นักบริหารรุ่นใหม่ยึดหลักธรรมนำธุรกิจสุขภัณฑ์ฝ่าวิกฤติ ชี้ภูมิปัญญาชาวบ้านแรงบันดาลใจสู่ไอเดียสร้างสรรค์ พร้อมหนุนพนักงานทำกิจกรรมเพื่อสังคม
คำว่า 'ธรรมาภิบาล' สำหรับนักบริหารคนนี้ ไม่ได้เชยอย่างที่หลายคนคิด เขาสร้างนวัตกรรมสุขภัณฑ์ใหม่ๆ ให้โลกได้ชื่นชม แต่วิธีบริหารเขาเลือกวิถีพุทธ และเรียกสถานที่ทำงานว่า องค์กรแห่งความรัก
หากเดินเข้าไปในโชว์รูมบริษัทบาธรูม ดีไซน์ แล้วพบเห็นสุขภัณฑ์หน้าตาประหลาดๆ ก็ต้องไม่แปลกใจ เพราะเป็นงานดีไซน์ที่เจ้าของบริษัทเรียกว่า สุขภัณฑ์อัจฉริยะ บางชิ้นอาจเรียกว่า สุขภัณฑ์อารมณ์ดี เพราะผู้บริหารคนนี้อารมณ์ดีและใจดี จึงเป็นที่มาของสุขภัณฑ์ที่มีดีไซน์แตกต่างจากตลาด และเป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยรู้จักในชื่อแบรนด์ I-SPA
ไอเดียเหล่านี้เป็นของ วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ประธานกรรมการบริษัทบาธรูม ดีไซน์ จำกัด ผู้ปลุกปั้นบริษัทเล็กๆ จนกลายเป็นบริษัทขนาดกลางมีพนักงานกว่า 500 คน เขาใช้หลักพุทธดูแลพนักงาน จนได้รับเลือกเป็นบริษัทธรรมาภิบาลดีเด่นปี 2550 และใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการทำธุรกิจ
นอกจากธุรกิจสุขภัณฑ์ เขายังสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง นำความรู้สมัยใหม่ผนวกกับหลักพุทธบรรยายให้นักศึกษาและคนทั่วไปฟัง และทำงานเพื่อสังคม เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เขาลงไปในพื้นที่นอนกินเรียนรู้วิถีชาวบ้าน ขึ้นเขาไปอยู่กับครูดอย และช่วยคิดและทำโครงการหลายอย่าง
หลังจากเรียนจบด้านการตลาดมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และปริญญาโทด้านเดียวกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเข้าทำงานด้านการขายที่บริษัทเหล็กสยาม เครือซิเมนต์ไทย จากนั้นออกมาตั้งบริษัทตัวเอง เพราะอยากทำงานตามไอเดียที่ตัวเองคิด
“ผมเคยเสนอแนวการตลาดที่หวือหวา แต่เสนออะไรก็ทำตามความคิดตัวเองไม่ได้ เพราะเป็นองค์กรใหญ่ ผมก็เลยออกมาตั้งบริษัท ชอบงานดีไซน์ และพบว่าสินค้าในห้องน้ำไม่มีดีไซน์ใหม่ๆ ก็เลยคิดว่าน่าจะทำอะไรได้อีกเยอะ แต่เราไม่มีเงิน”
ความสุขที่ค้นหา
ช่วงที่เขาบอกว่า ไม่มีเงิน เป็นช่วงที่ยังคงทำงานเป็นลูกจ้าง และ 17-18 ปีที่แล้วเขาได้เรียนรู้บางอย่างในชีวิต ตอนที่บริษัทส่งเข้าไปดูงานก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ของวัดชลประทานรังสฤษฎ์ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ฟังเทศน์จากหลวงพ่อปัญญา
“เมื่อก่อนผมคิดว่า ความสุขคือ การได้ในสิ่งที่เราอยากได้ แต่มันไม่ใช่ จากวันนั้นผมเข้าวัดทุกวันอาทิตย์ และได้เจอพระอาจารย์สุรศักดิ์ (พี่ชายธีรภาพ โลหิตกุล) ท่านบวชมา 30 ปี จบด้านสถาปัตยกรรม ท่านแนะนำสิ่งที่ผมไม่เคยคิดมาก่อน ท่านบอกว่า ตอนเด็กๆ เราก็อยากได้ของเล่นและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ของเล่น พอได้แล้วก็เบื่อ อยากได้ของเล่นชิ้นใหม่ พอโตขึ้นเปลี่ยนเป็นอยากได้รถยนต์ เงิน เราพยายามวิ่งหาเรื่อยๆ"
จากนั้นวัชรมงคล ก็ค่อยๆ ปฏิบัติธรรมและอ่านหนังสือธรรมะ เขาเรียนรู้คำสอนท่านอาจารย์พุทธทาสหลายอย่าง เขาบอกว่า เวลามีปัญหาเรื่องอารมณ์ให้กลับมาอยู่กับลมหายใจ เวลาเราโกรธ จะไม่มีสติปัญญา
นั่นเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของวัชรมงคล จากที่เคยอยากได้สิ่งใดต้องหามาให้ได้ แล้วคิดว่านั่นคือความสุข แต่ทุกวันนี้เขาพยายามวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลว่า สิ่งที่อยากได้จำเป็นต่อชีวิตไหม
“ผมได้เรียนรู้ว่า สุขเกิดจากความสงบ สุขอีกอย่างมาจากการให้ ซึ่งพ่อแม่ผมเป็นตัวอย่างของการให้”
บริหารแบบพุทธ
เมื่อเห็นว่า งานด้านสุขภัณฑ์เป็นช่องว่างทางการตลาดที่น่าสนใจ 14 ปีที่แล้ววัชรมงคลตั้งบริษัทเล็กๆ บาธรูม ดีไซน์ ช่วงแรกนำเข้าสินค้าสุขภัณฑ์จากต่างประเทศ นำไปเสนอขายเอเย่นต์หลายแห่ง กว่าจะได้รับการยอมรับ ก็ต้องใช้ความพยายามหลายครั้ง
“ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยบอกว่า การทำธุรกิจช่วยโลกได้ ท่านเคยแนะว่า 1.ผลิตให้มาก 2.ใช้แต่พอดี 3.เหลือช่วยผู้อื่น ตอนนั้นท่านบอกว่า ใครทำได้เป็นเศรษฐี แต่เศรษฐีในที่นี่แปลว่าผู้ประเสริฐ ท่านบอกว่า ถ้าทำครบทั้งสามข้อจะมีความสุขทุกขั้นตอน คือ สุขจากการทำในสิ่งที่รัก ท่านแนะว่า ทำธุรกิจอย่าโลภมาก ผมจะทำธุรกิจแบบไม่กู้เงินเยอะ และไม่ปล่อยเครดิตกับงานโครงการ ปี 2540 ผมไม่มีหนี้สูญ ส่วนใหญ่ผมขายให้ร้านเอเย่นต์”
วัชรมงคล ค่อยๆ นำหลักพุทธมาใช้กับชีวิตและการทำงาน แม้จะเจอวิกฤติเศรษฐกิจ แต่เขาก็ผ่านมาด้วยดี
“มนุษย์ทุกคน ถ้าเจอปัญหาจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี แต่ต้องคิดบวก และหาจุดอ่อนจุดแข็งให้เจอ ผมกลับมาวิเคราะห์ตัวเอง ตอนนั้นสุขภัณฑ์ของผมไม่มีแบรนด์ พึ่งพาสินค้าจากต่างประเทศ ผมก็เลยคิดว่า ต้องผลิตเองและมีตลาดของตัวเอง
เริ่มจากงานดีไซน์ตู้อาบน้ำและชั้นวางของในห้องน้ำ จากนั้นเป็นอ่างอาบน้ำ ผมเรียนรู้จากการดูงานในต่างประเทศ และมีทีมช่วยกันคิดลองทำเอง ตอนนั้นผมจ้างโรงงานผลิต แต่มีการก็อปปี้งานออกแบบของเราไปขายในราคาที่ต่ำกว่า จึงคิดว่า ต้องทำโรงงานเอง ”
มีเหลือต้องช่วยคนอื่น
สุขภัณฑ์ที่บริษัทของเขาออกแบบและผลิต เขาบอกว่า เป็นสินค้าที่ไม่มีใครทำในประเทศไทย และเขาคิดต่ออีกว่า ต้องเป็นแบรนด์ที่ไม่มีคนทำในโลกด้วย
จากบริษัทเล็กๆ มีพนักงานไม่กี่คน วัชรมงคลคิด บริหารและจัดการจนมีโรงงานสองแห่ง มีพนักงานกว่า 500 คน เขาบอกว่า ที่นี่จะมีเสาร์สร้างสรรค์ระดมความคิดเรื่องในห้องน้ำเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีในโลก เราจึงได้สินค้าไม่เหมือนใครในโลก ส่งออกตลาดต่างประเทศกว่า 30 ประเทศ
ส่วนสาเหตุที่ทำให้บริษัทก้าวหน้า วัชรมงคลบอกว่า ใช้ความรักขับเคลื่อนองค์กร ถ้าน้องคนไหนทำงานถึงสองปีและผลงานดี เราให้งบเรียนต่อปริญญาโท โดยไม่มีข้อผูกมัด และให้ทุนลูกๆ พนักงานเรียนต่อ
"บางคนเรียนโรงเรียนเดียวกับลูกผม ถ้าพนักงานเสียชีวิตเราให้ทุนลูกเขาเรียนต่อ บริษัททั่วไปไม่ได้มองตรงนี้ หรือลูกพนักงานป่วยเป็นโรคที่ประกันสังคมไม่รับ อย่างโรคภูมิแพ้ เราก็ช่วยเหลือ”
วันเกิดพนักงานของบริษัทแห่งนี้ จึงได้รับสิทธิพิเศษหยุดงานได้หนึ่งวัน โดยได้รับของขวัญ เงินสดหนึ่งพันบาทและตั๋วหนังสองใบ รวมถึงพนักงานได้ทานอาหารกลางวันฟรี
“นี่เป็นวิธีการบริหารแบบพุทธ มองคนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิด แก่ เจ็บ และตาย ที่ดิน 3 ไร่หลังโรงงานที่รังสิต ผมทำเป็นกระชังปลาและทำนาชีวภาพแบบพอเพียง พนักงานที่นั่นก็ช่วยเหลือกัน หลังเลิกงานก็มานั่งเล่นริมนา” เขาเล่าถึงกิจกรรมที่สร้างความรัก แต่ไม่ได้สร้างรายได้ ช่วยได้แค่ลดค่าใช้จ่ายให้พนักงาน ตั้งแต่ช่วยกันทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า ขายในบริษัทราคาถูก
“ถ้าพนักงานบริจาคเงินเพื่อกิจกรรมสังคมจำนวนเท่าไหร่ บริษัทก็จะสมทบเท่านั้น ทุกวันพุธผมจะให้พนักงานไปช่วยงานกิจกรรมสังคม ซึ่งทุกคนต้องไป อย่างน้อยปีละครั้ง ทุกวันศุกร์-อาทิตย์พนักงานต้องไปปฎิบัติธรรมปีละหนึ่งครั้ง และให้เงินไปทำบุญด้วย เพราะเราอยากให้บริษัทมีคนดีเยอะๆ ”
หนุ่มนักการตลาดคนนี้ ยังพยายามศึกษาหาความรู้ด้านการเกษตร เนื่องจากช่วงที่เขาแวะเวียนไปเที่ยวไร่ข้าวโพด ซึ่งเป็นบ้านของพนักงานในจังหวัดเพชรบูรณ์ เขาเห็นปัญหาของเกษตรกร แต่ไม่มีความรู้ จึงขนขวยไปเรียนปริญญาตรีวิทยาศาสตร์การจัดการพืชที่มหาวิทยาลัยสุโขทัย
“เมื่อผมมีความรู้แล้ว ผมเก็บเงินก้อนหนึ่งไปสร้างตลาดชุมชนทรัพย์ผุด ช่วยคนได้ประมาณ 10 ครอบครัว ชุมชนนี้ดังเรื่องไก่ย่าง เราไปสอนให้เขาทำไก่ย่าง และให้ชาวบ้านหัดทำผัดไทย ผมช่วยทำให้เป็นตลาดชมวิว ห้องน้ำสะอาด ฯลฯ การช่วยเหลือคน ต้องช่วยให้มีอาชีพแบบยั่งยืน ไม่ใช่เอาวัตถุไปให้ แต่การช่วยเหลือมีหลายอย่าง ทั้งให้คำแนะนำ ทำให้ดู และร่วมทุกข์ด้วย"
เมื่อถามไปว่า เพราะบริษัทมีความมั่นคงแล้ว จึงออกไปทำงานช่วยเหลือสังคมได้ เขาบอกว่า ไม่จำเป็น เพราะธุรกิจคือการแข่งขัน ทำให้ชีวิตมีแต่เรื่องร้อนๆ จึงต้องหาเรื่องเย็นๆ ทำ
ครูต้นแบบ
นอกจากการใช้หลักพุทธบริหารบริษัทแล้ว เขายังชอบขึ้นดอยและลงชุมชน จึงมีเรื่องเล่ามากมาย
“ผมไปอุ้มผาง จ.ตาก มีครั้งหนึ่งผมไปเดินเท้าสามวันกับครูดอย ครูแบบนี้ ทำไมสังคมไม่รับรู้ ผมได้เข้าไปทำโครงการครูต้นแบบ ประกาศผลไปเมื่อวันที่ 6 พค.ที่ผ่านมา ผมเข้าไปกินนอนในพื้นที่ บางคนเป็นครูบนดอยกว่า 10 ปี เงินเดือนไม่ถึงหมื่น ตอนนั้นผมอายุ 38 ปี ผมก็ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร กลัวว่า ตายแล้วไม่ได้ทำ ก็เลยทำไปเรื่อยๆ และผมร่วมทำงานกับมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จย่า (พอ.สว.) ด้วย “
เขาเล่าถึง นฤมล แก้วสัมฤทธิ์ ครูผู้หญิงในหมู่บ้านต้นน้ำแม่จันที่อุ้มผาง ครูคนนี้มีความสามารถตรวจเชื้อมาเลเรียได้ ทอผ้ากะเหรี่ยง รู้จักพรรณพืชเยอะมาก
“ผมรู้จักครูคนนี้ 7 ปีแล้ว เป็นคนดีมากๆ ผมส่งเด็กในหมู่บ้านเรียนหนังสือหลายคน ส่วนครูผู้หญิงอีกคนที่อำเภออมก๋อยในหมู่บ้านกะเหรี่ยงเล็กๆ ในหุบเขา ต้องเดินเท้าเข้าไป ครูคนนี้มีความคิดดีๆ โรงเรียนกลางหุบ ระหว่างกลางพื้นที่ปลูกข้าวและผัก อาคารเรียนเป็นไม้ระแนงครึ่งหนึ่ง ครึ่งล่างเป็นไม้ทึบ เวลาลมพัดไปมาจะได้กลิ่นหอมๆ ของผัก เด็กๆ ได้เห็นสีเขียวๆ รอบ บนหุบเขาครูจะปลูกหญ้าแฝกและแต่ละชั้นปลูกพืชน้ำ เวลาน้ำไหลลงมาก็จะรดน้ำผัก แรกๆ ผมก็คิดว่า เขาปลูกพืชพวกนี้ทำไม เขาใช้ทำอาหารหมูและอาหารผัก รวมถึงเลี้ยงไส้เดือน เพราะครูบอกว่า มันเป็นต้นวัฎจักรของอาหารสัตว์ และอนุรักษ์พันธุ์ข้าวกะเหรี่ยง อุปกรณ์เกี่ยวกับกะเหรี่ยงพื้นบ้าน เป็นหมู่บ้านที่น่ารักมาก"
อีกหมู่บ้านที่เขาบอกว่า น่าทึ่งมากคือ หมู่บ้าน ตชด.ติดชายแดนพม่า แถวอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ครูคนนี้ไปอยู่เด็กอาข่า เขาสอนคณิตศาสตร์ แต่พยายามเรียนรู้วิธีประกอบหุ่นยนต์แบบง่ายๆ ได้ประยุกต์ไม้ไผ่มาทำหุ่นยนต์สอนเด็ก
“ดีไซน์ออกมาน่ารักมาก เขาใส่รีโมทในปล้องไม้ไผ่ ตอนแรกผมไม่เชื่อว่าเด็กทำเอง ตอนเย็นๆ แทนที่เด็กกลุ่มนี้จะเตะบอล กลับมานั่งประกอบหุ่นยนต์ ผมประหลาดใจมาก ผมคิดว่าเด็กทุกคนมีความสามารถเท่ากัน ขึ้นอยู่กับครู” วัชรมงคลเล่า และเด็กชาวอาข่ากลุ่มนี้สามารถประดิษฐ์หุ่นยนต์ไม้ไผ่ จนได้รางวัลที่หนึ่งเดินทางไปญี่ปุ่นสามที่นั่ง เด็กคนหนึ่งบอกเขาว่า ประเทศญี่ปุ่นสะอาดมาก และอยากพัฒนาหุ่นยนต์เก็บขยะในบ้านเรา"
สิ่งที่ทำให้คนหนุ่มอย่างเขาอยากทำอะไรมากมายเพื่อคนอื่น เพราะเขาเชื่อว่า ยิ่งให้ ยิ่งได้ และชีวิตไม่รู้ว่าจะสิ้นลมเมื่อใด
Tags : วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ • ผู้ชายใจดี




ความคิดเห็นที่ 3
JADE , 16 พฤษภาคม 2552 09:57
ท่าทางจะเป็นผู้ชายอารมณ์ดีจริงๆนะคะ ถ้าหากบริหารได้อย่างนี้จริงๆแล้ว คงไม่มีวันเครียดนะคะ แล้วที่บริษัทรับสั่งทำสุขภัทณ์หน้าคนที่เราไม่ชอบมั้ยคะ โดยเฉพาะ ชักโครก จะเอาไปติดตั้งที่รีสอรท์ส่วนตัวที่.................ปายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย..................บ้าย บาย
ความคิดเห็นที่ 2
vv , 15 พฤษภาคม 2552 09:32
ลดนน.หลังคลอด 3-7โล ใน 1 เดือน
ลดนน. เพื่อดูแล ความดัน และเบาหวาน โรคหัวใจ
เริ่มต้น ...หุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี ด้วยโปรแกรมดูแล
รูปร่าง และ สุขภาพ จากสหรัฐอเมริกา
* ได้รับ อ.ย.
* ไม่ต้องทานยา
* ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม
* ได้ผลลัพธ์ ทั้งน้ำหนัก และรูปร่าง
* คิดค้น และวิจัยโดยแพทญ์ และ ผู้เชี่ยวชาญ
สนใจ โปรแกรม
Thaidietcenter.c
om/gooddiet
ความคิดเห็นที่ 1
สหะ แก้วตา , 14 พฤษภาคม 2552 10:42
ได้ชมการออกอากศในช่อง5วันที่14พค52แล้ว ขอชมเชยในการบริหารงานในโรงงาน การให้ความเป็นกันเองกับคนงานอย่างมีความสูข ทำให้พนักงานมีความสุข.นี่คือยอดของผู้จัดการและเจ้าของโรงงานในฝันของคนแรงงาน.
ขอให้คุณความดีที่ท่านและคณะได้ทำ จงทำให้ท่านมีความสุขยิ่งขึ้น.
สหะ แก้วตา
โรงเรียนบ้านหินกลิ้ง หล่มเก่า เพชรบูรณ์