กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2552 04:00

โลกลับๆ กับเด็กในโรงเรียน

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

โลกใบเล็กของลูกมีอะไรอีกมากมายที่เราไม่เคยได้รู้ข้อมูล ลูกอาจจะลืมเล่าให้เราฟังหรืออาจจะไม่อยากให้เรารับรู้ก็เป็นได้ จะสืบอย่างไรดีหนอ

เมื่อโลกของผู้ใหญ่อย่างเราคือโลกของการทำงาน โลกของเด็กในวัยเรียน ก็คือโลกของการเรียนที่โรงเรียน ซึ่งประกอบไปด้วย คุณครู เพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมชั้น รุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนของเพื่อน ไปๆ มาๆ ก็คือโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลของลูกๆ แม้พ่อแม่จะมองว่าเป็นสังคมเล็กๆ ก็ตาม 

 จะเล็กหรือใหญ่อยู่ที่ใจค่ะ และถ้าพ่อแม่มองว่าเล็กคำถามต่อไปก็คือ เราเข้าถึงไหม

 ถ้างั้นลองมาฟังผลสำรวจจากโครงการYoung Hearts Youth Arts and Mediaหรือโครงการ “สื่อวัยใสเพื่อโรงเรียนห่างไกลความรุนแรง” ซึ่งจัดทำโดยองค์การPLAN หนึ่งในองค์กรพัฒนาเอกชนระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสำนักงานอยู่ใน 66 ประเทศ  

 นางไมร่า เอโวร่า ผู้บริหารองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ความรุนแรงที่พบเห็นในกลุ่มเยาวชน นับวันมีแต่ความน่าเป็นห่วง อีกทั้งยังมีการใช้อุปกรณ์สื่อสารไปผลิตสื่อในทางที่ไม่ถูกต้อง โครงการสื่อวัยใสจึงเกิดขึ้นเพื่อดึงพลังเยาวชนจากประเทศต่างๆ มาร่วมกันทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นโรงเรียนที่พวกเขาจะได้ “เรียนรู้โดยปราศจากความรุนแรง” อันเป็นการผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมกันหยุดยั้งการละเมิดสิทธิของเด็กในสามรูปแบบ นั่นคือ   

   1. การลงโทษอย่างรุนแรง ปราศจากเมตตาธรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจ อันหมายรวมถึงการถูกทอดทิ้งไม่ใส่ใจด้วย 2. แก๊งอันธพาลในโรงเรียน และ 3. การล่วงละเมิดทางเพศไม่ว่าจะทางกายและ/หรือวาจา และร่วมเรียนรู้ในการใช้สื่อที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

 เด็กในโรงเรียนของชาวเอเชีย 6 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้แง้มประตูหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาออกมาให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้เรื่องปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนว่ามันมีอยู่จริงและพวกเขาต้องการได้รับความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เบาบางลงหรือหมดไปในที่สุด

 เด็กๆ ในวัยเรียนเหล่านั้นได้รับการฝึกฝนให้ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือสื่อสารความในใจเพื่อให้เป็นกระบอกเสียงแก่ผู้ใหญ่ได้อย่างมีเสียงดังฟังชัดทีเดียว ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่โรงเรียนส่วนใหญ่ของลูกเราๆ ท่านๆ ไม่ได้มีความล่อแหลมในเรื่องเหล่านี้มากเท่าไหร่นัก

 แต่เมื่อนึกย้อนไปว่าเราก็ได้อ่านข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ของประเทศไทยอยู่บ่อยๆ เช่นกันว่ามีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ เป็นระยะ “ม.3จิกหัวบังคับกราบเท้ามีคลิปยัน” หรือ “แม่พาขึ้นโรงพักฟ้องครูตีลูกจนบาดเจ็บ” หรือ “ม.4 ขึงพืดรุมยำเด็กหญิงในห้องเรียนกลางกรุง” ฟังแล้วเศร้า

 แต่ข่าวที่เราได้ยินได้ฟังก็เป็นเพียงชั่วครั้งแล้วก็จางหายไปในกลีบเมฆ เด็กๆ จึงออกมาบอกกล่าวด้วยตัวเองอีกครั้งว่ามันยังมีอยู่เรื่อยๆ เกิดขึ้นซ้ำๆ ยังไม่ได้รับารแก้ไขอย่างจริงจัง 

 เด็กๆ ในโครงการนี้ได้นำเสนอความคิดของพวกเขาดังต่อไปนี้ค่ะ เริ่มจาก เด็กๆ จาก “ประเทศไทย” นำเสนอทางออกด้วยการอบรมระดมความคิดเห็นและรับฟังปัญหาปัจจุบันจากสายตาของเด็กและคุณครู อีกทั้งยังรวมตัวก่อตั้งเป็นชมรมข่าวเยาวชนเพื่อออกไปสำรวจความคิดเห็นของเพื่อนเด็กนักเรียนที่อยู่นอกโครงการ

 สื่อที่นักเรียนไทยเลือกใช้ถ่ายทอดความคิดเรื่องการตระหนักรู้ถึงความรุนแรงในโรงเรียนคือ แผนพับ โปสเตอร์ รายการวิทยุ และหนังสั้นของพวกเขาก็ได้รับการออกอากาศทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศและจัดฉายตามโรงเรียนต่างๆ ด้วย

 เด็กจาก “ประเทศอินเดีย” ค้นคว้าหาข้อมูลจากเด็กในโรงเรียนพบว่า ยังมีการลงโทษทางร่างกาย มีการข่มเหงรังแกกันระหว่างเด็ก มีการลวนลามทางเพศในชุมชนของพวกเขา เด็กๆ จึงเลือกใช้สื่อต่างๆ เช่น เพลง ภาพวาด เป็นต้น เพื่อการถ่ายทอดความคิดในการต่อต้านความรุนแรงโดยการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้โรงเรียนกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยตามสิทธิที่เด็กควรจะได้รับ

 เด็กจาก “ประเทศอินโดนีเซีย” เรียกร้องให้โรงเรียนมีความเคลื่อนไหวเพื่อการกำจัดบรรยากาศอันน่าหวาดหวั่นภายในโรงเรียน โดยพวกเขาเลือกใช้สื่อศิลปะและดนตรีเป็นเครื่องมือสื่อสารความคิดเพื่อให้เกิดการหยุดรังแกกันในโรงเรียนซึ่งในเวลาต่อมาได้มีโรงเรียนเป็นจำนวนมากออกมาประกาศเจตจำนงในการสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรง

 “ประเทศฟิลิปปินส์” เด็กๆ ของเขาใช้ภาพถ่าย ภาพยนตร์สั้น เป็นกระบอกเสียงในการส่งสารไปสู่คนดูจำนวนมากโดยหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในการร่วมมือกันสร้างให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดความรุนแรง

 เด็กจาก “ประเทศบังกลาเทศ” ตะโกนด้วยเสียงอันดังผ่านทางละครเวทีและการรายงานข่าวผ่านเสียงตามสายของรายการวิทยุทั่วประเทศให้ผู้ใหญ่ตระหนักถึงความรุนแรงในการลงโทษทางร่างกายในชั้นเรียน พวกเขาได้รวมตัวกันจัดตั้งชมรมเด็กสื่อสารและให้ความรู้ด้านทักษะการทำข่าวและสร้างความมั่นใจในให้กล้าพูดเรื่องปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน

 “ประเทศเวียดนาม” ซึ่งนำเสนอทางออกด้วยการอบรมคุณครูและพ่อแม่ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง “การฝึกวินัยเชิงบวก” แทนที่การลงโทษด้วยความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ  เด็กเวียดนามยังนำเสนอทางออกในการอบรมเด็กๆ ให้ได้รับความรู้เรื่องสิทธิเด็กว่ามีอยู่จริง

 เด็กสามารถแสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความรุนแรงเหล่านี้ได้เองและสุดท้ายคืออบรมให้เด็กรู้จักการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากความรุนแรง สื่อที่เด็กเวียดนามเลือกใช้เพื่อการถ่ายทอดความคิดในเรื่องนี้คือ การถ่ายภาพ การทำหนัง การละคร

 โครงการนี้ได้ผ่านไปแล้วโดยได้รับความร่วมมือจากหลายองค์กร มีการจัดนิทรรศการในประเทศไทยของเราโดยจัดขึ้นที่เอสคลับ คลับของศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ แต่พ่อแม่พี่น้องมิตรรักนักอ่าน ยังสามารถเข้าไปติดตามชมผลงานความคิดของเด็กวัยเรียนเหล่านี้ได้ใน http://www.youtube.com

Tags : โรงเรียน ครอบครัว เด็ก

advertisement

advertisement

advertisement