กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 26 เมษายน 2555 04:00

หญ้าปักกิ่ง...สมุนไพรเทวดา?

ภาพจาก http://thisherbs.samunpri.com/?p=175

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หญ้าปักกิ่งเป็นที่รู้กันว่ามีสรรพคุณเด่นกับโรคมะเร็ง แต่ก็ยังเป็นแค่งานวิจัย สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยทำความรู้จักไว้ก่อนก็ดี

หญ้าปักกิ่ง ได้สมญาหญ้าเทวดา ที่มีสารสำคัญในการยับยั้งมะเร็งบางชนิดในหลอดทดลอง

 

กลายเป็นความหวังของผู้ป่วยมะเร็ง ส่งผลให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ออกมาแนะนำ " หญ้าปักกิ่ง " สมุนไพรที่ได้รับความสนใจในหมู่ญาติพี่น้องของผู้ป่วยมะเร็ง

 

แต่สำหรับคนทั่วไปอาจไม่คุ้นเคยว่า หญ้าปักกิ่ง มีรูปร่างหน้าตา แตกต่างจากหญ้าธรรมดาๆ เช่นไร วันนี้เราลองมาทำความรู้จัก หญ้าปักกิ่ง กันดูดีไหม

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Murdania loriformis (Hassk.) Rolla Rao et Kammathy ชื่อภาษาจีนว่า

 

“เล้งจือเช่า” ฉายา หญ้าเทวดา

 

หญ้าปักกิ่งเป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 10 ซม. ใบ เดี่ยว เรียงสลับ ใบที่โคนต้นกว้างประมาณ 1.5 ซม. ยาว 10 ซม. ใบส่วนบนสั้นกว่าใบที่โคนต้น ดอก ช่อ ออกที่ปลายยอด รวมกันเป็นกระจุกแน่น ใบประดับย่อยค่อนข้างกลมซ้อนกัน สีเขียวอ่อน บางใส กลีบดอกสีฟ้าหรือม่วงอ่อน ร่วงง่าย ผลแห้ง แตกได้ ลักษณะคล้ายคลึงกับหญ้ามาเลเซีย

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ แถบสิบสองปันนา ในตำรายาจีนปรากฏชื่อพืชสกุลเดียวกันนี้ ใช้รักษาอาการเจ็บคอ และมะเร็ง

 

วิธีปลูกมี 2 วิธี วิธีแรก นำหญ้าปักกิ่งที่แยกมาจากต้นอื่นมาปักลงในดินที่เตรียมไว้ห่างกันประมาณ 1 คืบ หญ้าปักกิ่งชอบน้ำ แต่ต้องให้มีทางระบายออก ถ้าดินแฉะมีน้ำขัง รากจะเน่า

 

วิธีที่สองคือ ใช้เมล็ดปลูก โดยนำเมล็ดแก่มาขยี้ให้แตกแล้วโรยลงบนดินที่เตรียมไว้ประมาณ 12-15 วัน เมล็ดจะงอก หญ้าปักกิ่งที่ปลูกด้วยวิธีแยกต้นนำมาใช้เป็นยา ควรปลูกไม่ต่ำกว่า 3 เดือนขึ้นไป และ ถ้าวิธีเพาะเมล็ดต้องไม่ต่ำกว่า 5 เดือน หญ้าปักกิ่งชอบแดดรำไร ไม่ควรโดนแดดจัดทั้งวัน หรือร่มมากเกินไป เพราะใบเหลือง ควรรดน้ำวันละ 1 ครั้ง หน้าร้อนจะรดน้ำเพิ่มเป็น เช้า เย็น

 

หญ้าปักกิ่งถูกนำมาใช้รักษาโรคและบำรุงสุขภาพมานานในลักษณะของยาพื้นบ้าน เช่น ลดความดัน สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ แก้ไข้ ร้อนใน ริดสีดวงทวาร ฯลฯ

 

ดร. วิชุดา สุวิทยาวัฒน์ หัวหน้าสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า จากข้อมูลวิชาการมีงานวิจัยในหลอดทดลองรองรับสรรพคุณของหญ้าปักกิ่งไว้ว่า หญ้าปักกิ่งมีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ ต้านการอักเสบ และกระตุ้นเอนไซม์ dt-diaphorase ที่มีบทบาททำลายสารพิษที่ ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่ยังเร็วเกินไปที่ระบุว่า มีฤทธิ์ต้านมะเร็งจนกว่ามีการทดลองในคน

 

แม้ว่าจะมีแนวโน้มว่า หญ้าปักกิ่งเป็นสมุนไพรที่รักษาโรคมะเร็งได้ แต่ กูรูสมุนไพร แนะนำว่า ควรรับประทานพอดี เพราะหากดื่มหญ้าปักกิ่งทุกวันจะกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้น วิธีรับประทานที่ดีควรรับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน ไม่ควรบริโภคนานเกินไป ซึ่งไม่เฉพาะแค่กับหญ้าปักกิ่งเท่านั้น สมุนไพรทุกชนิดก็เช่นเดียวกัน หากรับประทานมากเกินไปจะกลายเป็นพิษได้

 

สำหรับคนปกติ ไม่ได้เป็นมะเร็ง "ไม่มี" ความจำเป็นต้องบริโภคหญ้าปักกิ่ง แค่บริโภคอาหารที่ไม่เพิ่มโอกาส ความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง ด้วยการไม่บริโภคอาหารปิ้งๆ ย่างๆ บริโภคเมนูอาหารที่สลับๆ กันไปจะเท่ากับเป็นการตัดโอกาสที่เป็นโรคมะเร็งได้แล้ว รวมถึงคนไข้มะเร็งที่รับประทานยากดภูมิ ไม่แนะนำให้บริโภค แนวทางรักษาที่ดีคือ ผู้ป่วยมะเร็ง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง ส่วนการบริโภคหญ้าปักกิ่ง น่าจะเป็นอีกทางเลือกทางหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็ง ที่ต้องการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังมีการศึกษา ฤทธิ์การเพิ่มภูมิคุ้มกัน ในคนของหญ้าปักกิ่งเพื่อพัฒนาขึ้นมาใช้เป็นยาหรืออาหารเสริมใช้กับผู้ที่เป็นมะเร็ง

 

ต้องอดใจรอกันไปก่อนนะคะ

Tags : หญ้าปักกิ่ง โรคมะเร็ง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement