ผู้หญิงออสเตรเลีย จบทางด้านศิลปะ พบรัก แล้วก็ผิดหวัง บ้านก็มีปัญหา เธอมองไปทางไหนก็ไม่มีความมั่นคง สุดท้าย เธอค้นพบรักแท้ภายในตนเองและออกบวช
นั่นคือเรื่องราวสั้นๆ ของ ภิกษุณีดัมโช (Ane Damcho) วัย 37 ปี นักบวชในสายทิเบต นิกายนิงมะที่เก่าแก่ที่สุด ท่านเป็นลูกศิษย์ของท่านโซเกียล รินโปเช (Sogyal Rinpoche) ฆราวาสชาวทิเบตที่มีสำนักสอนวิปัสสนาในหลายๆ ประเทศทั่วโลกในชื่อว่า Rigpa International (หนังสือที่มีชื่อเสียงแพร่หลายของท่านโซเกียล ก็คือ The Tibetan Book of Living and Dying ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยในชื่อว่า "เหนือห้วงมหรรณพ" และ "ประตูสู่สภาวะใหม่" โดยพระไพศาล วิสาโล จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์โกมลคีมทอง) ศูนย์ Rigpa หนึ่งที่ท่านดัมโชจำพรรษาและจัดปฏิบัติธรรมด้วยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ใกล้ๆ กับประเทศสเปน
หลวงพี่ดัมโชเล่าว่า จริงๆ แล้วไม่เคยคิดที่จะบวช แต่ในที่สุด เมื่อทำงานศิลปะไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติธรรมกับอาจารย์ไประยะหนึ่ง พบว่าทั้งสองอย่างสามารถเยียวยาภายในได้ เกิดความกรุณากับตนเองมากขึ้น ก็เลยเห็นว่า ที่ผ่านมา ทำไมจึงผิดหวังในความรัก
"เพราะความคาดหวัง ต้องการให้ทุกอย่างเป็นอย่างใจเรานั่นเอง แต่มันเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้เข้าใจปัญหาแล้ว ยิ่งปฏิบัติธรรมไปก็เริ่มรู้สึกว่าต้องบวชแน่ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะบวชสายไหน จนเมื่อท่านอาจารย์โซเกียล รินโปเช ท่านสอนเรื่องความกรุณา การชำระจิต การวิปัสสนา ทำให้จิตเปิดกว้าง ไร้ขอบเขต จึงมั่นใจแล้วก็ออกบวช"
หลังการบวช ท่านยังจัดงานแสดงศิลปะครั้งสุดท้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ท่านเล่าว่า เป็นงานที่แปลก คือแทนที่จะวาดรูปให้คนดูก็เอารูปนั้นมาลบออก เป็นการแสดงภาพทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเกิดขึ้นของภาพ การตั้งอยู่ของรูปแบบ และเนื้อหา ไปจนถึงการลบรูปแบบและเนื้อหานั้นออกไปเหลือแต่ความว่าง
"ภาพที่แท้จริงมันไม่มีอะไรเลย มันเป็นเพียงความว่าง นั่นคือการแสดงงานศิลปะชิ้นสุดท้าย ที่ฉันพบว่า มันเป็นธรรมะด้วย เราปฏิบัติธรรมก็เพื่อลบทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากใจไม่ให้เป็นวิบากต่อกันอีกต่อไปก็เท่านั้นเอง "
ในงานสัมมนาศากยะธิดา ภิกษุณีดัมโชพาคุณแม่มาด้วย ท่านได้สอนการทำสมาธิเพื่อชำระจิต ตามหลักที่ท่านรินโปเชสอนบนเวทีว่า จุดสำคัญที่เราต้องตระหนักรู้ขณะทำสมาธิมีอยู่ 3 จุดคือ กาย วาจา และใจ
เริ่มต้นให้นั่งในท่าที่มั่นคง มือวางสบายๆ กระดูกสันหลังตั้งตรงเป็นเหรียญที่วางซ้อนกัน ไม่แข็ง แล้วมาทำความรู้สึกที่ไหล่ ให้หัวไหล่ผ่อนคลายเหมือนปีกของนกอินทรี ดวงตามองลงต่ำครึ่งปิดครึ่งเปิด ศีรษะประหนึ่งว่ามีเส้นด้ายดึงให้ตั้งตรง ปากเผยอเล็กน้อย ลิ้นแตะเบาๆ ที่เพดาน หายใจเข้าทางปากแล้วหายใจออกทางจมูก ให้รู้สึกเป็นธรรมชาติ จากนั้นร่ายมนต์ โอม มณี ปัทเม หุม แล้วให้เพ่งนิมิตไปที่รูปพระโพธิสัตว์ รูปพระพุทธเจ้า หรือรูปอาจารย์ของเรา จากนั้นปลุกให้รู้สึกว่าท่านอยู่กับเราจนกระทั่งจิตสงบ
"หายใจเข้าลึก หายใจออกยาว ให้จิตเปิดกว้างไกลไร้ขอบเขต ช่วยไม่ให้สมาธิไปเกาะที่ใดที่หนึ่ง ให้เรามีสติสัมปชัญญะ รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว ให้อยู่ลมหายใจเข้าและหายใจออก 25% อีก 50% อยู่กับความไพศาล และอีก 25% ให้จดจ่ออยู่กับตัวรู้ เวลามีอะไรมากระทบก็รู้ "
หลังจากที่ท่านสอนการทำสมาธิแล้ว ฉันถามท่านว่า เวลานั่งสมาธิ ถ้าต้องน้อมนำภาพนิมิตครูบาอาจารย์มาไว้ในใจเรา แล้วเราจะไม่ติดอาจารย์มากไปหรือ และถ้าอาจารย์จากไปล่ะ เราจะไม่ยิ่งอาลัยอาวรณ์หรือ แล้วจิตเราจะเป็นอิสรภาพได้อย่างไร
หลวงพี่ดัมโชบอกว่า ในสายทิเบต เราถือกันว่า เมื่อครูจากไปแล้วจะยิ่งใกล้ชิดกับเรามากยิ่งขึ้น เราจะไม่รู้สึกตัดขาดกับครูเลย และไม่รู้สึกว่างเปล่าด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ยึดติดในตัวครู เราเป็นอิสระได้ทุกเมื่อ ครูช่วยให้จิตเราเปิดกว้าง ไร้ขอบเขต เราจึงสามารถมีความกรุณาได้อย่างไม่มีประมาณ
**
สนใจศึกษาการปฏิบัติธรรมในสำนักของท่านโซเกียล รินโปเช หรือสอบถามการปฏิบัติธรรมกับท่านดัมโชโดยตรง คลิกเข้าไปที่ www.rigpa.org
Tags : ปฏิบัติธรรม บวช ดัมโช
