กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 21 มกราคม 2553 04:00

ใจดีสู้ปีเสือ

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล แพทย์ด้านสมองและระบบประสาท

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

บรรดาโหรสำนักต่างๆ ออกมาฟันธงกันแต่หัวรุ่งว่า ปีเสือดุ ยิ่งคนที่เกิดในปีชงคงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ การหมั่นดูแลสุขภาพเป็นทางป้องกันดีที่สุด

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล แพทย์ด้านสมองและระบบประสาท ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลปิยะเวท ร่วมฟันธงแนวโน้มของโรคที่คนจำต้องเผชิญ ในปี 2553 ว่ายังคงวนเวียนอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก คือ โรคจากผลพวงของพิษเศรษฐกิจ โรคที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมซึ่งก่อให้เกิดโรคใหม่

  เศรษฐกิจพ่นพิษทำเอาพ่อบ้านแม่บ้านจิตหดหู่มาตั้งแต่ปีก่อน ย่างเข้าปีเสือมันยังไม่ทุเลาเบาบางตกอยู่ในสภาพเครียดซ้ำซาก หาได้เป็นผลดีต่อร่างกายไม่

 "โรคที่เกิดจากความเครียดและวิตกกังวล เป็นได้ตั้งแต่ ขาดสมาธิ เบื่ออาหาร สะดุ้งตื่นกลางดึก นอนไม่หลับ ไม่ถ่ายจนเกิดเป็นริดสีดวงทวาร ไปจนถึงคิดสั้น ฆ่าตัวตาย ผมว่าต้องระวังเป็นพิเศษ" คุณหมอตัวจริงแนะวิธีแก้เคล็ดว่าให้ผ่อนคลาย หาสิ่งแปลกใหม่ ที่ไม่ทำลายสุขภาพต่อตนเองและผู้อื่น 

 การผ่อนคลายความเครียดทำได้หลายอย่าง วิธีสามัญประจำบ้านที่สุดคือ ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ไปเที่ยวแบบประหยัดสตางค์  ส่วนการคลายเครียดด้วยสุราเมรัย และอัดบุหรี่ ไม่สมควรยิ่ง รังแต่สั่งสมพฤติกรรมก้าวร้าว สร้างปัญหาให้กับตนเอง และทำร้ายผู้อื่นทางอ้อม

 ทางสายธรรมเป็นอีกวิธีแก้ชงที่ได้รับความนิยม เพียงเปลี่ยนทัศนคติ มุ่งหาทางสายกลาง ไม่ประมาท หาทางหนีทีไล่ให้ดี จะช่วยให้ผ่านพ้นปัญหาความเครียดให้หมดไปได้

 "การแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือไม่หนีปัญหา ต้องตั้งสติและคิดหาทางออก เพื่อการหลุดพ้นจากปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดผลพวงที่ตามมากับปัญหาสุขภาพในระยะยาว" คุณหมอเสนอทางแก้แบบไม่ต้องเขียนใบสั่งยา

 โรคบางโรคมาพร้อมกับภาวะเครียดที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน เช่น โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่หลายคนอาจมองข้าม แต่อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับบางครอบครัว เนื่องจากคนที่มีปัญหาทางเพศมักขาดความมั่นใจในตัวเอง และยิ่งเครียดหนักเป็นทวีคูณ

 โรคที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับคนทั่วไป โดยยังคงเป็นโรคที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้โรคจากพิษเศรษฐกิจ ซึ่งในหลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหามากขึ้น

 วิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันเริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอย่างปฏิเสธไม่ได้ บางคนใช้ชีวิตอยู่กับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลาจนไม่ทำอย่างอื่น จนเกิดเป็นปัญหาสุขภาพตามมา

 "อาการปวดหลัง ปวดคอ เกิดจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสม เพราะคนส่วนใหญ่ที่ใช้คอมพิวเตอร์มักจะนั่งหลังโค้งงอ โน้มคอไปข้างหน้าเพื่อให้มองจอคอมพิวเตอร์ได้ถนัด นั่นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อาการปวดหลังปวดคอตามมา" คุณหมอเอ่ยปากเตือน

 การใช้สายตาจับจ้อง เพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน รูม่านตาเกร็งตัว และหดตัวรุนแรง ส่งผลให้เกิดอาการปวดตา ปวดหัวไมเกรนตามมา อีกปัญหาหนึ่งที่ยากต่อการหลีกเลี่ยงคือการเคาะแป้นพิมพ์เป็นประจำ เสี่ยงทำให้เกิดพังผืดรัดเส้นประสาท บริเวณข้อมือได้

 คนที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำควรจัดท่าทางให้ถูกต้อง  นั่งหลังตรง มองจอคอมพิวเตอร์ระดับสายตา มองตรงไม่ก้มคอ จัดแป้นพิมพ์ให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม พักสายตาทุกครึ่งชั่วโมง ไม่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน

 การนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน เสี่ยงเส้นเลือดอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่ดี แม้อาการดังกล่าวจะไม่ใช่โรคโดยตรง แต่ก็ก่อให้เกิดอาการต่างๆ ตามมาได้ เช่น มือชา เท้าชา โรคยอดฮิตของหนุ่มสาวออฟฟิศในปัจจุบัน

 ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีคือ การอยู่ในโลกสมมุติตลอดเวลา จนขาดการเข้าสังคม คนที่อยู่ในโลกออนไลน์ถึงแม้จะดูว่ามีเพื่อนเยอะในสังคมออนไลน์ ขณะที่ความสัมพันธ์ในโลกความเป็นจริงขาดหาย

 "คนกลุ่มนี้จะมี EQ ลดลง ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ยาก คนเราจำเป็นต้องมีสังคมในโลกปกติ เมื่อรู้สึกเศร้าเสียใจ ควรได้รับการปลอบประโลม ช่วยเหลือ แก้ปัญหา ที่มีกว่าถ้อยคำสนทนาบนโลกไซเบอร์"

 อีกปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามคือ นวัตกรรมที่ก่อให้เกิดโรค โรคอุบัติใหม่-อุบัติซ้ำ ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เป็นตัวอย่างคลาสสิก และนับเป็นนวัตกรรมของโรคที่นอกจากมีผลต่อปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งแล้วยังส่งผลต่อสภาพจิตใจรวมถึงปัญหาสุขภาพของคนทั้งประเทศด้วย

 ปัจจัยหนุนนำโรคส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โรคร้อนขึ้น เชื้อโรคมีการปรับตัวข้ามสายพันธุ์ ทำให้เกิดโรคได้บ่อยขึ้น รุนแรงมากขึ้น ทางที่ดีต้องเตรียมการรับมือแต่เนิ่นๆ โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ติดตามสถานการณ์ของไข้หวัดใหญ่ตลอดเวลา ที่สำคัญต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ

 "หากเรารู้จักป้องกันตัวเอง ให้ร่างกายมีความแข็งแรงมากพอ ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น หมั่นล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก สวมหน้ากากอนามัย ปิดปาก ปิดจมูก ขณะมีไข้เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ไปสู่ผู้อื่น 

หรือหยุดพักผ่อนอยู่กับบ้านจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ เท่านี้ก็เป็นการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากนวัตกรรมที่ทำให้เกิดโรคอย่างไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้แล้ว"

 สรุปสั้นๆ คำเดียวว่า  "อย่าประมาท"

Tags : ดิตถพงษ์ บุญอำพล ปิยะเวท ศูนย์สมอง

advertisement

advertisement

advertisement