เป็นธรรมดาของคนที่เจ็บป่วย เป็นอะไรก็มีไข้เสียจนชินครับ แต่ถ้าเราเป็นพวกป่วยแล้วไม่มีไข้มาเลยเราจะโหยหาอาการตัวร้อนรุมๆ มีไข้อุ่นๆ ทันที
จะมีหรือคนป่วยไม่มีไข้
ก็ขอบอกว่ามีครับแล้วก็มีอยู่เยอะมากเสียด้วย โดยเฉพาะในคนไข้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำต้อยเรี่ยดินอย่าง เอดส์,เบาหวาน,วัณโรค,เด็กทารก,ผู้อาวุโส,ผู้เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ที่เวลาไม่สบายขึ้นมาจะไม่มีไข้ให้รู้ตัวก็เลยปล่อยให้ป่วยลากยาวไปจากที่เป็นน้อยก็กลายเป็นมากเสีย
ดังที่มักเห็นกันอยู่บ่อยๆ ว่าบางท่านพอป่วยหนักแล้วก็ฟุบเลย ที่ถึงแก่โคม่าเสียชีวิตไปช่วยไม่ทันก็มาก จึงอยากให้เข้าใจเสียงเตือนของร่างกายสักนิดครับว่ามันไม่ได้ต้องการก่อเรื่องให้เราเดือดร้อน แต่ตรงกันข้ามทีเดียวคือต้องการให้ช่วยหยุดดูสักนิดมากกว่า
มีไข้ให้ดีใจเพราะ...
บางคืนเรารู้สึกตัวรุมๆคล้ายจะมีไข้ต่ำแต่พอวัดแล้วปรอทก็ไม่ขึ้น เคยสังเกตไหมครับ ราวกับไข้นั้นมันช่างหลบอยู่ข้างใน ที่จริงนั่นอาจเป็นสัญญาณไม่ดีที่แสดงว่าเชื้อร้ายนั้นแรงจนเข้าคุม “ศูนย์ไข้” ในสมองของเราได้แล้วและมันไปดับสัญญาณกันขโมยของเราเสีย จะได้ไม่ตื่นเต้นรีบรักษาตัว
ดังนั้นครั้งต่อไปที่มีไข้นอกจากจะรีบหาสาเหตุแล้วอยากให้ท่านที่รักยิ้มออกได้เวลาไข้มาด้วยเพราะ
1) ภูมิคุ้มกายยังทำงานดีอยู่ ต่อมสมองยังสร้างไข้ไล่เชื้อได้ 2) ทำให้เรารู้ตัวก่อนได้รีบรักษาทัน 3) ทหารเม็ดเลือดขาวยังทำงานดีไม่มีบกพร่อง 4) พลังกายภายในยังดีอยู่ 5) การเผาผลาญสันดาปดี 6) ฮอร์โมนยังแอ็กทีฟดีอยู่
แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายให้เลิกกินยาเลยนะครับ ถ้าไข้สูงมากปวดหนักกินข้าวไม่ได้ ก็ต้องกินยาช่วยทุเลา ไม่งั้นเดี๋ยวชักตาตั้งขึ้นมาแต่ขอว่าอย่าลืมลดไข้ด้วยวิธีธรรมชาติด้วยนั่นคือ “เช็ดซอกคอแขนขา” ด้วยจะช่วยได้มาก
ตามสัญชาตญานของเราเวลาเป็นไข้ ก็มักหยิบยาแก้ไข้กินง่ายดีแล้วก็ทำงานต่อไป ไม่ได้พัก แล้วก็มาโกรธร่างกายทีหลังว่าทำไมเล่นเอาเสียหนัก ซึ่งที่จริงแล้วไข้นี่แหละครับคือสัญญาณเตือนชั้นดีให้หยุดพักให้ “ภูมิกาย” ได้มีเวลาปะผุเคาะซ่อมตัวถังเราบ้าง
บางทียาที่กินเข้าไปมากนั่นเองครับที่ไปทำปฏิกิริยาให้เกิดไข้ขึ้นทั้งที่โรคภัยก็หายไปแล้ว เพราะอย่าลืมว่ายาเคมีก็เป็นของแปลกปลอมมาจากภายนอกเหมือนกับเชื้อโรคร้ายนั่นเอง
จึงอยากฝากไว้สำหรับท่านที่กินยามากแล้วเป็นไข้ไม่หายว่าไม่แน่ลองหยุดยาดูมันอาจหายได้นะครับ
รวมความว่าของทุกอย่างเป็นทวิลักษณ์ทั้งสิ้น มีโทษแล้วก็ต้องมี “คุณ” อย่างแน่นอนอยู่ที่ว่าเราจะใส่ใจหามันเจอ หรือบางทีซ้ำร้ายไปกินยาเยอะๆกดมันเสียจนราบคาบแล้วก็บอกว่าไม่ปวดไม่ไข้แล้วสบายใจดี ตีท้ายครัวตัวเองแล้วมีความสุข
ยังง้าย ยังไงทุกการกระทำที่ชักศึกเข้าบ้านไม่ดีทั้งนั้นแหละ
Tags : นพ.กฤษดา ศิรามพุช • ไข้ • ภูมิคุ้มกัน
