แทนที่จะปล่อยให้นอนเฝ้าบ้านไปวันๆ เจ้าตูบตัวเก่งจะเจ๋งกว่านั้นเยอะ ด้วยการสมัครเป็น สุนัขตำรวจ อาสา PK-9 ถ้าฝีมือดีอาจได้ติดยศ สตอ.
“บ้านอยู่ท้องที่ สน.อะไรครับ?” เสียงเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 (สุนัขตำรวจ) ถามไถ่ประชาชนที่แห่กันมาเขียนใบสมัครร่วมโครงการฝึกสุนัข PK-9 หรือสุนัขประชาอาสา
นอกจากข้อมูลประวัติส่วนตัวทั่วๆ ไปแล้ว ทุกใบสมัครจะมีช่องให้กรอกข้อมูลด้วยว่า บ้านที่อยู่ขึ้นกับสถานีตำรวจนครบาลอะไร ไว้ขึ้นทะเบียนเก็บเป็นฐานข้อมูลสร้าง "เครือข่ายหมาๆ" โดยอาศัยความร่วมมือประชาชนที่เลี้ยงสุนัขมาเป็นเครือข่ายช่วยงานตำรวจจับโจร
ปัจจุบัน พื้นที่สถานีตำรวจนครบาลที่ครอบคลุม 88 สถานี มีพื้นที่ความรับผิดชอบ 1,500 ตารางกิโลเมตร
ด้วยภารกิจที่มีตั้งแต่ไล่ล่าติดตามคนร้าย ค้นหาของกลาง ตรวจค้นยาเสพติด วัตถุต้องสงสัย อารักขาความปลอดภัย เดินลาดตระเวนตามสถานที่สำคัญๆ จนกระทั่งเคลียร์พื้นที่แดนยาเสพติดในเรือนจำ ฯลฯ
เมื่อเทียบกับกำลังสุนัขตำรวจที่มี 33 ตัว พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ยอมรับว่า ไม่ค่อยสมดุลกับภารกิจเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหยุดยาวปีใหม่และสงกรานต์
"แทนที่จะอ้างกำลังน้อย ทำงานได้ไม่เต็มที่ ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ถ้าคิดหาวิธีอย่างสร้างสรรค์” ผู้การ 191 คนใหม่กล่าว
เครือข่ายหมาๆ ช่วยงานตำรวจ
จากข้อจำกัดของกำลังสุนัขตำรวจ จุดประกายให้เกิดไอเดีย โครงการสุนัขประชาอาสา หรือ PK-9 ซึ่งมาจากคำว่า P-People หรือประชาชน กับคำว่า K-9 ที่หมายถึงสุนัขตำรวจ
เปิดโอกาสให้เจ้าของสุนัขที่มีใจอาสา เอาสัตว์เลี้ยงแสนรู้ประจำบ้านมาเข้าคอร์สฝึกอบรมเป็นสุนัขตำรวจอาสาฟรีในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
ผู้การฉันทวิทย์ บอกว่า เป็นทางเลือกหนึ่งของงานอาสาช่วยสังคมแบบได้รสชาติชีวิต ออกแนวบู๊นิดๆ เพราะเจ้าของจะต้องร่วมเรียนในชั้น และฝึกออกคำสั่งสุนัขด้วยตัวเอง ตลอดหลักสูตร 3 เดือน
ช่วงสัปดาห์แรกๆ จะเป็นการฝึกขั้นพื้นฐานให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่ง แล้วค่อยแยกฝึกเฉพาะทางตามภารกิจที่เหมาะกับสุนัขแต่ละตัว เช่น ภารกิจดมค้นหาวัตถุระเบิด ตรวจค้นยาเสพติด ต้องการสุนัขที่กระตือรือร้น จมูกดี ดมเก่ง เป็นต้น ก่อนจะเข้าสู่การฝึกงานภาคสนามร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง
หลังติดเขี้ยวเล็บจนผ่านหลักสูตร ระหว่างประจำการอยู่ที่บ้านรอการประสานขอกำลังสนับสนุน กรณีเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายหรือตั้งจุด ว.43 ก็อาจเรียกใช้เครือข่ายสุนัขประชาอาสา PK-9 ในพื้นที่นั้นๆ มาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างทันท่วงที
ไม่ต้องรอสุนัขตำรวจจากส่วนกลางที่อาจติดภารกิจที่อื่น หรือใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าจะฝ่ารถติดมาถึง
“ถ้าพูดแบบชาวบ้านก็คือ สร้างเครือข่ายหมาๆ มาช่วยงานตำรวจ คล้ายกับที่เรามีอาสาสมัครตำรวจบ้านตามชุมชนต่างๆ”
เป็นการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรม รวมถึงปัญหายาเสพติด นอกจากจะสอดคล้องกับนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว
สุนัขที่ผ่านการติดเขี้ยวเล็บในหลักสูตร PK-9 ยังสามารถเป็นอาวุธป้องกันชีวิตและทรัพย์สินให้เจ้าของได้ด้วย โดยเฉพาะบรรดาร้านทอง
แทนที่จะพกอาวุธปืนไว้ต่อสู้ ซึ่งจะมีความเสี่ยงหากใช้โดยไม่ชำนาญพอ ถ้ามีสุนัขตัวใหญ่น่าเกรงขามคอยเฝ้าอารักขาอยู่หน้าร้าน ก็น่าจะช่วยลดความอุกอาจของโจรปล้นร้านทองลงไปได้บ้าง...ผู้การฉันทวิทย์ขายไอเดียเจ๋งๆ
ภูมิใจทั้งคนทั้งสุนัข
“อยากส่งลูกมาเข้าโรงเรียนนายร้อย” เจ้าของสุนัขบางคนเปรยติดตลก ถึงแรงจูงใจที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เพราะอยากให้น้องหมาที่บ้านผ่านการคัดเลือกติด 1 ใน 50 สุนัขที่จะได้รับการอบรมเป็นรุ่นแรกในโครงการ PK-9 ที่โรงเรียนฝึกสุนัขตำรวจ กองกำกับการ 5
หลังจากโครงการประกาศรับสมัคร กระแสตอบรับเข้ามาล้นหลามจนโทรศัพท์ที่มีอยู่ไม่กี่เครื่องของกองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจ 191 สายแทบไหม้ ถึงขนาดคุณตาคุณยายคู่หนึ่งโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ร้อนใจจนนั่งรถไฟมาลงที่สถานีบางเขน แล้วเดินย้อนเลียบทางรถไฟเพื่อพาสุนัขมาสมัครด้วยตัวเองถึงที่
เฉพาะวันงานปฐมนิเทศก่อนถึงวันเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ มีเจ้าของสุนัขมาร่วมงานคับคั่งกว่า 300 คน จากหลากหลายสาขาอาชีพ แม้กระทั่งดารานักแสดงสาวอย่าง ปรียานุช ปานประดับ ที่สนใจมาสมัครร่วมโครงการด้วยตัวเอง
รวมถึง พ.อ.สุรพล โพธิ์แก้ว อดีตครูฝึกกองพันสารวัตรทหาร ที่หันมาเอาดีกับการฝึกสุนัขหลังเกษียณ งานนี้ครูฝึก สห.เก่า ยอมรับว่า ฝึกสุนัขไม่ใช่ง่ายๆ ยากกว่าฝึกคนหลายเท่า ไหนจะต้องใช้ทั้งความอดทน ดุไม่ได้ ลงโทษก็ไม่ได้ ต้องให้กำลังใจกันและกัน
คราวนี้ผู้พันลงทุนฝึกสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเลี้ยงวัย 6 เดือนอย่างหมายมั่นปั้นมือ หลังจากเคยพลาดหวังเมื่อคราวคัดเลือกโครงการสุนัขจรจับโจรครั้งที่แล้ว เพราะเจ้าหลังอานที่อุตส่าห์ฝึกอย่างดี ดันออกอาการตื่นสนามขึ้นมาดื้อๆ
แต่ผู้พันไม่ละทิ้งความตั้งใจ เอาเทคนิคและความรู้เบื้องต้นที่ได้จากกองกำกับการ 5 (สุนัขตำรวจ) กลับไปฝึกฝนสุนัขต่อเองที่บ้านอย่างมุมานะ จนในที่สุดคว้ารางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดฝึกสุนัขประจำปีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“คราวนี้ผมฝึกลาบราดอร์ตัวใหม่ไว้ ฉายแววเก่งทีเดียว ทีแรกตั้งใจอยากส่งไปฝึกโครงการสุนัขกู้ภัยแห่งชาติของมูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เราเลี้ยงหมาก็อยากให้เขาได้ช่วยเหลือทำประโยชน์ให้กับสังคม ถ้ามีโอกาสช่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ผมว่ามันเป็นความภาคภูมิใจ” ผู้พันวัยเกษียณเล่า
"เรื่องเล่า" อาสาฯ รุ่นแรก
ความภาคภูมิใจที่ได้ฝึกสุนัขด้วยตัวเอง เป็นคำตอบที่เหมือนๆ กันของบรรดาเจ้าของสุนัข ที่มองเห็นคุณค่าสุนัขในบ้าน ว่าสามารถทำงานช่วยเหลือสังคมได้จริง หากได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่อง
“ตอนนี้ข้าวตูมีวินัยมากขึ้น สามารถนั่ง ชิด หมอบ คอย เชื่อฟังคำสั่งพื้นฐานทั่วๆ ไปได้หมดแล้ว แต่อยากฝึกต่อให้เก่งๆ กว่านี้อีกให้ทำงานรับใช้ชาติได้ เรายินดีช่วยเต็มที่” บุศนี วุฒิธร เล่าถึง ข้าวตูสุนัขลาบราดอร์ตัวเก่งประจำบ้านที่เคยผ่านหลักสูตรโครงการสุนัขใกล้ชิด Police K-9 ในปี 2550 เป็นประจำทุกสัปดาห์มาแล้ว
วันนั้น อาสาสมัครปฏิบัติการเขี้ยวเงินรุ่นแรกมีโอกาสกลับมาคืนสู่เหย้ารวมตัวกันอีกครั้งที่สนามฝึกกองกับการ 5 (สุนัขตำรวจ) ถนนวิภาวดีรังสิต ร่วมกันตั้งแถวฝึกสุนัขโชว์และพบปะกับผู้การ 191 ที่มาตรวจเยี่ยม พร้อมด้วย พ.ต.อ.จักษ์ จิตตธรรม ผู้กำกับกองกำกับการ 5 และ พ.ต.ท.ชัชชัย เศรษฐีพันล้าน สารวัตรงานฝึกอบรมสุนัขตำรวจ
แต่ละคนทะมัดทะแมงอยู่ในเครื่องแบบชุด "ฟาติก (Fatique : ชุดเครื่องแบบเหมือน 191)" สวมรองเท้าบู๊ทพร้อมลุย มองเผินๆ ถ้าไม่ทันสังเกต "อาร์ม (ป้ายติดแขน)" รูปสุนัขอาสาสมัครปฏิบัติการเขี้ยวเงิน ไม่บอกคงไม่รู้ว่าพวกเขาและเธอเป็นอาสาสมัครที่มาจากประชาชนธรรมดาๆ
นอกจากครอบครัวบุศนี วุฒิธร และน้องแสตมป์ ลูกชายที่ตามมาให้กำลังใจสามี ทินกร วุฒิกร ที่ทำหน้าที่ควบคุมข้าวตูในสนาม ยังมีอาสาสมัครที่มาฝึกแบบเป็นคู่ ชัยวัฒน์-นภาภรณ์ เรืองกิตติกุล สามีภรรยาช่วยกันฝึกเจ้าเจมส์บอนด์ กับริชชี่ รวมทั้งแบบฉายเดี่ยว ชาลิสา ดาบเชื้อ พนักงานบริษัทเอกชนที่ใช้เวลาช่วงวันหยุดขับรถจากบ้านย่านนนทบุรี มาพร้อมเจ้าบองโก้ สุนัขลาบราดอร์คู่ใจ ที่กำลังต่อยอดฝึกดมกลิ่นหายาเสพติด
ถึงแม้โครงการจะขาดการสานต่อไปช่วงหนึ่ง แต่อาสาสมัครรุ่นแรกกลุ่มนี้ซึ่งมีประมาณ 10 ราย ยังเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น กลับมาฝึกทบทวนสุนัขด้วยตัวเองที่บ้าน
“บ้านผมอยู่แถวสาย 2 ใกล้ สน.เพชรเกษม เขาก็จะขึ้นทะเบียนไว้ ถ้าเกิดเหตุอะไรโรงพักจะได้ประสานได้ ผมคิดว่าถ้าเจ้าของสุนัขสามารถรวมกลุ่มกันเข้มแข็ง สร้างระบบเครือข่ายกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โครงการถึงจะยั่งยืน” ชัยวัฒน์ ให้ความเห็น
ส่วนชาลิสา บอกว่า เป็นความภูมิใจที่ได้ฝึกหมาด้วยตัวเอง ให้เจ้าสี่ขารู้จักทำงานเป็นประโยชน์ต่อสังคม แทนที่จะนอนเล่นเฝ้าบ้านเฉยๆ
“อย่างสงกรานต์ปีที่แล้ว ทางตำรวจก็ให้เราช่วยสแตนด์บายไว้ ถ้ากำลังสุนัขตำรวจไม่พอจะขอให้ส่งมาช่วย”
แม้ที่ผ่านมา บรรดาอาสาสมัครจะยังไม่เคยมีโอกาสออกไปปฏิบัติงานจริงแบบสุนัขตำรวจ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันด้วยความปลาบปลื้ม และภาคภูมิใจสูงสุด
นั่นคือ การที่ทั้งเจ้าของและสุนัขได้มีโอกาสสวมเครื่องแบบอาสาสมัคร ร่วมตั้งแถวรับขบวนเสด็จร่วมกับกองสุนัขตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2550
เพียงแค่เห็นในหลวงประทับมาพร้อมพระราชินีในรถยนต์พระที่นั่งที่แล่นผ่าน แล้วทั้งสองพระองค์หันมาทอดพระเนตร เท่านี้ก็สร้างขวัญและกำลังใจยิ่งใหญ่ให้แก่อาสาสมัครประชาชนเจ้าของสุนัขที่ร่วมเฝ้ารับเสด็จในวันนั้นอย่างถึงที่สุด
- สุนัขตำรวจติดยศ
หลายคนอาจไม่รู้ว่า สุนัขตำรวจเมื่อผ่านการฝึกตามหลักสูตร และปฏิบัติหน้าที่ได้ดี จะได้รับความชอบในลักษณะการให้ยศหรือรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจเช่นกัน
ความเป็นมาการให้ยศหรือรางวัลสุนัขตำรวจ เริ่มจากมีการจัดทำโครงการแนวพระราชดำริฯ "ฝึกสุนัขไทยค้นหายาเสพติด" นำสุนัขไทยมาฝึกใช้ในราชการตำรวจ โดยในช่วงการประชุมผู้นำเอเปค ระหว่างวันที่ 16-22 ตุลาคม 2546 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสว่า สุนัขไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นยาเสพติดและรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานกรุงเทพ ในช่วงการประชุมเอเปค มีความฉลาดปฏิบัติหน้าที่ได้ดี จึงขอให้ตำรวจให้รางวัลหรือยศแก่สุนัขดังกล่าว
จากนั้นจึงมีการออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ยศหรือรางวัลสุนัขตำรวจ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2546 แบ่งเป็น 3 ระดับชั้นยศ โดยสุนัขตำรวจที่ผ่านการฝึกตามหลักสูตร และทดลองปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เมื่อผ่านการทดสอบจะได้ยศสุนัขตำรวจตรี โดยมีเครื่องหมายยศเป็นปลอกคอติดกระดุมสีทองแดง เมื่ออยู่ปฏิบัติหน้าที่อีกอย่างน้อย 3 ปีจะได้ยศเป็นสุนัขตำรวจโท ปลอกคอกระดุมสีเงิน และเมื่อปฏิบัติหน้าที่ไปอีกอย่างน้อย 3 ปี จะได้ยศสูงสุดเป็นสุนัขตำรวจเอก ปลอกคอกระดุมสีทอง จากนั้นอยู่ปฏิบัติหน้าที่ครบ 2 ปี จึงปลดประจำการ
ในบรรดาสุนัขตำรวจเอกที่เคยสร้างวีรกรรมดีเด่น หนึ่งในนั้นมีตำนานของ สุนัขตำรวจเอกบราโว่ พันธุลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ สีดำ ที่มีผลงานตรวจค้นยาเสพติดเป็นจำนวนมาก จนได้รับการให้ยศสุนัขตำรวจเอกในปี 2547 ต่อมาเมื่อตายจึงถูกสตัฟฟ์ร่างเก็บรักษาไว้ที่กองกับการ 5
นอกจากนี้ ยังมี สุนัขตำรวจเอกชาร์โก้ สุนัขทรงเลี้ยงของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่เข้ารับการฝึกตรวจค้นยาเสพติด หลักสูตรสุนัขตำรวจ และเคยออกปฏิบัติงานร่วมตรวจค้นยานพาหนะ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถแท็กซี่ ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง และสุนัขตำรวจจากกองกำกับการ 5
Tags : โครงการสุนัขประชาอาสา • PK-9






ความคิดเห็นที่ 12
ฉัตรณรงณ์ ........ , 26 กันยายน 2554 19:16
สนใจโครงการสุนัขตำรวจ ครับ อยากให้ หมาผมได้ช่วยดูแล ประชาชน ครับ .....ผมขอร่วมโครงการครับ ติดต่อกลับด้วยครับ สมาน Te: 085-2323-14 . 081-142-3080 . 082-346-7079
ความคิดเห็นที่ 11
สุภัค อำไพพร้อม , 2 มิถุนายน 2554 20:18
อยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ หมาของผมพันธ์พิตบูลอายู5เดือนครับอยากให้เขาไปฝึกครับยังไงรบกวนติดต่อกลับด้วยครับขอบคุณครับ081-6187991
ความคิดเห็นที่ 10
มิ้วล์ , 8 เมษายน 2554 11:12
เรามีสุนัข ลาบาดอล์ อยู่1ตัวค่ะ อายุ10เดือน สีดำ เพศผู้ ร่างกายแข็งแรงมากๆๆ ฉลาด ซนมาก เราอยากให้ตำรวจรับเลี้ยงเพราะเขาน่าจะมีประโยชน์ เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ จึงอยากหาที่อยู่ให้เขา ถ้ามีตำรวจท่านใดสนใจรับเลี้ยง ติดต่อ 082-4476602 ตลอด 24 ชั้วโมง
ความคิดเห็นที่ 9
wichien , 12 พฤศจิกายน 2553 13:40
มี Labrador 3 ตัว ครับ ต้องการยกให้ฝึก และให้ไว้ใช้งานในราชการเลย พอจะรับไว้หรือเปล่า ครับ อายุประมาณ 3-4 ปี สำหรับพ่อแม่ ส่วนลูกน้อยกว่านั้น เพราะทุกวันนี้ ถือว่าซนมาก ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
คนรักสุนัข จาก จังหวัดสกลนคร , 30 กันยายน 2552 14:48
สนใจโครงการสุนัขอาสา แต่ที่สกลนคร มีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 เขามีสุนัขมีไว้ใช้งาน แต่หากมีโครงการในการนำสุนัขในบ้านไปร่วมการฝึก คงดีมากครับ เพราะจะได้ มีการนำสุนัขในสกลนคร ไปใช้งาน ในการช่วยเหลือทางราชการ เช่นสุนัข สะกดรอย และสุนัข ค้นหายาเสพติด ในเมื่อมีการร้องขอกำลังในการสนับสนุน เวลาเกิดเหตุ
ความคิดเห็นที่ 7
PJ , 24 มิถุนายน 2552 17:03
อยากจะพา น้องหมาไปฟึกบ้างคะไม่ทราบว่าโรงเรียนอยู่ทีไหน และ ค่าเทอมเท่าไหร่คะ
ความคิดเห็นที่ 6
ก้อย , 18 มิถุนายน 2552 19:26
อยากเอาสุนัข มาเข้าร่วมโครงการ อย่างน้อยก็ฝึกให้เฝ้าบ้านดูแลในชุมชนเรา แต่เก่งติดยศบ้างก็เจ๋ง
ความคิดเห็นที่ 5
หนึ่ง , 18 มิถุนายน 2552 16:46
เพิ่งรู้นะนี่ว่าสุนัขมียศ อยากรู้ว่าติดยศแล้วมีเงินเดือนให้ป่าว และสุนัขตำรวจแก่ๆแล้วจะไปอยู่ไหนละ
ความคิดเห็นที่ 4
สายใจ , 18 มิถุนายน 2552 13:37
ดีจัง สุนัขเราเอาไปฝึก จะได้ทำประโยชน์ ชอบโครงการดีๆอย่างนี้
ความคิดเห็นที่ 3
กี้ , 18 มิถุนายน 2552 13:34
น่ารักจัง อยากจะน้องหมาไปฝึกบ้าง