สังคมไทยปัจจุบันต่างพากันตื่นตัวตามกระแสวาเลนไทน์ ทั้งจากภาพยนตร์ หรือ กิจกรรมทางการตลาด ต่างก็อาศัยกระแสของวันวาเลนไทน์ แทรกซึมผ่านเข้าไป
วันวาเลนไทน์ สำหรับคนไทยสมัยก่อนอาจจะเป็นคำที่แปลกไม่คุ้นหู แต่สมัยนี้ค่อนข้างจะเป็นคำที่รู้จักกันทั่วไปในสังคมเมือง ว่าเป็นวันแห่งความรัก ซึ่งบางคนก็รู้ที่มา บางคนก็ไม่รู้ ว่าวันวาเลนไทน์นี้มาจากการให้เกียรติระลึกถึงนักบวชในสมัยโรมันที่มีชื่อว่าเซนต์วาเลนไทน์ ที่ยอมสละชีวิตเพื่อความรักของมนุษย์โลก
กลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มที่ไวต่อการรับสิ่งใหม่และอยู่ในวัยที่อ่อนไหวทางด้านความรู้สึกและอารมณ์ความรักแบบหนุ่มสาว วิจารณญาณต่อการจับจ่ายใช้สอยยังไม่ค่อยดีนักก็จะเป็นกลุ่มที่ง่ายต่อการชักจูง และอาจจะคลั่งในกระแสนิยมวาเลนไทน์ จนยอมทำอะไรที่ไม่ค่อยจะถูกต้องตามมา
นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า ที่จริงแล้วเรื่องความรักเป็นสิ่งที่คนเราควรให้แก่กันทุกวันอยู่แล้ว การกำหนดเป็นวันสำคัญขึ้นมาเป็นเพียงแค่การเตือนใจให้อย่าลืมระลึกถึง อย่าลืมให้ความสำคัญ เช่นเดียวกับ วันครอบครัว วันผู้สูงอายุ วันพ่อ วันแม่ วันเด็ก
คนเราแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบหลายด้าน เหมือนต้องสวมหมวกหลายใบ คือ เป็นทั้งลูกทั้งหลาน เป็นพ่อ เป็นแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา เจ้านาย ลูกน้อง ซึ่งทุกบทบาทต้องมีเรื่องของความรักเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
แต่สำหรับวันวาเลนไทน์ในกระแสสังคมปัจจุบัน กลุ่มเป้าหมายใหญ่ก็คือ วัยรุ่นและคนหนุ่มสาว เพราะความรักแบบคู่รักของวัยรุ่นหรือหนุ่มสาวเป็นความรักที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ ความรู้สึกสูง มีสีสัน ร้อนแรง เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่เลือกได้ต่างจากความสัมพันธ์แบบครอบครัว เครือญาติที่คนเราไม่สามารถเลือกได้ และเป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามีความสำคัญพิเศษกับใครบางคน มีการลุ้นว่าจะสมหวังหรือผิดหวัง น่าตื่นเต้น
“การมีคู่ดูเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งความสัมพันธ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ วัย และความพร้อม หากคู่รักบางคู่ยังไม่พร้อม แต่ไม่มีการวางแผนด้านครอบครัวก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ส่งผลกระทบทั้งหน้าที่การงาน อาจสูญเสียอนาคตที่ดีในชีวิต บางรายเกิดความผิดหวังในความรักมักจะใช้อารมณ์แก้ปัญหาและใช้ความรุนแรง บางคนแก้ปัญหาด้วยวิธีการฆ่าตัวตาย ผิดหวังถึงขั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเลยก็ได้” นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าว
วันแห่งความรักปีนี้ คู่รักไหนที่เพิ่งเริ่มต้นคบกัน ควรจะใช้เวลาศึกษาหาความรู้กันให้มาก ทั้งนิสัย ความชอบ และอารมณ์ของกันและกัน เพื่อจะช่วยให้ความรักยืนยาว
แต่หากหนุ่มสาวคนไหนยังไม่มีคนรักก็ไม่ต้องไปอิจฉา หรือ น้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมยังไม่มีคู่สักที ควรจะหันมาให้ความรักกับตัวเอง เพื่อนร่วมงาน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และคนรอบข้างในสังคมน่าจะเป็นสิ่งที่ดีและสร้างคุณค่าในด้านจิตใจให้กับตัวเอง และที่สำคัญวันแห่งความรักไม่ได้มีเพียงแค่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี แต่เราสามารถแสดงความรักได้ทุกวัน เพราะถือว่า 365 วัน คือวันแห่งความรัก
หากจะพูดถึงเรื่องคู่มือของความรักก็คงมีไม่มาก นอกจากการใส่ใจและบริหารสุขภาพจิตของตัวเองแล้ว ยังจะต้องปฏิบัติต่อคู่รักหรือคนรอบข้างได้ง่ายๆ ก็คือ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน รู้จักวิธีการสื่อสารให้ถูกต้อง รู้จักธรรมชาติของอีกฝ่าย เคารพความคิดเห็น และไม่ควรก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันมากจนเกินไป ควรมีขอบเขต เพื่อให้เกิดการยอมรับและไว้ใจซึ่งกันและกัน รวมถึงหลีกเลี่ยงการตำหนิ และให้ความร่วมมือในโอกาสต่างๆด้วย หากความรักถูกประคับประคองอย่างเหมาะสมแล้ว เชื่อว่าจะทำให้ความรักยั่งยืนและมีคุณภาพได้
ดังนั้น การให้ความรักและความเอาใจใส่ต่อกันและกันจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่ทุกคนควรมีให้แก่กันทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะแค่วันวาเลนไทน์....
Tags : วันวาเลนไทน์ • ความรัก • วัยรุ่น

