริกา
* ได้รับ อ.ย.
* ไม่ต้องทานยา
* ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม
* ได้ผลลัพธ์ ทั้งน้ำหนัก และรูปร่าง
* คิดค้น และวิจัยโดยแพทญ์ และ ผู้เชี่ยวชาญ
สนใจ โปรแกรม
Thaidietcenter.c
om/gooddiet

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement