กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 15 มิถุนายน 2555 04:00

น้ำมันสมุนไพร มีไว้ใช้.."กิน"

shimlahills.wordpress.com

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ได้ยินว่า น้ำมันสมุนไพร คงคิดว่าต้องไว้ใช้ทานวดบรรเทาอาการภายนอกเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน!! ถ้ามันสามารถกินช่วยป้องกันรักษาโรคได้ด้วยล่ะ...

ได้ยินว่า น้ำมันสมุนไพร คงคิดว่าต้องไว้ใช้ทานวดบรรเทาอาการภายนอกเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน!! ถ้ามันสามารถกินช่วยป้องกันรักษาโรคได้ด้วยล่ะ...ต้องขอลองสักหน่อยแล้ว

 พืชพันธุ์ธัญญาหารบางอย่าง มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นยาได้ นอกจากจะบริโภควัตถุดิบนั้น “เพียวๆ” แล้ว ยังสามารถแปรรูปและดึงคุณสมบัติพิเศษในตัวมันออกมาได้ด้วย

งา (Sesame) อุดมไปด้วยวิตามินอี กรดไขมันชนิดดี ไลโนเลอิก และโอเลอิก หากนำมาสกัดเป็นน้ำมันใช้ภายนอก มันก็จะช่วยบำรุงผมให้ดกดำเป็นเงางาม บำรุงผิวพรรณ ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนัง ป้องกันแสงแดด ลดอาการคันตามผิวหนัง ช่วยลดรอยแผลเป็น แผลไหม้พุพอง ฝีหนองติดเชื้อ ปรับสภาพผิวให้ผิวชุ่มชื้น มีน้ำมีนวลผุดผ่อง
 แต่ถ้าเรารับประทาน “น้ำมันงา” มันก็จะช่วยบำรุงกระดูก บำรุงประสาท แก้อาการหลงลืม นอนไม่หลับ ช่วยขับถ่ายให้บ่อยขึ้น ลดการปวดเมื่อยตามข้อ ลดคอเลสเตอรอล แถมยังช่วยเปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงานได้อีก


 เช่นเดียวกับ มะพร้าว (Coconut) ซึ่งมีทั้งวิตามินบี และซี ไนอาซิน ฟีนอล ที่จะช่วยบำรุงผมให้ดกดำเป็นเงางาม ไม่แห้งและแตกปลาย บำรุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น เมื่อนำมากินเป็น “น้ำมันมะพร้าว” ก็จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้มีความหวานมัน เข้มข้น และสามารถใช้แทนน้ำมันปรุงอาหารชนิดอื่นๆ ได้


 ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีมรดกจากผืนดิน อย่าง จมูกข้าว (Jasmine Rice Jerm) ได้วิตามินอี และบีคอมเพล็กซ์ พร้อมโอเมก้า 6 มาเต็มๆ ซึ่งสามารถสกัดเป็น “น้ำมันจมูกข้าว” ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึงผ่องใส และชะลอความแก่ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ช่วยลดคอเลสเตอรอล และไตรกรีเซอร์ไรด์ ป้องกันโรคหัวใจ และโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน ส่วนกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ติดมานั้น ช่วยบำรุงสมอง บำรุงเซลล์ในระบบประสาท ทำให้สมองดีอยู่เสมอ ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด


 น้ำมันทั้ง 3 ชนิดนี้ เราอาจรู้กันดีอยู่แล้วว่า มันสามารถสกัดเป็นน้ำมันที่ให้คุณค่าทางยาและโภชนาการสูง แต่ถ้าจะให้ประหลาดใจไปกว่านั้น มันยังมีพืชผักสวนครัวรั้วกินได้อีกหลายชนิดที่สามารถสกัดน้ำมันได้


 ณัฎฐ์ธรณ์ จิวานุวงศ์ บริษัท แนททาทวี จำกัด บอกว่าอาหารและเครื่องปรุงในท้องตลาดที่เราซื้อมาทำอาหารกันทุกวันนี้จะผ่านขั้นตอนการผลิตที่ทำให้คุณค่าทางโภชนาการนั้นถดถอยเสื่อมคุณค่าลงไป  หรือเป็นสารสังเคราะห์กันมาก
 เธอจึงต้องหาเครื่องปรุงรสชาติทดแทนที่สามารถนำมาใช้หมัก ผัด ทอด หรือนำมาทำน้ำสลัด (Salad Dressing) โดยทำมาจากพืช เครื่องเทศและสมุนไพรไทย นำมาสกัดโดยไม่ผ่านความร้อน ไม่ใช้สารเคมี ด้วยกรรมวิธีแบบหีบเย็น (Cold Press) เป็นการบีบอัดหรือคั้นจากพืชโดยไม่ใช้ความร้อนเลย จึงคงคุณค่าสำคัญจากพืช เครื่องเทศและสมุนไพรได้อย่างครบถ้วน


หรือการสกัดน้ำมันออกมาด้วยไอน้ำ (Stream Extract) ใช้อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ทำให้คุณค่าสารอาหารโดยธรรมชาติของน้ำมันเครื่องเทศและสมุนไพรนั้นไม่ถูกทำลาย


 ผลผลิตที่ได้จึงเริ่มที่ พริกแดง (Chilli)  ซึ่งมีสารสำคัญ แคปไซซิน และเบต้าแคโรทีน ช่วยขับลม และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต แก้โรคหืด กลากเกลื้อน ลดการอักเสบ ลดการเกิดเส้นเลือดขอด ช่วยขับเหงื่อ ไขมันออกทางรูขุมขน แก้ปวดเมื่อย เมื่อนำมารับประทานเป็น “น้ำมันพริกแดง” จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้เผ็ดร้อน ทำให้ประสาทตื่นตัว เกิดความสดชื่น


 ตามด้วยโหมดความร้อนแรงไม่แพ้กัน อย่าง พริกไทยดำ (Blackpepper) ที่มีสารอาหารสำคัญอย่าง ไพเพอรีน สามารถช่วยบำรุงธาตุ เป็นยาขับลม กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นการขับของเสียทางรูขุมขน ทั้งยังเป็นเครื่องเทศช่วยชูรสอาหาร ดับกลิ่นคาวของอาหาร แก้การคลื่นเหียนอาเจียน และบรรเทาอาการท้องเสียได้ด้วย
 ยังร้อนไม่พอ ต้องต่อด้วย ขิง (Ginger) ช่วยแก้อาการคันศีรษะ ผมหงอก ผมที่ร่วงจะงอกขึ้นใหม่ แก้ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ หากนำ “น้ำมันขิง” มาบริโภค ก็จะช่วยขับลม ขยายหลอดเลือดใต้ผิวหนัง ช่วยย่อยอาหาร เจริญอาหาร แก้อาการจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ และมีฤทธิ์ขับเสมหะ


 รวมถึง อบเชย (Cinamon) ที่มีรสชาติหวาน ติดเผ็ดร้อน เหมาะสำหรับขับลม ช่วยลดกลิ่นในช่องปาก ใช้เป็นส่วนผสมของยาบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้จุกเสียดแน่นท้อง บรรเทาอาการท้องเดิน


 แต่ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ยังไม่ฮือฮาเท่าวัตถุดิบที่มีวิตามินอีจากธรรมชาติ ช่วยต้านอนุมูลอิสระสูง อย่าง เม็ดผักชี (Coriander Seed) ลักษณะเป็นลูกกลมเล็ก ๆ สีน้ำตาลอมเหลือง มีกลิ่นหอม รสของมันจะมีรสซ่าอ่อน ๆ คล้ายชะเอม มักนำใช้แต่งกลิ่นอาหารเพื่อดับกลิ่นคาว และเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหารประเภทเครื่องตุ๋นต่าง ๆ
 และถ้านำมาสกัดเป็น “น้ำมันเม็ดผักชี” ก็จะมีสรรพคุณทางยา ช่วยเจริญอาหาร แก้อาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลม ขับปัสสาวะ  

 ยังมี โป๊ยกั๊ก (Star Anise) หรือจันทน์แปดกลีบ เครื่องเทศจากจีน เราใช้ผลแก่ตากแห้ง รูปดาวแปดแฉก สีน้ำตาลอมแดง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รสเผ็ดหวาน มีกลิ่นหอมน่ารับประทานนั้น ช่วยขับลม ขับเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อยได้  


 ฉะนั้น อย่าเพิ่งยี้ “น้ำมัน” เพราะความมันจากพืชก่อให้เกิดคุณค่า “เป็นยา” แก้โรคได้

Tags : น้ำมันสมุนไพร งา พริกแดง ขิง เม็ดผักชี โป๊ยกั๊ก อบเชย พริกไทยดำ

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement