กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 04:00

เติมเสน่ห์ให้ลูกรัก

ภาพจาก childrenshousealex.com

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ในยุคนี้บุคลิกในการเข้าสังคม เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องวิชาการ พ่อแม่ไม่ควรละเลยและใส่ใจในทุกเรื่อง

ยุคนี้บุคลิกภาพ เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องวิชาการ เพราะเป็นเครื่องมือช่วยสร้างความพร้อมในการเข้าสังคมและสามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับลูกรักของคุณ

 

          ประณม ถาวรเวช  ปรมาจารย์ด้านการปรับปรุงเสริมสร้างบุคลิกภาพ  บอกว่า อันดับแรกพ่อแม่ต้องรู้ว่า ลูกมีบุคลิกภาพอย่างไร มีจุดดี จุดด้อยอะไรจากนั้นพยายามดึงจุดเด่นของเขาออกมา ที่สำคัญเขาจะต้องรู้จักตัวเองด้วย เพื่อที่จะนำจุดเด่นไปใช้ในชีวิตส่วนจุดด้อย ก็ต้องแก้ไขด้วยการพัฒนาให้กลายเป็นจุดแข็ง  

ยกตัวอย่าง  คำพูด หรือบทสนทนาให้เขาเห็นว่า เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ หรือไม่อย่างไร ชี้ให้เขาเห็น เขาจะได้รู้ตัว ระมัดระวังคำพูดที่นำไปใช้ได้เหมาะสมกับกาลเทศะมากขึ้น 

 

"เด็กรุ่นใหม่พูดไม่มีหางเสียงเพราะว่าเขาพูดกันเองเยอะ แล้วก็พูดเร็ว ไม่คำนึงถึงใจคนฟัง ถ้าเนื้อหาได้แต่น้ำเสียงไม่ได้ คุณก็ไม่ได้ใจใคร น้ำเสียงก็ต้องไปกับหน้า ตรงนี้เป็นเรื่องต้องฝึกฝน และพัฒนา "

 

ดัดตั้งแต่เล็ก

จากประสบการณ์ คร่ำหวอดมา 27 ปี  แนะนำว่า  ควรเริ่มฝึกบุคลิกภาพของเด็กตั้งแต่วัยรุ่นเพราะเป็นวัยที่กำลังค้นหาตัวเอง ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี  ฉะนั้นการพัฒนาบุคลิกภาพในช่วงวัยรุ่นจึงเหมาะสมที่สุด รวมถึงแนะแนวทางเดินชีวิตที่เหมาะกับบุคลิกภาพและศักยภาพของเขาจะทำให้ชีวิตเขามีความสุขแทนที่จะปล่อยให้เขาเสียเวลาไปลองผิดลองถูกในชีวิต หากพลาดพลั้งไปจะเสียโอกาสที่ดีในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

 

โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลิกภาพ "ไม่ใช่" เป็นเรื่องของนางงาม นางแบบ นายแบบ  เท่านั้น  คนธรรมดาสามัญ ไม่ว่า เพศไหน วัยใด อาชีพอะไร สามารถ ปรับปรุงบุคลิกภาพได้ทั้งนั้น  แม้กระทั่งเด็กๆ เปรียบเสมือนไม้อ่อนดัดง่าย

 

 อาจารย์ประณม แนะนำว่า  พ่อแม่ควรทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และเป็นเพื่อนที่ดีค่อยให้คำปรึกษา

ให้เหตุและผล เพราะวัยรุ่นไม่ชอบการบังคับ ต้องการเหตุและผลในการที่จะบอกเขาว่า ถ้าทำแบบนี้ มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร  ชี้ให้เขาเห็นชัดเจนไปเลยแล้วให้เขาตัดสินใจ เลือกที่จะทำหรือไม่ทำ ทำให้เขารู้สึกว่า สิ่งที่ตัดสินใจมาจากตัวเขาเอง ทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจมากกว่าที่จะทำให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่เป็นคนคิดและตัดสินใจให้เขาทำตาม 

 

  "จริงๆ แล้วเราควรช่วยประคองแล้วนำเสนอทางเลือกให้เขาคิดเพื่อให้เขาไม่ออกไปนอกกรอบแบบหลุดโลก แล้วเขาจะได้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในชีวิต  ต้องยอมรับว่าวิธีการเลี้ยงลูกปัจจุบันนี้ยากขึ้นเพราะ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีอะไรต่างๆ มันเข้ามาเยอะมาก พ่อแม่ต้องปรับตัวให้เป็นคนที่มีโลกทัศน์กว้างเช่นกัน แต่อย่าเลี้ยงลูกแบบชี้เป็นชี้ตายเหมือนคนสมัยก่อน เพราะจะไม่ได้ผล" 

 

เรียนทางลัด

ในฐานะคนสอน ยอมรับว่า ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ไม่ใช่สอนว่า ทฤษฎีว่าอย่างนี้  วิธีสอนที่ดี จะต้องสอนด้วยประสบการณ์ ด้วยการยกตัวอย่างเหตุการณ์ของตนเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้เกิด เด็กสมัยนี้เขาอยากฟังจากประสบการณ์ ไม่อยากฟังจากทฤษฎี  ฉะนั้นการสอนเขาจากประสบการณ์จะทำให้เขาตั้งใจฟังและคิดตาม ทำให้เกิดคำถามและต้องการหาคำตอบ ถึงวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง 

 

    "เด็กจะเก็บประสบการณ์ตรงนี้ไปใช้ในชีวิตถือเป็นการเรียนรู้ทางลัดอย่างหนึ่ง   แต่ถ้าเราสอนทฤษฎี ข้อที่หนึ่งว่า ... มันน่าเบื่อ ผิดกับการเล่าประสบการณ์มันสามารถใช้เป็นแม่แบบให้กับเด็กในการรับรู้และจดจำวิธีการแก้ปัญหาเก็บเอาไว้ เพราะปัญหาแต่ละปัญหาจะต่างกัน เพราะฉะนั้น วิธีการสอนสมัยนี้จะกลับทาง โดยเล่าจากประสบการณ์แล้วสอดแทรกทฤษฎีบ้างนิดหน่อยจะได้ผลลัพธ์ที่ดี"

                นอกจากนี้มุมมองของอาจารย์ประณม ในฐานะไลฟ์โค้ชรุ่นแรกเมืองไทย

 

ตอบข้อสงสัยที่ว่า    ทุกคนต้องมีโค้ชไหม ? 

อาจารย์ประณม  บอกว่า  ถ้าคนๆ นั้น ไม่มีไลฟ์สไตล์อะไรที่หวือหวา อาจไม่ต้องการโค้ช  ยกเว้นว่า  อยู่ในระดับที่สูงๆ แล้ว อาจต้องการโค้ช แต่ถ้ามีประสบการณ์สะสมมามากก็ไม่จำเป็น  แต่ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากพ่อแม่ คนกลุ่มนี้อาจจะต้องการไลฟ์โค้ช เพราะเขายังอ่อนประสบการณ์ แต่ต้องโดดขึ้นมารับตำแหน่งสูง จึงต้องมีคนช่วยชี้แนะเส้นทางและ ไม่น่าเป็นแค่คนๆ เดียว แต่เป็นทีมเพื่อช่วยผลักดันเขาในหลายๆ ด้าน 

 

                    “สมัยก่อนเราแนะนำว่าต้องแต่งตัวแบบนั้น แบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้เราต้องอ่านเขาลึกลงไปว่า เขาทำงานอะไร เขาต้องการเป็นอย่างไร  ถึงจะ โค้ช ออกมาได้ว่า คุณต้องทำอย่างนี้ วางตัวแบบนี้ พูดจาแบบนี้ อะไรต่างๆ นานา  ซึ่งสมัยก่อนการพัฒนาบุคลิกภาพเมื่อ 27 ปีที่แล้วจะเป็นแพทเทิร์น หรือแบบฟอร์มเหมือนกัน”

 

     แต่ปัจจุบันการสอนเป็นรายบุคคลต้องลงรายละเอียดตัวบุคคล เข้าไปถึงไลฟ์สไตล์ของเขามากขึ้นด้วยการดึงเอาความโดดเด่นออกมาจากแก่นบุคลิกของเขาเพื่อทำให้เขามีความเป็นตัวของตัวเองในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร 

 

       ไลฟ์โค้ชรุ่นบุกเบิก มองว่า โค้ชมีความสำคัญที่จะช่วยชี้ทางเดินให้กับคนคนหนึ่ง ในการที่เขาจะโดดเด่นในเส้นทางของเขาอย่างมีความสุข  โค้ชจึงเปรียบเสมือนเพื่อนที่อยู่คู่ไปกับชีวิตเขาในทุกด้าน ทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัวทำให้ ในอนาคตจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ  ไม่ใช่ ทำตัวเป็นคอมเมนเตเตอร์ แค่แนะนำ แต่โค้ชต้องทำหน้าที่เหมือนคนปรุงอาหารให้อาหารจานนั้นมีรสกลมกล่อม

 

 

Tags : ลูก บุคลิก สอนลูก พัฒนาการเด็ก

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement