การถอน ง่ายและสะดวกที่สุดในการกำจัดขนบริเวณรักแร้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ภายหลังจากการถอนนั้น กลับเป็นการทำร้ายผิวใต้วงแขนของคุณโดยไม่รู้ตัว
การกำจัดกำจัดขนบริเวณใต้วงแขนทำได้หลายวิธีที่แตกต่างกันไป บ้างนิยมการถอน บ้างนิยมการโกน หรือใช้ครีมกำจัดขน ปัจจุบันอาจล้ำหน้าไปถึงการยิงเลเซอร์เพื่อกำจัดขนบริเวณใต้วงแขน แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น
1. การถอน เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ทำให้ขนถูกถอนออกมาทั้งเส้นแต่ปัญหาคือยุ่งยากเสียเวลาและอาจทำให้เกิดปัญหาขนคุดและหนังไก่ได้ 2. การโกน เป็นวิธีที่ง่าย เร็ว สะดวก แต่ขนที่ขึ้นใหม่แข็งและหยาบขึ้น ปัญหาของการโกนคือ ขนที่ขึ้นใหม่จะเป็นตอ หากขูดผิวมากๆ อาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และต้องทำบ่อย
3. การใช้ครีมแว็กซ์กำจัดขน อาจทำโดยแว็กซ์ขี้ผึ้งร้อนหรือเย็นแปะผ้าลงไปแล้วดึงย้อนขึ้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับรูขุมขน การแว็กซ์มีข้อดีคือทิ้งช่วงได้นานถึง 6 สัปดาห์ เพราะขนขึ้นช้าทำให้ไม่ต้องทำบ่อยๆ และขนใหม่อ่อนนุ่มขึ้น แต่มีข้อเสียคือ หากกระทำรุนแรงอาจมีรากขนขาดเกิดเป็นขนคุดอยู่ข้างใน หรืออาจเกิดการระคายเคืองในบางคน
4. การถอนขนด้วยเลเซอร์ เป็นการทำลายขนกึ่งถาวร ที่นิยมคือ ชนิดเอ็น ดี แยค (Nd: YAG Laser) หรือใช้แสงทำลายตำแหน่งสร้างขนโดยตรงที่เรียกว่า "Aestilight" การใช้แสงเลเซอร์กำจัดขนต้องเลือกใช้เครื่องที่มีความยาวคลื่นเหมาะกับการกำจัดขน เช่น 1064 นาโนเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ใช้กำจัดขนได้ดีมีผลข้างเคียงน้อย ทำได้ดีในคนผิวสีเพราะไม่ทิ้งรอยดำ
แต่หากเป็นคลื่นที่สั้นหรือยาวเกินไปอาจทิ้งรอยดำได้ การกำจัดขนรักแร้ด้วยเลเซอร์ต้องทำ 4 ครั้ง ขึ้นไป ค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 - 18,000 บาท โดยผลการรักษาจะอยู่ที่ประมาณ 6 ปี ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือ สิ้นเปลืองเงินเป็นจำนวนมาก และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ยั่งยืนตลอดไป
ดูเหมือนว่า การถอนขนบริเวณใต้วงแขนจะเป็นวิธีที่เรียบง่าย สาวน้อยสาวใหญ่ต่างคุ้นเคยและปฏิบัติกันมาอย่างเป็นปกติ จนถือเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขอนามัยใต้วงแขนกันไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า “การถอน” สามารถเข้าไปทำร้ายผิวบอบบางบริเวณใต้วงแขนอย่างหลีกเลี่ยงได้ จนทำให้ใครๆ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาหนังไก่บริเวณรักแร้
ปัญหาหนังไก่บริเวณรักแร้เกิดจาก 2 สาเหตุ คือ การถอนขนรักแร้และขนคุด เพราะรักแร้เป็นส่วนหนึ่งที่มีเส้นขนปกคลุมเพื่อลดการเสียดสีของผิวหนังใต้วงแขน แต่การกำจัดขนด้วยการถอนอย่างรุนแรง หรือการใช้ครีมกำจัดขนบ่อยครั้ง จะทำให้รูขุมขนเด่นชัดขึ้น คล้ายกับหนังไก่ และที่ร้ายกว่านั้น คือ จำกัดทางขึ้นของขนเส้นใหม่ กลายเป็นขนคุดอยู่ภายใน อีกทั้งทำร้ายลึกถึงเซลล์ผิวจนบางครั้งทำให้เกิดการอักเสบได้
สำหรับการดูแลผิวใต้วงแขนภายหลังจากการถอนนั้น สาวๆ ควรใช้ครีมบำรุงผิวทันทีที่ถอนเสร็จ และต้องเป็นครีมที่มีคุณสมบัติซึมซาบสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ไม่อุดตันรูขุมขน หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติช่วยบำรุงลึกถึงเซลล์ผิว โดยสารสกัดจากธรรมชาติที่แก้ปัญหาผิวถูกทำร้ายจากการถอนบ่อย คือ สารสกัดจากพืชตระกูลฮามาเมลิสชื่อ “วิทซ์ เฮเซล” มีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยกระชับรูขุมขนสมานผิว และลดการอักเสบอย่างได้ผล
ผิวหนังบริเวณใต้วงแขนนั้นบอบบาง ง่ายต่อการถูกทำร้ายจากการถอนบ่อย การดูแลสุขอนามัยของผิวใต้วงแขนอย่างถูกวิธี จึงเป็นเรื่องที่สาวๆ ไม่ควรมองข้าม หากยังคงต้อง “ถอน” เพื่อกำจัดขนบริเวณใต้วงแขนอยู่ล่ะก็ ลองเปลี่ยนมาดูแลผิวใต้วงแขนด้วยผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น อโวคาโด ที่มีคุณค่าของวิตามินอี และ เอ ช่วยฟื้นบำรุงและถนอมผิวจากการถอน
“เพียงเท่านี้ การถอนบ่อย ก็ไม่ใช่อุปสรรคของผิวสวยใต้วงแขนต่อไปแล้ว”
