เศรษฐกิจทรุด ส่งผลเอกชนหั่นงบพีอาร์ ตัดค่าตัวงานอีเวนท์ ศิลปิน-ดาราตะลุมบอนแย่งงาน แข่งขายดัมพ์ราคา แจกแถมไม่อั้น
นาทีนี้ ขาชอปส่วนใหญ่ถือคติ "ถ้าไม่เซลล์ ก็ไม่ซื้อ"
ประหนึ่งเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์กัน 'สภาพคล่อง' ล้มละลาย และคล้ายๆ เตือนสติตัวเองไปในตัว
ป้าย Sale, ลดกระหน่ำ, ขายขาดทุน ไปจนถึง ลด แลก แจก แถม ติดกันให้ว่อนตามห้างร้าน ตั้งแต่ดีพาร์ทเมนสโตร์สุดหรู ไปจนถึงแบกะดินข้างทาง ...แม้แต่ รถ บ้าน คอนโด ก็ยังเอากับเขาด้วย
แต่มีสินค้าอยู่อย่างหนึ่ง ไม่ได้ติดประกาศ ลงโฆษณา หรือโพนทะนาไปทั่วว่า 'ลดราคา' เพราะนั่นหมายถึง การเสียค่า เสียราคา และเสียเครดิตอย่างแรง
หากในวงการเมาท์กันให้แซดว่า 'สินค้า' หมวดนี้ ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ ไม่แพ้หมวดอื่น เผลอๆ อาจจะดัมพ์ราคาลงมามากกว่าด้วย
ใบ้ให้นิดนึง...สินค้าหมวดนี้ มีชีวิต มีหัวใจ เลือกได้ทั้งแบบสวยใส หล่อเข้ม หุ่นเซ็กซี่ เสียงดี หรือตีบทแตก
นักร้อง ร้องไม่ออก
ถึงจะดอดเข้าไปสัมภาษณ์ถึงหลังเวที ก็คงไม่มีใครยอมรับว่า "ค่าตัว(ผม/หนู)ลด"
แต่ พิน (นามสมมติ) หนึ่งในทีมอีเวนต์ออกาไนเซอร์ที่จับงานดนตรีเป็นหลัก กลับพยักหน้า ก่อนจะบอกว่า "เดี๋ยวนี้ นักร้องเรื่องมากน้อยลง"
ประสบการณ์ทำงานหลายปี ติดต่อนักร้องมานับไม่ถ้วน พิน เล่าให้ฟังว่า สัญญาณความเปลี่ยนแปลงเริ่มมาตั้งแต่ต้นปี จุดสำคัญอยู่ที่งบประมาณงานอีเวนต์ลดลง เลยชิ่งมาถึงค่าตัว
"เดิมเคยจ้างนักร้องเกรดเอมา 5 คน ก็อาจจะลดลงเหลือ 2 แต่ก็ยังต้องมีนะ มันจำเป็นในการเรียกนักข่าว เรียกคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ให้เดินมาดูเยอะๆ"
การจ่ายค่าตัว พินอธิบายว่า จะไม่จ่ายเป็นรายครั้ง แต่จะเหมาจ่ายไปทีละ 5 ครั้ง หรือมากกว่านั้น แล้วแต่ตกลงกัน ซึ่งตอนนี้ นักร้องหลายคนเริ่มปรับตัว ยอมเพิ่มจำนวนครั้งใน 1 แพคเกจ เพื่อแลกกับการได้ค่าตัวเท่าเดิม
เป็นโจทย์เดียวกับที่ทีมอีเวนต์ได้รับจากลูกค้า ที่โยนงบประมาณลงมาเท่าเดิม แต่เรียกร้องจำนวนงานที่ถี่ขึ้น
"เจอขอ 3 จากเดิม 2 ครั้ง งบเท่าเดิม เราก็ เอ้า เอาก็ได้ รักษาลูกค้าเอาไว้"
มาถึงหน้างาน พินมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังเยอะ
"นักร้องดังๆ บางคนนะ ย้ำว่าดังแบบเกรดเอเลย ปกติ งานต่างจังหวัดต้องทีจี (เครื่องการบินไทย) เท่านั้น มาตอนนี้ โลว์คอสต์ก็ยอมนั่ง หรือ โรงแรม ที่เคย 4-5 ดาว ยอมลดเหลือ 3 ดาว 3 ดาวครึ่งก็ได้"
ที่ดังน้อยลงมาหน่อย บางคน บางวงยอมลดเสป็คการเดินทาง จากนกเหล็ก มาเป็นรถตู้ แต่ถ้าเป็นศิลปินหน้าใหม่ ตอนนี้พาหนะคือ รถตู้เท่านั้น
"บางวงที่ไม่ใช่หน้าใหม่ เคยมีเพลงดังติดชาร์ทมาแล้ว แต่ตอนนี้ไม่เปรี้ยง เขาก็ยอมคิดค่าตัวเป็นแพคเกจ ค่าตัว+ค่าเดินทาง+ค่าที่พัก มาเลย อยู่ที่ 70,000 ถือว่าต่ำมากนะ ก็ไม่รู้ว่าพอหรือเปล่า ให้เขาไปจัดการกันเอง"
แต่โดยรวมๆ แล้ว พินรู้สึกว่า ดีลงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น ทั้งกับนักร้องและผู้ว่าจ้าง เพราะถ้าเธอเสนอค่าตัวศิลปินที่น้อยลง นั่นหมายถึงการตัดสินใจปล่อยงบที่ง่ายขึ้น ส่วนหนึ่งพินคิดว่า เพราะศิลปินสมัยนี้ รู้ทางหนีทีไล่มากขึ้น ตกลงกับต้นสังกัดไว้ล่วงหน้าว่าขอรับงานเอง จึงช่วยลัดขั้นตอนและความยุ่งยากไปได้เยอะ หรือไม่ พินก็จะเจอข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ เช่น จ้าง 2 วงรวมกัน ได้ราคาลดลง 30 เปอร์เซ็นต์
"ดีลง่าย ไม่เรื่องมาก มีแถมให้ บางครั้งมาให้ฟรี ไม่คิดค่าตัวด้วย"
และถ้าต่อไป จะเลือกใช้งานนักร้องสักคน พินล็อคเสป็คมาเลยว่า ต้องทำได้หลายอย่าง ทั้งร้อง เต้น เล่น เอนเตอร์เทน
"นี่หมายถึงนักร้องชนิดทอปทรีเลยนะ มีการันตีว่าเรียกคนได้แน่ๆ เยอะด้วย" ส่วนค่าตัวอยู่ 5 หลักปลายๆ ไม่ถึง 6 หลัก ต่อ 1 เหมาจ่าย
งานหนักจึงไปตกอยู่ที่ศิลปินและต้นสังกัด ที่ไม่สามารถนั่งเฉยๆ รองานมาชนได้อีกแล้ว เอาแค่งบประมาณต่อ 1 อัลบัม ก็ถูกลดไปราวๆ 30-40 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างต่ำ
อิฐ (นามสมมติ) โปรโมเตอร์ศิลปินอินดี้ ค่ายใหญ่ค่ายหนึ่ง เจอตั้งแต่หั่นงบมิวสิควีดิโอ จนต้องเปลี่ยนเสป็คเป็นงานแอนิเมชั่นฝีมือนักศึกษา ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า "ถูกและสดใหม่ดี" เสื้อผ้าคอนเซปท์ที่เคยได้ 2 ก็ตัดเหลือ 1 ช่วงไหนที่มีคิวงานติดกันหลายวัน นักร้องต้องยอมซักแห้ง
"เราต้องขายเป็นแพคเกจ หลายๆ วง คิดล่วงหน้าว่า วงนี้เหมาะกับอีเวนต์แบบไหน ทำเป็นโปรเจคท์ไป ราคาเหมาจ่ายรวมทุกอย่าง" หรือวงหน้าใหม่ บางทีก็ต้องยอมไปฟรี ให้คนคุ้นหน้า เผื่อว่าครั้งต่อไปจะได้มีโอกาสอัพค่าตัวมากขึ้น แต่เท่าที่อิฐเคยเจอ โดยเฉพาะกับวงอินดี้ ลูกค้าก็จะให้มาในลักษณะค่าขนม พร้อมกับประโยคที่ว่า "เฮ้ย น้อง เอาไปขำๆ นะ"
ในฐานะโปรโมเตอร์ อิฐพอจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กับอินดี้อายุน้อยที่เขาดูแล มีบ้างที่ไม่เข้าใจ
"บางคนงอแง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้สัมภาษณ์แบบนี้ ทำไมต้องพูด สวัสดีคร้าบ หรือขายของตลอดเวลา เราก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจถึง 'ที่ที่เขาอยู่' และความเปลี่ยนไป"
(เทว) ดารา
ชิงปรับตัวไปก่อนสำหรับดารานักแสดงเกาหลี ที่ประกาศหั่นค่าตัว ช่วยประคับประคองสถานีโทรทัศน์ ที่กระอักจากค่าโฆษณาที่ลดลง จนไม่สามารถจ่ายค่าผลิตซีรีส์ ร้อนถึงบรรดาผู้จัดผู้ผลิตต้องแก้ปัญหามือระวิง
เริ่มที่ ควอนซังวู ลดค่าตัวถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ในซีรีส์ Cinderella Man ซอยจีวู นักแสดงสาวที่ได้ชื่อว่าค่าตัวสูงสุด ลดค่าตัว 40 เปอร์เซ็นต์ จากผลงานล่าสุด Star Lover ซองซึงฮอน ยอมหั่น 50เปอร์เซ็นต์ จากซีรีส์ East of Eden และ รุ่นใหญ่ คิมแฮซุก ลดไป 30 เปอร์เซ็นต์ จากเรื่องล่าสุด White lie ด้วยเหตุผลว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน
ด้านซูเปอร์สตาร์สุดเซ็กซี่ ซูฉี ก็ไม่น้อยหน้า ยอมลดค่าตัวลงมาถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะ "ฉันควรต้องทำอย่างนั้น เพราะฉันเองก็เป็นส่วนหนึ่งของวงการภาพยนตร์ด้วยเหมือนกัน"
ต้นทางอย่างสำนักข่าวซินหัวของจีน เผยบทสัมภาษณ์ของดาราสาวอีกว่า ธุรกิจการลงทุนของเธอลดหายไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
"มีแนวโน้มว่าอุตสาหกรรมบันเทิงฮ่องกงกำลังชะลอตัว ฉันต้องยอมลดค่าตัว ตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ฉันไม่ค่อยจะได้งานใหม่ๆ เท่าไหร่เลย"
มีเรียม หยาง หรือ หยางเชี่ยนหัว ดารานักร้องฮ่องกงวัย 34 ก็ชูธงเห็นด้วยกับซูฉี
"วงการหนังกำลังซบเซา และถ้าค่ายหนังมีงบจำกัด ฉันก็ยินดีอนุโลมลดค่าตัวอย่างแน่นอน"
กลับมาที่ มายาไทยๆ กันบ้าง หลายเสียงบอกเหมือนกันว่า ดารา ค่าตัวยังไม่ลด โดยเฉพาะดาราระดับแม่เหล็ก ที่ยังคงมาตรฐานเท่าเดิม รังแต่จะสูงขึ้นด้วยซ้ำ
"เป็นโพรดักส์ที่คนยังต้องการ เขารู้ว่ายังไงๆ ก็ขายได้ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้เขาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ และวิธียอดนิยมคือ สร้างข่าว" พงศ์ (นามสมมติ) อีเวนต์ออกาไนเซอร์ยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง ให้ข้อมูล "งบน้อยลง เราอาจจะใช้วิธีตัด ดารา ให้เหลือคนเดียว ไม่ต้องมีตัวเสริม หรือ เซเลบ คือ ไม่หว่านแล้ว ใช้งบให้เกิดประโยชน์สูงสุด เน้นงานให้ละเอียด เขี้ยวมากขึ้น เอาให้คุ้มที่สุด"
แต่สิ่งที่ 'ตัวแม่' เคยเรียกร้องอย่างไร ก็ยังคงได้อย่างนั้น เช่น ช่างหน้า-ผม ที่ต้องเป็นไปตามใบสั่งเท่านั้น , ชุดตัดมาพร้อมจากดีไซเนอร์ที่พอใจ และ ห้องแต่งตัวคนเดียว ไม่ปะปนกับคนอื่น ฯลฯ ตอนนี้ สถิติสูงสุดอยู่ที่ 1 แสนเศษๆ ต่อการปรากฏตัว 1-2 ชั่วโมง
ด้านหน้าใหม่ๆ หรือเบอร์รอง ก็มีเข้ามาเสนอตัวมากขึ้น
"ผู้จัดการ หาวิธีพีอาร์มากขึ้น เช่น โทรมา ส่งรูป ข้อมูลมาอัพเดท ให้เราคุ้นหน้าดาราในสังกัด จะได้นึกถึงเป็นอันดับแรกๆ" พงศ์ เล่า
ซี (นามสมมติ) ผู้จัดการดารารายหนึ่ง ก็บอกคล้ายๆ พงศ์ว่า ค่าตัวดาราไม่ลด แต่ปริมาณงานอาจจะน้อยลง
"มีแต่คนมาคอยเช็คราคา ส่วนใหญ่ ถามเรทแล้วก็หายไป รายที่คอนเฟิร์มแล้ว แคนเซิลก็มีเยอะ" คนหนึ่งที่ซีดูแลอยู่เป็นพิธีกรเจนเวที ค่าตัวตก 60,000-70,000 บาทต่อครั้ง ก็เจอกรณี ออกาไนซ์เลือกลดสเป็คไปจ้างพริตตี้มาดำเนินรายการแทนในเรท 10,000 บาท แล้วเอาเงินส่วนต่างไปจ้างเซเลบริตี้ระดับกลางๆ ได้อีกหลายคน
ส่วนดาราคนดังที่ชอบออกงานคู่ เพราะได้ค่าตัวแบบอู้ฟู่ มาถึงตอนนี้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน
"ไม่เอาเลย เลือกจ้างแบบเดี่ยวๆ มากกว่า คุ้มกว่า ยกเว้นรายที่ดังจริงๆ นั่นแหละถึงจะสู้" ซี เผย
ลดสะท้านแคทวอล์ก
อีกคนที่ 'ซี' ดูแลอยู่ เป็นนางแบบหน้าใหม่ พอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ...ดูเหมือนว่าสถานการณ์ตอนนี้จะไม่สู้ดีนัก
"โชว์ตัว เดิมเคยได้ 2 ชั่วโมง 15,000 ตอนนี้มาต่อ 1 วัน 15,000 เอาจริงๆ ก็รับได้นะ แต่ไม่รับ มันจะเสียเรทในวงการ" ถ้าเป็นงานเดินแบบ ค่าตัวอยู่ใน 5,000-10,000 บาท ก็ยังพอรับได้
แต่เดี๋ยวนี้ ผู้จ้างต่างๆ เริ่มหัวหมอมากขึ้น โดยการติดต่อแบบโดยตรง ไม่ผ่านผู้จัดการ จะต่อรองได้มากกว่า เพราะแบบส่วนใหญ่จะอายุน้อย พอไปเจอกับปลายสายเสียงดุ เข้ม และเขี้ยว ค่าตัวก็อาจจะหดเหลือนิดเดียว
"ต้องบอกนางแบบไม่ต้องรับสาย ถ้ายังโทรไม่หยุด ก็บอกให้โทรมาหาเรา หรือใช้วิธีไดเวิร์ทสายมาที่เราเลย จบ"
ซีกับนางแบบ ไม่ใช่เป็นฝ่ายนั่งรอรับโทรศัพท์อย่างเดียว อีกงานหลักที่ต้องทำคือเดินสาย ไปตามเวทีประกวดต่างๆ แคสต์งานโฆษณา และไปแนะนำตัวกับอีเวนต์ หรือผู้ผลิตค่ายบันเทิงต่างๆ
"นางแบบเกรดเอ เขาสบาย ไม่ต้องลดค่าตัว งานเข้าตลอดเวลา ส่วนนางแบบระดับล่างๆ ก็สบาย ค่าตัวน้อยแค่ไหนเขาก็รับ พวกกลางๆ จะลำบาก จะเพิ่มก็ไม่ได้ ลดก็ไม่ได้ งานก็อยากได้ แต่ลุคก็ไม่อยากเสีย"
ที่ปวดหัวไม่แพ้กันคือ โมเดลลิ่ง ที่ต้องดิ้นรนจนสุดตัวเหมือนกัน
จ๋า (นามสมมติ) เจ้าแม่โมเดลลิ่งที่คลุกคลีในวงการมานานกว่า 3 ปี เจอวิกฤติแบบนี้ก็เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน
"ธุรกิจบันเทิงมันเป็นธุรกิจฟุ่มเฟือย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าก็ลดงบ ลดจัดงาน เราเองก็หางานยากมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น วิ่งรอกไปหางานให้น้องๆ มากขึ้น เงื่อนไขว่าจ้างต้องโอนอ่อนผ่อนตาม เช่น ถ่ายโฆษณา เดิมให้คิว 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น เกินมาคิดโอทีเป็นชั่วโมง แต่ตอนนี้เจอแต่ราคาเหมา ไม่มีโอที เราก็ต้องรักษาลูกค้าไว้ ไม่อย่างนั้นเสียคอนเนคชั่นไปเลย"
ค่าตัวนางแบบ-นายแบบเองก็ลดลงเฉลี่ย 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ขนาดยอมลดถึงขนาดนี้ ลูกค้าก็ยังเปลี่ยนไปจ้าง 'นิวเฟซ' มากขึ้นเพราะได้ราคาถูกลงหรือไม่ก็ลดเกรดนางแบบลงมา
เวลาได้งานมา ด้วยความที่มีน้องๆ ในสังกัดหลายคน จ๋าก็ต้องเฉลี่ยงานไปให้ทั่วถึงและยุติธรรม
"คนโน้นได้แล้ว ต่อไปก็ต้องให้คนนี้บ้าง ก็คุยกับน้องๆ ว่า ตอนนี้มันเป็นแบบนี้นะ หนูโอเคมั้ย น้องๆ เขาก็เข้าใจค่ะ" เด็กในความดูแลของจ๋าส่วนใหญ่จะไม่ใช่ระดับท็อปโมเดล ชื่อเสียงกลางๆ จุดขายอยู่ที่สัดส่วน เนื้องาน มากกว่าชื่อเสียง "เขาต้องเข้าใจในโพสิชั่นตัวเอง ช่วยๆ กันค่ะ"
หลายครั้งที่รับงานต่างจังหวัด จ๋ากับทีมงานยอมนั่งรถตู้ แล้วปล่อยนางแบบ-นายแบบขึ้นเครื่อง ทั้งนี้ทั้งนั้น ตั้งอยู่บนความหวังที่ว่า มันจะค่อยๆ ดีขึ้น
"แต่ตอนนี้ ถ้าจ้างโมเดลเยอะๆ เราจะลดราคาให้ เหมือนซื้อสินค้าลอตใหญ่ ในราคาพิเศษ" แพคเกจที่จ๋าจัดโปรโมชั่นอยู่ในช่วงนี้
...เซลล์ขนาดนี้แล้ว จะซื้อหรือเปล่า
- สุขแบบ จี๊ด แสงทอง
เหมือนจะ 'งานเข้า' ตลอดเวลา สำหรับ 'จี๊ด' แสงทอง เกตุอู่ทอง ยิ่งหลังงาน (บอกรัก) สุพรรณหงษ์ ดูเหมือนเรทติ้งของนางแบบสาวจะยิ่งพุ่งขึ้นอีก
"ก็ไม่นะคะ ปกติ เพราะเป็นคิวที่จองล่วงหน้าข้ามเดือน" ปกติจี๊ดจะมีงาน 4-5 วันต่อสัปดาห์
แต่จี๊ดเองก็รู้สึกว่า หมู่นี้จะถูกต่อรองมากขึ้น แต่เป็นไปในลักษณะพูดคุย ขอความช่วยเหลือกัน
"ส่วนใหญ่บอกว่างบมาน้อย แต่เราก็เห็นใจเค้าด้วย สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ เราเองเดินแบบในห้าง เห็นบางชอปไม่มีคนเดินเข้าเลย คนเดินชอปปิ้งน้อยลง คือถ้าเราคุยกัน เห็นชอบในราคาที่เสนอมา น้อยมาก มากบ้าง ก็โอเค"
โดยส่วนตัวแล้ว จี๊ดจะไม่เจอภาวะเงินฝืดสักเท่าไหร่ เพราะเป็นคนไม่ค่อยฟุ้งเฟ้อแต่ไหนแต่ไร แบรนด์เนมไม่ค่อยมีติดตู้ จะซื้ออะไรก็มุ่งหน้าไปจตุจักร
ถ้าได้เงินจากการเดินแบบมา 1 ครั้ง จัดสรรอย่างไร เราถาม
"เก็บหมด ไม่ใช้ (หัวเราะ) คือใช้เท่าที่จำเป็น จะกันเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าของใช้ในชีวิตประจำวัน ตัดงบชอปปิ้งออกไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว เพราะคิดว่าไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ตอนนี้อยากได้บ้าน ก็เก็บตังค์เอาไว้ดีกว่า" ทุกวันนี้เธอไม่มีรถส่วนตัว ไปไหนมาไหนด้วยแท็กซี่ รถไฟฟ้า หรือวานแม่ขับ เธอบอกว่า "สบายดี ไม่มีภาระ"
ค่อนข้างตรงกันข้ามกับงานฟู่ฟ่าที่เดินใช้หาเลี้ยงชีพ
จี๊ดพยักหน้า ก่อนตอบว่า ช่วงแรกในการทำงาน เธอก็รู้สึกขัดแย้ง ไม่เข้าใจ แปลกแยก แต่พอโตขึ้น ได้มองชีวิตคนรอบข้าง ก็รู้ว่างานที่อยู่ตรงหน้า คือความรับผิดชอบและต้องทำให้ดีที่สุด
"เราไปงานเดินแบบหรูหรา คนชื่นชมมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเราก็กลับมาอยู่ที่ห้องของเรา ต้มมาม่า หรือได้กินก๋วยเตี๋ยวรถเข็นเจ้าโปรด แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เพราะมันคือชีวิตจริง จริงๆ"
Tags : แสงทอง เกตุอู่ทอง

ความคิดเห็นที่ 2
on sale , 31 ตุลาคม 2552 22:26
เศรษฐกิจแบบนี้ต้องทำใจ ครับ
www.onsells.com
ความคิดเห็นที่ 1
AGV , 18 มีนาคม 2552 13:37
ให้เช่า Serviced Office ตึกพญาไทพลาซ่า ตรงสถานีบีทีเอสพญาไท มีหน้าต่างในห้อง และไม่มีหน้าต่างในห้อง
รายละเอียดเพิ่มเติม: พื้นที่สำนักงานให้เช่า ตึกพญาไทพลา ซ่า ขนาด 25 ตรม ติด BTS พญาไท
ราคาค่าเช่า (ผุ้เช่าไม่ต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก)
รวม อุปกรณ์สำนักงาน ใหม่ยกชุด โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บเอกสาร
อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 3 เม็ค 3สาย
โทรศัพท์สายตรง 2 สาย
ค่าน้ำดื่ม (น้ำร้อน น้ำเย็น)
ค่าแม่บ้านทำความสะอาด
สิ่ง แวดล้อม ออฟฟิศอยู่ริมถนนใหญ่ ติด รถไฟ ฟ้า BTS พญาไท และ แอร์พอร์ต ลิ้งค์ไปสุวรรณภูมิ มีิอาหารกินตลอดทั้งวัน ทั้งคืน เดินทางสะดวก รายล้อมไปด้วย คอนโด และโรงแรม
Serviced Office for Rent locate in the heart of city like Payathai
Window Rooms are Available
rental includes furniture
Hi-speed ADSL internet
2 direct telephone lines
all utilities for the room paid
office room cleaning, maintenance, and etc.
For more information please contact
Tel: 022146336, 0863346036, Fax: 022146337