นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปเที่ยวเกาะสมุยเพื่อพักผ่อน แต่คนกลุ่มน้อยเดินทางไปเยือนสถานที่แห่งหนึ่งบนเกาะเพื่อ"พักใจ" และเข้าถึงแก่นแท้ของชีวิต
ทีปภาวันธรรมสถาน เกาะสมุย หลบซ่อนตัวเองอย่างสงบเงียบภายใต้ร่มไม้ และร่มเงาแห่งธรรมท่ามกลางบ้านพักตากอากาศ ผับ บาร์ บาบานาโบ้ท และบิกินนี
ทีปภาวันธรรมสถานสร้างขึ้นมาจากการดำริของพระภาวนาโพธิคุณ หรืออาจารย์โพธิ์ เจ้าอาวาสสวนโมกขพลาราม ผู้ที่ต้องการจะนำความสงบเย็นคืนกลับมาสู่สมุย รวมไปถึงชาวไทย และชาวโลก โดยจัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ดำเนินตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และแนวทางของหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ
ทุกๆ ครั้งที่มีการอบรม ท่านโพธิ์ จะมาเป็นผู้สอนบรรยายธรรม และร่วมภาวนาเอง แน่นอนว่าในการเข้าอบรมปฏิบัติธรรม ผู้อบรมจะได้เรียนรู้ธรรมะอันเป็นหัวใจของพุทธศาสนา ทั้งเรื่องทุกข์ และการดับทุกข์ อริยสัจจ์สี่ ปฏิจจสมุปบาท และการปฏิบัติ อานาปานสติภาวนา
หากเราจะมองให้เห็นองค์รวมแห่งการภาวนา เราจะเข้าใจได้ว่า ทำไมการปฏิบัติธรรมในทางพุทธศาสนาถึงได้พูดถึงเรื่อง กาย ศีล จิต และปัญญา เพราะกายกับศีลนั้นถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นร่วมกัน คือ เมื่อเรามีศีลก็ควบคุมกายได้ หรือเมื่อคุมกายได้ก็รักษาศีลได้
การที่จะฝึกจิตให้รู้จักสมถะ ภาวนา จะช่วยให้เราถอยห่างออกมาเรื่อยๆ จากความฟุ้งซ่าน ความเครียด ความทุกข์ ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการมีสติตระหนักรู้ได้ เมื่อนั้นปัญญาก็เกิด เมื่อปัญญาเกิด มันก็ง่ายที่มนุษย์เราจะเห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริงได้ ดังนั้น สิ่งที่เราเคยคิดว่ามันเป็นปัญหา หรือเป็นทุกข์ มันก็ไม่ทุกข์อย่างที่เราตีความ หรือที่เราคิด
ทีปภาวันธรรมสถานมีโปรแกรมการปฏิบัติภาวนาสำหรับชาวบ้านเกาะสมุย เพื่อให้ไม่หลงติดกับโภคทรัพย์จากธุรกิจ และการหาทรัพย์ โปรแกรมดังกล่าวเรียกว่า “การภาวนาเพื่อหาอริยทรัพย์” จัดทุกวันเสาร์ต้นเดือน
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมภาวนาเพื่อหนทางแห่งการเห็นทุกข์ และมองทุกข์อย่างเข้าใจ ตระหนักรู้ในสภาวะแห่งทุกข์ที่เกิดขึ้น บางครั้งเรื่องแบบนี้ในการอธิบายด้วยภาษาก็อาจจะยากต่อการเข้าใจ แต่จะง่ายกว่าเมื่อเราได้ทดลองปฏิบัติ
ธรรมะและหนทางดับทุกข์ของพระพุทธเจ้าไม่อาจเข้าใจได้ด้วยการท่องจำพระสูตร หรือจำพระไตรปิฎกได้ทั้งเล่ม แต่จะเห็นธรรมได้ทั้งหมด เห็นทุกสิ่งที่พระองค์ตรัสสอนได้ทั้งหมดด้วยการทดลองปฏิบัติเท่านั้น โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรม ภาวนา นั่งสมาธิ
ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้ลองถอยหลังออกมาจากจุดที่เรายืนอยู่ หรือเล่นบทบาทอยู่ กลับมาอยู่กับตัวเอง เพียงแค่ได้หายใจ เห็นถึงลมหายใจที่เข้าออก แค่นี้ก็ช่วยเราได้มากในการดึงเราออกจากความคิด หรือจิตคิด ที่คอยปรุงแต่งสร้างเรื่อง สร้างภาพให้ทุกอย่างเตลิดเปิดเปิงไปอย่างไม่รู้เท่าทัน
เมื่อใดมีสติ ทันจิตคิดของเรา เมื่อนั้นเราจะไม่ไปไหน ไม่วิ่งไปหาอนาคตที่ยังไม่เกิด ไม่ย้อนกลับไปคิดถึงอดีตที่ล่วงผ่าน เมื่อเราอยู่ ณ พื้นที่แห่งปัจจุบัน พื้นที่แห่งสภาวะการตระหนักรู้ดูลมหายใจ เมื่อนั้นสภาวะภายในมันจะเปลี่ยนไป เราจะเผชิญกับความเข้าใจสภาวะจิตของเราอย่างที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน
เวลานี้ถ้าใครที่ทุกข์หนัก หรืออยากที่จะหาสุขแท้ ก็อาจจะหาเวลามาภาวนา เพื่อเปลี่ยนผ่านความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลที่เรามีให้กลายเป็นสุขแท้ ที่ไม่ได้เป็นแค่ความสุขหลอกๆ ไม่ได้เป็นแค่สุขๆ ทุกข์ๆ แบบที่ผ่านมา แต่ทว่าสภาวะแห่งความสุขแบบนี้ สุขแบบมีสติแบบนี้มันจะอยู่กับเราไปนาน
เมื่อใดที่เราเข้าใจเปลี่ยนทุกข์ให้สุขแบบนี้แล้ว ต่อให้เราเป็นหนี้แบงก์ หรือโดนไล่ออกจากงาน มันก็มิอาจทำให้เราฟุ้งซ่าน หรือว่ายอยู่ในทะเลแห่งทุกข์นั้นนาน เพราะทันทีที่เห็นทุกข์ มันเปลี่ยนผ่านเป็นสุขได้ทันที แบบที่ว่าไม่ทันจะทุกข์ก็สุขแล้ว และไม่ใช่แค่สุขอย่างเดียวกลับเกิดปัญญา ปิ๊งแว๊บ เห็นแสงสว่าง ฉับพลันเห็นทางออกจากทุกข์ได้ง่ายๆ อีกด้วย
รายละเอียดการเดินทางได้จากเวบไซต์ www.dipabhavan.com สถานที่ ทีปภาวันธรรมสถาน ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โทร. 089 593 0121
Tags : ทีปภาวันธรรมสถาน