กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 30 สิงหาคม 2553 04:00

“การถอน” ทำร้ายผิวใต้วงแขนลึกเกินกว่าที่คิด

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

“การถอน” ง่ายและสะดวกที่สุดในการกำจัดขนบริเวณรักแร้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ภายหลังจากการถอนนั้น กลับเป็นการทำร้ายผิวใต้วงแขนของคุณโดยไม่รู้ตัว

การกำจัดกำจัดขนบริเวณใต้วงแขนทำได้หลายวิธีที่แตกต่างกันไป บ้างนิยมการถอน บ้างนิยมการโกน หรือใช้ครีมกำจัดขน ปัจจุบันอาจล้ำหน้าไปถึงการยิงเลเซอร์เพื่อกำจัดขนบริเวณใต้วงแขน แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น

1. การถอน เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ทำให้ขนถูกถอนออกมาทั้งเส้นแต่ปัญหาคือยุ่งยากเสียเวลาและอาจทำให้เกิดปัญหาขนคุดและหนังไก่ได้ 2. การโกน เป็นวิธีที่ง่าย เร็ว สะดวก แต่ขนที่ขึ้นใหม่แข็งและหยาบขึ้น ปัญหาของการโกนคือ ขนที่ขึ้นใหม่จะเป็นตอ หากขูดผิวมากๆ อาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และต้องทำบ่อย

3. การใช้ครีมแว็กซ์กำจัดขน อาจทำโดยแว็กซ์ขี้ผึ้งร้อนหรือเย็นแปะผ้าลงไปแล้วดึงย้อนขึ้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับรูขุมขน การแว็กซ์มีข้อดีคือทิ้งช่วงได้นานถึง 6 สัปดาห์ เพราะขนขึ้นช้าทำให้ไม่ต้องทำบ่อยๆ และขนใหม่อ่อนนุ่มขึ้น แต่มีข้อเสียคือ หากกระทำรุนแรงอาจมีรากขนขาดเกิดเป็นขนคุดอยู่ข้างใน หรืออาจเกิดการระคายเคืองในบางคน

4. การถอนขนด้วยเลเซอร์ เป็นการทำลายขนกึ่งถาวร ที่นิยมคือ ชนิดเอ็น ดี แยค (Nd: YAG Laser) หรือใช้แสงทำลายตำแหน่งสร้างขนโดยตรงที่เรียกว่า "Aestilight" การใช้แสงเลเซอร์กำจัดขนต้องเลือกใช้เครื่องที่มีความยาวคลื่นเหมาะกับการกำจัดขน เช่น 1064 นาโนเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ใช้กำจัดขนได้ดีมีผลข้างเคียงน้อย ทำได้ดีในคนผิวสีเพราะไม่ทิ้งรอยดำ

 แต่หากเป็นคลื่นที่สั้นหรือยาวเกินไปอาจทิ้งรอยดำได้ การกำจัดขนรักแร้ด้วยเลเซอร์ต้องทำ 4 ครั้ง ขึ้นไป ค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 - 18,000 บาท โดยผลการรักษาจะอยู่ที่ประมาณ 6 ปี ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือ สิ้นเปลืองเงินเป็นจำนวนมาก และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ยั่งยืนตลอดไป

 ดูเหมือนว่า การถอนขนบริเวณใต้วงแขนจะเป็นวิธีที่เรียบง่าย สาวน้อยสาวใหญ่ต่างคุ้นเคยและปฏิบัติกันมาอย่างเป็นปกติ จนถือเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขอนามัยใต้วงแขนกันไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า “การถอน” สามารถเข้าไปทำร้ายผิวบอบบางบริเวณใต้วงแขนอย่างหลีกเลี่ยงได้ จนทำให้ใครๆ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาหนังไก่บริเวณรักแร้

 ปัญหาหนังไก่บริเวณรักแร้เกิดจาก 2 สาเหตุ คือ การถอนขนรักแร้และขนคุด เพราะรักแร้เป็นส่วนหนึ่งที่มีเส้นขนปกคลุมเพื่อลดการเสียดสีของผิวหนังใต้วงแขน แต่การกำจัดขนด้วยการถอนอย่างรุนแรง หรือการใช้ครีมกำจัดขนบ่อยครั้ง จะทำให้รูขุมขนเด่นชัดขึ้น คล้ายกับหนังไก่ และที่ร้ายกว่านั้น คือ จำกัดทางขึ้นของขนเส้นใหม่ กลายเป็นขนคุดอยู่ภายใน อีกทั้งทำร้ายลึกถึงเซลล์ผิวจนบางครั้งทำให้เกิดการอักเสบได้

  สำหรับการดูแลผิวใต้วงแขนภายหลังจากการถอนนั้น สาวๆ ควรใช้ครีมบำรุงผิวทันทีที่ถอนเสร็จ และต้องเป็นครีมที่มีคุณสมบัติซึมซาบสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ไม่อุดตันรูขุมขน หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติช่วยบำรุงลึกถึงเซลล์ผิว โดยสารสกัดจากธรรมชาติที่แก้ปัญหาผิวถูกทำร้ายจากการถอนบ่อย คือ สารสกัดจากพืชตระกูลฮามาเมลิสชื่อ “วิทซ์ เฮเซล” มีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยกระชับรูขุมขนสมานผิว และลดการอักเสบอย่างได้ผล


 ผิวหนังบริเวณใต้วงแขนนั้นบอบบาง ง่ายต่อการถูกทำร้ายจากการถอนบ่อย การดูแลสุขอนามัยของผิวใต้วงแขนอย่างถูกวิธี จึงเป็นเรื่องที่สาวๆ ไม่ควรมองข้าม หากยังคงต้อง “ถอน” เพื่อกำจัดขนบริเวณใต้วงแขนอยู่ล่ะก็ ลองเปลี่ยนมาดูแลผิวใต้วงแขนด้วยผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น อโวคาโด ที่มีคุณค่าของวิตามินอี และ เอ ช่วยฟื้นบำรุงและถนอมผิวจากการถอน

 “เพียงเท่านี้ การถอนบ่อย ก็ไม่ใช่อุปสรรคของผิวสวยใต้วงแขนต่อไปแล้ว”

Tags : สุขภาพผิว กำจัดขน ใต้วงแขน รักแร้

advertisement

advertisement

advertisement