เซอร์เวย์ตลาดรถกันกระสุน เจาะสเป็กยานยนต์นิรภัย จะเป็นเจ้าของได้ไม่ใช่แค่มีเงิน ชี้ เอส-คลาส V220 ของนายกฯ อภิสิทธิ์ ตกรุ่น!
ปี 2551 ที่ผ่านมา ว่ากันว่ายอดขายรถกันกระสุนมีประมาณ 1.8 หมื่นคันทั่วโลก อาจจะดูไม่ใช่ตัวเลขที่สูงนัก แต่ถ้าเราย้อนกลับไปดูตัวเลข 8 ปี ก่อนหน้านั้น ตลาดมีจำนวนแค่ 4,000 คันเท่านั้น นั่นแสดงถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของรถที่มีคุณสมบัติไม่ธรรมดาเช่นนี้
ตลาดใหญ่ที่สุด คือ ตะวันออกกลาง ส่วนหนึ่งเพราะเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง
แม้ว่าข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตัวเลขการขาย จะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเป็นความลับ แต่ก็มีผู้ที่รวบรวมออกมา แม้อาจจะไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง 100% แต่ก็พอจะเชื่อถือได้บ้าง ซึ่งตัวเลขข้างต้นนี้ เป็นการรวบรวมในเวบไซต์ วิซิท บัลแกเรีย
ทำไมความต้องการถกลุ่มนี้จึงเพิ่มอย่างรวดเร็ว เพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น หรือว่า ศีลธรรมของผู้คนเสื่อมโทรมลง เป็นเรื่องที่จะต้องคิดหาคำตอบกันเอาเอง
มีเงิน ใช่ว่าจะได้เป็นเจ้าของ
ในเมืองไทยรถกันกระสุนมีตลาดอยู่จำนวนหนึ่งไม่มากนัก และมี 2 รูปแบบคือรถนำเข้าจากต่างประเทศ กับรถที่ส่งให้ผู้ประกอบการในประเทศเป็นผู้ดัดแปลงเสริมระบบป้องกันเข้าไป อย่างไรก็ตามรถกันกระสุนนั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีความต้องการ มีเงินพอแล้วจะซื้อได้ เพราะะจะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพื่อป้องกันปัญหาคนซื้อเอาไปใช้ในทางที่ผิด ไม่ได้ใช้เพื่อปกป้องตนเอง
ผู้ที่ใช้รถกันกระสุน ก็จะประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญ ทูตประเทศต่างๆ หน่วยงานราชการบางแห่ง หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัย เช่น รถขนเงิน เป็นต้น โดยระดับความสามารถในการป้องกันก็จะแตกต่างกันไป ตามความต้องการ ตั้งแต่ป้องกันการทุบ การยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเล็ก ไปจนกระทั่วอาวุธสงคราม ระเบิด หรือว่าจรวด
รู้ได้อย่างไร ว่าคันไหนป้องกันได้ระดับใด ?
คำตอบก็คือ ไม่รู้
ตลาดรถกันกระสุน จะเป็นความลับระดับสุดยอดของผู้ขาย โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลต่างๆ ในทุกๆด้าน เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) 1 ใน 2 บริษัทที่มีรถกันกระสุนจำหน่ายในไทยขณะนี้ ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากรถกลุ่มนี้เป็นรถพิเศษ และมีรายละเอียดทางเทคนิคจำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่จะขายและให้ข้อมูลกับลูกค้าโดยตรงคือบริษัทแม่ โดยบริษัทมีหน้าที่เพียงแค่เป็นตัวกลางในการประสานงานให้ 2 ฝ่ายเท่านั้น ขณะที่งานบริการหลังการขายบริษัทจะดูแลในส่วนพื้นฐานเช่นเครื่องยนต์ เป็นต้น
และข้อมูลที่ว่าใครเป็นผู้ซื้อ จะไม่ได้รับการเปิดเผยออกมาจากบริษัทแต่อย่างใดทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงข้อมูลเรื่องของราคาจำหน่าย ยอดขาย และระดับการป้องกัน
เรื่องของตัวลูกค้า แน่นอนว่าเป็นความลับ เป็นเรื่องส่วนตัวที่จะไม่บอกให้รู้ว่าใครใช้รถกันกระสุน แต่ราคาจำหน่าย ยอดขาย และระดับการป้องกัน ทำไมจึงต้องเป็นความลับด้วย
ยอดขายที่เป็นความลับ เพราะไม่ต้องการให้รู้ว่าปีๆ หนึ่ง มีรถประเภทนี้เข้ามาในเมืองไทยกี่คัน ส่วนระดับการป้องกัน ซึ่งปกติรถโมเดลหนึ่ง ก็จะทำออกมาในระดับการป้องกันที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่ความจำเป็นที่ลูกค้าคิดว่าเพียงพอกับความต้องการ ดังนั้น หากมีข้อมูลหลุดออกไปว่า "ขณะนี้จี-คลาส กันกระสุนระดับ 5 เข้ามาเมืองไทย" ทางผู้คิดร้ายก็จะสามารถกำหนดแผนการของตนเองได้ว่า การจะไปไล่ยิงหรือไล่ถล่มรถคันนั้นๆ ควรจะต้องเตรียมอาวุธใดๆไปบ้าง
ระดับราคาก็เช่นกัน การไม่บอกระดับการป้องกัน แต่ถ้ามีข้อมูลเรื่องของราคาจำหน่าย ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะคาดเดาได้ ลองเดาเล่นๆ อย่าง เบนซ์ เอส 600 ต่างประเทศขายปรมาณ 3.5 แสนเหรียญหสรัฐ ตีเป็นเงินไทยประมาณ 12 ล้านบาท ถ้านำเข้าประเทศบวกภาษีต่ำๆ 300% ก็น่าจะราวๆ 40 ล้านบาท
สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ปัจจุบันมีรถกันกระสุน 3 รุ่น คือ อี-คลาส รถที่เหมาะกับการป้องกันการลักพาตัว หรืออาชญากรรมตามท้องถนน อีก 2 รุ่นคือ เอส-คลาส และจี-คลาส ที่มีระบบการป้องกันการโจมตีได้มากกว่า เหมาะสำหรับนักการเมือง หรือบุคคลสำคัญระดับประเทศ
รถที่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้อยู่ในขณะนี้ เป็น เอส-คลาส แต่เป็นรุ่นเก่าคือ รหัส V220 ส่วนโฉมปัจจุบันนั้นรหัส V221 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงปลายปี 51 ที่ผ่านมา โดยสามารถป้องกันการโจมตีได้ระดับสูงสุดเรียกว่า highest protection level ที่ B6/B7 ซึ่งสามารถกันอาวุธหนักเช่นปืนไรเฟิล ปืนกลมือ ระเบิดมือ เป็นต้น
อีกยี่ห้อหนึ่งที่มีรถจำหน่าย และเป็นในรูปแบบเดียวกันก็คือ เป็นผู้ประสานงานระหว่างลูกค้ากับบริษัทแม่ก็คือ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ซึ่งล่าสุดที่มิวนิค เปิดตัวรถกันกระสุนรุ่นใหม่ล่าสุด และเป็นครั้งแรกที่ผลิตจากโรงงานโดยตรง นั่นคือ X5 Security Plus มาตรฐานการกันกระสุนระดับ 6 รับมืออาวุธหนักเช่นปืนกลมือ AK 47 ได้ ซึ่งรถรูปแอบบ เอสยูวี เช่นนี้ น่าจะเหมาะกับประเทศที่มีม็อบดุๆ เพราะสามารถเพิ่มเส้นทางหนีได้ เช่น ปีนข้ามเกาะกลางถนน หรือฟุตบาทได้ ไม่เหมือนรถเก๋ง
เสริมเกราะรอบคัน
สำหรับรายละเอียดแท้ๆ ของรถประเภทนี้ อาจจะไม่มีการเผยแพร่มากนัก เหตุผลก็เช่นเดิมเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า แต่ทั้งนี้หลักการผลิตไม่แตกต่างกันมากนัก อาจจะต่างกันในเรื่องของวัสดุบางตัว หรือการออกแบบตำแหน่งติดตั้งต่างๆ
หลักการทั่วไปในการผลิตก็คือ การเสริมเหล็กเหนียวพิเศษ (หรือวัสดุอื่น) ที่ตัวถัง ทั้งด้านข้าง หลังคา ใต้ท้องรถ ถังน้ำมันชนิดพิเศษ กันระเบิด และมีระบบซ่อมรอยรั่วอัตโนมัติ กระจกนิรภัยหนาเป็นพิเศษมากกว่า 1 นิ้วขึ้นไป รอยต่อ และร่องต่างๆ เช่น รอยต่อตัวถัง หรือร่องประตู จะต้องผ่านการซีลแบบพิเศษ ป้องกันการการทะลุทะลวงของกระสุน และการโจมตีด้วยแก๊สพิษ
นอกจากนี้บางรุ่นยังทำเป็น 2 ชั้น คือ ด้านในมีกระจกกั้นอีกชั้นหนึ่ง คล้ายๆ กับแท็กซี่ในต่างประเทศ ขณะที่ยางก็จะต้องใช้ยางที่ออกแบบมาพิเศษ บางรุ่นมีช่องเก็บลมหลายช่อง หากช่องหนึ่งช่องใด ถูกยิงถูกเจาะทะลวงได้ ก็ยังเหลือช่องอื่นให้วิ่งต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งยางแต่ละเส้นมีมูลค่านับแสนบาท แต่ใช้งานได้หลักหมื่นกม.ต้นๆ ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมหาศาล กล่าวคือ กว่า 2 เท่าตัวของรถปกติ อย่างเช่น เอส-คลาส ใหม่ มีน้ำหนักตัวมากกว่า 4 ตัน
นอกจากความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถัง กระจกแล้ว สิ่งที่จำเป็นจะต้องมีสำหรับรถประเภทนี้ก็คือ ระบบสื่อสารที่สามารถติดต่อกับภายนอกได้โดยไม่ต้องเปิดประตูหรือหน้าต่าง ระบบล็อคและเตือนภัยในสถานการณ์คับขัน อุปกรณ์ดับไฟ และถังออกซีเจน
ระบบ emergency system รอบคัน เช่น ระบบแอร์จะมี sensor ตรวจจับควัน และแก๊สน้ำตา ระบบจะปิดอากาศเข้าทั้งหมดและจะทำงานให้อากาศหมุนเวียนภายในเอง
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์เป็นหัวใจหลักที่สำคัญของรถกลุ่มนี้ เพราะต้องอาศัยความคล่องตัวมาก อีกทั้งต้องแบกรับน้ำหนักที่มากเป็นพิเศษให้ได้ รถรุ่นล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยูอย่าง X5 Security Plus ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 355 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 475 นิวตัน-เมตรที่ 3,400 รอบ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ xDrive อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ในเวลา 8.2 วินาที
ส่วนเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส 600 การ์ด ใช้เครื่องยนต์ วี 12 ขนาด 5.5 ลิตร ให้กำลัง 517 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 830 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-3,500 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.(จำกัดด้วยอิเลคทรอนิค)
สุดท้าย ก็คือคน
รถกันกระสุน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถขับขี่ได้เหมือนรถปกติทั่วไป เมื่อตัดสินใจซื้อ ทางบริษัทผู้จำหน่ายจะส่งคนเข้ามาอบรมผู้มีหน้าที่ขับขี่ ทั้งในเรื่องของการใช้งานระบบต่างๆ ทักษะการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นมาก จุดศูนย์ถ่วงต่างๆ แรงเฉื่อย แรงกดบนล้อขณะเลี้ยว หรือว่าแรงต้านการเบรกก็เปลี่ยนไป หากไม่เรียนรู้ให้ถูกวิธี ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาได้เช่น รถหลุดออกนอกเส้นทาง เบรกไม่อยู่ในระยะที่ต้องการ หรือถ้าเบรกแบบรุนแรง ระบบเบรกก็มีโอกาสสึกหรอได้ง่าย
และที่สำคัญที่สุดก็คือ การควบคุมรถให้ได้ในสถานการณ์คับขัน ต้องรู้จักทางหนีทีไล่ และควบคุมสติอารมณ์
รถพิเศษ ทักษะการขับขี่ก็ต้องพิเศษตามไปด้วยเช่นกัน
Tags : รถกันกระสุน





ความคิดเห็นที่ 1
Bright Baby Blue , 4 พฤษภาคม 2552 11:58
Sonthi Limthongkul certainly needs one of these cars. He can afford to buy one because he managed to avoid paying 400 million baht in debt that he owed to his creditors.