ลอร่า จะทำอย่างไรเมื่อลูกสาววัย 7 ขวบ "โมณีก้า" เรียกร้องให้พ่อแม่ทำโรแมนติกเพื่อลูกเพิ่มขึ้น แค่กอดกันจุ๊บจุ๊บกัน ไม่เพียงพอซะแล้ว
วันหนึ่ง พ่อกับแม่พาลูกสาววัย 6 ขวบและลูกชายวัย 9 เดือนออกไปทานอาหารนอกบ้าน หน้าห้องน้ำในร้านอาหารมีรูปสวยใส่กรอบไว้ ลูกสาว 6 ขวบชวนแม่มาดูรูปแล้วบอกว่ารูปนี้เขาโรแมนติกกันมากเลยค่ะแม่
คุณแม่สงสัยจึงถามว่าเขาโรแมนติกกันยังไง ลูกสาวตอบว่าก็เขากอดกันอยู่สองคนไงโรแมนติกมากเลย ลูกสาวตอบพร้อมทำท่านัยน์ตาชวนฝันพริ้ม เล่นเอาคุณแม่อดขำไม่ได้ก็เลยชวนคุยต่อไปอีกว่า คุณพ่อคุณแม่ก็โรแมนติกกันกอดกันนะ
ลูกสาวรีบสวนคำพูดกลับมาอย่างรวดเร็วว่า “แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องแมนติกกันมากกว่านี้ค่ะ”
คำพูดที่ฟังแล้วสะดุ้งโหยงเช่นนี้ออกมาจากปากลูกสาววัย 6 ขวบของเรา ชวนให้คิดว่าชีวิตแต่งงาน 7 ปีคันของเราถึงแก่เวลาต้องเกาซะแล้ว
แต่เอ....นักบำบัดชีวิตคู่เขาก็แนะนำให้แสดงความรักต่อกันให้มากๆ ซึ่งเราก็พยายามทำตาม แล้วเราได้พยายามจูจุ๊บกันให้ลูกเห็นแล้ว แต่ทำไมลูกสาวของเรายังบอกแบบนี้หล่ะ สงสัยจัง ถามลูกสาวคนเก่งของเราน่าจะได้คำตอบดีที่สุด “พ่อแม่ต้องโรแมนติกมากกว่านี้ยังไงบ้างคะ?” คำตอบที่ได้รับคือ “พ่อกับแม่ต้องกอดกันสองคน ออกไปกินข้าวกันสองคนแบบไม่มีลูกบ้างคะ” อึ้งค่ะอึ้ง คุณแม่อึ้งไปเลย
ที่ผ่านมาเราสองคนสามีภรรยาสวมบทบาทของการเป็นพ่อแม่อย่างเต็มตัวมานาน 7 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกยังเล็กนั้นเราก็ได้แปลงร่างกลายเป็น “ผู้ช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน” ด้วยบทบาทหน้าที่อันหนักหน่วงนี้ทำให้ความเหนื่อยล้าทางกายและใจมาบดบังช่วงเวลา “โรแมนติก” ของคู่รักคู่นี้ไปอย่างง่ายดาย
ดังที่นักจิตวิทยา พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูลได้เคยอธิบายให้เข้าใจไว้เมื่อครั้งได้สัมภาษณ์ท่านด้วยตัวเองว่าชีวิตคู่ก็มีวงจรเช่นกัน เริ่มจากการเป็นคู่รัก เป็นคู่แต่งงานที่ยังไม่มีลูก จากนั้นก็กลายเป็นคู่แต่งงานที่มีลูกเล็ก คู่แต่งงานที่มีลูกโต ตามมาด้วยการที่ลูกแยกจากไปมีครอบครัวของตัวเอง และต่อด้วยชีวิตคู่เมื่อเกษียณ จนสุดท้ายก็คือช่วงของการแก่ชราและตายจากกันไป
ซึ่งในแต่ละช่วงวงจรก็ต้องอาศัยความเข้าใจและการปฏิบัติตัวที่แตกต่างกันไป ถ้าเราเข้าใจวงจรนี้ มองให้เห็นภาพเราก็จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
นักจิตวิทยาอีกท่านหนึ่งคือ ศาสตราจารย์ พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในชีวิตคู่ไว้ว่า คุณสองคนได้สนุกกันบ้างหรือเปล่า?
อืม....กูรูทั้ง 2 ท่านบอกมาไว้เช่นนี้และกูรูตัวจ้อยที่เป็นนักสังเกตการณ์ภายในบ้านก็ชี้ชัดฟันธง เห็นทีต้องเอาจริงซะแล้วสิ ที่ผ่านมานั้นเราก็ออกไปดินเนอร์กันสองคนบ่อยๆ แต่ไม่เคยบอกให้ลูกรู้ สงสัยต้องช่วยทำให้ลูกสัมผัสได้มากขึ้น
19 พฤษภาคม ดีเดย์วันครบรอบแต่งงานของเรา จึงเป็นวันที่เราตัดสินใจ “โรแมนติกเพื่อลูก”
โดยการจัดทริปไปชายทะเลด้วยกันทั้งครอบครัว ใช้เวลากับลูกทั้งสองอย่างเต็มที่ และ “ขอแยกวง” เพื่อทำการโรแมนติกตามคำขอของคุณลูกสาวในช่วงเวลาอาหารเย็น
แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่าแล้วใครจะดูแลเด็กๆ? คำตอบก็คือ เลือกโรงแรมที่มีบริการจ้างพี่เลี้ยงเด็กชั่วคราวนั่นเอง ติดต่อไว้ล่วงหน้าได้เลยทั้งพี่เลี้ยงเด็ก แพ็คเกจพิเศษเพื่อการฮันนีมูนรอบสองก็มีให้เลือก บางแห่งอาจแถมบริการสปาเพื่อคู่รัก บางแห่งบริการตกแต่งสถานที่ดินเนอร์ให้เป็นพิเศษ บางแห่งแถมดอกไม้และช็อกโกแลตให้ บางแห่งอาจใจดีอัพเกรดห้องพักให้เสียด้วยสิ
และแล้วเวลาแห่งความฝันก็มาถึง พ่อแม่โบกมือบ๊ายบายลูกทั้งสองออกจากห้องไปที่โต๊ะดินเนอร์ริมทะเล บรรยากาศของ anantara ที่หัวหินอันสวยงามได้รับการตกแต่งไว้อย่างตั้งใจ อาหารแต่ละจานนำมาเสิร์ฟให้อย่างบรรจง อาหารรสชาติละเมียดลิ้นและเครื่องดื่มรสอร่อยทำให้เรามีช่วงเวลาดีร่วมกันอีกครั้ง
จนต้องออกปากเอ่ยบ่นกันสองคนว่า “ที่รัก เจ็ดปีที่ผ่านมา เรามัวแต่ทำอะไรอยู่หนอ?” ขอบคุณโมณีก้าที่ช่วยแนะสอนให้พ่อแม่รู้ว่า พ่อกับแม่ก็ต้อง “โรแมนติก”อย่างเปิดเผยให้ลูกเห็นด้วยเช่นกัน แล้ววันนี้คุณโรแมนติกเพื่อลูกหรือยังคะ?
Tags : โรแมนติก • ลอร่า ศศิธร • ครอบครัว
