กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 27 กันยายน 2552 04:00

ระวัง..โรคหมูไม่กลัวน้ำร้อน..จะกลับมา

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ไม่ได้มีเฉพาะแต่รอบตัวเรา ที่ดูจะมีการปะฉะดะกันอยู่ทุกที่ แต่โรคภัยเก่าแก่ที่เคยเก็บเข้ากรุมานานก็ดูจะกลับมารอนราญพวกเราอีก

 อย่างโรคมาลาเรีย ล่าสุดนี้ก็ว่าแก่กล้าขนาดย้ายบ้านจากวานรมาสู่คน จนทำให้ถึงตายกันไปแล้วในมาเลเซีย  และตอนนี้ก็พบมีโหมโรงในทางใต้กับทางตะวันออกบ้างแล้วด้วย 

 แต่ก่อนที่ผ่านมาสมัยผมเป็นแพทย์ใช้ทุนเมื่อ 10 ปีก่อนที่จังหวัดตราดนั้น ยังพบมาลาเรียชุมอยู่มากเป็นเรื่องปกติ  แต่ต่อมามีการดูแลควบคุมประชากรยุงได้ดีก็ทำให้คนป่วยน้อยลงมาก 

 พอถึง ณ วันนี้น่าแปลกที่ว่าปัญหากลับเกิดจากมีเชื้อสายพันธุ์ใหม่กระจายจากลิงสู่คนทำให้ปนเปกันยุ่งเหยิง  ลิงอาจคุ้นกับเชื้อมากกว่าคนเลยไม่ตาย  แต่มนุษย์อย่างเราท่านที่ห่างจากวานรมาไกลแล้ว กลับกลายเป็นเปราะบางขี้น้อยใจกว่าพาลลาโลกไปเสียก่อน 

 ทั้งที่จริงโรคมาลาเรียนี้มียารักษาให้หายได้สนิทดีไม่ต้องเตรียมเผาผีกันกลางป่าเหมือนแต่ก่อน  ซึ่งเราจะค่อยๆมาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ไข้ป่าธรรมดาอย่างมาลาเรียกลายมาเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนตัวใหม่ได้ครับ

เหตุเกิดจากใช้ยา

 ดังที่เคยเล่าข่าวไปว่าคนไทยเรามีค่าใช้จ่ายเรื่องยานี้สูงกว่าค่าจีดีพีเสียอีกโดยเฉพาะยากลุ่มแก้ปวดและปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ  ตัวหลังนี่แหละครับที่เป็นตัวดีมีโอกาสทำให้เชื้อบ้านๆ กลายพันธุ์ไปได้ราวกับเอ็กซ์เมน แล้วก็เล่นบทหมูไม่กลัวน้ำร้อนกับเราเสียจนงอมพระรามกันไป

 เป็นต้นว่าเชื้อไข้หวัด 2009 นี้ก็ทำท่าจะเป็นเชื้อกะล่อนกลายพันธุ์ไม่กลัวยาราคาแพงหูฉี่เอาเสียแล้ว  อย่าว่าแต่วัคซีนเลยแค่ยากินนี้ก็ร่ำๆว่าจะดื้อกันได้โดยง่ายอยู่แล้ว  หรืออย่างมาลาเรียนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากเพราะดื้อต่อยาที่องค์การอนามัยโลกเคยให้กินป้องกันมานานแล้ว 

 จนแม้เดี๋ยวนี้ท่านก็ยังบอกว่ากินยาป้องกันนั้นช่วยไม่ได้มากเท่าใส่เสื้อผ้าและหามุ้งมาครอบตัวเสีย  ดังนั้น เห็นได้ว่าการใช้ยาก็ไม่ใช่ทางแก้ที่ดีชั้นหนึ่ง  ซึ่งบางทีถ้าเราใช้วิธีตรงกันข้ามคือมองข้ามยาไปให้เสียมากๆ ก่อน แล้วกลับมาไขก๊อกลาออกจากการพึ่งพาภายนอกมาใช้ “ภูมิ” ในกายของเราให้มันสร้าง “ธาตุต้านโรค” ขึ้นมาได้ก็น่าจะดีกว่า  เป็นต้นว่า

1) ใช้วิธีป้องกันแทน ใส่เสื้อผ้ากันยุงได้ ให้อบอุ่นพอและอย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยใส่   2) อย่ากินยาฆ่าเชื้อแบบ “กันไว้ก่อน” เพราะจะทำให้เชื้อง่ายๆกลายเป็นขั้นเทพได้  3) อย่ายกย่องเชื้อจนเกินไปว่า ยังไงมันย่อมชนะเราแน่เพราะหลายทีที่เชื้อแพ้คนให้เห็นมาแล้ว


4) ใช้พิษต้านพิษ  สร้างตัวเราให้ไม่น่าอยู่สำหรับเชื้อโดยการออกกำลังให้เครื่องร้อนและนอนเร็ว   5) เล่นบทแข็งบ้างอย่าตั้งป้อมรับอย่างเดียว โดยการอย่าทำตัวอ่อนแอให้เป็นที่พิสมัยของเชื้อ

 จะเห็นว่ายาที่ดูน่าเชื่อถือจากสถานพยาบาลหรูๆนั้นเองคือผู้ก่อการร้ายรายหนึ่งที่สำคัญบ่อนทำลายเราทุกคนอยู่อย่างเงียบๆ  ฟังดูเหมือนไกลตัวว่าทำให้เกิดโรคแปลกขึ้นแต่ที่จริงแล้วนั้นมันอาจบ่อนทำลายอยู่ภายในกายท่านมานานแล้วก็ได้  แต่แฝงมาในรูปอาการป่วยไข้ไม่หายง่ายหรือพอป่วยทีหนึ่งก็เป็นเอาจนงอมเลยทีเดียว

เล่นบท “ไม่กลัวหมู” บ้าง

 ถ้าคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด  ยิ่งคนกลัวตายมากก็ยิ่งเจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย  ถ้าลองพิเคราะห์ดูให้ดีจะรู้ว่าปฐมเหตุจริงนั้นมาจากความกลัวเบื้องลึกในใจ  ครั้นกลัวมากเข้าก็ต้องหาที่ยึด  โดยที่ยึดสำหรับคนที่ยังคุมใจตนไม่ได้ก็ย่อมต้องเป็นของภายนอกที่จับต้องได้นั่นก็คือ “ยา” ทั้งหลายนั่นเอง 

ซึ่งยาฆ่าเชื้อเหล่านี้นั้นกินไปนานเข้าสักวันหนึ่งมันก็จะถึงทางตันเจอ “ตอ” ก็คือเชื้อโรคตัวแม่ที่แก้อย่างไรก็ไม่ได้ทำให้ยาที่ใช้เหมือนยิ่งไปเร่งให้มันกลายพันธุ์ไป

 แต่เมื่อใดที่ยังมีผู้ผลิตยาก็เป็นธรรมดาโลกที่จะต้องอยากให้ยาขายได้  ปัญหาการใช้ยาเกินจำเป็นจึงแก้ไม่ได้เสียทีไม่ใช่เพราะว่าหมูมีเส้นเป็นแบ๊คดีทำให้หนียาได้เร็วราวลัดนิ้วมือ

 สงสัยเกิดเป็นคนยุคนี้เห็นทีต้องเล่นบท “ไม่กลัวหมู” บ้างเสียแล้ว

*** นพ.กฤษดา  ศิรามพุช, พบ.(จุฬาฯ)  ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
drkrisda@gmail.com

Tags : นพ.กฤษดา ศิรามพุช มาลาเรีย ยา

advertisement

advertisement

advertisement