กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 18 มกราคม 2553 04:00

ปั้นฝันพ่อแม่ สู่เส้นทางดนตรี

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตอนที่พ่อแม่จูงมือลูกเข้าโรงเรียนสอนดนตรี ลองฟังเสียงหัวใจพวกเขาสิ มันตะโกนบอกว่า “พ่อก็อยากเล่นดนตรีเหมือนกันนะ”

 ผู้ใหญ่แทบทุกคนต่างก็มีความฝันด้านดนตรี อยากเล่นบทเพลงที่ประทับใจในอดีต อยากจับคอร์ดกีตาร์ ตีกลอง หรือจรดนิ้วบนคีย์เปียโน ครั้นจะไปร่วมเรียนกับเหล่าเด็กชายเด็กหญิง ก็รู้สึกแหยง กลัวเล่นแพ้เด็ก เขินครู อ่านโน้ตช้า และอีกสารพัดที่มาครอบงำ

 ธีรยุทธ ถนอมศิลป์ ผู้คร่ำหวอดในงานสอนดนตรีกว่า 16 ปีเล่าว่า ทุกครั้งที่ผู้ปกครองมาลูกมาเข้าเรียน เขามักสัมภาษณ์ผู้ปกรองและเด็กก่อนเพื่อดูแรงบันดาลใจ

 หลายครั้งพบว่า ความใฝ่ฝันเป็นนักดนตรีกลับมาจากพ่อแม่เองมากกว่าเด็ก

 “พ่อแม่ผู้ปกครองชอบคิดว่า อายุมากแล้ว โอกาสพัฒนาทักษะด้านดนตรีคงสู้ฝึกปรือตั้งแต่เด็กไม่ได้ บางคนก็คิดว่าป็นเรื่องยาก ซับซ้อนเกินไปที่จะเริ่มในวัยทำงานแล้วอย่างนี้”

 ทัศนคติดังกล่าวไม่ถูกต้องเลยสักนิด

 ครูดนตรีบอกว่า ความจริงแล้วดนตรี คือแรงบันดาลใจของชีวิตทุกคน ใครที่รักดนตรีสามารถเข้าถึงมันได้ ดนตรีไม่ใช่เรื่องของคนที่มีพรสวรรค์ สิ่งที่เรียกว่า Gift มันก็แค่ช่วยให้ไปได้เร็วขึ้นเท่านั้น

 ผู้ดูแลหลักสูตร Your Song ของสถาบัน New Frontier Music Academy การันตีสมมติฐานจากอายุของผู้เรียนผู้ใหญ่ตั้งแต่ 19–63 ปี มีจำนวนรวมเท่ากับกลุ่มเด็กเลยทีเดียว

 แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อพิสูจน์จนกว่าได้ลองฝึกเรียนดนตรีด้วยตัวเอง

 เขาบอกว่า ก่อนอื่นต้องทลายกำแพงความเชื่อผิดๆ และอคติในใจเสียก่อน เพราะการเรียนดนตรีก็เหมือนเรียนหนังสือ ไม่มีใครสายเกินเรียน ทิ้งความอายลงถังขยะ แล้วสวมวิญญาณความเป็นเด็กเข้าไป

 “ข้อดีของเด็กเรียนรู้ไวก็คือ พวกเขาจดจ่อ ไม่มีเรื่องรกสมอง ไม่มีความกังวล ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ อยากรู้ก็ต้องได้รู้ และที่สำคัญ พวกเขาสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”

 เมื่อใจพร้อม กายก็ต้องพร้อม ถ้ายังไม่รู้จะเดินทางไหน เราก็ต้องใช้เนวิเกเตอร์

 ด้วยการเลือกครูที่มีประสบการณ์ และสอนผู้ใหญ่เป็น เพราะทักษะในการสอนผู้ใหญ่กับเด็กต่างกัน

 การสอนเด็กต้องมีความอดทนสูงและมีจิตวิทยาเด็ก รู้จักหลอกล่อ  ในขณะที่สอนผู้ใหญ่ ก็ต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวสูงกว่า ต้องทำให้ผู้เรียนเข้าถึงง่าย สื่อสารกันด้วยความเข้าใจ และที่สำคัญคือ รู้ความต้องการของผู้เรียนและสนองตอบจนพึงพอใจ

 อาจารย์ธีรยุทธ์เผยเคล็ดลับว่า การสอนจำเป็นต้องทำให้ถูกต้อง มีทริกที่ต้องอาศัยการฝึกปรือ มีวิธีการสังเกตและเก็บเกี่ยวทักษะเฉพาะตัว
ทุกอย่างต้องคลี่คลายอย่างช้าๆ ค่อยๆ ทำทีละน้อย ฝึกอ่านโน้ตง่ายๆให้เป็น สู่การหัดเล่นทีละมือ แล้วจับทางลูกศิษย์เพื่อคอยสอดแทรกเทคนิคบางอย่างให้เขาทำได้ไวขึ้น แล้วค่อยเล่นให้ยาวและนานขึ้น เหมือนต่อจิ๊กซอว์

 “ไม่ต้องอิงทฤษฎีมาก พยายามเริ่มต้นจากเพลงที่เขาชอบมากก่อน ตรงนี้ คือจิตวิทยาอย่างหนึ่ง เมื่อชอบจะมีแรงกระตุ้น แล้วพอทำได้ดีก็จะเพิ่มดีกรีความชอบมากขึ้นไปอีก ซึ่งง่ายต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่”

 อาจารย์บอกต่อว่า คนที่ไม่รู้อะไรเลยจะดีกว่ารู้เยอะรู้มาก ยึดตำราจะเหมือนไม้แก่ดัดยาก ฉะนั้นการเรียนดนตรีให้เวิร์ก จะต้องปล่อยใจและเปิดใจ จึงจะเป็นตัวของผู้เล่นเอง

 ผู้สอนมีหน้าที่ให้ไอเดีย แนะแนวทางว่าผู้เรียนทำแบบนั้นแบบนี้ เหมาะสมกับคนนั้นหรือเปล่า บางคนอยากเรียนเปียโน แต่ยังไม่เหมาะ ก็อาจให้เริ่มเล่นจากคีย์บอร์ด หาเพลงที่เหมาะ หาหนังสือมาเพิ่มเติม

 วิธีการปั้นตัวเองให้เป็นศิลปินมือใหม่นั้นง่ายดายเหลือเกิน  เพียงต้องซ้อมบ่อย ทำซ้ำ ทำให้ถูกวิธี จงให้กำลังใจตัวเองมากๆ ตั้งเป้าหมายไว้ เช่นเล่นมือขวาให้ได้ก่อน เชี่ยวชาญแล้วก็มือซ้าย และสองมือตามลำดับ

 เมื่อเล่นได้ตามนั้น ก็ไม่ผิดที่จะรู้สึกว่า เราทำสำเร็จแล้ว 

 ในระหว่างเรียนผ่านมาได้สักระยะ หลายคนจะเริ่มท้อ เพราะคาดหวังสูง ฉะนั้นอย่าจมปลักกับผลงานแย่ๆ ของตัวเองในครั้งแรก และอย่าเร่งสปีด โปรดคิดไว้เสมอว่า เราไม่ได้ไปแข่งขันดนตรีชิงแชมป์นานาชาติ

 บางครั้งอุปสรรคเรื่องการอ่านตัวโน้ตไม่ออก หรือเล่นเพี้ยนย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่แก้ไขได้

 เขายกตัวอย่างลูกศิษย์คนหนึ่ง เป็นผู้พิการทางสายตาว่า เขานำเพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง มาให้ขอให้สอน แน่นอนว่า เขาอ่านโน้ตไม่ได้ แต่เขากลับใช้ความจำ ใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพ คือ หูและมือ จนสามารถเล่นเต็มเพลงได้ในที่สุด

 นอกจากทัศนคติที่ดีต่อการเรียนดนตรี มีครูดี และหมั่นพัฒนาตัวเองแล้ว โอกาสที่พ่อแม่จะก้าวสู่วงการดนตรีคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 แต่ถ้าจะให้วิเศษกว่านั้น ลองทำความปรารถนาครั้งวัยเยาว์ให้เป็นเรื่องความฝันของคนในบ้าน

 หาเวลาว่างเล่นดนตรี ร้องเพลงด้วยกัน คุณลูกศิลปินน้อยที่รู้มาก อาจเลื่อนขั้นตัวเองไปเป็นผู้สอนคุณพ่อคุณแม่ หรือพ่อแม่ที่ค้นพบเทคนิคเฉพาะตัว สามารถแลกเปลี่ยนความรู้กับลูกได้

 จากความบันเทิงของคนเดียวก็จะเป็นความสุขของทุกคนในครอบครัว

Tags : ดนตรี ครอบครัว โรงเรียน

advertisement

advertisement

advertisement