กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 25 พฤษภาคม 2552 01:00

แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องวิธีดูแลคนชรา

ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุ

นับวันจะมีผู้สูงอายุมาให้ผมตรวจรักษามากขึ้นทุกวัน หลายคนสมองเสื่อม หลายคนไม่ปลงกับชีวิต อยากมีอยากได้อยากแข็งแรงอยากเป็นอมตะ

ลองอยากเสียแล้วความทุกข์ก็มาเยือนแน่นอน เฉพาะกลุ่มแรก คือ สมองเสื่อมในวัยชรานั้น พบว่าผู้ที่เป็นญาติออกอาการสติแตกแทบทุกบ้าน

การดูแลผู้สูงอายุของบ้านเรามักยกให้ลูกสาวที่ไม่แต่งงานดู พี่น้องไม่ค่อยช่วยเหลือกันสักเท่าไร ทั้งที่การดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เพราะสมองเสื่อมหรือเพราะอะไรก็ตามทีนั้นเป็นภาระที่เหนื่อยยากแสนสาหัส ลำพังการอาบน้ำให้ท่านก็เหนื่อยแล้ว ถ้าท่านปัสสาวะอุจจาระทั่วบ้าน พร้อมทั้งนำอุจจาระมาละเลงทั่วร่างส่งกลิ่นคละคลุ้งอบอวลก็จะเป็นอย่างที่บางคนพูดไว้ว่า "ความกตัญญูอย่างเดียวไม่พอ" นั่นคือ ต้องจัดระบบดูแลรองรับด้วย

แม่ยายของผมป่วยด้วยอาการแขนขาอ่อนแรงเข้าโรงพยาบาลในคราวหนึ่ง นอนโรงพยาบาลเจ็ดวันก็หายดีเป็นปกติ คุณหมอให้กลับบ้านได้

ลูกสาวคนเล็กอาสาพาแม่ไปอยู่ที่บ้าน แม่ไปอยู่ที่บ้านของลูกสาวก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะเป็นผู้ป่วยพักฟื้น ผู้ป่วยพักฟื้นมักมีสิทธิพิเศษไม่ต้องทำอะไร เราเรียกว่าผู้ป่วยมี sick role คือ role ที่ไม่ต้องทำอะไร ให้พักแล้วฟื้น
 แต่ผู้ป่วยบางคนพักแล้วมักไม่ฟื้น คุณแม่เป็นแบบนั้น

ปรากฏว่าคุณแม่ไม่ทำอะไร วันๆ เอาแต่นั่งดูทีวีและนั่งถามลูกสาวกับลูกเขยว่าทำอะไร คอยถามหลานสองคนว่าทำอะไร บางวันลูกสาวคนโตก็อาสาพาคุณแม่ไปอยู่ด้วย คุณแม่ก็ยังคงนั่งดูทีวีไม่ทำอะไรเพราะไม่มีอะไรจะทำ แล้วคอยถามลูกสาวและลูกเขยอีกคนหนึ่งว่าทำอะไร และคอยถามหลานอีกสองคนว่าทำอะไร

เวลาผ่านไปสองสัปดาห์ท่านก็เริ่มคุมปัสสาวะตัวเองไม่ได้ ผ่านไปอีกเจ็ดวันเริ่มคุมอุจจาระไม่ได้ ชีวิตประจำวันของท่านยังคงนั่งดูทีวีและถามลูกหลานว่ากำลังทำอะไร

เวลาผ่านไปอีกสัปดาห์ ผมก็เริ่มสังเกตว่าพวกหลานๆ เริ่มไม่กลับบ้าน พวกลูกเขยเริ่มเดินรอบบ้านมากขึ้น ตรวจตราต้นไม้ใบหญ้าหารังมดปลวกรอบบ้าน ปล่อยคุณแม่นั่งดูทีวีไปคนเดียวเงียบๆ  ลูกสาวคนเล็กยังคงขยันขันแข็งดูแลปรนนิบัติคุณแม่อย่างดีที่สุดนั่นคือไม่ให้ทำอะไร ส่วนลูกสาวคนโตก็ยังคงรับคุณแม่ไปอยู่ด้วยบ้าง เพราะสังเกตเห็นว่าลูกสาวคนเล็กนั้นเหนื่อยสาหัสแล้ว แต่ปากแข็งเพราะคำคำเดียว นั่นคือ "กตัญญู" ทั้งที่ชีวิตสมรสของตนเองและหลานๆ กำลังส่อแววแตกกระจาย

กลิ่นปัสสาวะเริ่มอบอวลบ้านสองหลัง

คุณแม่ยังมีลูกชายอีกสามคน ลูกชายและลูกสะใภ้สามคู่มาเยี่ยมคุณแม่บ้าง แต่ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน

วันหนึ่ง ผมเรียกประชุม

ผมเล่าเรื่องคนชราสมองเสื่อมให้ฟังและให้ความมั่นใจว่า ถ้าเราไม่ให้คุณแม่ทำงานหรือใช้ชีวิตแบบคนปกติ ท่านจะเสื่อมลงเรื่อยๆ และกู่ไม่กลับ วันที่ผมเปิดประชุมนั้นผมไม่เปิดโอกาสให้อภิปราย  เพราะรู้ว่าการอภิปรายจะนำไปสู่เรื่องความกตัญญู

ลูกสาวทั้งสองคนเสนอตัวว่า "ไม่เป็นไร" และ "ชั้นดูได้" แต่ความจริง ก็คือ "ไม่เธอก็ลูกของเธอต้องเป็นไรแน่ๆ  ผัวของเธอก็เหมือนกัน"

จากนั้นผมจึงแบ่งเวร เป็นโชคดีของบ้านนี้ที่มีลูกห้าคน แผนคือเราจะเอาคุณแม่กลับไปอยู่บ้านของตัวเองเหมือนเมื่อครั้งก่อนเข้าโรงพยาบาล จุดประสงค์เพื่อให้ท่านมีงานทำ นั่นคือ ทำความสะอาดบ้านตัวเอง ทำความสะอาดตู้เย็น ดูแลความเรียบร้อยทั่วไปเช่นที่เคยทำ ให้สมองทำงาน ไม่ใช่ให้นั่งดูทีวีทั้งวันอีก จากนั้นลูกทั้งห้าคนต้องมานอนเฝ้าคุณแม่คืนละ 1 คน แบ่งกันไปจันทร์ถึงศุกร์

เวลากลางวัน ทุกคนไปทำงาน ตกลงให้จ้างแม่บ้าน 1 คนมาช่วยดูแลคุณแม่ตอนกลางวัน แต่ผมมีจุดประสงค์ซ่อนเร้น คือ จ้างมาไว้ให้คุณแม่ยืนเท้าสะเอว (ฝึกสมอง) สั่งใช้งานแบบในหนัง ให้แม่บ้านกลับได้ตอนสี่โมงเย็น เพราะแม่บ้านเป็นชาวนาต้องกลับไปเอาฝูงวัวกลับเข้าคอก ลูกคนที่อยู่เวรคืนนั้นต้องมาเข้าเวรก่อนหกโมงเย็น เสาร์อาทิตย์เป็นอีกเวรหนึ่งให้เรียงกันเข้าเวรไปทีละสัปดาห์จนครบทุกคน วันไหนใครไม่ว่างให้แลกเวรได้ ถ้าแลกไม่ได้ให้หลานที่โตแล้วมาเฝ้าคุณย่า

เวลาผ่านไปเพียงเดือนเดียว หลังจากพวกเราใช้วิธีแบ่งงานและช่วยเหลือกันอย่างเป็นระบบ   คุณแม่ก็กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม คุมปัสสาวะอุจจาระได้เหมือนเดิม ลูกเขยเลิกเดินรอบบ้านกลับมานอนดูทีวีเหมือนเดิม หลานๆ กลับมาบ้านตรงเวลาเหมือนเดิม

พี่น้องพบปะกันสม่ำเสมอเพื่อแลกเปลี่ยน และนินทาคุณแม่เพื่อพัฒนาความรู้ในการดูแลคนชราตามที่เป็นจริง ทั้งหมดนี้ บ้านไหนก็ทำได้ เพียงแต่ขอให้วางคำว่า "กตัญญู" ไว้ก่อน แล้วลงมือจัดการระบบ

 

Tags : ผู้สูงอายุ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement