กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 04:00

เลี้ยงลูกให้ฉลาด (เฉลียว)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เผยเทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด อารมณ์ดี มีจินตนาการ ผ่านการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติของพ่อแม่

  นพ. พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาการเด็ก หัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ร่วมกับดร.แพง ชินพงศ์ และดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเด็กและดนตรี  เป็นวิทยากรให้ความรู้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองในงานสัมนาเรื่อง “เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด อารมณ์ดี มีจินตนาการ” จัดขึ้นโดยนมเปรี้ยวเพื่อสุขภาพของคุณหนู ดัชมิลล์พลัส แอดวานซ์ ร่วมกับโรงพยาบาลพญาไท 3 

 นพ.พงษ์ศักดิ์ บอกว่า เทคนิคเลี้ยงลูกให้ฉลาด มีอารมณ์ดี มีจินตนาการนั้น อย่างแรกคุณพ่อคุณแม่ ต้องสร้างบรรยากาศในครอบครัวให้ผ่อนคลาย มีบรรยากาศของการเรียนรู้ผ่านกิจวัตรประจำวันของลูก หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกันทั้งครอบครัว หรือผ่านการเล่นของลูก โดยสังเกตุว่าลูกสนใจอะไร หรือชอบเรื่องใดเป็นพิเศษในขณะนั้น

 ก็นำมาต่อยอดด้วยการเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับลูก เช่น ถ้าเขาสนใจเรื่องสัตว์ ก็พูดคุยในเวลาที่สุนัขเดินผ่าน แมววิ่งไป นกบินมา แล้วตั้งคำถามให้ลูกได้ฝึกคิดอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย หรือตามความสามารถของเด็กแต่ละคน เช่น ถ้านกไม่มีปีกมันจะไปไหนมาไหนได้อย่างไร ฯลฯ แค่นี้ก็สามารถส่งเสริมให้ลูกใช้สมองคิด นึกภาพจินตนาการ และฉลาดรอบรู้มากขึ้นได้

 ด้าน ดร.แพง ชินพงศ์ และ ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเด็กและดนตรี ซึ่งมาให้ความรู้ในเรื่องดนตรีนิทานภายในงาน กล่าวว่า ดนตรีและนิทาน เป็นสื่อที่จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และความฉลาดให้เด็กได้เช่นกัน โดยดนตรีจะช่วยพัฒนาเด็กจากท่วงทำนอง

 ส่วนจังหวะเพลงเป็นในเรื่องการเคลื่อนไหว เมื่อได้ยินเพลงทำนองสนุกสนานเด็กจะเคลื่อนไหวยักย้ายไปตามจินตนาการ  บางเพลงพ่อแม่อาจลองให้เขาทำท่าเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เป็นลมเป็นฝนหรือเป็นสิ่งรอบตัวเราอาจเล่นบทบาทสมมุติผ่านทางดนตรีก็ทำได้ ถือเป็นการเสริมสร้างจินตนาการ นอกจากนี้การฟังดนตรีถ้าทำควบคู่กับจินตนาการ เราจะเรียกว่านิทานดนตรี 

 นิทานที่เล่าและมีดนตรีประกอบจะช่วยส่งเสริมเรื่องภาษา จินตนาการ ทักษะการคิด ได้ครบถ้วน นิทานสำหรับเด็กที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการมี 2 ประเภท คือการเล่านิทานที่ไม่มีภาพ ทำให้เด็กได้นึกจินตนาการคิดมโนภาพไปตามเรื่องที่เล่าให้ฟัง กับนิทานที่มีภาพประกอบซึ่งเด็กจะชอบ

 และถ้าเด็กยังอ่านหนังสือไม่ได้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ควรจะเล่าให้ฟัง เขาจะนึกภาพและผูกจินตนาการตาม เป็นการพัฒนาทักษะด้านจินตนาการความคิด ดังนั้นจึงควรเล่านิทานที่สอดแทรกแง่คิดมีประโยชน์ คุณธรรม ศีลธรรมต่างๆ ที่เหมาะสมเข้าไปด้วย

 

Tags : เลี้ยงลูก จินตนาการ ฝึก

Adsense

advertisement

advertisement

advertisement