กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 04:00

มาดื่ม 'นมควาย' กันเถอะ

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กินนมวัวกันมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นอาจเคยลองนมแพะ แล้วเคยลองกินนมควายหรือยัง บอกก่อนว่าไม่ใช่ธรรมดา แต่เป็นควายมูร์ร่าห์จากบัลแกเรีย ทรงคุณค่า

เจ้าของไอเดียฉีกขนบความเชื่อฝังหัวว่า "โง่เหมือนควาย" แต่กินนมควายแล้วฉลาดคือสาวสวยคนนี้ ชาริณี ชัยยศลาภ ผู้จัดการบริษัท มูร์ร่าห์ แดรี่ จำกัด 

ถึงจะตัวเล็กผิวสวยใส แต่เธอเติบโตและอยู่ในอุตสาหกรรมฟอกหนังวัวควายส่งออกของครอบครัวมานานกว่า 20 ปี โดยมีแหล่งวัตถุดิบสำคัญคือ จีน

ครั้นจีนดำเนินนโยบายเปิดตลาด แถมยังผุดอุตสาหกรรมฟอกหนังกันอย่างคึกคัก ต้นทุนวัตถุดิบสำหรับธุรกิจไทยเลยสูงขึ้นโดยปริยาย 

แม้เผชิญอุปสรรคใหญ่ แต่ต้องให้เครดิตกับคุณแม่ของเธอที่พยายามมองหาทางออกแก้เกมด้วยความคิดเปิดฟาร์มควายป้อนโรงฟอกหนังในประเทศมันเสียเลย 

เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมฟอกหนังมานานเลยรู้จักคนในแวดวงไปทั่วสารทิศ และได้พบปะกับกูรูคนหนึ่ง ศาสตราจารย์มณีวรรณ กมลพัฒนะ จากศูนย์วิจัยชีววิทยาด้านการปศุสัตว์  คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแนะนำให้ทดลองเลี้ยงควายนมเมื่อปี 2545 แม่ของชาริณีจึงดั้นด้นไปศึกษางานประเทศจีน และเสาะหาข้อมูลตลอด 1 ปี โดยมั่นใจว่า อนาคตสินค้าบริโภคเชิงสุขภาพมาแน่ๆ

“คุณแม่เป็นคนลุย มีคนไม่เห็นด้วยเยอะ เพราะไม่เคยมีคนทำมาก่อน ไม่เห็นความน่าสนใจ แต่มันกลับเป็นทัศนคติที่น่าท้าทาย ในเมื่อผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศต้องการ เราเชื่อว่าคนไทยก็เช่นกัน” 

ลูกสาวคนเล็กก็ฮึดสู้ไม่แพ้กัน เธอบินไปศึกษาวิชาบริหารจัดการฟาร์มที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศปศุสัตว์เข้มแข็งแห่งหนึ่งของโลก ทำให้รู้ว่าภาวะแห้งแล้งของออสเตรเลียที่ยาวนานถึงปีละ 9 เดือนและค่าแรงงานสูง คือ ต้นกำเนิดของระบบการจัดการที่มีการวางแผนแน่นอน รวมทั้งวิธีควบคุมต้นทุน

“เราได้วิธีการคิดใหม่ๆ ที่นั่นจะวางแผนขุดบ่อน้ำล่วงหน้าเป็นปีเลย และเมื่อได้ฝึกงานในฟาร์ม ได้เรียนรู้ระบบเครื่องจักร มีความรู้เรื่องสุขภาพสัตว์ วิธีการคำนวณปริมาณอาหารสัตว์และเตรียมปลูกพืชไว้แต่เนิ่นๆ และใช้ข้อมูลของอุตสาหกรรมนมวัวเป็นเกณฑ์”

ชาริณี เล่าว่า ระยะเริ่มต้นยังแบ่งรับแบ่งสู้ เฟสแรกของมูร์ร่าห์ฟาร์มมีแม่ควายเพียง 8 ตัว โดยทำธุรกิจควบคู่ทั้งโรงงานฟอกหนังและฟาร์มควายนมที่สมุทรปราการ  พอเข้าสู่ปีที่ 3 จึงเริ่มเฟสสองย้ายมาสู่พื้นที่ 400 กว่าไร่ที่ฉะเชิงเทรา และขยายจำนวนควายเพิ่มเป็น 300 ตัวในปัจจุบัน มีปริมาณการผลิต 200 ลิตรต่อวัน กลายเป็นฟาร์มควายนมเอกชนไซส์เล็กรายแรกของประเทศ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์นมควายของโครงการหลวง จังหวัดเชียงราย 

กระบวนการผลิตสินค้าว่ายากแล้ว แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าก็คือการตลาด ชาริณี เชื่อมั่นในแนวคิดการตลาดจากต่างประเทศ 

ในปีธุรกิจมูร์ร่าห์ฟาร์มที่ 4 และ 5 เธอตระเวนออกนอกประเทศเพื่อศึกษาตลาด และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าควายทั่วโลก พบว่ากระแสนิยมควายนมเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะทวีปยุโรป เอเชีย และข้ามมหาสมุทรไปยังอเมริกาใต้แล้ว จนกระทั่งควายนมเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ และสร้างรูปแบบสินค้าทัดเทียมนมวัว โดยคนอิตาลีจะนำนมควายมาแปรรูปเป็นชีส ส่วนจีนและอินเดีย นิยมบริโภคน้ำนมอย่างแพร่หลาย 

ชาริณีกลับมาตั้งหลักคิด โดยเริ่มต้นที่มอซซาเรลล่า ชีส เป็นผลิตภัณฑ์เปิดตลาด เนื่องจากเคยเข้าคอร์สผลิตชีสและยังไม่มีสินค้าเปรียบเทียบในตลาด แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเสียค่าใช้จ่ายไปหลายแสนบาท แต่ผู้บริโภคคนไทยนิยมกินชีสในร้านอาหารฝรั่งเท่านั้น ในขณะที่ลูกค้าให้ความสนใจนมควายพาสเจอไรซ์บรรจุขวดมากกว่า และเธอยังเจออุปสรรคขาดช่องทางจัดจำหน่ายซ้ำ

เปิดร้าน บุกตลาดเอง

ผู้จัดการคนเก่งจึงพลิกปัญหาเป็นโอกาส เธอเปิดร้านอาหารมูร์ร่าห์ คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร เป็นหน้าร้านขายน้ำนมควาย และใช้วัตถุดิบจากนมควายให้ลิ้มชิมรส พร้อมกับสำรวจการตลาดในแบบฉบับของเธอเอง

ค่าใช้จ่ายในร้านอาหารแห่งนี้ คิดเป็นค่าการตลาดของมูร์ร่าห์ ฟาร์ม

“เราเริ่มต้นด้วยตัวเองตลอด เรื่องสูตรอาหารก็เช่นกัน จากไม่รู้อะไรเลยก็ลองผิดลองถูกกับแม่ครัว ถือว่าเราเสียค่าโง่ไปเยอะ แต่โชคดีที่เพื่อนเป็นเชฟ เราก็ขอให้เขามาช่วยปรับสูตรให้ถูกปาก และพัฒนาเมนูได้อีกเยอะเลย”

ไม่ถึงหนึ่งปี ร้านของชาริณีเริ่มเป็นที่กล่าวขาน ทั้งจากสื่อมวลชนและเว็บบล็อก บอกต่อกันจนได้ลูกค้าประจำคนไทยที่ชื่นชอบน้ำนมพาสเจอไรซ์ สำหรับซื้อดื่มครั้งละกว่า 20 ขวดต่อคน และเป็นส่วนผสมเบเกอรี กาแฟ ตามด้วยโปรดักต์ใหม่ อย่างโยเกิร์ต ส่วนคนต่างชาติมักซื้อชีสก้อนกลับบ้าน สร้างกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 5 เปอร์เซ็นต์

ขณะเดียวกันเธอได้เรียนรู้จุดบกพร่องทั้งเรื่องขนาดร้านเล็กเกินไป  และปรับสูตรลดครีมข้นของน้ำนมให้ตรงกับความต้องการ รวมทั้งหาวิธีเพิ่มอายุเก็บรักษาน้ำนมให้นานขึ้นในรูปแบบสเตอริไรซ์ สำหรับวางแผนกระจายสินค้าได้มากขึ้น

“7 ปีก่อน เรายุ่งเรื่องตลาด แต่ตอนนี้ต้องหันมาดูเรื่องกำลังการผลิต เราวางแผนจะหาคอนแทรคฟาร์มมิ่ง แต่ยังติดปัญหามีที่ดิน แต่ไม่มีกำลังคนบ้าง หรือมีผู้สนใจต่างจังหวัดก็จะติดปัญหาการขนส่งน้ำนมให้เรา ทำให้ต้องรุกเองก่อน หากมีแม่ควาย 500 ตัวแล้ว จึงจะเริ่มขายแม่ควายจริงจัง”

ทุลักทุเลบ้าง แต่วันนี้ธุรกิจเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ พร้อมเดินหน้าขยายต่อสู่ธุรกิจแปรรูปเนื้อ ฟอกหนัง ปุ๋ย หรืออาหารสัตว์ ต่อไป

Tags : นมความ ชีส มูร์ร่าห์ฟาร์ม

advertisement

advertisement

advertisement