ติง หยู พิธีกรชื่อดังที่มีคนดูมากกว่า 40 ล้านคนทุกคืนวันเสาร์ ทั้งๆ ที่รายการของเธอไม่ใช่รายการประกวดร้องเพลง แต่มันคือรายการ "สารภาพบาป" ของนักโทษที่กำลังจะถูกประหารชีวิต
หลายครั้งหลายคราที่การอัดรายการนั้นเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่นักโทษเหล่านั้นจะถูกนำตัวไปประหาร หรือในอีกแบบหนึ่งคืออัดไว้ก่อนที่นักโทษจะเข้าสู่แดนประหารในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ติง หยู พิธีกรสาวลุคเนี้ยบคนนี้จะเป็นคนนั่งทำการสัมภาษณ์แบบซึ่งๆ หน้ากับนักโทษประหารที่ก่อคดีร้ายแรง โดยจะเลือกเฉพาะกับคดีสะเทือนใจมาคุยเท่านั้น โดยระหว่างพูดคุย นักโทษก็จะถูกนำตัวมานั่งบนเก้าอี้โดยสวมกุญแจมือและเท้า พร้อมมีผู้คุมนั่งคุมอยู่ใกล้ๆ อีก 2 คน
การสัมภาษณ์จะเริ่มต้นด้วยบทสนทนาผ่อนคลายถึงความชอบในเรื่องเพลง หรือหนังที่ชอบดู ก่อนจะกดดันนักโทษด้วยการพูดถึงรายละเอียดการก่ออาชญากรรมอันน่าขยะแขยงของพวกเขาเพื่อบีบบังคับให้นักโทษกล่าวคำขอโทษออกมา
แล้ว ติง หยู ก็จะให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำคำพูดสุดท้ายนี้ไปบอกกับครอบครัวที่บางครั้งก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับนักโทษก่อนจะเข้ารับการประหาร โดยการถ่ายทำจะถ่ายทำไปจนถึงช่วงที่นักโทษถูกนำตัวออกไปจากห้อง เพื่อไปรับโทษทัณฑ์ที่ถูกประกาศิตไว้
รายการนี้เกิดขึ้นมา 5 ปีที่แล้ว เมื่อ ติง หยู เข้าไปพูดกับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในเมืองเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ก่อนที่รายการจะกลายเป็นรายการโทรทัศน์สุดฮิตจนได้เวลาฉายในช่วงไพรม์ไทม์ของวันเสาร์ ส่วน ติง หยู ก็กลายเป็นคนดังระดับประเทศจากการทำรายการนี้
สำหรับคดีที่ผู้คนให้ความสนใจดูมากที่สุด คือ คดีของ เปา หรงถิง เกย์ที่ใช้ชีวิตอย่างเปิดเผย และถูกดำเนินคดีฐานฆาตกรรมมารดา และยังชำเราร่างอันไร้วิญญาณของเธอด้วย ขณะที่ประเด็นรักร่วมเพศในจีนนั้นยังคงเป็นประเด็นต้องห้ามอยู่ ทำให้การโปรโมทรายการตอนนี้เรียกความสนใจจากคนดูให้มาสนใจกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งในประเทศนี้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ติง หยู เข้าไปนั่งสัมภาษณ์กับนักโทษกว่า 250 คน โดยเธอมักจะมีประโยคแทงใจนักโทษเข้าไปสัมภาษณ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นคำพูด "ทุกคนควรจะเกลียดคุณ" สำหรับฆาตกรฆ่าเด็ก หรือจะเป็นอดีตสามีที่ตกเป็นนักโทษประหารเพราะบุกเข้าไปฆ่าอดีตภรรยาต่อหน้าต่อตาครอบครัวของเธอ
ไม่นับรวมช่วงเวลาแห่งความจริงที่นักโทษชายคนหนึ่งคุกเข่าลงกับพื้นต่อหน้าครอบครัวของเขาที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาพบหน้าลูก ซึ่งเขาได้กล่าวกับพ่อว่า "ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ" ก่อนที่แม่ของเขาจะขอโทษที่เคยทุบตีเขาครั้งหนึ่งเมื่อตอนเขายังเด็ก พร้อมปลอบใจลูกชายว่าขอให้จากไปอย่างสงบตามคำสั่งของรัฐบาล
ทั้งนี้การก่ออาชญากรรมในจีนซึ่งถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ถึงขึ้นประหารชีวิตมีทั้งสิ้น 55 ประเภท แบ่งออกเป็นตั้งแต่การก่ออาชญากรรมบุกปล้น หรือก่ออาชญากรรมต่อประเทศ แต่สำหรับรายการนี้ จะพุ่งเป้าไปที่คดีฆาตกรรมมากกว่าที่จะเกี่ยวข้องกับคดีความทางการเมือง
เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมองว่า รายการนี้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่ออย่างดีที่จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนทั้งหลายรับรู้ถึงผลที่จะตามมาจากการก่ออาชญากรรม ซึ่งคณะตุลาการจะเป็นผู้เลือกคดีขึ้นมาบนหลักการที่ว่า เป็นคดีที่สามารถนำมาเป็นตัวอย่างให้การศึกษากับประชาชนได้ โดยที่ผ่านมา มีนักโทษ 5 คนเท่านั้นที่ปฏิเสธไม่ยอมให้สัมภาษณ์
ด้าน ติง หยู ที่ปั้นโปรเจคนี้มาตั้งแต่ต้น ก็ยืนกรานว่ารายการนี้ไม่ได้เป็นการเอาเปรียบนักโทษประหาร แต่เป็นการเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้พูดด้วย
"คนดูบางส่วนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องโหดร้ายที่จะไปขออาชญากรให้มานั่งสัมภาษณ์ในตอนที่พวกเขากำลังจะถูกประหาร แต่ในทางกลับกัน พวกเขาก็ต้องการจะพูดความคิดของเขาให้ใครฟังเหมือนกัน" ติง หยู ยืนยัน
"ตอนที่ฉันนั่งสัมภาษณ์กับพวกเขาตัวต่อตัว ฉันรู้สึกเสียใจ และเศร้าใจกับพวกเขา แต่ฉันไม่สงสาร เพราะพวกเขาสมควรได้รับบทเรียนจากการกระทำที่พวกเขาได้ทำผิดไว้" เธอเปิดใจ
อย่างไรก็ดี ติง หยู เผยว่า การต้องมานั่งคุยกับนักโทษประหารจำนวนมากขนาดนี้ ก็ทำให้เธอประสาทหลอนไปเหมือนกัน โดยมีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างที่เธอกำลังนั่งรถไฟ อยู่ดีๆ เธอก็ตื่นขึ้นมากลางดึก และมองออกไปที่หน้าต่างก่อนจะเห็นภาพของนักโทษประหารที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ยืนเรียงแถวมองเธออยู่ข้างตู้โดยสาร
"ใบหน้าเหล่านั้นช่างเหมือนจริงเหลือเกิน และทุกคนต่างยืนจ้องมองมาที่ฉัน ฉันกลัวมาก ฉันเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาเยอะ แต่นี่มันไม่ดีกับฉันเลยจริงๆ ฉันมีเรื่องแย่ๆ เหล่านี้ในหัวมากเกินไปแล้ว"
ทั้งนี้ ประเทศจีนเป็นประเทศที่เชื่อว่ามีการประหารชีวิตนักโทษมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้โทษประหาร ทั้งๆ ที่ประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐอเมริกายังคงใช้กฎหมายนี้ด้วยเช่นกัน แต่ที่จีนนั้น ผู้ที่ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตจากศาลฎีกาจะไม่มีเวลาอยู่ดูโลกนานนัก เพราะจะถูกประหารชีวิตภายใน 7 วัน
ส่วนจำนวนที่แท้จริงของผู้ที่ถูกประหารชีวิตในจีนนั้นยังไม่แน่ชัดเพราะถูกปิดเป็นความลับ แต่ก็มีความเชื่อว่าตัวเลขเหล่านี้เริ่มลดลงเรื่อยๆ อันจะเห็นจากการที่จีนเปิดประเทศ และเข้มงวดกับกฎหมายมากขึ้น
หลู เพ่ยจิน บอสใหญ่ของช่องทีวี ลีกัล เผยว่า ติง หยู เข้ามาขอพบและบอกเล่าแนวคิดจะทำรายการนี้ให้ฟัง ซึ่งเขาก็ตกลงทำทันที แต่ก่อนจะทำให้ ทางสถานีต้องขออนุญาตทางการก่อนจะเริ่มต้นกระบวนการถ่ายทำได้
"ผมคิดทันทีเลยว่ามันเป็นความคิดที่เยี่ยมมาก แนวคิดแรกของมันไม่ใช่เพื่อความบันเทิง แต่เป็นการบอกกล่าวและให้ความรู้กับคนให้รู้ถึงนโยบายของรัฐบาล เราอยากเตือนคนดูเอาไว้ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโศกนาฎกรรมขึ้น ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีกับสังคม” หลู เพ่ยจิน อธิบายให้ฟัง
บอสใหญ่ของช่องยังเผยด้วยว่า ภาพลักษณ์ความเป็นผู้หญิงของ ติง หยู นั้นเป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนดู และนักโทษ
"เรามักจะพูดว่าเธอเป็นโฉมงามกับอสูร" หลู เพ่ยจิน กล่าวทิ้งท้าย
(หมายเหตุ : เรียบเรียงจาก เดลี เมล์)
Tags : นักโทษประหารชีวิต • ติง หยู



ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น