กรุงเทพธุรกิจ

  •  

Life Style

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 08:57

ชัยชนะของ หนังอินดี้

Slumdog Millionaire

จากภาพยนตร์ Wonderful Town

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ชะตากรรมที่แตกต่างของสองหนังเล็กคว้ารางวัลใหญ่ Slumdog Millionaire โกยรายได้หลังชนะออสการ์ แต่ Wonderful Town ยังซึมหลังซิวสุพรรณหงส์

ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลออสการ์จากฝั่งฮอลลีวู้ด (23 ก.พ.) และรางวัลสุพรรณหงส์ ของฝั่งหนังไทย (22 ก.พ.) มีลักษณะร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งอย่าง  ในแง่เป็นหนังอินดี้ ในความหมายของหนังฟอร์มเล็ก ทุนต่ำ และแนวทางที่เล่าเรื่องชีวิตธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา และที่สำคัญเป็นหนังจากผู้สร้างอิสระ ที่ต้องเรี่ยไรสะสมทุนและความพยายามกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นผลงานที่ผู้คนชื่นชม

Slumdog Millionaire เป็นหนังจากค่ายเล็กของฝั่งอังกฤษ ของบริษัทผู้สร้าง ปาเธ่ พิคเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล  ซีลาดอร์ พิคเจอร์ และฟิล์มโฟร์  ที่ลงทุนสร้างหนังเล่าชีวิตของวัยรุ่นที่เกิดจากสลัมในมุมไบ ผู้ตามหาคนรักและกำลังจะเปลี่ยนเป็นมหาเศรษฐีจากรายการเกมโชว์ 

Slumdog เกือบจะไม่ได้ฉายในอเมริกา (หมายถึงหมดสิทธิเข้าชิงออสการ์ ) เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนังในทวีปอเมริกาเหนืออย่าง Warner Independent  เจอพิษเศรษฐกิจตกต่ำ กำลังจะถูกบริษัทแม่อย่าง Time Warner Inc. ยุบอยู่รอมร่อ และหนังกำลังจะกลายเป็น "หนังแผ่น" ไม่ได้เข้าโรงที่สรัฐฯ โชคดีที่ Fox Searchlight บริษัทลูกของ News Corp เข้ามาซื้อสิทธิฉายโรงซะก่อน และเริ่มจาก 1,600 โรง เดือนพฤศจิกายน 2008 กระจายให้ทั่วสหรัฐ รายได้ดี จึงได้ขยายโรงเพิ่ม

Wonderful Town หนังไทยที่ได้สุพรรณหงส์ มีเส้นทางที่ลำบากยิ่งกว่า ไม่ใช่แค่หนังจากค่ายเล็ก แต่เป็นหนังอิสระจริงๆ แบบไม่มีค่ายสนับสนุน และทีมผู้สร้าง บริษัทป๊อป พิคเจอร์ส ของผู้กำกับ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ทั้งลงทุนลงแรงเอง  หาทุนจากเวทีเทศกาลหนังต่างๆ  เข้าข่าย "หนังชิงทุน"  ที่ต้องเสนอโปรเจคต์ให้กรรมการพิจารณาบท ตั้งแต่รางวัล Bean Pole New Currents Awards จากเทศกาลหนังปูซาน เกาหลีใต้ จนถึงทุน post-production

นั่นคือ ขั้นตอนหลังถ่ายทำ ที่ Wonderful Town ได้ทุน post production จาก HUBERT BALS FUND ในเทศกาลหนัง ร็อตเตอร์ดาม ฮอลแลนด์ ปี 2007 และมีทุนเพิ่มอีกนิดหน่อยจาก สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมของประเทศไทย หลังหนังได้ "โล่รางวัล" มาจากต่างประเทศมากมาย และต้องมีสปอนเซอร์สนับสนุนด้วย 

หนังดราม่าที่ไม่มีดาราแสดง พล็อตเรื่องมีว่าสถาปนิกหนุ่ม เดินทางมายังเมืองเล็กๆทางภาคใต้ของไทยที่ซึ่งความเงียบเหงาและความเศร้าสร้อยปกคลุมอยู่นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สึนามิ ความรักได้เติบโตขึ้นในที่ที่ไม่มีความรักเหลืออยู่เหมือนดอกไม้ที่โตในตมและทั่วทั้งเมืองก็พยายามทำลายความงามที่เมืองนี้ไม่มีแล้วเมืองนี้จะมีความสุขอีกครั้งได้ไหม 

โอกาสฉายในประเทศไทย ก่อนจะได้สิทธิเข้าชิงสุพรรณหงส์ นอกเหนือจากในเทศกาลหนังแล้ว  Wonderful Town ก็ได้ฉายโรงจำกัดวันละ 1 รอบ (เท่านั้น) เป็นระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษๆ 15 พ.ค.-11 มิ.ย.2008 ที่โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ซีนีม่า ใน โครงการ Director's Screen ที่ป๊อป พิคเจอร์ส์ กับ เอ๊กซตรา เวอร์จิน (ผู้ผลิตหนังอิสระอีกราย) ของ ผู้กำกับ พิมพกา โตวิระ ต้องปั้นโปรเจคต์ขึ้นมา "เพื่อหาโรงฉาย" ให้กับหนังที่ไม่เข้าแนว ผี ตลก กะเทย แอ็คชั่น หรือวัยรุ่นตามหน้าหนังไทยที่มีอยู่

อย่างไรก็ตาม ความต่างของชะตากรรมหนังอินดี้ก็ยังมี หนังอย่าง Slumdog Millionair ที่ว่าเล็ก ก็ยังมี "ตลาด" รองรับ อย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อหนังเดินสายกวาดรางวัล บวกกับการได้เข้าชิงออสการ์ รายได้ก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเมื่อตอนก่อนประกาศโผเข้าชิงออสการ์ เมื่อ 22 มกราคม (รวมรายได้ตอนนี้คร่าวๆ 98 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่ามาตรฐานทุนสร้างหนังเล็กๆของฮอลลีวู้ดเท่าตัว) รวมถึง การได้เปิดฉายในโรง (ไม่ถูกจับลงแผ่นทันที) ที่ประเทศไทยในวันที่ 5 มีนาคมนี้เป็นต้นไป 

ขณะที่หนังอินดี้ไทย พอเอาตัวรอดได้ทุนและกำลังใจจากสายหนังต่างประเทศ อย่าง ฝรั่งเศส อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ที่มีคนซื้อสิทธิไปฉาย แต่ในประเทศไทยโอกาสเปิดฉายในโรงเมืองไทยแค่ 1-2 รอบต่อวันในโรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีมา ช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังประกาศผล แบบนี้รางวัลสุพรรณหงส์จะช่วยอะไรได้บ้างไหมนี่

Tags : Slumdog Millionaire Wonderful Town

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

เมื่อนึกย้อนไป น่าจะทำเรื่องราว พธม กับ นปก เป็นหนังเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา เกิดการเปรียบเทียบ เอามุมลึก ๆ มานำเสนอ โดยเอาข้อมูลที่เป็นความจริงเ จาะลึก น่าจะเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า