พ่อคือฮีโร่ในสายตาของบรรดาลูก ๆ วัย 3-10 ขวบ ความผูกพันสนิทสนมระหว่างพ่อลูก จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องทักษะทางสังคม
เชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้มาก่อนแล้ว
“พ่อรู้ทุกอย่าง” เป็นคำพูดของเด็กวัย 6 ขวบ “พ่อรู้เกือบทุกอย่าง” เป็นคำพูดของเด็ก 10 ขวบ “ผมรู้เกือบเท่า ๆ กับพ่อนั่นแหละ” หรือ “หนูรู้เท่าพ่อเลย” นี่คือคำพูดของลูกวัยรุ่น
“รู้ไหมว่าพ่อตัดสินใจได้ยอดเยี่ยม” เป็นคำพูดของลูกวัยกลางคน อายุ 40 ปี แต่เมื่อลูกของพ่อแก่ตัวลง มีอายุสัก 60 ปี คำพูดจะกลายเป็น “ถ้าเรื่องนี้ได้ปรึกษาพ่อก่อนก็คงจะดีกว่านี้”
พ่อคือฮีโร่ในสายตาของบรรดาลูก ๆ วัย 3-10 ขวบ โอกาสทองที่คุณพ่อจะทำตัวเป็นแบบอย่าง และนำทางชีวิตลูก สอนลูกด้วยวิธีที่คงเส้นคงวา เป็นตัวอย่างในเรื่องการมีวินัย เคารพกฎเกณฑ์ ไม่พูดปดและมีความซื่อสัตย์
ในด้านสังคมวิทยา บทบาทพ่อตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 20 เรื่อยไปจนถึงอนาคตข้างหน้า จะเป็นบทบาทที่แยกจากบทบาทแม่อย่างเด็ดขาดไม่ได้ เป็นลักษณะที่เรียกว่า Androgynous คือพ่อเข้ามามีส่วนในการอุ้มชูดูแลและใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นทั้งลูกชายและลูกสาว มีงานวิจัยไม่น้อยที่พบว่า ความผูกพันสนิทสนมระหว่างพ่อลูก จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องทักษะทางสังคม การเรียนรู้โลกภายนอก ความมีวินัยและการมีคุณธรรมจริยธรรม
ทุกวันนี้ บทบาทในบ้านของพ่อควรเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านต่อไปนี้
ท เป็นนักจัดการและอำนวยความสะดวก ช่วยพาลูกไปโรงเรียน จัดเตรียมอาหารการกินไว้ในรถ เนื่องจากปัจจุบันการจราจรมีปัญหามาก สอนหนังสือลูก ซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน ช่วยแม่บ้านดูแลลูก ๆ
ท เป็นนักแก้ปัญหา เป็นผู้แก้ปัญหาต่าง ๆ ของครอบครัว เป็นผู้คลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในบ้าน ตัดสินใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับชุมชนภายนอก ช่วยแนะนำแก้ไขเมื่อลูกมีปัญหากับเพื่อน ๆ ที่เป็นเช่นนี้เพราะคุณแม่ส่วนใหญ่จะใช้การบ่นและต่อว่าเจรจายืดเยื้อมากกว่า ในขณะที่คุณพ่อมักตัดสินและวางตัวเป็นกรรมการ
ท เป็นเพื่อนเล่นแสนวิเศษ พ่อควรเป็นนักจัดกิจกรรมให้ลูก เล่นกับลูก เป็นผู้พาลูกไปรู้จักสังคมภายนอกบ้าน พาลูกไปเที่ยว หาเวลาว่างเพื่อพักผ่อนหย่อนใจร่วมกัน คิดกิจกรรมที่ท้าทายและส่งเสริมทักษะชีวิตให้ลูก เช่น ชวนลูกตั้งแคมป์และนอนในเต็นท์ที่สวนหลังบ้านเพื่อสอนให้ลูกรู้จักปรับตัว ชวนลูกไปปลูกป่าเพื่อสอนให้รักธรรมชาติและรู้จักอดทน ฯลฯ
ท เป็นผู้สอนความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูก เพราะพ่อจะให้อิสระในการเล่นมากกว่าแม่ที่มักมีความวิตกกังวล กลัวลูกจะหกล้ม กลัวจะเกิดอันตรายกับลูก พ่อทนกับความสกปรกเลอะเทอะได้มากกว่า เด็กจะเล่นดิน เล่นทราย เล่นน้ำอย่างไรพ่อก็ไม่ว่า
ของเล่นเหล่านี้จัดเป็นของเล่นปลายเปิด ที่ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้อย่างดี พ่อมีสรีระที่แข็งแรง สามารถแบกลูกขึ้นบ่า ให้ลูกห้อยโหนตัวกับแขน และเล่นผาดโผนกับลูกได้อย่างสนุกสนาน
ท เตรียมเสบียงทางปัญญา ดูโทรทัศน์กับลูก ๆ แล้วชวนลูกแสดงความคิดเห็น แทรกการอบรมสั่งสอนโดยชื่นชมสิ่งดี ๆ ที่เห็นจากทีวี ชี้ถูกชี้ผิด และรับฟังความคิดเห็นของลูกโดยไม่รำคาญ หรือมุ่งตำหนิติเตียน
ได้เคยสัมภาษณ์พันตำรวจเอกศรกฤษณ์ แก้วผลึก รองผู้บังคับการหัวหน้าวิชาการสืบสวน สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ ท่านเป็นพ่อที่มีหน้าที่การงานรัดตัว บางครั้งต้องไปราชการต่างจังหวัดนานถึงสองสามเดือน เมื่อเกิดม็อบก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือฝึกอบรมเตรียมการกองร้อยคุมฝูงชน ทำให้ต้องทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าพอสี่โมงครึ่งก็เลิกงานกลับบ้าน
ท่านบอกเคล็ดลับการเลี้ยงลูกว่า “จะใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือพูดคุยกับลูกทุกวัน มีเรื่องให้คุยเยอะทั้งเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องดูหนังฟังเพลง ข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น... เวลาพ่อไปไหนก็จะบอกลูก เราจะไม่โกหกกัน ลูกไปไหนก็จะบอกพ่อ เราพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ตอนนี้ลูกสาวเรียนมหาวิทยาลัย มีเพื่อนชายมาจีบเขาก็จะเล่าให้พ่อฟัง
การที่จะทำให้ลูกพูดคุยกับเราได้ทุกเรื่อง ต้องทำตัวเป็นเพื่อนเขา คุยกับเขาบ่อย ๆ และทำอย่างต่อเนื่องจึงจะซึมซับอยู่ในใจลูก... เวลาอยู่บ้านถ้าลูกมาถามอะไร จะไม่มีการบอกว่าให้ไปคุยกับแม่ แต่พ่อจะนั่งลงคุยกับลูกเอง
ผมว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ทุกครั้งที่อยู่บ้านเราจะดูทีวีด้วยกัน คอมพิวเตอร์ถึงมีกันคนละเครื่อง แต่อยู่ในห้องเดียวกัน ส่วนในเรื่องการเรียน ช่วงสอบจะเป็นช่วงวิกฤติของลูก ผมจะบอกเขาเสมอว่า ถ้าทำเต็มที่แล้ว ได้เกรดแค่ไหนก็ไม่เป็นไร”
ความใกล้ชิดและการสื่อสารกันสม่ำเสมอจะทำให้ช่องว่างระหว่างพ่อลูกหมดไป จะเห็นว่าคุณพ่อรายนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการไม่พูดปด ซึ่งเป็นการสอนลูกในด้านคุณธรรมจริยธรรมนั่นเอง
สุดท้าย ขอประชาสัมพันธ์งานในวันที่ 3-4 ธันวาคมนี้ กรมสุขภาพจิตจะจัดเสวนาเรื่อง “ถอดรหัสพ่อลูกผูกพัน” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านบทบาทพ่อมาเล่าประสบการณ์และให้แนวทางการเลี้ยงลูกในวัยต่างๆ ประกอบด้วย นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายแพทย์สุกมล วิภาวีพลกุล และ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ
มีการฉายภาพยนตร์และวิเคราะห์หนังในหัวข้อเรื่อง “หนังดี ๆ ที่ว่าด้วยความรักของพ่อ” โดยนายแพทย์สุกมล วิภาวีพลกุล มีการอภิปรายเรื่อง “ย้อนรอย....พ่อผู้สร้างพลังใจ” ซึ่งเป็นพ่อที่ผ่านประสบการณ์วิกฤติในชีวิต แล้วสามารถสร้างพลังใจให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่าง พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ น.อ.สมปอง เกิดแสง และวิทยากรที่น่าสนใจท่านอื่น ๆ อีก
นอกจากนี้ยังมีการฝึกทักษะ Brain Gym ให้พ่อที่รักสุขภาพทั้งหลาย และแจกเอกสารที่บรรดาคุณพ่อ ว่าที่คุณพ่อควรอ่าน ใครสนใจก็เชิญไปเที่ยวงานได้เลยนะคะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
Tags : พ่อลูก • ครอบครัว • ความสัมพันธ์
