''กำลังใจ'' ถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีส่วนสำคัญ ทำให้คนเรามีความฮึกเหิมและมีความมุ่งมั่นที่จะแสดงศักยภาพของตนอย่างเต็มที่
''กำลังใจ'' ถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีส่วนสำคัญ ซึ่งนอกจากจะทำให้คนเรามีความฮึกเหิมและมีความมุ่งมั่นที่จะแสดงศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเชฟสาววัย 21 ปี ที่มากความสามารถและมีความมั่นใจเกินร้อย
เมื่อปีที่ผ่านมาน้องพลอย ณัฐณิชา บุญเลิศ คว้าแชมป์ในการประกวดโครงการ Chef Talent ครั้งแรกของนิตยสารHealth&Cuisineด้วยการชนะใจกรรมการและกองเชียร์ แต่กว่าที่เธอจะค้นพบตัวตนและประสบความสำเร็จในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เราลองมาฟังจากปากของ น.อ.หญิง ณัฐธนา บุญเลิศ คุณแม่พลอยในฐานะกองหนุนเชฟสาวคนนี้กันดู
“สมัยเด็กพลอยจะเป็นคนอารมณ์ดี เลี้ยงง่าย พอเริ่มโตขึ้นเป็นเด็กที่ชอบทำกิจกรรม เราจะปล่อยให้เขาลองเล่นเต็มที่ สังเกตเห็นว่าเขาเป็นเด็กที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์”
หลังเรียนจบจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย พลอยสมัครเข้าเรียนที่คณะการจัดการโรงแรมวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร (SUIC) คุณแม่เล่าว่า ตั้งแต่เด็กๆ เธอจะเป็นคนที่สนใจกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เล่นกลอง ไวโอลิน คลาริเน็ต อยู่ในวงโยธวาทิต เล่นแบดมินตัน ฝึกเล่นกีตาร์ด้วยตนเอง จนเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มสนใจทำอาหาร
“เขาพยายามค้นหาสิ่งที่ตนเองชอบมาตั้งแต่เด็กๆ โชคดีที่บ้านมีคุณยายทำอาหารเก่งทำให้เขาได้เรียนรู้ซึมซับมาโดยไม่รู้ตัวจนค้นพบว่าตนเองชอบการทำอาหาร ช่วงเรียนปี 2 บวกกับเป็นคนชอบรับประทานจึงมุ่งมั่นเอาดีทางนี้ ทุกครั้งที่มหาวิทยาลัยจัดแข่งขันพลอยเข้าร่วมทีมแข่งขันตลอดจนได้เข้ามาประกวดโครงการ Chef Talent และชนะการแข่งขัน ถือเป็นรางวัลที่เกิดจากความตั้งใจของเขา”
สนับสนุนแต่ไม่กดดัน
วิธีการเลี้ยงลูกของคุณแม่ณัฐธนาคือจะปล่อยให้ลูกอยู่กับสิ่งที่ชอบเพราะเชื่อว่าเมื่อเขาได้ทำในสิ่งที่เขารักเขาย่อมทำสิ่งนั้นได้ดี ในฐานะเป็นแม่มีหน้าให้กำลังใจ สนับสนุนสิ่งที่ลูกอยากจะเป็น อยากจะเรียนรู้โดยไม่บังคับ กดดัน เคี่ยวเข็ญ ให้เขาค่อยๆ ค้นหาตนเองไปเรื่อยๆ เพราะไม่อยากให้ลูกเครียด
"ตั้งแต่เลี้ยงลูกมา แม่ไม่เคยตั้งความหวัง หรือกังวลว่า ลูกควรจะเป็นอะไร เมื่อไร อย่างไร เช่น เมื่อไรที่ลูกเลิกขวดนม แม่ไม่ได้กังวล หรือเมื่อไรที่ลูกควรเลิกใส่ผ้าอ้อม คือเรารอจนลูกพร้อมทุกอย่าง จึงไม่เจอปัญหาว่าลูกติดขวดนม"
แม้ว่าพลอย จะเป็นลูกคนเดียวและหลานเดียวของคุณยาย-คุณตา แต่ไม่ได้ถูกบังคับหรือคาดหวังให้เธอต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าคุณแม่ ณัฐธนา มีประสบการณ์จากการเป็นลูกคนเดียวมาก่อน จึงรู้ดีว่า การได้รับความรักความอบอุ่นบางครั้ง ถ้ามากเกินไปอาจจะทำให้คนที่ได้รับรู้สึกถูกกดดัน
เธอจึงเลือกที่จะเลี้ยงลูกในแบบที่แตกต่างจากคุณตาคุณยายเลี้ยง คือ จะให้อิสระกับลูกเต็มที่ภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ออกไปเที่ยวกับเพื่อนได้ แต่จะต้องบอกพ่อแม่ให้รู้ว่า อยู่ที่ไหน อย่างไร
"แม่สอนเขาตั้งแต่เล็กว่าให้ทำสิ่งที่ดี สิ่งที่ดีคือสิ่งที่ทำแล้วบอกพ่อบอกแม่ได้ นั่นแหละทำได้และขอเพิ่มเรื่องศีล 5 ถ้าลูกทำไปแล้วอยู่ใน 2 อย่างนี้หนูทำได้เลย"
คุณแม่อ้อ บอกว่า การเลี้ยงลูกสมัยนี้ ต้องปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะโลกสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนไม่มีรูปแบบอะไรที่ชัดเจนตายตัว พ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตที่เหมาะสมด้วยตนเองด้วยความสบายใจ ไม่ใช่ขีดเส้นทางเดินตามที่ตนเองอยากให้ลูกเดิน
"เรากับลูกเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า เป็นแม่เป็นลูก ทำให้เขาสนิทกับเรามาก คุยกันได้ทุกเรื่อง รู้จักเพื่อนลูก คนที่ลูกคบ ไม่มีอะไรที่ปิดบังกัน ทำให้เราสบายใจ ลูกก็สบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย"
พลังแห่งความรัก
นอกจากความรักจากพ่อแม่แล้ว สาวพลอย ยังได้รับความรักความอบอุ่นจากกองเชียร์รุ่นเดอะจากคุณตา คุณยาย และคุณทวดที่อยู่บ้านเดียวกันอีกด้วย ความที่เป็นครอบครัวขยาย มี 4 เจนเนอเรชั่นอยู่ร่วมกันจึงเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่นอย่างเต็มเปี่ยม แต่บางครั้งต้องมีการปรับตัวในการอยู่ร่วมกัน เพราะความต่างทางความคิด
“การที่เขาเลี้ยงเรามา กับการที่เราเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน เราทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างคน 2 วัย ให้เข้าใจกัน เพราะบางครั้งมีบางเรื่องที่เขาไม่เข้าใจกัน เช่น คุณยายเป็นห่วงหลานโทรไปหาบ่อยๆ หลานรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโทรมาบ่อยจัง เราต้องหาจังหวะเวลาในการอธิบายให้เขาเข้าใจกัน”
ในช่วงวันหยุด ทุกคนในบ้านมีกิจกรรมกิจกรรมร่วมกัน เช่น งานฝีมือ ทำขนม ทำอาหาร เป็นตั้งแต่พลอยยังเล็กๆ ทำให้เธอมีความผูกพันกับคุณตา คุณยาย คุณทวด คุณแม่ ณัฐธนา มองว่า เป็นสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ลูกสาวเป็นคนมีจิตใจอ่อนโยน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเข้ากับคนง่าย แต่ขณะเดียวกันก็มีความเข้มแข็งและเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธออยากให้ลูกสาวคนนี้เป็น
“ไม่เคยฝันอยากให้ลูกเป็นอะไร อยากให้เขาเป็นตัวของเขาเอง เพราะ ลูกไม่ได้อยู่กับเราตลอดมันเป็นธรรมชาติ ที่พ่อแม่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ถ้าเราผูกลูกไว้กับเราตลอดเวลาลูกจะอึดอัด แม่ก็ลำบากยิ่งถึงเวลาที่เขาจะไปทางของเขา ความเศร้าตกอยู่กับเรา”
หนทางที่เธอใช้คือให้อิสระกับลูกและไม่ผูกเขาไว้กับตนเองมากเกินไปเพื่อลูกจะได้มีชีวิตที่มีความสุข แข็งแกร่งทั้งร่างกายและ จิตใจได้เองโดยที่ไม่ต้องมีพ่อแม่อยู่ด้วยตลอดเวลา ที่สำคัญเขาจะไม่ใช่คนที่อ่อนแอในสังคม สามารถอยู่กับคนอื่นได้อย่างมีความสุข
"ตอนนี้ แม่มั่นใจว่า ลูกดูแลตัวเองได้ดีไม่ว่า เรื่องอะไรก็ตาม เขามีวิจารณญาณที่ดีในการพาตัวเองไปสู่สิ่งที่ดี แต่ยอมรับว่า ความเป็นแม่ห่วงลูกอยู่วันยังค่ำ ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่ห่วง แต่ต้องทำใจส่วนข้อแนะนำในการเลี้ยงลูกคือ เอาใจเราเลี้ยงใจเขา เธอบอกว่า ที่สุดแล้วให้เขารู้ว่าเรารักเขาขนาดไหน"
ความสำเร็จของพลอย จึงไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ หรือความมุ่งมั่นของตนเองเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีกองหนุนสำคัญคือ ''ครอบครัว'' ที่มีส่วนสำคัญในทุกความสำเร็จของเธอเสมอ
Tags : Chef Talent • ณัฐณิชา บุญเลิศ • ลูก

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น