กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 04:00

ผู้ชายเลี้ยงง่ายเหมือนหมา

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

งานนี้มีเฮอีกแล้วครับท่าน ผู้เขียนมิได้มีเจตนาจะเปรียบเทียบหรือต้องการให้ข้อเขียนมีความหวือหวาประดุจงานเขียนอื่นๆ แต่อย่างใดนะคะ

เขียนขึ้นมาตามคำกล่าวอันชาญฉลาดของท่านผู้รู้ซึ่งท่านเป็นสุภาพสตรีตัวจริง มีความอ่อนสุภาพยิ่งกว่าใครๆ ที่ลอร่าได้เคยพบมาเลยทีเดียว! ท่านสอนมาว่าคำกล่าวนี้เป็นถ้อยคำที่กอปรไปด้วยสติปัญญา ซึ่งท่านได้รับการชี้แนะมาจากคนข้างตัวของท่านนั่นเอง 

หลังจากที่ ดร.อุบลวรรณ มีชูธน ได้สอนเทคนิค “สยบชายไทยให้อยู่หมัด” มาครั้งนี้ท่านได้เพิ่มเติมสติปัญญาของลอร่าด้วยภาพเปรียบเทียบที่เห็นได้ชัดและลึกซึ้งยิ่งนักกับภาพของประโยคที่ว่า “ผู้ชายเลี้ยงง่ายเหมือนหมา”  ขออนุญาตขยายความดังต่อไปนี้ค่ะ

ดร.อุบลวรรณเกริ่นก่อนที่จะอธิบายเรื่องดังกล่าวว่า ในชีวิตสมรสนั้นย่อมมีปัญหาเฉพาะของมันเองในทุกๆ ย่างก้าวของชีวิตสมรส  แต่งงานใหม่ปีแรกสองปีแรกก็มีปัญหาอย่างหนึ่ง  จากนั้นก็จะเป็นปีที่เจ็ด แล้วก็ปีที่เราอายุสี่สิบ แล้วก็ปีที่เราอายุหกสิบ ทุกๆ ก้าวมีความเป็นไปตามหลักการของวงจรชีวิตสมรสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ผ่อนหนักเป็นเบาได้  

ข้อคิดที่อาจารย์กล่าวไว้ให้คิดก็คือ “ปัญหาเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่มันผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป  มันจะไม่เป็นไปอย่างนี้ไปตลอด” จงอย่าตกใจกับปัญหาแต่ให้พยายามเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ดังสุภาษิตจีนที่บอกว่า “วิกฤติขี่มาบนหลังของโอกาส” กล่าวคือเมื่อมีวิกฤติก็ต้องมีโอกาส ทุกช่วงชีวิตไม่มีทางที่ชีวิตจะมีแต่ความราบเรียบเสมอไป เราควรทำใจไว้ก่อน มองให้เห็นปัญหาไว้ล่วงหน้าบ้าง  ดังนั้น ถ้าคู่สามีภรรยาเข้าใจวงจรและธรรมชาติของการสมรสแล้วก็จะทำให้ง่ายขึ้นในการใช้ชีวิตคู่ได้อย่างมีความสุข

เอ....แล้วมันไปเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงหมาอย่างไรเล่า  แต่เมื่อมานั่งเปรียบเทียบกันแล้วนั้น ก็นับว่าเป็นข้อคิดที่ชัดเจนจริงๆ ดร.อุบลวรรณ สอนลอร่าว่า ชีวิตคู่ต้องใช้อารมณ์ขันและความเมตตาให้มาก   การเปรียบผู้ที่เรารักเป็นหมานั้นเป็นมุมมองที่ติดตลกแต่มิได้มีเจตนาจะดูแคลน   และความเมตตานั้นก็เสมือนเมื่อเรามีหมาสักหนึ่งตัวที่เรารักก็ต้องรู้จัก “การดูแลที่เหมาะสม” เพราะว่าการดูแลที่เหมาะสมทำให้หมาที่เราเลี้ยงนั้นกลายเป็นหมาที่น่ารัก ไม่ดุร้ายและว่าง่ายแสนเชื่อง จงรักภักดี รู้จักเอาอกเอาใจประจบประแจงเรา  ทำให้เราอุ่นใจหายกังวล

ย้อนไปถึงผลวิจัยที่บอกว่า “ชายไทยมีอีโก้แรง”  “ชายไทยชอบให้รู้ถึงคุณค่าในตัวตนของเขา” และ “ชายไทยต้องการได้รับความอ่อนสุภาพ” “ชายไทยต้องการได้รับความยืดหยุ่น” “ชายไทยต้องการได้รับการแบ่งเบาภาระ” และ “ชายไทยชอบให้มีอารมณ์ขัน” 

6 ข้อนี้เป็นโจทย์ที่ท้าทายและหญิงไทยก็สามารถพิชิตโจทย์นี้ได้ด้วยแนวคิด “ผู้ชายเลี้ยงง่ายเหมือนหมา”  กล่าวคือ การที่ “ชายไทยมีอีโก้แรง” ทำให้เราหญิงไทยต้องเข้าใจว่า

ชายไทยไม่ชอบให้ผู้หญิงทำให้เขาเสียหน้าหรือจนตรอก เช่นเดียวกันกับเมื่อเราเลี้ยงลูกหมา เราก็ไม่พูดจาต่อว่าโน่นนี่ ไม่พูดจาอย่างคาดหวังมากมายกับลูกหมาตัวนั้น เพราะเรารู้ว่าหมาไม่ชอบให้เราดุด่าว่าแรงๆ  แต่หมาชอบให้ชม หมาชอบให้บอกว่า “เก่งจังเลย” “น่ารักจัง”   หมานั้นไซร้ชอบให้ลูบหัว ให้กินขนมบ่อยๆ เราต้องหมั่นทำให้หมามีความสุข  และหมาก็ชอบให้เราหมั่นดูแลอาบน้ำอาบท่าให้อาหารมันอย่างดีแล้วมันก็จะชอบเล่นกับเรา ทำให้เรามีความสุขเช่นกัน  ความสุขของผู้ชายนั้นเป็นปัจเจกบุคคล ความสุขของผู้ชายบางคนบอกว่าเมื่อย่างก้าวเข้ามาในบ้านแล้วไม่อยากรับฟังปัญหาอื่นๆ อีกเพราะได้ฟังปัญหามามากพอแล้วจากการทำงานนอกบ้าน ขอหลีกเลี่ยงปัญหาในบ้านออกไป   แต่หลายๆ คน ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะเข้าถึงหัวใจผู้ชายได้ต้องเข้าทางกระเพาะ ชอบทานอาหารอร่อยๆ

เช่นเดียวกับการที่เราเลี้ยงหมาเราก็ไม่เคยปล่อยให้หมาหิวโซเพราะเรารู้ว่าหมาที่หิวจะอารมณ์เสียได้ง่ายมาก และในขณะเดียวกันเมื่อเราเลี้ยงหมาเราก็ไม่พูดอ้อมค้อมกับหมา  เราอยากให้มันทำอะไรก็บอกไปตรงๆ เลย เช่นโยนไม้ไปแล้วบอกว่า “ไปเก็บมา” มันก็ไปเก็บมา เราไม่บอกหมาว่า “โยนไม้ให้แล้ว  แกจะทำอย่างไรดี” เราไม่อ้อมค้อมกับหมา เช่นเดียวกันกับผู้ชาย ผู้ชายบางคนบอกว่าอยากให้ทำอะไรให้บอกมาตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมแบบให้คิดเอาเองเพราะเขาขี้เกียจคิด  แต่วิธีพูดก็ต้องเป็นแบบที่ไม่ไปทำให้อีโก้ของเขาโดนกระทบนะคะจะบอกให้

เมื่อเราเลี้ยงหมา หมาก็ชอบให้กอดและบอกมันว่าขอบคุณ  “แหมดีใจจังดูแลบ้านให้ดีมากเลยนะวันนี้” หรือ “เจ้านี่เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ เลยนะ” เช่นเดียวกับคำขอบคุณที่ผู้ชายจะได้รับจากภรรยาและลูกเมื่อเข้ามาในบ้าน ทำให้ผู้ชายรู้สึกว่ามีคุณค่า เพราะ “ชายไทยชอบให้รู้ถึงคุณค่าในตัวตนของเขา” นั่นเอง

สำหรับเรื่องที่บอกว่า “ชายไทยต้องการได้รับความอ่อนสุภาพ” แน่นอนว่าเวลาเราเลี้ยงหมาเราก็รู้ว่าถ้าเราตีหมาแรงๆ หมาก็จะโกรธและกลายเป็นหมาอารมณ์ร้าย วันหนึ่งอาจแว้งกัดเราได้ไม่รู้ตัว  หมาชอบให้พูดดีๆ ลูบหัวเบาๆ เกาคางเบาๆ ปฏิบัติต่อมันด้วยความรักและความเอ็นดู ด้วยความอ่อนโยนและอ่อนสุภาพ    ในทางกลับกันหากหญิงไทยปฏิบัติต่อสามีด้วยความอ่อนสุภาพแล้วนึกปรารถนาอยากได้รับคำชื่นชมกลับมาให้ชุ่มชื่นหัวใจก็จงอย่าไปแดกดันด้วยความรุนแรงทางอารมณ์และถ้อยคำให้เปล่าประโยชน์   เคล็ดไม่ลับที่ได้มาเปิดเผยกันคือ “การที่ผู้หญิงต้องรู้จักพูดนำให้ผู้ชายพูดตาม”ค่ะ  ดร.อุบลวรรณสั่งสอนลอร่าว่า ผู้หญิงอาจเริ่มจากการที่พูดชื่นชมยกย่องให้ผู้ชายฟังแล้วกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “แหมอยากรู้จังว่าเรามีอะไรที่ทำให้คุณยินดีบ้างนะวันนี้ บอกให้ชื่นใจได้ไหมคะ” 

เช่นเดียวกันกับการเลี้ยงลูกหมาไงคะ  ถ้าเราอยากจะให้มันเดินไปที่ไหนแล้วเรามัวแต่รอให้ลูกหมาเดินนำไปก่อนก็คงไม่ไหวไม่ไหวเพราะมันจะเดินออกนอกทางของมันไปเรื่อย เราจึงต้องเดินนำแล้วจูงลูกหมาไปเสียเลย 

สรุปว่า การเลี้ยงหมาอย่างถูกวิธีนั้น เราต้องไม่ตีดุด่าว่ากล่าวให้ของขึ้นจนอีโก้แตก การเลี้ยงหมานั้น เราต้องหมั่นทำให้หมามีความสุข   หมาชอบให้กอดและบอกมันว่าขอบคุณ  ชมเชยด้วยความรู้สึกเห็นคุณค่าในสิ่งที่มันทำ  การเลี้ยงหมานั้นต้องหมั่นลูบหัวเกาคางอย่างทะนุถนอม  หมาชอบให้ชม หมาชอบให้บอกว่า “เก่งจังเลย” “น่ารักจัง”   หมาชอบที่จะได้กินขนมเป็นรางวัลบ่อยๆ  หมาชอบให้เราหมั่นดูแลอาบน้ำอาบท่าให้อาหารมันอย่างดีไม่ปล่อยให้หมาหิวโซ  เราจะไม่พูดอ้อมค้อมกับหมา  เราอยากให้มันทำอะไรก็บอกไปตรงๆ ด้วยน้ำเสียงที่มีเมตตา หมาชอบให้พูดดีๆ ลูบหัวเบาๆ เกาคางเบาๆ ปฏิบัติต่อมันด้วยความรักและความเอ็นดู ด้วยความอ่อนโยนและอ่อนสุภาพ   

ผลที่ได้ ก็คือ เจ้าหมาก็จะเดินตามมาอย่างว่าง่ายและแสนเชื่อง!  

Tags : ชีวิตสมรส

advertisement

advertisement

advertisement