บนเนื้อที่ 100 ไร่ของกรานมอนเต้ องุ่นหลายพันธุ์ ใบเขียวปกคลุมผลองุ่นพวงระย้าอย่าง Cabernet Sauvignon พันธุ์องุ่นมหัศจรรย์จากฝรั่งเศส
Cabernet Sauvignong เป็นองุ่นที่ปลูกได้ในหลายสภาพอากาศตั้งแต่หุบเขาโอกานากันในแคนาดาเลื้อยมาจนถึงหุบเขาอโศกแห่งเขาใหญ่ ที่ตั้งของไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์เลิศแห่งกรานมอนเต้
ยังมีองุ่นแดงผิวสวยอย่าง Syrah, Tempranillo ส่วนองุ่นขาวอย่าง Viognier และ Chenin Blanc คอยขึ้นสลับกันด้วย
"แต่ไหนแต่ไรเชื่อกันว่า ถ้าจะทำไร่องุ่นทำไวน์ ต้องเป็นแถบเส้นละติจูด 30 องศาเหนือ หรือ 30 องศาใต้ เท่านั้น ส่วนภูมิภาคเขตร้อนอย่างประเทศไทยที่ตั้งอยู่ประมาณ 14 หรือ 14.5 เชื่อว่าปลูกไม่ได้เพราะมันเป็นเขตมรสุม แต่เดี๋ยวนี้ทำได้ และมันก็เป็นศาสตร์ที่พิสูจน์มาแล้ว" เสียงของ วิสุทธิ์ โลหิตนาวี ประธานฝ่ายปฏิบัติการของกรานมอนเต้ หรือเรียกให้ง่ายกว่านั้น เขาคือเจ้าของไร่องุ่นแห่งอโศกวัลเลย์
เขารู้จักหุบเขาและพื้นที่แถบนี้มานานแล้ว เป็นผืนดินที่พ่อและแม่ซื้อไว้ตั้งแต่วิสุทธิ์ยังเป็นเด็ก
"ไอ้เรารู้ลู่ทางแถบนี้ดี มีเพื่อนฝูงที่เป็นผู้ใหญ่อย่างคุณ ปิยะ ภิรมย์ภักดี เจ้าของพีบีเขาใหญ่ เขาเป็นนักเรียนเก่าเยอรมันเหมือนกัน เขาเริ่มก่อนเมื่อ 15-17 ปีที่แล้ว"
ที่ตั้งของกรานมอนเต้เหมาะสมหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นอากาศ ความสูงระดับน้ำทะเล การคมนาคมขนส่งใกล้กรุงเทพฯ และดินที่สมบูรณ์ของเขาใหญ่ แต่ถึงจะมีบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า องุ่นปลูกในแถบเขตร้อนมรสุมอย่างไทยได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่า มีที่บนเขาใหญ่แล้วจะปลูกองุ่นทำไวน์กันได้ง่ายๆ
ไร่องุ่น และไวน์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ขนานแท้อยู่ในตัว มันมีจังหวะของมัน และเป็นจังหวะที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ เว้นเสียแต่มนุษย์จะรู้จักธรรมชาติ และใช้จังหวะของธรรมชาติให้เป็นประโยชน์
"ถ้าเป็นอากาศอย่างบ้านเรา เราจะเริ่มตัดแต่งองุ่นช่วงเดือนเมษายน ตัดใบออกหมดเลย และปล่อยให้องุ่นแตกยอดออกมาใหม่ ช่วงนั้นเราจะไม่เอาผลผลิต ปกติ ช่วงนั้นได้ผลผลิตน้อยอยู่แล้ว เราจะเด็ดช่อดอกทิ้ง ให้ยอดโตไปเพื่อสังเคราะห์แสง เก็บพลังงานไว้ในต้น พอช่วงกันยายนถึงตุลาคม เราจะตัดแต่งอีกทีหนึ่ง" นิกกี้ วิสุตา โลหิตนาวี บุตรสาวนักทำไวน์ของกรานมอนเต้ เสริม
ช่วงที่ตัดแต่งองุ่น คนงานจะเว้นให้เหลือตาอยู่บนต้นค่อนข้างมาก ให้แตกออกมาเป็นกิ่งใหม่ เป็นช่วงที่นิกกี้บอกว่าปล่อยให้องุ่นเก็บสะสมพลังงาน สำหรับผลผลิตที่พร้อมเก็บช่วงปลายเดือนมกราคมจนถึงกลางกุมภาพันธ์
วิสุทธิ์บอกว่า ทำเลสำคัญมากสำหรับการปลุกองุ่นเขตทรอปิคอล เพราะองุ่นค่อนข้างอ่อนไหวกับดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝน น้ำ ถ้าช่วงที่จะเอาผลผลิต แต่มีน้ำมาก ก็มีปัญหาได้เหมือนกัน ถ้ามีเทคโนโลยีที่สามารถให้ข้อมูลมนุษย์ได้ล่วงหน้า ไร่องุ่นก็มีโอกาสได้ผลผลิตสูง หรืออีกนัยหนึ่งช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
พอได้รับทาบทามจากทีมวิจัยของ ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังมองหาไร่องุ่นสำหรับนำร่องทำ 'ฟาร์มอัจฉริยะ' เจ้าของไร่กรานมอนเต้ จึงตอบตกลงทันที
"เล่าให้ฟัง คุณวิสุทธิ์เห็นภาพเลยตั้งแต่วันแรกเลยว่าอะไรเป็นอะไร ผมว่ามันสำคัญ เพราะเรามีประสบการณ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จมาก่อนเวลาไปเสนอเจ้าของไร่บางแห่ง" นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล เล่าช่วงแรกของการตระเวนหาฟาร์มนำร่อง
ที่ผ่านมา ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยเคยร่วมงานกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และมีความคิดอยากนำระบบเซนเซอร์ต่างๆ มาใช้ในการเกษตร และมองว่าควรเริ่มจากพืชที่ไทยยังไม่มีฐานความรู้ และคนไทยเพิ่งเริ่มทำ ต้องการเทคโนโลยีที่สู้ต่างชาติได้ เลยมาได้บทสรุปที่องุ่น
เขาบอกว่า โครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยจะสำเร็จได้ 30 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาระบบ และอีก 70 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับข้อมูลตอบกลับจากผู้ใช้ แต่สำหรับการร่วมทดลองระบบฟาร์มอัจฉริยะระหว่างกรานมอนเต้ ดร.ธีรเกียรติ์ ยอมรับว่า ได้ฟีดแบ็คจากกรานมอนเต้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่เฉพาะแต่ตัวเจ้าของไร่เท่านั้น แม้แต่คนขับรถ และชาวไร่ต่างให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทีมวิจัย
โครงการไร่ไวน์อัจฉริยะ-กรานมอนเต้เป็นการประยุกต์และใช้งานเทคโนโลยีหลากหลาย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าของไร่ไวน์ หรือผู้จัดการฟาร์ม สามารถเฝ้าติดตาม ความเป็นไปภายในไร่จากจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตรวจสภาพอากาศ ความเร็วลม เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน จมูกอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อวัดกลิ่นไวน์ควบคุมคุณภาพ เซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นในดิน และรวมไปถึงการนำหุ่นยนต์มาใช้ในฟาร์ม
"เรามีไอเดียจะให้ทำอะไรเยอะมากจนทำกันแทบไม่ทัน เยอะไปหมดเลย ผมคิดว่ามันเชื่อมต่อกันติด ผมเห็นว่ามันเป็นไปได้ และทำได้ดีกว่าแค่การให้น้ำอัตโนมัติ ผมเป็นเจ้าของไร่ที่ไม่มีงานอื่นต้องทำ การประสานงานกันจึงทำได้ง่าย" เจ้าของฟาร์มอัจฉริยะ ชี้จุดแข็ง
ขึ้นกับดิน น้ำ ฟ้า พืช
ระบบสมาร์ทฟาร์มที่นำร่องใช้งานกับไร่องุ่นกรานมอนเต้แบ่งออกเป็นสี่ส่วน ได้แก่ ดิน ฟ้า น้ำ พืช
เริ่มจากดิน ดูสภาพดิน โดยนำเซนเซอร์มาวัดความชื้นในดิน เพื่อดูช่วงรดน้ำที่เหมาะสมแก่องุ่นแต่ละพันธุ์แล้ว แผนการขั้นต่อไปยังเตรียมใช้เรดาร์ เพื่อศึกษาธรรมชาติของดินเพื่อหาคำตอบว่า ทำไมพื้นดินแต่ละแห่งถึงให้ผลผลิตที่แตกต่างกัน นักวิจัยบอกว่า ความรู้ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาความรู้ด้านวิศวกรรมดิน (soil engineering) ไม่ได้ใช้กับภาคเกษตร แต่จะใช้กับการสร้างอาคารมากกว่า
ในส่วนของฟ้า อาศัยเทคโนโลยีดูสภาพอากาศ ดูแรงกดอากาศ อุปกรณ์ตรวจสอบสภาพอากาศที่ติดตั้งในไร่ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของสภาพอากาศภายในบริเวณไร่ ซึ่งแตกต่างจากสภาพอากาศโดยรอบ และยังรู้ลึกไปถึงสภาพอากาศในแปลงย่อยๆ แม้จะอยู่ในไร่เดียวกันก็ตาม
"ระบบเซนเซอร์น้ำของสมาร์ทฟาร์มกรานมอนเต้เป็นแบบ human supervised เพราะฐานความรู้ของมนุษย์ซับซ้อนมาก เราพยายามทำซอฟต์แวร์รับความรู้จากคุณวิสุทธิ์ เพื่ออนาคตจะตัดสินใจให้น้ำอัตโนมัติได้ ทีมวิจัยมีแผนพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมการสั่งให้น้ำที่แม่นยำขึ้น และอาจต้องใช้เวลาพัฒนาซอฟต์แวร์ระยะหนึ่งเพื่อรับความซับซ้อนของการตัดสินใจของมนุษย์" ดร.ธีรเกียรติ์ อธิบาย
ส่วนสุดท้ายเป็นเซนเซอร์พืช เป็นโครงการระยะต่อไปสำหรับระบบตรวจพืช
"ในเมื่อพืชเป็นศูนย์กลางของเรื่อง แต่มีคนน้อยมากที่ทำเซนเซอร์ตรวจพืช ผมคิดว่าถ้าเราทำ เรามีโอกาสทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้ ตรวจตั้งแต่โรค ความต้องการน้ำ เขาจะแสดงอาการอะไรออกมาว่าเขาอยากได้น้ำ หรือตรวจว่าเมื่อไรแมลงจะลง" นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่กล่าว
ในอนาคต ทีมวิจัยยังมีแผนติดกล้องไว้กับรถแทรกเตอร์เพื่อใช้เก็บข้อมูล และกล้องจะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย เพื่อรวบรวมข้อมูลวัชพืช ความสมบูรณ์ของกิ่ง เพื่อคาดการณ์ปริมาณผลผลิต ให้ซอฟต์แวร์นำข้อมูลมาคำนวณปริมาณเป็นกิโลกรัม ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ที่นึกไม่ถึง และเป็นฟีดแบ็คที่ทีมวิจัยได้รับจากเจ้าของไร่
ประจวบเหมาะกับเนคเทค หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้พัฒนาเซนเซอร์ตรวจวัดกลิ่นที่ใช้ตรวจแอลกอฮอล์ คาร์บอนไดออกไซด์ สารก่อมะเร็งในอากาศ สนใจนำเซนเซอร์มาใช้กับการเกษตรเช่นกัน และเป็นส่วนเติมเต็มให้ฟาร์มองุ่นอัจฉริยะทำงานได้อย่างครบวงจร
"เราสนใจว่า จมูกอิเล็กทรอนิกส์จะประยุกต์ใช้กับผลผลิตการเกษตรด้านไหนบ้าง ก็มีหลายคนบอกว่าใช้วัดผลไม้สุก หรือวัดกลิ่นอาหาร ซึ่งผู้ประกอบการบอกว่าค่อนข้างกว้าง เลยยังไม่รู้ว่าควรจะเป็นด้านไหนก่อน" ดร. อดิสร เตือนตรานนท์ นักวิจัยเนคเทคกล่าว
หลังจากติดตามแนวโน้มทิศทางการใช้เซนเซอร์ดมกลิ่นของต่างประเทศพบว่า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มพวกเบียร์ และไวน์ เริ่มนำจมูกอิเล็กทรอนิกส์ มาเป็นตัวควบคุมคุณภาพซึ่งแม่นยำกว่าใช้คนชิม จมูกอิเล็กทรอนิกส์จึงเข้ามามีส่วนในการทดสอบกลิ่นไวน์ของกรานมอนเต้
"ผมมองว่า ฟาร์มอัตโนมัตินี่แหละคืออนาคตของประเทศไทย ต่อไปเกษตรปล่อยให้ระบบอัตโนมัติทำงานเอง มนุษย์ดูแลไม่ให้ทำงานผิดพลาด" ดร.ธีรเกียรติ์ กล่าว แต่นั่นก็ไม่ใช่ภาพสุดท้ายที่เขามองเห็น
อนาคตอันใกล้ หากคุณมีโอกาสไปชิมไวน์ที่กรานมอนเต้ และรับประทานอาหารที่วินคอตโต้ คุณอาจจะเห็นฝูงหุ่นยนต์ติดล้อออกไปตรวจการในไร่ ไล่นก ดูแมลง ต่อพ่นยากำจัดศัตรูพืช ก็ได้
แน่นอนว่า ฟาร์มอัจฉริยะคงไม่จำกัดอยู่เฉพาะไร่องุ่นเพียงอย่างเดียว ยังมีฟาร์มอีกหลายแห่งรออยู่
- หญิงสาวกับไวน์ของเธอ
วิสุตา โลหิตนาวี ขึ้นทำเนียบเป็นนักปรุงไวน์หญิงคนแรกของไทยไปแล้ว ไม่ใช่แค่เธอเรียนจบจากคณะ Viticulture and Winery มหาวิทยาลัยอะดิเลดแห่งออสเตรเลียใต้บนแดนดินถิ่นไวน์ที่มีชื่อเสียงอย่างบารอสซาวัลเลย์ เท่านั้น
ความจริงเธอทำไวน์และคว้ารางวัลมาหลายเวทีก่อนเรียนจบเสียอีก
ไม่ว่าจะเป็นเหรียญเงินจาก IFHS 2007 หรือ Gold Paltinum จาก Wine Style Asia Award 2007 ล่าสุด Granmonte 'Primavera' Unfiltred เพิ่งคว้ารางวัลเหรียญเงินจากการแข่งขัน Syrah de Monde 2008
"โตขึ้นมาที่นี่คะ และชอบ นิกกี้เป็นคนชอบธรรมชาติ ชอบต้นไม้ ตอนที่ตัดสินใจเรียนรู้สึกว่า คิดถูก และคุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนด้วย" ไวน์เมคเกอร์สาว กล่าว
ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย มีแหล่งปลูกองุ่นและทำไวน์ขึ้นชื่อหลายแห่ง หนึ่งในนั้น คือบารอสซาวัลเลย์ ซึ่งมีชื่อเสียงมากด้านการปลูกองุ่นและทำไวน์ ส่วนมหาวิทยาลัยอะดีเลดก็มีหลักสูตรสอนการปลูกไวน์และทำไวน์ที่รู้จักกันดีทั่วโลกว่า เป็นสถาบันการสอนและมีหลักสูตรดีเทียบกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวีส์ในสหรัฐอเมริกา
เธอบอกว่า สี่ปีของหลักสูตรการปลูกองุ่นและทำไวน์ แบ่งเป็นช่วงปีแรก และครึ่งปีที่สองเรียนวิชาหลักๆ อย่างเคมี ชีววิทยา ชีวเคมี สถิติศาสตร์ และสอนการทำไวน์เบื้องต้น และการปลุกองุ่น ช่วงปลายปีสอง เธอได้เรียนรู้ด้านการปลูกองุ่นของออสเตรเลีย และมีโอกาสสำรวจลิ้มรสชาติองุ่นและไวน์จากโรงทำไวน์หลายที่
"พอเข้าช่วงปีที่สามและสี่ อาจารย์จะให้เราทำไวน์ของเราเอง ทั้งไวน์ขาว และไวน์แดง เราต้องคิดขึ้นมาเองว่าจะทำยังไงจากความรู้ปีแรกและปีที่สอง เราอาจปรึกษาอาจารย์ได้ แต่อาจารย์จะไม่บอกหมดว่าทำยังไง"
ภารกิจที่นิกกี้และเพื่อร่วมกลุ่มต้องทำคือ เก็บองุ่น เลือกองุ่นจากแปลงที่มีอยู่แล้ว โดยดูว่าจะเก็บช่วงไหนดี เก็บมาแล้วเข้าโรงทำไวน์ของมหาวิทยาลัย ชีวิตส่วนใหญ่ของปีสี่จึงขลุกอยู่กับไร่องุ่นและแล็บทำไวน์ และยังมีโอกาสไปฝึกงานตามไวน์เนอรีทั่วประเทศด้วย
"เราชิมกันเอง ออกความเห็นปรึกษากันว่าควรจะทำอะไรกันต่อ และโปรเฟสเซอร์ให้คำปรึกษาบ้าง แต่จะเราเรียนรู้ด้วยตัวเอง แก้ปัญหาเอง"
จะเป็นไวน์เมคเกอร์ได้ก่อนอื่นต้องรู้จักกันก่อนว่า ไวน์ดี ไวน์เลวคืออะไร ซึ่งคณะ Viticuture and Winery ของมหาวิทยาลัยอะดีเลดเปิดเป็นวิชาสอนการชิมไวน์ การดูไวน์ และสัมผัสไวน์
นิกกี้ไม่เสียเวลาจนจบศาสตร์แห่งไวน์ ไหนๆ ก็มีไร่องุ่นส่วนตัวอยู่แล้ว กรานมอนเต้เลยกลายเป็นห้องปฏิบัติการภาคสนามอีกแห่งของเธอ
"ช่วงปีหนึ่งปีสองเธอใช้ความรู้ด้านการดูแลไร่กลับมาใช้เยอะ พอปีที่สามและปีที่สี่ เริ่มเรียนเน้นการทำไวน์และก็นำความรู้มาใช้ตอนเก็บองุ่น ดูช่วงเวลาเหมาะสมในการเก็บ ควรดูแลองุ่นที่เก็บอย่างไร โปรเซสอย่างไร ช่วงเบลนด์ก่อนบรรจุขวด นิกกี้จะมาชิมและตัดสินใจว่า สัดส่วนควรเป็นอย่างไร"
สำหรับเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กับไร่องุ่นในออสเตรเลีย เธอบอกว่ามีใช้บ้างแต่มักเป็นโรงทำไวน์ขนาดใหญ่
"แต่เทคโนโลยีอย่างเก่งสุดเป็นพวกการให้น้ำ ดูค่าความชื้นในดิน และรดน้ำอัตโนมัติ นอกจากนั้นก็ไม่ค่อยมีมาก"
โล่งใจ...มนุษย์ก็ยังมีความจำเป็นอยู่บ้าง
Tags : Cabernet Sauvignong • กรานมอนเต้




ความคิดเห็นที่ 1
VV , 26 มีนาคม 2552 10:24
ลดนน.หลังคลอด ลดนน. เพื่อดูแล ความดัน และเบาหวาน โรคหัวใจ
เริ่มต้น ...หุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี ด้วยโปรแกรมดูแล
รูปร่าง และ สุขภาพ จากสหรัฐอเมริกา
* ได้รับ อ.ย.
* ไม่ต้องทานยา
* ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม
* ได้ผลลัพธ์ ทั้งน้ำหนัก และรูปร่าง
* คิดค้น และวิจัยโดยแพทญ์ และ ผู้เชี่ยวชาญ
สนใจ โปรแกรม
Thaidietcenter.c
om/gooddiet