กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 6 เมษายน 2554 04:00

เอาชนะโรคหัวใจด้วย Stent รูปแบบใหม่

talayheart.blogspot.com

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของประเทศที่เจริญแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นโรคที่เกิดจากภาวะที่หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการตีบตันซึ่งเป็นผลมาจากภาวะไขมันสะสมที่ผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยง และหากถึงขั้นรุนแรงจะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย

  สาเหตุหลักคือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และ ภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งเกิดจากการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป การนิยมบริโภคอาหารแบบตะวันตกและไม่นิยมออกกำลังกาย รวมถึงการสูบบุหรี่ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้พบโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้นมักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี ขึ้นไป

 ทางสถาบันโรคทรวงอกและศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ รวมทั้งโรงพยาบาลศิริราช ได้จัดหาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติไว้รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังได้ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการแพทย์กับแพทย์ที่มีชื่อเสียงจากนานาประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกันในระดับสากล

 ดร.โตชิยา มูรามัตซึ (Dr. Toshiya Muramatsu) หัวหน้าแผนกโรคหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาลไซเซไก เมืองโยโกฮาม่า ฝั่งตะวันออก  (Saiseikai Yokohama-City Eastern Hospital) อายุรแพทย์หัวใจชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่มีความชำนาญในด้านโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในการทำบอลลูนพร้อมใส่ขดลวด (Stent) ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลศิริราช และสถาบันโรคทรวงอก

 ความรู้ในการทำบอลลูนพร้อมใส่ขดลวด (Stent) ซึ่งปัจจุบัน Stent ได้ถูกพัฒนาให้เป็นชนิดเคลือบยาต้านการตีบซ้ำและโพลิเมอร์แบบย่อยสลายได้ (Biodegradable Polymer Stent) ซึ่งได้ผ่านการวิจัยระดับนานาชาติแล้วว่าได้ผลดีกว่าขดลวดที่ใช้โพลิเมอร์แบบย่อยสลายไม่ได้ (Durable Polymer Stent) เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตและการกลับมาตีบซ้ำในระยะยาวและการกลับมาทำหัตถการสวนหัวใจมีจำนวนน้อยกว่า

 ดังจะเห็นได้จากผลการศึกษาวิจัย 3 ปี ของงานวิจัย LEADERS (Limus Eluted from A Durable VS ERodable Stent Coating) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง Stent ที่ใช้โพลิเมอร์แบบย่อยสลายได้ (Biodegradable Polymer) และ Stent ที่ใช้โพลิเมอร์แบบย่อยสลายไม่ได้ (Durable Polymer) และการแสดงผลงานวิจัยในระดับนานาชาติที่งานประชุมแพทย์หัวใจนานาชาติ Transcatheter Cardiovascular Therapeutics 2010 (TCT2010) ณ กรุงวอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553

 ดร.โตชิยา มูรามัตซึ (Dr. Toshiya Muramatsu) กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการรักษาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ในส่วนที่เกี่ยวกับ stent เราได้เห็นพัฒนาการของ Stent ที่ใช้โพลิเมอร์แบบย่อยสลายได้ ซึ่งมีผลรับรองว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพอย่างมากในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

 เพราะตัวยาต้านการตีบซ้ำและโพลิเมอร์ที่เคลือบอยู่บนตัว Stent จะย่อยสลายไปเองภายในเวลา 6 - 9 เดือน ซึ่งจะเหลือเพียงขดลวดและไม่มีโพลิเมอร์ตกค้างในร่างกาย อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ Stent ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะของรอยโรค และ Stent ที่เลือกใช้ควรเป็นที่ยอมรับและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ในระดับนานาชาติ ซึ่งแพทย์จะมีการทำการวิจัยศึกษาข้อดีข้อเสีย รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดกับผู้ป่วยในอนาคตควบคู่กันไป

Tags : โรคหัวใจ stent

Adsense

advertisement

advertisement

advertisement

advertisement