กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Life

วันที่ 25 พฤษภาคม 2553 00:01

แผนรักษ์โลกของคนรุ่นใหม่

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แนวคิดเรื่องกิจการเพื่อสังคม ตลอดจนการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม นับเป็นทางเลือกของคนที่มีอยากทำงานเพื่อสังคม แต่ไม่อยากนั่งรอเงินช่วยเหลือ

(ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต)

เนื่องจากผู้ประกอบการเพื่อสังคมสามารถหารายได้ด้วยตัวเองและที่สำคัญสามารถตอบโจทย์คุณค่าในการประกอบธุรกิจแบบ triple bottom line คือการได้ผลกำไรทั้งที่เป็นตัวเงิน แล้วยังสร้างคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ครบถ้วน เช่นนี้แล้วผู้ประกอบการเพื่อสังคมจึงแตกต่างจากการทำ CSR หรือกิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคม ตรงที่การมีจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งและไม่ใช่การสร้างจัดกิจกรรมเพื่อสังคมชั่วครั้งชั่วคราว แต่จะทำตลอดอายุขัยของกิจการนั้น อีกทั้งยังต่างจากองค์กรการกุศลตรงที่ทำกำไรได้ คนทำงานได้รับค่าตอบแทนที่ดีได้โดยไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนกับค่านิยมเดิมๆ ของคำว่า ‘เพื่อการกุศล’ ซึ่งการทำธุรกิจเพื่อสังคมนี้จะช่วยทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืนทั้งต่อสังคมและต่อตนเองโดยที่ไม่ต้องไปเรี่ยไรเงินขอความช่วยเหลือจากใคร

แนวคิดในการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมจึงได้รับการต่อยอดให้กลายมาเป็นการแข่งขันระดับโลกโดยกลุ่มคนที่ตระหนักถึงความสำคัญและความเป็นไปได้ของธุรกิจประเภทนี้ โดยการแข่งขันแผนธุรกิจเพื่อสังคม (Global Social Venture Competition) หรือ GSVC นั้น จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่เมืองซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางความฝันของเหล่าผู้ประกอบการเพื่อสังคมจากทั่วโลกทั้งในด้านการแข่งขันแผนธุรกิจ สร้างโอกาสในการพบปะแลกเปลี่ยนทัศนะกับคนที่เชื่อในสิ่งเดียวกัน โอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ และยังเป็นแหล่งนัดพบของนักลงทุน (Venture Capitalist) จากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

จากการแข่งขัน GSVC ที่ผ่านมานี้ก็ได้ก่อให้เกิดธุรกิจเพื่อสังคมแล้วกว่า 70 บริษัทในหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี พลังงานทดแทน ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ไมโครไฟแนนซ์ การศึกษา และการพัฒนาสังคม ที่ได้นำความฝันมาต่อยอดและหล่อหลอมเป็นโมเดลที่ใช้ได้จริงในการดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ ช่วยสร้างผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้มากมาย อาทิ

ETHOS WATER (www.ethoswater.com) น้ำดื่มที่ช่วยเหลือเด็กยากจนทั่วโลกให้เข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด โดยทุกๆ ครั้งที่ซื้อ Ethos 1 ขวด เท่ากับได้บริจาคเงิน 0.05 เหรียญสหรัฐ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างแหล่งน้ำสะอาด โดยนับเป็นยอดเงินช่วยเหลือกว่า 6.2 ล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถช่วยเหลือผู้คนที่ขาดแคลนน้ำสะอาดได้แล้วกว่า 420,000 คน

Dlightdesign (www.dlightdesign.com) บริษัทผู้ผลิตสินค้าแก่คนในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานที่ให้แสงสว่าง ประสิทธิภาพสูงและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม แต่ขายในราคาที่คนจนซื้อได้ เช่น โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้หลอด LED (หลอดที่ไม่มีการเผาไส้หลอด จึงไม่เกิดความร้อนเหมือนหลอดไฟทั่วไป)

สำหรับประเทศไทย มีองค์กรที่ดำเนินการในลักษณะธุรกิจเพื่อสังคมมาก่อนหน้ากระแส SE จะเข้ามานานแล้ว อาทิ โครงการรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยอดีต รมช.กระทรวงอุตสาหกรรมมีชัย วีระไวทยะ ผู้ชี้ให้เห็นต้นตอของปัญหาความยากจนอันเกิดจากประชากรมากเกินไป หรือบริษัท ไทยคราฟท์ แฟร์เทรด จำกัด องค์กรเอกชนที่ทำงานร่วมกับชุมชนมานานหลายสิบปี ช่วยพัฒนาสร้างสรรค์งานหัตถกรรมฝีมือชาวบ้านพร้อมจัดจำหน่ายและนำรายได้ที่เป็นธรรมคืนสู่ชุมชน เป็นต้น

ย้อนกลับไปไม่เกิน 3 ปี ภัทราพร แย้มละออ คือหนึ่งในสมาชิกของทีม Verdacure จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 (ปีค.ศ. 2007) จาก GSVC โดยนำเสนอแผนธุรกิจยาสมุนไพรรักษาโรคเหงือกริทันต์อักเสบจากการศึกษาและต่อยอดผลงานวิจัยของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันนี้ เธอได้กลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในตำแหน่งผู้จัดการโครงการ GSVC ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังคลุกคลีวงการประกวดแผนธุรกิจระดับโลกทั้งในฐานะผู้เข้าร่วมประกวด ผู้จัดการประกวด และในฐานะที่ปรึกษาโครงการของนักศึกษา ภัทราพรพูดถึงคุณสมบัติที่สำคัญของการเป็นผู้ประกอบการทางสังคมเอาไว้ว่า

"การจะเป็นผู้ประกอบทางสังคมนั้น สิ่งที่ต้องมีมากกว่า 120 เปอร์เซ็นต์คือ ความคิดสร้างสรรค์ เพราะมีข้อจำกัดในการคิดงานมากมาย และแนวคิดต้องนำไปใช้แก้ปัญหาสังคมได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานด้านการออกแบบ ยิ่งเป็นที่ต้องการมากและน่าจะเข้ามาในวงการนี้ได้ง่ายด้วย

"เมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน จะรู้สึกว่าจิตวิญญาณของผู้ประกอบการเพื่อสังคมของเรายังมีน้อยเกินน้อยไป ซึ่งอาจเกิดจากบริบททางสังคมและทัศนคติของคนในสังคมด้วย อย่างบ้านเราไม่มีนักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมลงทุน หรือธนาคารเองก็อาจไม่ได้เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการด้านนี้ เด็กๆ ที่เคยเป็นดาวในการประกวดในระดับนานาชาติ จึงถอยกลับไปสู่ธุรกิจแบบเดิมๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า แล้วเราก็ต้องยอมรับด้วยว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง"

แม้ว่าการประกวด GSVC ที่ผ่านมาจะยังไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักศึกษาไทยเท่าไหร่นัก เนื่องจากยังเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่สำหรับคนไทย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยจะเป็นรองใคร ดังที่ภัทราพรยืนยันว่า

"เด็กไทยในแง่ประกวดแผนธุรกิจทั่วไปหรือธุรกิจเพื่อสังคมนั้น เราอยู่ในมาตรฐานระดับโลกทั้งในเรื่องการคิด การค้นคว้าวิจัย การเขียนแผน และการนำเสนอที่มีความเป็นเสน่ห์ของความเป็นคนไทยคือความเป็นเอเชีย และในระดับโลก"

แนวคิดใหม่ในการทำธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ใช่ว่าจะต้องเดินตามใครเสมอไป

Tags : ผู้ประกอบการเพื่อสังคม

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement