กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 17:40

น้ำจิต น้ำใจ และน้ำตา ของอุ้ม สิริยากร พุกกะเวส

สิริยากร พุกกะเวส
สิริยากร พุกกะเวส
สิริยากร พุกกะเวส
สิริยากร พุกกะเวส
ภาพประกอบข่าว
Get Adobe Flash player

อุ้ม สิริยากร แม่งานผลิตน้ำดื่มหาทุนสร้างหอธรรม ข่าว อุ้ม กรี๊ด-วี๊ดบึ้ม-นักข่าวกระเจิง ในวันเปิดตัวโครงการน้ำจิตน้ำใจ เกิดขึ้นได้อย่างไร

ชื่อของ อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส ห่างหายจากวงการบันเทิงในระยะหลัง แต่ไม่มีใครลืมบทบาทของเธอจากงานการแสดงและพิธีกรเมื่อหลายปีก่อน คนที่ติดตามข่าว ทราบว่าเธอผันตัวไปเป็นเจ้าของ สำนักพิมพ์ 'บ้านอุ้ม' ที่ผลิตนิตยสาร OOM ก่อนจะหันมาทำพ็อกเก็ตบุ้คภายใต้ชื่อสำนักพิมพ์เดียวกัน ขณะที่หลายคนยังทราบว่าในช่วง 3-4 ปีมานี้ อุ้ม-สิริยากร ให้ความสนใจเรื่องการปฏิบัติธรรม

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อของเธอปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งจากงานเปิดตัว "น้ำจิต น้ำใจ" โครงการน้ำดื่มเพื่อการกุศล ด้วยข้อความพาดหัว..

"อุ้ม สิริยากร กรี๊ด ขออนุโมทนาบุญ ไม่พูดเรื่องควงฝรั่ง" 

"อุ้ม สุดฉุน! โดนแชะควงฝรั่ง วี๊ดบึ้มใส่ช่างภาพกระเจิง"

ฯลฯ 

เรื่องบุญทานและธรรมะมาปรากฏเป็นข่าวด้วยคำไม่ค่อยจะเป็นมงคลอย่าง กรี๊ด-วี๊ดบึ้ม-เหวี่ยง ได้อย่างไร ..เธอคนนี้ย่อมเป็นผู้ที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุด

@ได้ข่าวว่าคุณกำลังสนใจเรื่องธรรมะและการปฏิบัติธรรม

สนใจตั้งแต่เด็ก เริ่มหัดนั่งสมาธิตอน ป.4 ช่วง 3-4 ปีนี้ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดผาณิตาราม ฉะเชิงเทรา ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้เป็นอย่างนี้เอง เจริญสติเพื่อให้เกิดปัญญา ไม่ใช่ว่าปฏิบัติแล้วต้องนิ่ง ไม่มีอารมณ์ ปลง ละทางโลก แต่เป็นฆราวาสก็มีธรรมะได้ เลยรู้สึกเหมือนเป็นวัดที่มีบุญคุณกับเรา

เมื่อวันวิสาขบูชาปีที่แล้ว อุ้มไปกราบพระอาจารย์ ทราบว่าท่านจะสร้างศาลาปฏิบัติธรรมใหม่ เพราะของเดิมเริ่มเต็มแล้ว ออกแบบเสร็จเรียบร้อย รอให้คนบริจาคทาน พอได้ไปเดินดูบริเวณที่จะสร้าง ใจหายวูบเลย เพราะเป็นที่โล่งๆ เราก็ ตายจริง แล้วจะได้สร้างมั้ย สอบถามดูทราบว่าต้องใช้ 80 ล้านบาท ได้มาแล้ว 30 ยังขาดอีก 50 อุ้มคิดว่าเรามีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมเพราะมีคนบริจาคทานสร้างศาลาเดิม เราน่าจะทำอะไรให้คนอื่นมีโอกาสได้พบธรรมะเหมือนกับเรา

@ทำไมถึงมาสรุปที่การผลิตน้ำดื่มเพื่อจำหน่าย

คุยกับพระอาจารย์บอกว่ามีโครงการที่ผู้บริจาคทานท่านหนึ่งคิดไว้ อุ้มก็เห็นว่าเป็นไปได้ เศรษฐกิจแบบนี้จะขอให้คนมาบริจาคทานทีละเยอะๆ คงยาก ทำหนังสือก็ยุ่ง ทำเสื้อยืดก็ดูไม่จำเป็น จัดอีเวนต์ต้นทุนก็สูงมาก เป็นของอุปโภคบริโภคน่าจะดี แล้วน้ำ.. ฟังแล้ว ติ๊ง! ดูมี potential (หัวเราะ) เห็นเป็นหนังสือกรุงเทพธุรกิจเลยใช้ภาษาการตลาดได้ อุ้มเป็นคนชอบการตลาด เรียนนิเทศฯ จุฬาฯ เรียนด้านโฆษณา คิดว่าทำอย่างไรจะใช้วิธีในทางโลกแต่ให้เกิดผลในทางธรรม เป็นการกระจายโอกาสในการทำบุญ ให้คนได้ทำกันคนละเล็กคนละน้อย แต่ทำได้หลายครั้ง

@ได้ข้อสรุปแล้วต้องเริ่มต้นตรงไหน

อุ้มวิ่งหาซัพพลายเออร์หลายเจ้า สรุปที่น้ำดื่มสยาม เคาะตัวเลขได้ก็วิ่งไปหาผู้จัดจำหน่าย ..ตอนพิธีกรสัมภาษณ์ในวันเปิดตัว อุ้มบอกว่า น้ำจิตน้ำใจกว่าจะได้มามีน้ำตาด้วย เพราะช่วงเจรจามันยากมาก ไม่มีใครเข้าใจว่าเราจะทำอะไร เหมือนไปเจรจาการค้าแต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ได้สตางค์ แต่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย เขาก็มีต้นทุน ความไม่ลงตัวคือเขาต้องได้พอสมควร

พร้อมๆ กันก็ต้องคิดเรื่องชื่อ อุ้มโทรหาพี่สุทธิ (สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ BBDO Bangkok ครีเอทีฟมือดี เจ้าของผลงานสปอตโฆษณาดังๆ อาทิ ยูนิฟ ชุด หนอนชาเขียว) "พี่คะ อุ้มขอทานเป็นชื่อได้มั้ยคะ" ถึงได้ชื่อ "น้ำจิตน้ำใจ" มา พี่เขาถามว่ามีคนทำแคมเปญหรือยัง แกก็อาสาบอกบุญต่อ โดยการดึงเพื่อนๆ ในวงการมาช่วยกัน ทั้งสปอตทีวี วิทยุ โปสเตอร์ และได้ Default BKK ช่วยออกแบบฉลากรวมทั้งดูแลกราฟฟิกทั้งหมด เหมือนมีคนได้บริจาคทานเป็นความถนัดด้านต่างๆ ของตัวเอง พี่มาทำข่าวก็ได้บุญนะคะ หรือใครจะทำทานเป็นพื้นที่โฆษณาก็ได้ แล้วแต่จิตศรัทธา

@ฟังดูเหมือนมีรายละเอียดค่อนข้างมาก

ม้ากกกกก คะพี่ (ทำเสียงสูง) แล้วทีแรกทำอยู่คนเดียว อุ้มรู้สึกว่าเมื่อโครงการมันยังไม่เกิด เราไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเหนื่อย เริ่มต้นได้ก่อนค่อยบอกบุญให้คนอื่นๆ มาร่วม ตลอดปีที่ผ่านมาอุ้มวิ่งไปวิ่งมา ไปหลายรอบแต่เขาไม่ร่วมบุญก็มี แล้วไปนี่คือ ..ท่านประธานคะ ต้องไปหาผู้บริหารบริษัทอธิบายว่าเราคิดอะไร ทำไมใช้โมเดลนี้ ไปนั่งเคาะตัวเลขกับเขา กลับมาบ้านอุ้มร้องไห้เลย คือมันต้องใช้พลังมากในการต้อง convince คนน่ะคะ 

พอถึงตอนสั่งผลิต ใครจะสั่ง วัดสั่งไม่ได้เพราะเป็นมูลนิธิ มันยุ่งกว่าที่คิดไว้มาก เกือบต้องเอาหัวไปพาดเขียง เพราะต้องขอ อย.ผู้ผลิตเขาไม่ขอให้นะ ยังมีกระบวนการบัญชีต่างๆ เยอะมาก ปกติไม่เล่าให้ใครฟัง แต่เห็นเป็นหนังสือพิมพ์ธุรกิจ คนที่ทำการตลาดคงทราบว่ามันเท่ากับการทำโปรดักต์ใหม่ตัวหนึ่ง

ช่วงแรกเหมือนเราแบกไว้ทุกอย่าง กว่าที่ทุกฝ่ายจะมานั่งคุยพร้อมกันได้รู้สึกโล่งอกมาก

@เรียกว่าเป็นงานยากที่สุดที่เคยทำมาได้หรือไม่

ไม่เคยคิดเทียบกับงานอื่นๆ งานทุกอย่างก็เหนื่อยและสนุกแตกต่างกัน แต่งานนี้อุ้มรู้สึกว่าเป็นงานที่ใหญ่ ตอนเริ่มทำไม่คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้ คือใหญ่ในแง่การได้กระจายโอกาสในทางธรรมนะคะ

@หรือถ้าจะพูดให้เหนื่อยก็คือต้องติดต่อสัมพันธ์กับคนจำนวนมาก

..มันก็ไม่ได้เหนื่อยแบบนั้นคะ ความรู้สึกสุขใจมันมากกว่า เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลย "เลย" นะคะ สักนิด ทำโดยไม่คิดชีวิต (หัวเราะ) แต่ก็มีวันที่เหนื่อยสุดๆ เกือบจะถอดใจแล้ว เรียนถามพระอาจารย์ว่า ทำไมการทำดีจึงยาก ซึ่งพระอาจารย์สอนว่าไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย มันไม่ใช่การเดินทางไปสู่เป้าหมาย แต่ทุกครั้งที่ทำมันเกิดบุญ ทุกความพยายามที่เราทำลงไป เราได้ชำระจิตใจของเรา ทำโดยไม่คิดถึงตัวเอง แต่เพื่อประโยชน์ของคนอื่น

@ดูเหมือนคุณได้เรียนรู้เรื่องธรรมะผ่านการทำโครงการนี้พอสมควรทีเดียว

มากกก คะ ถ้าไม่มีธรรมะทำโปรเจ็กต์นี้ไม่ได้แน่ นี่คือโครงการปฏิบัติธรรมของอุ้ม ได้เรียนรู้เรื่องอุเบกขา ทาน บุญกิริยาวัตถุ ต่างๆ นานา แล้วอุ้มบอกตัวเองเสมอว่า สิริยากรต้องหายไปจากโปรเจ็กต์นี้ ทุกคนที่เข้ามาร่วมงานนี้ ไม่มีใครทำเพื่อรางวัล หวังกำไร หรือเพื่อให้ตัวเองรวยขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้น หรือมั่นคงในชีวิตมากขึ้น มันเป็นงานที่ไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขทางโลกแบบนั้นเลย 

แล้วทำไมเราจะเอาหลักการแบบนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการทำธุรกิจไม่ได้ อุ้มมองว่าทุนนิยมเป็นระบบที่ทำลายตัวเอง เพราะในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในโลก ถ้ากลายเป็นว่าใครครอบครองได้มากกว่าชนะ ใครยอดขายสูงกว่า ใคร branding กลายเป็นศาสนาสำหรับนักการตลาด ถ้าถามอุ้ม ..การจะมุ่งไปสู่ความดับทุกข์คือการต้องลดความยึดมั่นถือมั่น ลดความโลภ แต่ธุรกิจที่ทำเพราะอยากได้มาก ทำกำไรสูง จะสุขได้อย่างไร

@สำนักพิมพ์บ้านอุ้มนำหลักธรรมไปใช้ในการบริหารอย่างไร

อุ้มเชื่อในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด หนังสือไม่ต้องออกเยอะๆ ทำแต่ละเล่มให้ดี ไม่ต้องซื้อเยอะ แต่อ่านแล้วคุ้ม ที่อุ้มเลิกทำนิตยสารเพราะมองว่าโมเดลบางอย่างอาจไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราทำ คือต้องพิมพ์เยอะๆ เพื่อวางให้ทั่วทุกแผง แต่ขายไม่หมดอยู่ดี เหลือกลับมา เดือนหนึ่งหมดอายุแล้ว ต้องออกเล่มใหม่ เมื่อเช็คสภาพความเป็นจริงของเราแล้วมันไม่ใช่ เราก็เปลี่ยนได้ เปลี่ยนแล้วมันก็ดีขึ้น

@ด้านสื่อบันเทิงเป็นอย่างไรบ้าง มีงานเข้ามาหรือไม่

ความสนใจเปลี่ยนไปแล้ว อุ้มที่เคยเล่นละคร ที่ทำรายการบ้านอุ้ม ..ตายไปหมดแล้ว อุ้มดูตัวเองตอนทำ "บ้านอุ้ม" อื๋อ..(หัวเราะ)

@ดูตัวเองตอนนั้นแล้วรู้สึกอย่างไร

..หัวเราะเยอะจัง (หัวเราะ) เหมือนเห็นคนอื่น ถ้าทำรายการอีกอุ้มคงไม่ทำแบบนั้นแล้ว เราต้องเดินไปข้างหน้า ถ้าทำซ้ำ หรือพยายามให้เหมือนเดิมก็ฝืนธรรมชาติ เพราะมันไม่มีทางเหมือนเดิมได้

@คุณศึกษาและยึดหลักธรรม หลายคนเลยสงสัยว่าข่าว "วี้ดบึ้ม" ออกมาได้อย่างไร
 ..ไม่ทราบ ..ไม่ได้โกรธ อุ้มไม่ได้อ่านข่าว เลยรู้สึกปกติมาก จนมีคนโทรมาให้กำลังใจ เอ๊ะ เรื่องอะไรนะ 

สำหรับวันนั้น ถ้าจะเป็นเหตุการณ์เดียวกัน คือมีช่างภาพมาตามถ่ายรูปตลอดเวลา เดินตามถ่ายหลบๆ ซ่อนๆ อุ้มพูดว่า "นี่เป็นงานบุญ อยากถ่ายรูปก็ขอกันดีๆ ก็ได้นี่คะ" พูดด้วยท่าทีแบบนี้เลยนะคะ อุ้มรู้สึกว่า นี่มันงานบุญ เราอยากให้คนได้พบธรรมะ ไม่ได้ธรรมะที่ทำให้จิตใจสงบลงบ้างเลยหรือ ก็บอกเขาว่า เลิกเถอะ เลิกทำอาชีพที่ทำร้ายคนอื่น

@ข่าวเสนอในทำนองว่าคุณโกรธเพราะถูกถามเกี่ยวกับภาพที่คุณเดินกับหนุ่มต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งมีการเผยแพร่ตามสื่อบันเทิงก่อนหน้านี้ 

มีคนถามว่ารู้สึกอย่างไรกับภาพหลุด รูปนั้นอุ้มไปในที่สาธารณะ ฉะนั้นมันไม่ได้หลุด ไม่ต้องแอบถ่ายก็ได้ อุ้มไม่ได้ปิดบัง เราซื่อสัตย์พอ ก็รู้สึกว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สิ่งที่อุ้มพูดคือ วันนี้เป็นวันทำกุศล ขออนุโมทนาทุกคนที่จะไม่ถามเรื่องนี้นะคะ จบ โกรธตรงไหนไม่ทราบเหมือนกัน

@ที่ไม่ตอบเพราะเห็นว่าไม่เกี่ยวกับงานวันนั้น หรือเพราะไม่ต้องการพูดเรื่องนี้

อุ้มรู้สึกว่า ถ้าเป็นคนที่เป็นมิตรต่อกันก็น่าจะร่วมยินดีที่เห็นเรามีความสัมพันธ์ที่ดี จบ อุ้มไม่ได้ทำอะไรผิดใช่มั้ยคะ (หัวเราะ) คนเรามีความรักได้นะ อุ้มอายุ 35 แล้ว ซึ่ง ณ วันนี้ ก็คือ มีความรัก..เท่านั้นเอง และอยากทำมันให้ดี จบ ทำสำนักพิมพ์ก็อยากทำหนังสือออกมาให้ดี ทำงานกุศลก็อยากให้มันช่วยเสริมสร้างสิ่งที่เป็นกุศลให้คนได้พบธรรมะ

สู้อุตส่าห์สร้างสรรค์การทำกุศลตั้งหลากหลายวิธี หรือบุญทานที่  'อุ้ม-สิริยากร' เผลอมองข้ามไป คือการหางานให้กระจอกข่าว "สายบันเทิง" ติดมือกลับไปสักประเด็น เช่น การพูดอะไรนิดหน่อยเกี่ยวกับหนุ่มตาน้ำข้าวคนนั้น..

  • ไอเดียแจ๋ว บุญกระจาย

น้ำดื่มในโครงการ "น้ำจิต น้ำใจ" ราคาขวดละ 9 บาท โดยรายได้ทุก 3 บาทต่อขวด มอบให้กับวัด วางจำหน่ายแล้วที่ Central Food Hall, Top market และ Tops super ทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึงธันวาคม ปีนี้ 

"50 ล้านบาท บางคนฟังแล้วตกใจไม่อยากเข้าร่วมเพราะเหมือนเป็นยอดที่ต้องทำให้ได้ อุ้มพยายามอธิบายว่ามันคือตัวเลขที่เอาไว้คิด ถ้าได้เราก็สบายใจ แต่ขายได้ขวดเดียวอุ้มก็ดีใจแล้ว เพราะโครงการนี้ถ้าคิดในเชิงธุรกิจ ต้นทุนมันมหาศาล ไหนจะค่าดีไซน์ ค่าไอเดีย ค่าเปิดตัว เชิญดารามาร่วมงาน ฯลฯ แต่เราไม่ได้คิดว่านั่นเป็นต้นทุน หรือตัวเลขสีแดงในบัญชี แต่คือทานที่เกิดขึ้น โครงการนี้มูลค่าทานสูงมากต่างหาก" อุ้ม สิริยากร กล่าวถึงแนวคิดของโครงการ

Tags : สิริยากร พุกกะเวส น้ำจิตน้ำใจ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21

ศาลาปฏิบัติธรรมอะไรครับถึงแพงแบบนั้น ไม่ใช่ศูนย์ประชุมนะครับ วัดที่ผมไปปฏิบัติ สร้างศาลา 5 ล้าน ถวาย หลวงปู่ท่านบ่นแล้วบ่นอีกว่าหรูเกินไ ท่านว่ากรรมฐานติดสุขครับ

ความคิดเห็นที่ 20

เห็นด้วยกับคุณอุ้มที่ปฏิบ้ติธรรม

ความคิดเห็นที่ 19

ขออนุโมทนา และ เป็นกำลังใจให้อุ้ม
ขอให้เจริญในธรรมครับ

ความคิดเห็นที่ 18

ขอ ร่วมอนุโมทนาบุญ กับคุณอุ้มด้วย เกิดมาเป็นชาวพุทธตามทะเบียนบ้านมันง่าย แต่มันยากที่จะหาใครในทะเบียนบ้าน เข้าใจธรรมะ จริงๆๆ ชาตินี้ได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ก็อย่าเสียชาติเกิด สร้างสมบุญบารมี รักษาศีลห้า ใครทำดี อย่าไปขวาง เค้า ต้องสนับสนุนคนที่ทำดี

ความคิดเห็นที่ 17

การอนุโมทนาบุญนะ ต้องตั้งอยู่กับสติมากกว่า พวกคุณเห็นว่าการทำดีเป็นเรื่องที่ไม่ควรไปว่าก็จริง แต่อยากชี้ให้เห็นประเด็นว่า หากคุณอุ้มและน้ำดื่มสยามต้องการทำเพื่อสร้างบุญจริงๆ แล้ว ทำไมบริจาคแค่ขวดละ 3 บาทละ คนทำธุรกิจด้านนี้ก็จะรู้อยู่แล้วว่ากำไรที่ได้นะขวดละกี่บาทกันแน่ แสดงว่ายังมีกำไรส่วนเกินหลงเหลืออยู่ และมันก็มากเสียด้วย กับการสร้าง nich market ด้วยการเอาบุญนำ อย่างน้อยๆ 50 ล้านของยอดขาย ก็คงต้องมีเข้ากระเป๋าเองไม่ต่ำกว่า 2-3 ล้านอยู่แล้ว (นี่คิดแบบไม่โลภนะ) ใครจะว่าเราตัดทางบุญของเธอก็เถอะ แต่มองแล้วคนที่คิดจะซื้อนะ เราว่าเอาเงินที่ซื้อไปบริจาคเด็กกำพร้าดีกว่า ยังจะได้บุญเยอะกว่าอีก เพราะตรงนั้นเค้าไม่มีจริงๆ แต่ที่ทำนี่เป็นการสร้างถาวรวัตถุซึ่งไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยในการศึกษาธรรมมะ หากต้องการศึกษาธรรมะจริงๆ ก็มีหลายๆ สถานที่ที่เค้าสร้างไว้ให้บริการแล้ว ไม่ต้องสร้างเพิ่มหรอก เอาเงินที่สร้างไปช่วยให้มนุษย์คนอื่นอิ่มท้องและช่วยเรื่องการเรียนดีกว่า มัวแต่เอาเงินมาสร้างวัด มันเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ทำไมไม่สร้างคนก่อนละ ถ้าคนพร้อม เค้าก็เข้าวัดเองแหละ

ความคิดเห็นที่ 16

ก็ดีครับ ขอสนับสนุน ที่สามารถนำความรู้ ความสามารถ และชื่อเสียงมาสร้างประโยชน์ สร้างบุญนี้ได้ ดีกว่าพวกสื่อมาร สื่อสัมปเวสี ที่เกาะแต่เรื่องโลกีย์ เพื่อลบปมด้อยของมัน
ส่วนการสร้างสถานปฎิบัติธรรมแบบไม่มีการสร้างสื่อศรัทธาวัตถุสถานแอบแฝงนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนยิ่ง แต่ก็คงจะของแสลง และจะถูกพวกสื่อมารต่อต้าน ปล่อยให้พวกมันแสดงตัวตนแบบมารๆออกมา สังคมจะได้รู้และร่วมประนามพวกมัน

ความคิดเห็นที่ 15

เอาเงินไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาศดีกว่า พุทธศาสนาไม่ได้เน้นเรื่องวัตถุนิยม สร้างอะไรกันนักหนา วัดของท่านพุทธาตุ ไม่เห็นต้องสร้างศาลาเลย ทำไมถึงปฏิบัตธรรมได้ เดี๋ยวนี้ กฐิน ผ้าป่า สร้างโน่นสร้างนี่กันสร้าง กิเลส ตันหาทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 14

เราอยากให้คนได้พบธรรมะ ไม่ได้ธรรมะที่ทำให้จิตใจสงบลงบ้างเลยหรือ ก็บอกเขาว่า เลิกเถอะ เลิกทำอาชีพที่ทำร้ายคนอื่น - - ก็แล้วหล่อนก็ไม่ได้ทำจิตใจสงบเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะยะ ยังมีหน้ามาขอให้คนอื่นสงบ อย่าว่าแต่คนอื่นดีกว่า ทำตัวเองให้ดีก่อน แล้วถ้าไม่พอใจ ก็ไม่ต้องมางาน ถึงจะงานฟรี ก็ไม่ต้องมาก็ได้ ตกกระป๋องแล้วยังเรื่องมาก

ความคิดเห็นที่ 13

เป็นความคิดที่ดีครับ ผมจะช่วยซื้อครับ (ถ้าไม่เคยทำอย่าออกความเห็นเลย อ่านมากๆ คิดมากๆ พูคน้อยๆ จะดีนะ ) อย่าไปกล้วว่าคนอื่นเขาจะทำไม่ดีเลย ดูตัวเอง ว่าดีหรือยัง .. จะดีมาก ...

ความคิดเห็นที่ 12

คนเราไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ถ้าเขาคิดทำในสิ่งดี ก็ควรสรรเสริญ รักษาไว้ในสิ่งนั้นดีกว่านะครับ ความดีใครทำใครได้ หรือเห็นเขาทำดีแล้วเราส่งเสริมไม่ติเตียนเราก็ได้ด้วย โดยขออนุโมทนาบุญ กรณีคุณอุ้มบอกการทำบุญ ให้สังคมรับรู้ ท่านขออนุโมทนาก็ได้บุญโดยไม่ลงทุนแล้วนะ รักกันนะครับพุทธศาสนิกชน แล้วทุกวันพระอย่าลืม ทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิกันนะขอรับ...ธรรมะสวัสดี

ความคิดเห็นที่ 11

การทำบุญเป็นสิ่งที่ดีครับ ยิ่งมีศรัทธามากเท่าไร ยิ่งได้บุญ ต้องเป็นศรัทธาที่สะอาด บริสุทธิ์จริงๆ นะครับ ไม่มีอะไรอแบแฝง ยิ่งได้บุญมาก ... เราไม่ควรวิจารณ์ในทางเสียหาย หากไม่มีข้อมูลที่แท้จริง นอกจากไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังดึงกันให้ตกต่ำลงไปอีก

สำหรับกิจกรรมนี้ เท่าที่อ่านนะครับ ในความคิดเห็นผม ถือว่าคุณอุ้่มพยายามอย่างมาก เพื่อให้ได้ปัจจัยเพียงพอในการช่วยกิจกรรมวัด ขออนุโมทนาครับ ... ถ้ามีโอกาสไปเห็น จะช่วยซื้อครับ :D

ความคิดเห็นที่ 10

ขออนุโมทนาบุญในกุศลเจตนาของคุณอุ้ม การเดินทางมุ่งสู่ทางธรรมย่อมเผชิญกับอุปสรรคบ้างไม่มากก็น้อยเหมือนกับการเดินทางทั่วไปน่ะแหล่ะนะ

คิดเสียว่า มารบ่มีบารมีบ่เกิด นะครับ ทำไว้อย่างไรแค่ไหนก็ได้แค่นั้น

ขอให้กุศลกรรมของคุณอุ้มไม่เพียงแต่จะเกื้อ * ลคุณอุ้มและและผู้มีจิตศรัทธาเท่านั้น แต่ขอให้แผ่กระเพื่อมไปช่วยขัดเกลามลทินในจิตใจของผู้เห็นผิดให้บางเบาและหันหน้าเข้าสู่พุทธวิถีบ้างนะครับ

ขออนุโมทนา

ความคิดเห็นที่ 9

คุณความคิด 2 ,3 คุณไม่ทำกิจกุศลก็อย่าไปคิดอกุศลเลย เขานำน้ำไปจำหนายในห้างคุณทราบไหมว่าเขาจะต้องถูกหักค่าการตลาดอีกเท่าไร คุณไปทำการบ้านก่อนไปเเล้วจึงวิจาร์ สังคมเราไม่เจริญเพราะชอบตำหนิเเต่ไม่บอกว่าต้องทำอย่างไรที่สร้างสรรค์ เเละขอบอกกล่าวนะครับไม่รู้จักกับผู้นำน้ำไปจำหน่าย

ความคิดเห็นที่ 8

การสร้างวัตถุทานย่อมต้องมีต้นทุน และต้องมีระบบทางโลกเข้ามาบริหารจัดการ ทางโลกและทางธรรมย่อมเดินสวนกันในหลาย ๆ เรื่อง ผมเป็นพุทธนอนที่มีโอกาสศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจังประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมา รับรู้ว่าทางโลกุตรธรรมนั้นอยู่ห่างจากความเข้าใจของชาวพุทธนอน และชาวพุทธนอนไม่ใช่น้อยที่แสดงความรับรู้ในด้านศาสนาพุทธอย่างคลาดเคลื่อน ช่วยกันสักนิดนะครับโดยหาหนังสือธรรมะอ่านบ้าง ส่วนเรื่องน้ำดื่มนั้นถ้าไม่คิดร่วมทำบุญก็อย่าวิจารณ์เลยนะครับ จะเป็นบาปกรรมเสียเปล่า

ความคิดเห็นที่ 7

สนับสนุนความตั้งใจของคุณอุ้มอีกคนครับ ขอให้บุญกุศลที่ได้ครั้งนี้ นำมาซึ่งความสุขความเจริญต่อคุณอุ้มครับ

ความคิดเห็นที่ 6

อนุโมทนากับคุณอุ้ม สิริยากรด้วย ที่ตั้งใจเข้าหาพุทธศาสนา อันเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต

เส้นทางนี้ยากลำบากแนสาหัส และมีอุปสรรคมากหลายนัก ด้วยเพราะเป็นการเดินทางที่สวนทางกับความเคยชินในจิตใจที่คุ้นเคยที่เหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับจิตใจมานับชาติไม่ถ้วน คือ "กิเลส"

ขอคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงเป็นพลังบารมีเกื้อหนุนให้คุณอุ้ม สิริยากร พบกับความสุข สงบ ร่มเย็น ชุ่มเย็นด้วยน้ำธรรมอันบริสุทธิ์ ด้วยเทอญ

ความคิดเห็นที่ 5

ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจ ปฎิบัติธรรมไปก้อเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 4

ปกติน้ำดื่มขวดละ 6 บาทอยู่แล้ว ขาย 9 บาท เอาเข้าวัด 3 บาท แล้วกำไรที่เหลืออีกละ เข้ากระเป๋าใคร????

ความคิดเห็นที่ 3

ปกติน้ำดื่มขวดละ 6 บาทอยู่แล้ว ขาย 9 บาท เอาเข้าวัด 3 บาท แล้วกำไรที่เหลืออีกละ เข้ากระเป๋าใคร????

ความคิดเห็นที่ 2

ปฎิบัติธรรมแล้วทำไมทำจิตให้สงบไม่ได้ ต่อให้มีอุปสรรคมากขนาดไหน ก็ต้องพินิจจิต รู้เหตุแห่งทุกข์ จากคำสัมภาษณ์ของคุณอุ้ม ดูแล้วออกจะเป็นทางโลกมากกว่าทางธรรม ดูคล้ายกับว่าการกระทำของคุณเป็นการเสาะแสวงหาทางโลกมากกว่า คุณยังไม่ได้เข้าถึงกระพีกแห่งธรรมเลย การปฏิบัติธรรมต้องมีจิตใจที่สงบ เยือกเย็น ไม่ว่ใครจะพูด จะทำอย่างไรกับเรา เราก็ต้องนิ่งให้ได้ นึกถึงเหตุที่เขาทำ และผลแห่งการกระทำทั้งของเขาและเรา สรุปคือต้องมีสติเป็นหลัก

ความคิดเห็นที่ 1

สาธุ สาธุ สาธุ ขอบุญที่คุณอุ้มทำมาด้วยดีแล้วส่งผลให้มีแต่ความเจริญๆน่ะครับ...
ชาติชาย
WWW.CKMIT.COM

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement