กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 26 กรกฎาคม 2555 04:00

เบื้องหลัง...ความสำเร็จ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

''กำลังใจ'' ถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีส่วนสำคัญ ทำให้คนเรามีความฮึกเหิมและมีความมุ่งมั่นที่จะแสดงศักยภาพของตนอย่างเต็มที่

''กำลังใจ'' ถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีส่วนสำคัญ ซึ่งนอกจากจะทำให้คนเรามีความฮึกเหิมและมีความมุ่งมั่นที่จะแสดงศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเชฟสาววัย 21 ปี ที่มากความสามารถและมีความมั่นใจเกินร้อย

  เมื่อปีที่ผ่านมาน้องพลอย ณัฐณิชา บุญเลิศ คว้าแชมป์ในการประกวดโครงการ Chef Talent ครั้งแรกของนิตยสารHealth&Cuisineด้วยการชนะใจกรรมการและกองเชียร์ แต่กว่าที่เธอจะค้นพบตัวตนและประสบความสำเร็จในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย  เราลองมาฟังจากปากของ น.อ.หญิง ณัฐธนา บุญเลิศ คุณแม่พลอยในฐานะกองหนุนเชฟสาวคนนี้กันดู 

 “สมัยเด็กพลอยจะเป็นคนอารมณ์ดี เลี้ยงง่าย พอเริ่มโตขึ้นเป็นเด็กที่ชอบทำกิจกรรม  เราจะปล่อยให้เขาลองเล่นเต็มที่ สังเกตเห็นว่าเขาเป็นเด็กที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์”

     หลังเรียนจบจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย พลอยสมัครเข้าเรียนที่คณะการจัดการโรงแรมวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร (SUIC) คุณแม่เล่าว่า ตั้งแต่เด็กๆ เธอจะเป็นคนที่สนใจกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เล่นกลอง ไวโอลิน  คลาริเน็ต อยู่ในวงโยธวาทิต เล่นแบดมินตัน  ฝึกเล่นกีตาร์ด้วยตนเอง จนเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มสนใจทำอาหาร

    “เขาพยายามค้นหาสิ่งที่ตนเองชอบมาตั้งแต่เด็กๆ โชคดีที่บ้านมีคุณยายทำอาหารเก่งทำให้เขาได้เรียนรู้ซึมซับมาโดยไม่รู้ตัวจนค้นพบว่าตนเองชอบการทำอาหาร ช่วงเรียนปี 2  บวกกับเป็นคนชอบรับประทานจึงมุ่งมั่นเอาดีทางนี้ ทุกครั้งที่มหาวิทยาลัยจัดแข่งขันพลอยเข้าร่วมทีมแข่งขันตลอดจนได้เข้ามาประกวดโครงการ Chef Talent และชนะการแข่งขัน ถือเป็นรางวัลที่เกิดจากความตั้งใจของเขา”

สนับสนุนแต่ไม่กดดัน

    วิธีการเลี้ยงลูกของคุณแม่ณัฐธนาคือจะปล่อยให้ลูกอยู่กับสิ่งที่ชอบเพราะเชื่อว่าเมื่อเขาได้ทำในสิ่งที่เขารักเขาย่อมทำสิ่งนั้นได้ดี ในฐานะเป็นแม่มีหน้าให้กำลังใจ สนับสนุนสิ่งที่ลูกอยากจะเป็น  อยากจะเรียนรู้โดยไม่บังคับ กดดัน เคี่ยวเข็ญ ให้เขาค่อยๆ ค้นหาตนเองไปเรื่อยๆ เพราะไม่อยากให้ลูกเครียด 

    "ตั้งแต่เลี้ยงลูกมา แม่ไม่เคยตั้งความหวัง หรือกังวลว่า ลูกควรจะเป็นอะไร เมื่อไร อย่างไร  เช่น เมื่อไรที่ลูกเลิกขวดนม แม่ไม่ได้กังวล หรือเมื่อไรที่ลูกควรเลิกใส่ผ้าอ้อม คือเรารอจนลูกพร้อมทุกอย่าง จึงไม่เจอปัญหาว่าลูกติดขวดนม"

    แม้ว่าพลอย จะเป็นลูกคนเดียวและหลานเดียวของคุณยาย-คุณตา แต่ไม่ได้ถูกบังคับหรือคาดหวังให้เธอต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าคุณแม่ ณัฐธนา มีประสบการณ์จากการเป็นลูกคนเดียวมาก่อน จึงรู้ดีว่า การได้รับความรักความอบอุ่นบางครั้ง ถ้ามากเกินไปอาจจะทำให้คนที่ได้รับรู้สึกถูกกดดัน

    เธอจึงเลือกที่จะเลี้ยงลูกในแบบที่แตกต่างจากคุณตาคุณยายเลี้ยง คือ จะให้อิสระกับลูกเต็มที่ภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ออกไปเที่ยวกับเพื่อนได้ แต่จะต้องบอกพ่อแม่ให้รู้ว่า อยู่ที่ไหน อย่างไร

    "แม่สอนเขาตั้งแต่เล็กว่าให้ทำสิ่งที่ดี  สิ่งที่ดีคือสิ่งที่ทำแล้วบอกพ่อบอกแม่ได้ นั่นแหละทำได้และขอเพิ่มเรื่องศีล 5  ถ้าลูกทำไปแล้วอยู่ใน 2 อย่างนี้หนูทำได้เลย"

    คุณแม่อ้อ บอกว่า  การเลี้ยงลูกสมัยนี้ ต้องปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะโลกสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนไม่มีรูปแบบอะไรที่ชัดเจนตายตัว  พ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตที่เหมาะสมด้วยตนเองด้วยความสบายใจ ไม่ใช่ขีดเส้นทางเดินตามที่ตนเองอยากให้ลูกเดิน

     "เรากับลูกเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า เป็นแม่เป็นลูก ทำให้เขาสนิทกับเรามาก คุยกันได้ทุกเรื่อง รู้จักเพื่อนลูก คนที่ลูกคบ ไม่มีอะไรที่ปิดบังกัน ทำให้เราสบายใจ ลูกก็สบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย"

พลังแห่งความรัก

   นอกจากความรักจากพ่อแม่แล้ว สาวพลอย ยังได้รับความรักความอบอุ่นจากกองเชียร์รุ่นเดอะจากคุณตา คุณยาย และคุณทวดที่อยู่บ้านเดียวกันอีกด้วย ความที่เป็นครอบครัวขยาย มี 4 เจนเนอเรชั่นอยู่ร่วมกันจึงเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่นอย่างเต็มเปี่ยม  แต่บางครั้งต้องมีการปรับตัวในการอยู่ร่วมกัน เพราะความต่างทางความคิด

   “การที่เขาเลี้ยงเรามา กับการที่เราเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน เราทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างคน 2 วัย ให้เข้าใจกัน เพราะบางครั้งมีบางเรื่องที่เขาไม่เข้าใจกัน เช่น  คุณยายเป็นห่วงหลานโทรไปหาบ่อยๆ หลานรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโทรมาบ่อยจัง เราต้องหาจังหวะเวลาในการอธิบายให้เขาเข้าใจกัน”

   ในช่วงวันหยุด ทุกคนในบ้านมีกิจกรรมกิจกรรมร่วมกัน เช่น  งานฝีมือ ทำขนม ทำอาหาร เป็นตั้งแต่พลอยยังเล็กๆ  ทำให้เธอมีความผูกพันกับคุณตา คุณยาย คุณทวด คุณแม่ ณัฐธนา มองว่า เป็นสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ลูกสาวเป็นคนมีจิตใจอ่อนโยน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเข้ากับคนง่าย แต่ขณะเดียวกันก็มีความเข้มแข็งและเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธออยากให้ลูกสาวคนนี้เป็น

    “ไม่เคยฝันอยากให้ลูกเป็นอะไร อยากให้เขาเป็นตัวของเขาเอง เพราะ ลูกไม่ได้อยู่กับเราตลอดมันเป็นธรรมชาติ ที่พ่อแม่ทุกคนรู้อยู่แล้ว  ถ้าเราผูกลูกไว้กับเราตลอดเวลาลูกจะอึดอัด แม่ก็ลำบากยิ่งถึงเวลาที่เขาจะไปทางของเขา ความเศร้าตกอยู่กับเรา”

       หนทางที่เธอใช้คือให้อิสระกับลูกและไม่ผูกเขาไว้กับตนเองมากเกินไปเพื่อลูกจะได้มีชีวิตที่มีความสุข  แข็งแกร่งทั้งร่างกายและ จิตใจได้เองโดยที่ไม่ต้องมีพ่อแม่อยู่ด้วยตลอดเวลา  ที่สำคัญเขาจะไม่ใช่คนที่อ่อนแอในสังคม สามารถอยู่กับคนอื่นได้อย่างมีความสุข

      "ตอนนี้ แม่มั่นใจว่า ลูกดูแลตัวเองได้ดีไม่ว่า เรื่องอะไรก็ตาม เขามีวิจารณญาณที่ดีในการพาตัวเองไปสู่สิ่งที่ดี แต่ยอมรับว่า ความเป็นแม่ห่วงลูกอยู่วันยังค่ำ ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่ห่วง แต่ต้องทำใจส่วนข้อแนะนำในการเลี้ยงลูกคือ  เอาใจเราเลี้ยงใจเขา  เธอบอกว่า  ที่สุดแล้วให้เขารู้ว่าเรารักเขาขนาดไหน" 

     ความสำเร็จของพลอย จึงไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ หรือความมุ่งมั่นของตนเองเพียงอย่างเดียว  หากแต่ยังมีกองหนุนสำคัญคือ ''ครอบครัว'' ที่มีส่วนสำคัญในทุกความสำเร็จของเธอเสมอ

 

Tags : Chef Talent ณัฐณิชา บุญเลิศ ลูก

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement