กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 19 มกราคม 2553 04:00

ยกกระชับอย่างสมดุล

แพทย์หญิงกานต์ชนก พานิช

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คนเราพออายุมากขึ้น ผิวหนังก็จะเกิดการหย่อนคล้อย ไม่กระชับ โดยเฉพาะในคนที่ลดน้ำหนัก เมื่อน้ำหนักลดลงไปแล้ว ผิวหนังก็จะเหี่ยวย่น

 แพทย์หญิงกานต์ชนก พานิช กรรมการผู้จัดการกานต์ชนกคลินิก กล่าวว่า ปัจจุบัน คลินิกความงามต่างๆ ได้นำหลักการกระชับผิวเพื่อไม่ให้หย่อนคล้อย โดยใช้พลังงานความร้อนจาก คลื่น Radio frequency อินฟาเรต หรือคลื่นอัลตร้าโซนิค เพื่อทำให้คอลลาเจนหดตัว

 เมื่อคอลลาเจนหดตัว ผิวจะตึงกระชับขึ้น และทำต่อเนื่องด้วยการให้พลังงานความร้อนเพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 40 องศา ไม่เกิน 45 องศา เมื่อพลังงานความร้อนเข้าไปสู่ผิว ก็จะรู้สึก ร้อน ๆ อุ่น ๆ

 ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เราสามารถดูแลตัวเองได้ดีขึ้นโดยใช้ คลื่นพลังงานที่ทำงานได้ลึกล้ำ  เป็นโปรแกรมที่ชื่อว่า Therma lift (เทอร์ม่าลิฟท์) คือการใช้คลื่น Radio frequency  เป็นโหมด ไพโมล่า โมโนโพล่า ไปรโพล่า ส่งผ่านพลังงานไปได้ลึกๆ ใช้พลังงานความร้อนสามขั้วทำให้พลังงานความร้อนกระจายไปอย่างทั่วถึง อาทิ ในบริเวณใต้ท้องแขนเรา แม้กระทั่งบริเวณหน้าท้อง

 ในบางคนหน้าท้องจะย้วย ๆ คล้อย ๆ พอส่งผ่านพลังงานความร้อนเข้าไปก็จะกระตุ้นทำให้กระชับตึง หากนำความร้อนลงไปเยอะๆ ได้ และทำ MRI ด้วยก็จะสามารถลดไขมันบางส่วนของบริเวณลำไส้ได้ด้วย เพราะบางคนอ้วนจากผนังหน้าท้อง มีไขมันสะสมเกาะลำไส้ และเนื้อลำไส้  ทำให้อ้วนจากข้างและทำให้มีพุง

 ดังนั้น คลื่นดังกล่าวที่ว่านี้จะเข้าลึกสู่ภายในเพราะการส่งผ่านพลังงานจากข้างบนจะลงไปถึงแผ่นกาวที่อยู่ใต้ผิวหนังด้านล่างจึงสามารถสลายไขมันบริเวณตรงนั้นได้
 
 นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Fat Burner และคลื่นอัลตร้าโซนิค  เดี๋ยวนี้เป็นโปรแกรมยอดนิยม  เพราะจริง ๆ แล้วคนเราก็ไม่อยากไปผ่าตัด ดูดไขมัน ซึ่งหลังผ่าตัดแล้วจะมีการระบม ช้ำ เป็นรอยแผล ตั้งแต่ 2 อาทิตย์ – 2 เดือน  และความกลัวที่จะมีผังผืด และเลือดออกตามมา ซึ่งหากเกิดขึ้นก็จะแก้ยาก

 จึงต้องหาวิธี ที่ทำไม่ให้เกิดผังผืด  นั่นก็คือ Fat Burner  อัลตร้าโซนิคเครื่องส่งความถี่ต่ำ เป็นเครื่องหรือ source ที่ส่งพลังงานตื้นๆ ไม่ลึก โดยไม่ไปทำลายเนื้อเยื่ออื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อกระดูก หรือเนื้อเยื่ออื่นๆ จะเร่งตรงที่เป็นตัวไขมัน  ซึ่งสามารถเปทำเฉพาะจุดเลย เพราะบางคนอ้วนเฉพาะจุด เช่น ต้นขา หน้าท้อง ต้นแขน

 การทำ Therma lift (เทอร์ม่าลิฟท์) ไม่เจาะจงเฉพาะคนอ้วน คนผอมที่มีปัญหาเรื่องหย่อนคล้อย ก็สามารถทำได้โดยทำบริเวณหน้าและคอได้ คนที่อายุเริ่ม 40 แล้ว ควรทำ เพราะวัยนี้กล้ามเนื้อเริ่มย้วยแล้ว หากทำไปเรื่อย ๆ ผิวจะตึง กระชับขึ้น

 การทำ Therma lift กับ  Fat  Burner ต้องทำควบคู่กันไป เพราะการทำ fat Burner ใช้หลักการ   อัลตร้าโซนิคเป็นการสลายไขมัน เพราะพอสลายไขมันไปเรื่อย ๆ จากเนื้อที่ป่อง ๆ ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหายไปผิวพรรณก็จะเริ่มย่น ๆ ซึ่ง Therma lift (เทอร์ม่าลิฟท์) เป็นตัวที่ไปกระชับคอลลาเจนให้ผิวหนังตึงเป็นการสลายไขมันพร้อมกับทำให้ตึงกระชับด้วย

 คนที่มีปัญหาเรื่องความอ้วน จึงต้องทำ fat Burner ก่อน หลังจากนั้นก็ทำ Therma lift (เทอร์ม่าลิฟท์) ตาม ซึ่งการทำจะไม่ค่อยเจ็บ แต่อาจจะต้องรอผล สักระยะ ไม่ใจร้อน หากชั้นไขมันหนา ก็ต้องทำหลาย ๆ ครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วแต่ความหนาของชั้นไขมัน 

 การทำจะไม่มีการบาดเจ็บ ไม่ฉีดยา จะเหมาะสำหรับคนที่กลัวและกังวล  การทำจะเป็นเหมือนการนวด ไปทั่วบริเวณใช้เวลาในการทำ  ประมาณ 1 ชั่วโมง / ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีปัญหามากน้อยขนาดไหน เป็นราย ๆ ไป  

 หลังทำจะรู้สึกได้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ จะรู้สึกกระชับตึง ครั้งที่ 2 - 3 ก็จะดีขึ้นไขมันลดลง  และจะค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ จนถึงแปดครั้ง ต่อจากนั้นก็จะเริ่มนิ่งเข้าที่ ซึ่งจะต้องทำเป็นสเต็ปเพื่อให้กระชับขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ครั้งแรกทีทำ จะเห็นผลมากที่สุดเนื่องจากอาการหนักที่สุดแล้ว

 การทำต้องทำเริ่มตั้งแต่ตอน อายุ 40 ไม่ใช่ 60 แล้วมาทำ เพราะจะไม่ได้ผล และควรพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้พอเหมาะ  เพียงเท่านี้สุขภาพผิวที่ดี ตึงกระชับ ก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน                        

 

 

 

 

Tags : กานต์ชนก พานิช ความงาม ลดน้ำหนัก

advertisement

advertisement

advertisement