กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 24 มิถุนายน 2552 04:00

อาศรมกลางป่า

หากมนุษย์เราบำเพ็ญตนเป็นคนมีทรัพย์ภายใน ถึงแม้ยากไร้ หัวใจเราก็ยังเริงร่าเบิกบานได้ไม่ว่าฤดูกาลไหนเพราะทรัพย์สินภายนอกเป็นกองโกฎินั้นใช่สุข

บันทึกจากภูเขาที่ไม่มีไฟฟ้าในชื่อว่า "เสกศิลป์แผ่นดินใจ" ของเสกศิลป์ วิชญางกูร นามปากกาของ นิคม บุตรสาร หรือ พระมหาอมรวิชญ์ ชาครเมธี ผู้เดินทางทวนกระแสโลกมาในเวลาไล่เลียงกับพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี โดยท่านบรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 11 ปี 

ท่านเล่าถึงชีวิตการเป็นนักบวชตั้งแต่อายุยังน้อยว่า เหมือนถูกฝังชิพไว้ว่าจะต้องบวช เพราะก่อนที่คุณแม่ของท่านเสียชีวิต ตอนนั้นท่านอยู่ ป.4 คุณแม่ของท่านพูดไว้หลายครั้งว่าอยากให้บวช พอขึ้น ป.5 ท่านก็ไปอยู่วัดแล้ว   

พระมหาอมรวิชญ์ เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งอาศรมอิสรชน (The Enlightened One Hermitage) ร่วมกับท่าน ว.วชิรเมธี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอำเภอเมืองเชียงรายเท่าไรนัก ท่านเล่าให้ฟังถึงสถานที่บนภูเขาที่แวดล้อมไปด้วยต้นลำไย ไร่ชา และป่าต้นน้ำที่เหมาะต่อการปลีกวิเวกภาวนาเป็นอย่างยิ่ง     ว่า ที่นี่ไฟไม่มี ถ้าใครอยากจะมาก็มาได้ มาอยู่กับธรรมชาติ รดน้ำต้นไม้ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย และสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็นพร้อมกันที่ศาลานี้ หรือจะไปสวดมนต์ที่โบสถ์ธรรมชาติข้างบนก็ได้  

โบสถ์ธรรมชาติที่ท่านกล่าวถึงมีผนังและหลังคาเป็นอากาศ คล้ายที่สวนโมกขพลาราม ท่านเล่าถึงที่มาของอาศรมแห่งนี้ว่า เดิมทีบริเวณตรงนี้ 80 ไร่ เป็นสวนของพี่สาว พอดีพี่สาวเสียชีวิตก็ยกให้ดูแล 

"เราเป็นพระจะดูแลอย่างไรได้ นอกจากทำเป็นวัด ถ้าสร้างเป็นวัดก็ติดกรอบอีก เลยตั้งเป็นกลางๆ ครึ่งสวนครึ่งวัด "

นั่นจึงเป็นจุดกำเนิดของอาศรมอิสรชน ที่ฆราวาสอย่างเราๆ ท่านๆ ก็อยากจะมีอาศรมอย่างนี้บ้างเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุด และอย่างมากที่สุดด้วย ก็จะได้เป็นสถานที่พักผ่อนอย่างมีสติ และเป็นอิสระ...อิสระจากอะไรล่ะ  

ท่านบอกว่า เป็นอิสระ คือ เป็นไทจากกิเลส เป็นไทจากโลภะ โทสะ โมหะ เป็นไทจากลัทธิ นิกาย พิธีกรรม 

"เราตั้งมา 6 ปีแล้วไม่มีพิธีกรรม เน้นเนื้อหา คนที่มาก็ต้องเข้าใจด้วย อาตมาเช้ามาก็ทำวัตรสวดมนต์ เดินจงกรม ฝึกสติ รดน้ำต้นไม้ ใครไปใครมาก็มาอยู่ได้ เป็นกึ่งๆ รีสอร์ท เป็นรีสอร์ททางจิตวิญญาณ เป็นห้องเรียนทางธรรมชาติ เราไม่มีสิ่งปลูกสร้างมากมาย นอกจากกุฏิ ศาลา และห้องปล่อยวาง"

ห้องปล่อยวางคือห้องน้ำกลางป่าเขาค่ะ ฉันและเพื่อนๆ ไปเดินเล่น นั่งสมาธิกันมาแล้ว บรรยากาศดีมาก มีเพดานเป็นท้องฟ้า และพื้นเป็นหิน แทงก์น้ำเป็นตุ่มมีก๊อกน้ำเปิดปิดได้สำหรับล้างมือ ส่วนอ่างล้างมือไม่มี เวลาล้างมือแล้วก็ปล่อยน้ำที่ล้างรดลงหินกลมๆ ด้านล่างให้น้ำซึมลงดินไปเลย 

ส่วนด้านบนของอาศรมบนเป็นสวนป่า เยื้องกับโบสถ์ธรรมชาติ พระมหาอมรวิชญ์เล่าว่า อยู่ที่นี่ก็ดูแลป่าไม้ไปด้วย
 บริเวณตรงนี้เป็นป่าเหียง ต้นเหียงเป็นไม้ป่ายืนต้นเช่นเดียวกับต้นสักที่หายากขึ้นทุกที เพราะป่าไม้ถูกทำลายมาก การมีพระป่ามาอยู่ก็เป็นการช่วยปกป้องป่าไปในตัว จะว่าไปแล้วเมืองไทยถ้าไม่มีพระป่าดูแลปกป้องป่า ป่านนี้ ป่าไม่เหลือแล้วจริงๆ  

นอกจากดูแลป่าแล้ว ป่ายังเป็นครูสอนการเขียนหนังสือด้วย 

ท่านย้อนรำลึกไปในวันแรกที่มาอยู่ที่นี่ก็เริ่มเขียนหนังสือ เขียนไดอารี่แล้ว

" เวลากลางคืนก็จุดตะเกียงเขียนว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง เขียนโดยไม่บอกว่าตัวเราเป็นพระ จึงใช้สรรพนามแทนว่าผม" 

แต่ ผม ในที่นี้ก็ได้ทำให้ผู้อ่านหลายๆ คน รวมทั้งฉันด้วย แปลกใจว่าเป็นใคร และในที่สุด เมื่อเราได้ไปเยี่ยมเยือนอาศรมจริงๆ ก็รู้ว่าผู้เขียน "เสกศิลป์แผ่นดินใจ" เล่มนี้ ไม่เพียงแต่เป็นพระเท่านั้น หากยังทำให้เราพบว่า ชีวิตการเป็นพระนั้นมีความสุข และมีอิสระ (จากความคิดปรุงแต่ง) มากที่สุดในโลก

Tags : อาศรม ความสุขทางใจ

Adsense

advertisement

advertisement