กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 8 เมษายน 2552 00:02

เจ๊กบ.. ผู้ใหญ่บ้านยุคการเมืองหลากสี

ชูชาติ ดุลยประภัทศร

ชูชาติ ดุลยประภัทศร

เสียงตามสาย ประกาศหาเจ้าของบัตร ATM ที่พลเมืองดีเก็บได้ที่ตู้กดเงิน

อีกรางวัลแห่งความภูมิใจ

คุยออกรส เขาละ.. ผู้ใหญ่กบ

ใบปลิวหาเสียงในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านครั้งที่ผ่านมา

วันวานยังหวานอยู่

ภาพประกอบข่าว
Get Adobe Flash player
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ผู้ใหญ่บ้าน "นะยะ" ชูชาติ ดุลยประภัทศร พลเมืองคนกล้า ท้าชนไม่เลือกข้าง ชี้การเมือง 2 สี ทำชุมชนแตกยับ นักการเมืองแบ่งขั้ว กันสิทธิคนคิดต่าง

ชูชาติ ดุลยประภัทศร ใครๆ เรียกเขา (เธอ) ว่า ผู้ใหญ่กบ, เจ๊กบ ฯลฯ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ปีที่ผ่านมา เขา (หรือเธอ) คนนี้ ได้รับคะแนนเสียงจากชาวชุมชนเลือกให้นั่งในตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดูแลลูกบ้านกว่า 2,000 ครัวเรือน 

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกย่อง 'ผู้ใหญ่กบ' ให้เป็น 1 ใน 26 'พลเมืองคนกล้า' โดยมอบรางวัลให้ในฐานะที่เป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชน ช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มรูปแบบ ในทุกรูปแบบ อย่างต่อเนื่องยาวนานจนเป็นที่ยอมรับ

การต่อสู้อันน่าเหน็ดเหนื่อยของ 'ผู้ใหญ่บ้านนะยะ' ไม่ใช่แค่ความยากลำบากในการสร้างการยอมรับจากสายตาของคนที่จับจ้องมองเธออย่างดูแคลนจากการเป็น 'สาวประเภทสอง' แต่ยังรวมถึงการเดินหน้าชนกับความไม่ถูกต้อง ..แม้อำนาจที่เธอคัดง้างอาจไม่ใหญ่โตระดับอภิมหาอำนาจ แต่การมีเพียง 'ปาก' เป็นอาวุธคงไม่อาจทำให้เธอเอาตัวรอดมาได้ หากไร้ซึ่งการสนับสนุนจากชาวชุมชน

"เราเป็นคนไม่ยอมคน และไม่กลัว ตายเป็นตาย ถือว่าชีวิตเราเกิดมาคุ้มแล้ว" 

ชีวิตแบบไหนที่ 'เจ๊กบ' บอกว่าคุ้มแล้ว จนไม่เสียดายวันเวลาที่เหลืออยู่
 
นักท่องราตรี ขวัญใจชาวชุมชน 

"หลังพ่อตาย ทุกคนลำบาก แม่ทำกับข้าวขาย พี่สาวร้อยมาลัย เราใส่แขนไปขายตามสี่แยก หยุดเรียนหนังสือ พอบ้านโดนไล่ที่ แม่พาลูก 6 คนย้ายจากประดิพัทธ์มาอยู่สมุทรปราการ" ที่เล่านี่ไม่ได้เพื่อตัดพ้อหรือท้อชีวิต แต่เป็นคำตอบถึงสิ่งที่ช่วยบ่มเพาะนิสัยการเป็นนักต่อสู้ของ 'ผู้ใหญ่กบ'

ย้อนไปถึงชีวิตวัยรุ่นจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก่อนจะกลายมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน 'เจ๊กบ' ใช้ชีวิตเที่ยวเตร่เฮฮาเริงราตรีชนิดที่ไม่มีใครหยุดอยู่

"เที่ยวกันกลุ่มใหญ่ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย สาวประเภทสอง ใครเจอก็ทัก หวัดดีคะพี่กบ เจ๊กบ อีกบ วันๆ ไม่ทำอะไร นอนตื่นเที่ยง เพื่อนก็แห่กันมา กินส้มตำสร็จก็ไปเสริมสวย ทำผม แต่งเล็บ มาตั้งขบวนกันที่บ้านเรา กลางคืนออกเที่ยว แต่งตัวสวย น้ำหอมจรุงซอย" 

เรียกว่าเป็นนักเที่ยวขาใหญ่ของย่านนี้ ? 

"..ไม่ใช่ขาใหญ่คะ คือเราไม่เคยไปตีกับใคร แล้วไม่ใช่พวกจรรยาบรรณไม่ค่อยแล่น ที่พอคนมองปุ๊บ ..มองทำ '...' อะไร ของเรานี่ 'ดูให้เต็มๆ มั้ยคะ สวยหรือยัง' พูดเล่นกันสนุก คนในซอยก็จะรัก"

ไม่ใช่แค่ไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่ยังดูแลป้องกันภัยให้ชุมชน

"เที่ยวกลับมาตี 3 ตี 4 แถวนี้ยาบ้าครองเมือง กลางคืนยืนขายกันทุกซอยเหมือนตลาดนัด พอเรากลับมา มันตะโกนบอกกัน 'เฮ้ย เจ๊กบมาแล้ว' เผ่นกันพรึ่บ เพราะเราถือไม้อันหนึ่งฟาดหมดเลย ทั้งที่แต่งตัวเป็นผู้ใหญ่นี่นะ บอก 'พวกมึงรู้มั้ย เงินแต่ละบาท กว่าพ่อแม่จะหามา เด็กๆ ขโมยมาให้พวกมึงนี่ เขาสาบแช่งกันทั้งซอย เงินอุบาทว์ทั้งนั้น' คือไม่มีใครปรามได้ พวกเด็กจิ๊กโก๋ แต่เรารู้จัก เราด่ามันได้

"อีกครั้งหนึ่ง วัยรุ่นวิ่งราวกระเป๋า วิ่งไปทางซอย เจ้าของก็ร้องๆ เราฟังไม่ทันว่าอะไร แต่เห็นวิ่งผ่านไปอย่างนี้ โจรแน่ๆ ก็วิ่งตามมันไปถึงถนนโน่น จับล็อกส่งตำรวจ ตอนที่วิ่ง คนข้างบ้านตะโกนบอก ‘รีบวิ่งลืมความเป็นผู้หญิงเลยนะกบ’ โอ้ย จับโจรอยู่จะมาแซวทำไมเนี่ย (หัวเราะ)

ส่วนประสบการณ์ชีวิตจากการเที่ยวเตร่ 'เจ๊กบ' บอกว่าการคลุกคลีใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนหลากหลาย แม้จะดูเหมือนไร้สาระ แต่สิ่งที่เธอเรียนรู้คือเรื่องราวของชีวิต รวมไปถึงปัญหาที่แต่ละคนต้องเผชิญ ซึ่งเธอดูเหมือนจะมีกุญแจดอกเล็กๆ อยู่ในมือ

"วันหนึ่ง เพื่อนบ้านโทรมา เจ๊กบช่วยหน่อย ลูกชายปิดห้องจะฆ่าตัวตาย อ้าว ก็เรียกมันออกมาสิ เขาบอกมันไม่ฟัง เราไปถึงตบประตู อย่าเพิ่งตาย เปิดประตูมาคุยกันก่อน ไม่งั้นจะพังเข้าไป พอเขาเปิด เรารู้แล้ว แสดงว่าไม่ค่อยอยากตายเท่าไร คนจะตายมันไม่รอเราหรอก นั่งคุย มึงจะตายทำไม ไปตีกับเขายังรอดมาได้ ถ้าอยากตายมาเดี๋ยวกูแทงไส้ไหล เอาเชือกผูกคอลิ้นจุกปากเลยดีมั้ย คือพูดน่าเกลียดๆ ให้ฟัง ในที่สุดบอก ไม่ตายแล้ว"

สิ่งที่ 'เจ๊กบ' มีและสามารถสร้างการยอมรับจากคนในชุมชน คือความกล้า การมีจิตวิทยาที่ดี และพร้อมจะช่วยเหลือคนที่มีปัญหาเดือดร้อนแบบไม่เลือกหน้า ซึ่งนี่เองคือคุณสมบัติที่เหมาะกับการเป็นผู้นำชุมชน

ปิดฉากนักเที่ยว รับบทใหม่ 'ผู้ใหญ่บ้าน'

"เขาชวนให้สมัครผู้ใหญ่บ้าน เราก็ไม่เอาๆ ไม่ชอบชุดนี้ เดี๋ยวต้องตัดผม เราเคยเห็นไง หน้าตาหล่อ ติดผมสั้น เดินเกร็งแบบผู้ชาย มองก็รู้ยังทำมาเข้มใส่ อาการอย่างนี้เราไม่ชอบ (หัวเราะ) ไม่ชอบก็ไม่พึงปฏิบัติ" ชูชาติ เล่าถึงมุมมองของเขาต่อชุดข้าราชการ ชูชาติ เล่าถึงมุมมองของเขาต่อชุดข้าราชการ ที่แลดูมีแบบแผน จึงเห็นว่าไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ไร้ระเบียบอย่างที่ตัวเองเป็นอยู่

“เพื่อนบอกว่า มาเป็นผู้ช่วยก็ได้ ผู้ใหญ่บ้านไปประชุมแล้วกลับมาบอก เธอก็ทำไป เออ แบบนี้ได้ สบายอยู่แล้ว ช่วยได้ พอก่อนประชุม 2 วัน เพื่อนเอารถมารับไปตัดชุด บอกไม่ตัดไม่ได้นะผิดกฎหมาย เพราะเธอยื่นเรื่องไปแล้ว เราเคือง แต่ก็หวั่นๆ (หัวเราะ) เออ ก็ได้ แต่เรื่องผม เรื่องหน้า มายุ่งกับฉันไม่ได้นะ

“พอแต่งชุดวันแรก โอ้ย ติดๆๆๆๆ กิ๊บดำอย่างดี กลัวเขาเห็น แต่หน้านี่ยังไงก็ขอนิดหนึ่ง ขอบตานิดๆ ตบพัพนี่จำเป็น แต่งเสร็จ คนแถวบ้าน พวกป้าๆ มารอดู แล้วก็ โอ้ย.. ซึ่งเราไม่อยากได้ยินเลยนะ กบ ใส่ชุดนี้แล้วหล่อ ..เกลียดม๊าก (หัวเราะ) เราอยากให้ชมว่าสวยมากกว่า”

เพื่อนบ้านยังไม่เท่าไร แต่พอไปถึงอำเภอนี่สิ

“ตื่นชุด ตื่นสายตาคนรอบข้าง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย แพทย์ประจำตำบล มากัน 400-500 คน อำเภอเมืองสมุทรปราการ โอ้โห ไม่จำเป็นไม่มาแน่ๆ พอคนมอง เราก็ระแวง สันหลังหวะอยู่แล้ว พยายามเดินให้ตรง มันก็ตรงไม่ได้ แป๊ดไปแป๊ดมา มันเคยเสียแล้วน่ะ” ชูชาติเล่าอย่างรื่นเริง

ในครั้งแรกที่ต้องพบเจอกับคนในราชการจำนวนมาก ต่างคนต่างความคิด ชูชาติ เจอจะๆ กับปฏิกริยาของคนที่ ‘เกลียดตุ๊ด’ ซึ่งถึงขั้นลุกขึ้นมาต่อว่า ไล่ให้ไปตัดผม ยังไม่นับสายตาเย้ยหยัน เสียงซุบซิบนินทาสารพัด แต่เธอก็ผ่านมาได้ ด้วยความคิดที่ว่า

“ตอนนั้นคิดว่าออกก็ออก เขาเดินมาเลยนะ คราวหน้าผมยาวอย่างนี้ไม่ต้องมาประชุม เรานึกในใจ มึงเจอกูแน่ ออกก็ออกสิวะ อยู่บ้านก็มีกิน มาเป็นผู้ช่วยเงินเดือน 2,500 หักฌาปนกิจเหลือ 2,400 ออกเป็นออก เราไม่ยอมคนอยู่แล้ว เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันต้องมาดึง กบ ใจเย็นๆ”

ในที่สุด สิ่งที่ทำให้เธออยู่รอดในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจนครบวาระ 4 ปี ก่อนจะลงสมัครและได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นครั้งแรก ก็ด้วย ‘ผลงาน’ ที่ช่วยสร้างความไว้วางใจและเชื่อมั่นให้กับทั้งคนในชุมชน และผู้หลักผู้ใหญ่ในราชการ

ส่วนเรื่องเที่ยวเตร่อย่างที่เคยเป็นมากว่า 20 ปีในชีวิต 

"เราชอบตัวเองตรงที่พอเลิกแล้วเลิกเลยนะ อิ่มตัว เพื่อนๆ ก็มาชวน เจ๊กบไปเที่ยวๆ บอก 'ไม่ไป กูเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เดี๋ยวชาวบ้านด่า' " เป็นอันปิดตำนานนักท่องราตรีที่ชื่อ 'เจ๊กบ' เหลือไว้แต่ 'ผู้ใหญ่กบ' ที่ชาวบ้านพากันนับหน้าถือตา

ฮอตไลน์สาย 'เจ๊กบ'

คนเมืองใน กทม.แทบจะนึกไม่ออก ว่าผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีหน้าที่ทำอะไร

“ไว้แจ้งคนตาย ขึ้นทะเบียน ทำบัตรประชาชน คอยอำนวยความสะดวก เป็นพ่อบ้านแม่บ้าน ลูกบ้านมีปัญหาก็ไปไกล่เกลี่ย แต่มีอำนาจจับกุมในเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ถ้าอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่เจออะไรเฉพาะหน้า (หัวเราะ)”

ที่พูดๆ มานั้นคืองานในหน้าที่ แต่สิ่งที่ ‘ผู้ใหญ่กบ’ ทำน่ะหรือ..

“งูเข้าบ้าน แจ้งปั๊บเราวิ่งไปจับ นี่ได้มาตัวยาว 3 เมตรยังนอนอยู่ในกรง รถคว่ำจมกองเลือด เรามีอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็ล้างแผล ทายาให้ ตกกลางคืนชวนตำรวจไปตั้งด่าตรวจสารเสพติด

“นั่งดูอยู่หน้าบ้านก็คิด มันวิ่งราวกันวันละ 3-4 รอบ จะทำยังไงดี อยากได้อาสาสมัครชุมชน คนดีๆ เขาทำมาหากิน ใครจะมาเป็น นึกถึงพวกเด็กร้านเกม โต๊ะสนุ๊ก ไปคุยกับพ่อแม่ เออ จะเอาลูกมาเป็นอาสาสมัครดีมั้ย พ่อแม่ เอ้อ เอาๆ ชอบ เราก็ไปเอามาเลย พวกนี้มันตีกันบ่อย พอมีเรื่องเราก็ไปเอามาคุมประพฤติ ให้มารายงานตัว ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ให้ชุมชน ส่งไปอยู่กับตำรวจที่ป้อมเลยนะ ดีเลย เด็กพวกนี้ไว ตอนนี้ใครกระตุกสร้อยปุ๊บ ขี่มอเตอร์ไซค์ตามเลย ตำรวจก็ชอบ ช่วยค่าน้ำมันที่เขามาเป็นหูเป็นตาในชุมชน”

ผู้ใหญ่กบ บอกว่า กุญแจดอกสำคัญคือการทำให้เด็กๆ เห็นคุณค่าของตัวเอง ด้วยการดึงพลังด้านดีของพวกเขาออกมาทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายตัวเอง

ด้วยประสบการณ์หลายปีในงานดูแลทุกข์สุขของประชาชนในท้องที่ ถึงวันนี้ ผู้ใหญ่กบบอกว่าเขามีความสุขดี กับการทำประโยชน์ให้กับชุมชน

ส่วนประเด็น ‘สาวประเภทสอง’ เขายอมรับว่านี่ยังเป็นข้อกล่าวหา และเครื่องมือที่ไว้ใช้กลั่นแกล้งกันทางการเมือง ซึ่งเขาเองต้องเผชิญมานักต่อนัก แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่า ‘สาวประเภทสอง’ จะถูกเลือกมาทำงานให้กับชุมชนหรือไม่ คือเสียงของคนในชุมชน ซึ่งย่อมสอดรับกับผลงานที่ปรากฏในช่วงที่ผ่านมา 

และเป็นสิ่งที่ทำให้มี ‘ผู้ใหญ่กบ’ ในวันนี้

  • การเมือง 2 สี ทำชุมชนแตกยับ

ถามถึงชุมชนเมืองวันนี้ สิ่งที่ ‘ผู้ใหญ่กบ’ หยิบยกมาพูดถึงว่าเป็นปัญหาใหญ่ คือความแตกแยก อันเป็นผลมาจากการแบ่งขั้วของการเมืองระดับชาติ

“เราเกลียดมากเลย คำว่า ไม่มีมิตรแท้-ศัตรูถาวร เอ๊ะ แล้วพวกมึงเป็นคนชนิดไหน พวกนี้จ้องแต่จะหาเสียง ไม่สนใจปัญหาที่แท้จริงของประชาชน” 

ผู้ใหญ่กบขยายความถึงการแบ่งฝักฝ่ายของนักการเมือง ที่ทำให้ผลกระทบเกิดกับชาวชุมชน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ประชาชนพึงมีพึงได้ กลายเป็นว่า การจะได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะแสดงตัวเลือกข้างอยู่กับสีใด ถ้าเลือกผิดสีกับผู้มีอำนาจก็จะถูกกีดกันจากทรัพยากรที่ถูกจัดสรรให้กับท้องถิ่น

“บรรยากาศความร่วมมือแทบไม่มีเหลือ แม้แต่งานวันเด็กมันยังมาแย่งกันจัด คิดดูแล้วกัน ชุมชนก็เล็กแค่นี้ยังทำอะไรร่วมกันไม่ได้”

ผู้ใหญ่กบไม่โทษคนในชุมชน แต่ชี้เป้าตรงผลประโยชน์ที่ครอบงำนักการเมืองจนทำให้ประชาชนกลายเป็นเบี้ยล่างอย่างยากจะหลีกเลี่ยง

Tags : ชูชาติ ดุลยประภัทศร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14

แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วนะ ใหญ่โตคับบ้านคับเมือง ข่มเห่งรังแกประชาชน เลี้ยงนักเลงสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน พูดจา ลืมสิ้นภาพเดิม สงสัยประชาชนเลือกมาได้อย่างไร หรือว่า.......มา สร้างภาพทั้งนั้น สูบบุหรี่หน้าบ้าน คนผ่านไปมาเขาก็เห็นนี่หรือเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ลูกน้องที่มีไว้นะ สภาพเป็นอย่างไร ชาวบ้านเขาก็รู้ดี สร้างภาพเพื่อกลบความไม่ดีของตน หรือชุมชนนี้ไม่มีอีกแล้วคนที่ดีกว่านี้ ลองคิดกันดู

ความคิดเห็นที่ 13

สู้ต่อไปนะค่ะ พี่กบ หญิงย้อยรู้ว่าพี่กบทำได้

พักผ่อนมังก็ดีนะค่ะ เป็นห่วง

มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะค่ะ

จากชะนี ซอย 2 ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12

ได้ใจเรามากคุณพี่เจ๊กบ

ความคิดเห็นที่ 11

ใช่ค่ะ คนเราจะเป็นคนดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ หรือ ไลฟสไตล์ของคนๆนั้น
แต่มันอยู่ที่ใจจริงๆค่ะ ขอชื่นชมค่ะ
ผิดกับบางคนเที่ยวออกมาพูดปาวๆว่า รักประเทศ รักประชาชน รักคนนั้น รัก
คนนี้ แต่เอาเข้าจริงก้อดีแต่พูด ทำมาทั้งหมดก้อแค่ หวังประโยชน์ส่วนตนคนเดียว เท่านั้น น่าอายนะคะ
ขอให้คุณกบ ทำดีต่อประเทศ ต่อชุมชนต่อไปนะคะ
ขอบคุณจากใจชาวสมุทรปราการ

ความคิดเห็นที่ 10

ผมเองก็เคยไปกินไปเที่ยวไปนอนอยู่บ้านพี่แกสมัยเมื่อสักยี่สิบปีที่แล้ว
ทุกวันนี้เวลากลับไปบ้านที่นั่นก็จะได้ยินเสียงแกประชาสัมพันธ์ข่าวคราวอะไรๆอยู่ตลอด...ถ้าเทียบเมื่อก่อนกับตอนนี้ต้องเรียกว่าดำกับขาวเลย

ความคิดเห็นที่ 9

ขอร่วมชื่นชมและเป็นกำลังใจ แด่คนดีศรีสังคมแบบเจ๊กบ

ความคิดเห็นที่ 8

ขอยอมรับในการทำความดี

ความคิดเห็นที่ 7

นับถือๆ

ความคิดเห็นที่ 6

อยากให้พวกที่มี การศึกษาดี ฐานะที่ดี มามองดูบ้าง ว่า มันทำอะไรให้กับประชาชนได้เท่าอย่างเจ๊กบ บ้างหรือป่าว หรือดีแต่ตีกันไปวันๆ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองงงง

ความคิดเห็นที่ 5

นับถือผู้ใหญ่กบจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 3

ครับชืนชมด้วยคน..การทำประโยนช์ต่อปชช.ไม่เกี่ยงว่าต้องเป็นใครหรืออะไรแบบไหนทำได้หมด..สาธุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 2

SUPER....KHUN KOP.........

ความคิดเห็นที่ 1

ขื่นชมผู้ใหญ่กบมากค่ะ ชอบบทความเเบบนี้ของกรุงเทพธุรกิจ
อยากให้สัมภาษณ์ยาวกว่านี้ เพราะคนเหล่านี้มีลีลาชีวิตที่น่าสนใจ เเละทำประโยชน์ให้สังคม มากกว่าพวกดารานักร้อง * ข่าวดีๆอย่างนี้มีน้อยจริงๆ
ถ้ามีโอกาสไปเเถวนั้นอยากเเวะไปคุยด้วยค่ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า