กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 04:00

พ่อทันสมัย เป็นได้ทั้งพ่อ เพื่อนและพี่

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

พ่อคือฮีโร่ในสายตาของบรรดาลูก ๆ วัย 3-10 ขวบ ความผูกพันสนิทสนมระหว่างพ่อลูก จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องทักษะทางสังคม

เชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้มาก่อนแล้ว

 “พ่อรู้ทุกอย่าง” เป็นคำพูดของเด็กวัย 6 ขวบ    “พ่อรู้เกือบทุกอย่าง” เป็นคำพูดของเด็ก 10 ขวบ     “ผมรู้เกือบเท่า ๆ กับพ่อนั่นแหละ” หรือ “หนูรู้เท่าพ่อเลย”  นี่คือคำพูดของลูกวัยรุ่น

 “รู้ไหมว่าพ่อตัดสินใจได้ยอดเยี่ยม” เป็นคำพูดของลูกวัยกลางคน  อายุ 40 ปี    แต่เมื่อลูกของพ่อแก่ตัวลง มีอายุสัก 60 ปี คำพูดจะกลายเป็น  “ถ้าเรื่องนี้ได้ปรึกษาพ่อก่อนก็คงจะดีกว่านี้”

 พ่อคือฮีโร่ในสายตาของบรรดาลูก ๆ วัย 3-10 ขวบ  โอกาสทองที่คุณพ่อจะทำตัวเป็นแบบอย่าง และนำทางชีวิตลูก  สอนลูกด้วยวิธีที่คงเส้นคงวา  เป็นตัวอย่างในเรื่องการมีวินัย  เคารพกฎเกณฑ์  ไม่พูดปดและมีความซื่อสัตย์

 ในด้านสังคมวิทยา  บทบาทพ่อตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 20 เรื่อยไปจนถึงอนาคตข้างหน้า  จะเป็นบทบาทที่แยกจากบทบาทแม่อย่างเด็ดขาดไม่ได้  เป็นลักษณะที่เรียกว่า Androgynous คือพ่อเข้ามามีส่วนในการอุ้มชูดูแลและใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นทั้งลูกชายและลูกสาว  มีงานวิจัยไม่น้อยที่พบว่า ความผูกพันสนิทสนมระหว่างพ่อลูก จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องทักษะทางสังคม การเรียนรู้โลกภายนอก ความมีวินัยและการมีคุณธรรมจริยธรรม

 ทุกวันนี้ บทบาทในบ้านของพ่อควรเพิ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะในด้านต่อไปนี้

 ท เป็นนักจัดการและอำนวยความสะดวก  ช่วยพาลูกไปโรงเรียน  จัดเตรียมอาหารการกินไว้ในรถ เนื่องจากปัจจุบันการจราจรมีปัญหามาก สอนหนังสือลูก ซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน  ช่วยแม่บ้านดูแลลูก ๆ 

 ท เป็นนักแก้ปัญหา  เป็นผู้แก้ปัญหาต่าง ๆ ของครอบครัว  เป็นผู้คลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในบ้าน ตัดสินใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับชุมชนภายนอก  ช่วยแนะนำแก้ไขเมื่อลูกมีปัญหากับเพื่อน ๆ  ที่เป็นเช่นนี้เพราะคุณแม่ส่วนใหญ่จะใช้การบ่นและต่อว่าเจรจายืดเยื้อมากกว่า  ในขณะที่คุณพ่อมักตัดสินและวางตัวเป็นกรรมการ

 ท เป็นเพื่อนเล่นแสนวิเศษ   พ่อควรเป็นนักจัดกิจกรรมให้ลูก  เล่นกับลูก เป็นผู้พาลูกไปรู้จักสังคมภายนอกบ้าน  พาลูกไปเที่ยว  หาเวลาว่างเพื่อพักผ่อนหย่อนใจร่วมกัน  คิดกิจกรรมที่ท้าทายและส่งเสริมทักษะชีวิตให้ลูก  เช่น  ชวนลูกตั้งแคมป์และนอนในเต็นท์ที่สวนหลังบ้านเพื่อสอนให้ลูกรู้จักปรับตัว   ชวนลูกไปปลูกป่าเพื่อสอนให้รักธรรมชาติและรู้จักอดทน  ฯลฯ

 ท เป็นผู้สอนความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูก  เพราะพ่อจะให้อิสระในการเล่นมากกว่าแม่ที่มักมีความวิตกกังวล กลัวลูกจะหกล้ม กลัวจะเกิดอันตรายกับลูก  พ่อทนกับความสกปรกเลอะเทอะได้มากกว่า  เด็กจะเล่นดิน เล่นทราย เล่นน้ำอย่างไรพ่อก็ไม่ว่า 

 ของเล่นเหล่านี้จัดเป็นของเล่นปลายเปิด ที่ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้อย่างดี     พ่อมีสรีระที่แข็งแรง  สามารถแบกลูกขึ้นบ่า  ให้ลูกห้อยโหนตัวกับแขน  และเล่นผาดโผนกับลูกได้อย่างสนุกสนาน

 ท เตรียมเสบียงทางปัญญา  ดูโทรทัศน์กับลูก ๆ แล้วชวนลูกแสดงความคิดเห็น แทรกการอบรมสั่งสอนโดยชื่นชมสิ่งดี ๆ ที่เห็นจากทีวี   ชี้ถูกชี้ผิด  และรับฟังความคิดเห็นของลูกโดยไม่รำคาญ  หรือมุ่งตำหนิติเตียน

 ได้เคยสัมภาษณ์พันตำรวจเอกศรกฤษณ์  แก้วผลึก  รองผู้บังคับการหัวหน้าวิชาการสืบสวน  สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ  ท่านเป็นพ่อที่มีหน้าที่การงานรัดตัว   บางครั้งต้องไปราชการต่างจังหวัดนานถึงสองสามเดือน  เมื่อเกิดม็อบก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือฝึกอบรมเตรียมการกองร้อยคุมฝูงชน  ทำให้ต้องทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าพอสี่โมงครึ่งก็เลิกงานกลับบ้าน

 ท่านบอกเคล็ดลับการเลี้ยงลูกว่า  “จะใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือพูดคุยกับลูกทุกวัน  มีเรื่องให้คุยเยอะทั้งเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน  เรื่องดูหนังฟังเพลง ข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น... เวลาพ่อไปไหนก็จะบอกลูก  เราจะไม่โกหกกัน  ลูกไปไหนก็จะบอกพ่อ  เราพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง  ตอนนี้ลูกสาวเรียนมหาวิทยาลัย  มีเพื่อนชายมาจีบเขาก็จะเล่าให้พ่อฟัง

   การที่จะทำให้ลูกพูดคุยกับเราได้ทุกเรื่อง ต้องทำตัวเป็นเพื่อนเขา  คุยกับเขาบ่อย ๆ  และทำอย่างต่อเนื่องจึงจะซึมซับอยู่ในใจลูก... เวลาอยู่บ้านถ้าลูกมาถามอะไร  จะไม่มีการบอกว่าให้ไปคุยกับแม่  แต่พ่อจะนั่งลงคุยกับลูกเอง 

 ผมว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ทุกครั้งที่อยู่บ้านเราจะดูทีวีด้วยกัน  คอมพิวเตอร์ถึงมีกันคนละเครื่อง แต่อยู่ในห้องเดียวกัน ส่วนในเรื่องการเรียน ช่วงสอบจะเป็นช่วงวิกฤติของลูก  ผมจะบอกเขาเสมอว่า  ถ้าทำเต็มที่แล้ว  ได้เกรดแค่ไหนก็ไม่เป็นไร”     

 ความใกล้ชิดและการสื่อสารกันสม่ำเสมอจะทำให้ช่องว่างระหว่างพ่อลูกหมดไป  จะเห็นว่าคุณพ่อรายนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการไม่พูดปด  ซึ่งเป็นการสอนลูกในด้านคุณธรรมจริยธรรมนั่นเอง

 สุดท้าย ขอประชาสัมพันธ์งานในวันที่ 3-4 ธันวาคมนี้  กรมสุขภาพจิตจะจัดเสวนาเรื่อง “ถอดรหัสพ่อลูกผูกพัน” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านบทบาทพ่อมาเล่าประสบการณ์และให้แนวทางการเลี้ยงลูกในวัยต่างๆ  ประกอบด้วย นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์   นายแพทย์สุกมล  วิภาวีพลกุล  และ ดร.อมรวิชช์  นาครทรรพ

   มีการฉายภาพยนตร์และวิเคราะห์หนังในหัวข้อเรื่อง “หนังดี ๆ ที่ว่าด้วยความรักของพ่อ” โดยนายแพทย์สุกมล วิภาวีพลกุล   มีการอภิปรายเรื่อง “ย้อนรอย....พ่อผู้สร้างพลังใจ” ซึ่งเป็นพ่อที่ผ่านประสบการณ์วิกฤติในชีวิต แล้วสามารถสร้างพลังใจให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่าง พล.ต.ต.นพดล  เผือกโสมณ   น.อ.สมปอง  เกิดแสง และวิทยากรที่น่าสนใจท่านอื่น ๆ อีก  

 นอกจากนี้ยังมีการฝึกทักษะ Brain Gym ให้พ่อที่รักสุขภาพทั้งหลาย  และแจกเอกสารที่บรรดาคุณพ่อ  ว่าที่คุณพ่อควรอ่าน  ใครสนใจก็เชิญไปเที่ยวงานได้เลยนะคะ  ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

Tags : พ่อลูก ครอบครัว ความสัมพันธ์

advertisement

advertisement

advertisement