กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 19 เมษายน 2552 04:00

หนุ่ย นันทกานต์..ผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง

หนุ่ย-นันทกานต์ ฤทธิวงศ์ นักร้องมาดเท่ และดีเจกรีนเวฟ ผ่านวันเวลาอันแสนสาหัสจากการเผชิญหน้ากับมัจจุราชมะเร็ง และเป็น "ผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง"

ยามที่เธอร้องเพลง เสียงร้องของสาวห้าว และบทเพลงอันไพเราะสามารถขับกล่อมให้ผู้คนหลงใหล และผ่อนคลายจากความรู้สึกตึงเครียด แม้จะเปลี่ยนบทบาทเป็นนักจัดรายการวิทยุ เธอก็ยังสอดแทรกทัศนคติ การใช้ชีวิต และดูแลสุขภาพ คู่ไปกับบทเพลง ดีเจหนุ่ยจึงมีแฟนคลับเหนียวแน่นแม้วันเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม
 
รู้กันมาบ้างแล้วว่า หนุ่ย เคยเผชิญหน้ากับมัจจุราชมะเร็งที่ชื่อว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคทางโลหิตวิทยาที่พบบ่อยในคนไทย โชคดีที่เธอรู้ทันมันตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่ลุกลาม เธอหลุดพ้นจากโรคร้ายที่มนุษย์ทั่วโลกฝังใจว่าเป็นแล้วต้องตาย สำหรับเธอมองว่า หากเลือกเดินทางรักษาที่ถูกต้อง ไม่เปะปะ ชีวิตก็ยังไม่ถึงทางตัน
 
เรื่องราวสู้มะเร็งของหนุ่ยถูกถ่ายทอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง และเธอยังมีพ็อกเกจบุ๊ค "365 วันมหัศจรรย์ของหนุ่ย นันทกานต์" บันทึกบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของผู้หญิงคนนี้จากประสบการณ์เป็นมะเร็ง ตลอดระยะเวลา 1 ปี (16 ธ.ค. 2544 - 23 ม.ค . 2546)

 คราวนี้ต่างไปบ้างตรงที่เธอมาเปิดเผยสูตรรับมือกับมะเร็งด้วยคัมภีร์ "3 พลังศรัทธา"

อันดับแรก เธอบอกว่าต้องเริ่มรักษาร่างกายก่อน และถือว่าเป็น "ระบบปราบปรามขั้นเด็ดขาด"

หนุ่ยเชื่อมั่นในศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน อย่างการทำคีโมและฉายแสง ว่าจะทำลายเชื้อร้ายให้ตายสนิทด้วยความรวดเร็วและแน่นอน

"ตอนนั้นก็มีพวก Alternative แพทย์ทางเลือกเข้ามาแนะนำ ทั้งยาหม้อ ยาผีบอก พระก็โทรมา ผู้หวังดีเพียบเลย ก็เข้าใจว่าทางเลือกมันมีเยอะมาก แต่หนุ่ยถามตัวเองแล้วตัดสินใจเลือกแผนปัจจุบัน ไม่รู้สิเราเป็นเด็กวิทย์มั้ง จึงมั่นใจในหลักทางวิทยาศาสตร์ เราก็เลือกทางนี้เป็นหลัก ซึ่งก็โชคดีที่ร่างกายตอบสนองกับยาดี และให้ตรงเวลาด้วย เราก็เลยหาย"

ศาสตร์ที่สองคือพลังศรัทธา เธอใช้วิธีการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย ด้วยวิธีแบบชีวจิตเน้นการรับประทานอาหาร "ตื่นเช้ามาก็กินอาหาร พักผ่อน อ่านหนังสือ ดื่มน้ำอาร์ซี เน้นดื่มน้ำผักผลไม้ เลือกผักสด อาหารเสริม ถั่วต่างๆ เป็นวัตถุดิบหลัก เมนูที่กินบ่อยก็พวกปลากับผักสุก"

สุดท้ายก็ต้องบำรุงจิตใจด้วยระบบธรรมะ หนุ่ยจะสวดมนต์ แผ่ส่วนกุศล นั่งสมาธิ และทำบุญให้กับตัวเธอเองและเจ้ากรรมนายเวร

"เราคือผู้วิเศษ มีโลกของเรา เพียงปล่อยใจให้สบาย ฟังเพลงสบายๆ ปล่อยจิตให้นิ่งๆ บางทีก็จะฟังเทศน์พระอาจารย์จากสันติอโศกตอนเลิกงานด้วย เมื่อก่อนพี่ไม่สวดมนต์ เพราะไม่รู้คำแปล แต่พอแปลได้ เอามาคิด ฝึกวิทยายุทธ ทำให้เก๋าขึ้น อย่าเชื่อต้องลองทำเอง ทำหลายๆทางจะเชื่อด้วยตนเอง นี่คือมหัศจรรย์ทางความเชื่อ คือปรัชญาที่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็น Miracle ที่เราใช้จิตศรัทธาในการสัมผัส เพียงแลกด้วยการทำความดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะตอบแทนเราเอง"

และยุทธวิธีกู้ชีพเหล่านี้ก็ช่วยให้หนุ่ยค้นพบแสงสว่างเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

"หนุ่ยใช้ครบทุกทาง เพื่อความสบายใจทุกอย่าง ไม่ได้รอแค่ทางใดทางหนึ่ง การรักษาทางชีวภาพ เราก็ให้หมอปัจจุบันจัดการ การทานอาหารดูแลตัวเอง เราก็ให้ที่บ้านดูแล ส่วนการฝึกจิต ตัวเราต้องดูแลตัวเอง ซึ่งสามอย่างพอรวมกันมันหายเร็วมาก ใช้การรักษาอยู่แค่ 6-8 เดือนในโรงพยาบาล ครอบคลุมหนึ่งปี  ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม"

นอกจาก "3 พลังศรัทธา" แล้ว หนุ่ยยังแถมหลักปฏิบัติทางใจเพิ่มเติมอีกนิดว่า ทุกคนควรสร้างมุมมองชีวิตในแง่ดี (Positive Thinking) และตัวอย่างวิธีคิดบวกสุดสมาร์ทของสาวมาดเท่ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งคนป่วยและไม่ (คิดว่า) ป่วย

"ตอนฟังผล หมอบอกว่า ขอแสดงความยินดีด้วยคุณไม่ได้เป็นมะเร็งเต้านม แต่คุณเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง พี่ก็บอกกับหมอว่า ต้องดีใจแล้วใช่ไหมคะ หมอบอกใช่ครับ เพราะเป็นขั้นที่สองเท่านั้น โอกาสหายขาดมีอยู่ถึง 90-99% พี่ก็คิดว่าจากโทษประหารก็เหลือแค่จำคุกตลอดชีวิตก็ยังดี เรายังมีโอกาสรอด"


หรือแม้กระทั่งช่วงการรักษา แม้เธอจะหมดกำลังใจ หมดเงินไปกับรักษารวมๆสูงถึง 3-4 ล้านบาท แต่หนุ่ยก็เชื่อมั่นในพลังคิดบวก

"ทั้งหมดเป็นของนอกกาย สิ่งนั้นมันสร้างขึ้นใหม่ได้ และผลก็คือ มันเกิดขึ้นใหม่ได้จริงๆ"

หลังจากการรักษาจนหายขาดแล้ว เธอก็ยังอาศัยความคิดแง่ดีช่วยชีวิตให้พ้นอาการวิตกกังวลว่ามะเร็งจะย้อนกลับมาทำร้ายอีกหรือไม่

"ชีวิตคนเราก็เหมือนเล่นสลอต  (Slot Machine) ไงก็วัดดวงกันหน่อย เมื่อต้องกลับไปตรวจทุกเดือน ก็คิดเอาละลุ้นสนุกๆ แต่ตอนนี้ขยายเวลาไปตรวจทุกสามเดือนแล้ว ก็ยังไม่เจอเนื้อร้ายอะไรอีก โอเคเราชนะ"

เวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว หนุ่ย นันทกานต์ได้เปลี่ยนวิธีคิดและเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิตโฉมใหม่


จากเคยใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย แบบวัยรุ่นสุดมัน เปรี้ยวๆ ห้าวๆ อยากกินอะไรก็กิน อดหลับอดนอนติดกันเพื่อจะได้ใช้ชีวิตคนกลางคืนสุดเหวี่ยง แถมยังมีความคิดประมาทสุดโต่งว่า "เด็กไม่มีวันคิดหรอกว่าตัวเองจะป่วย แถมยังไม่มีอาการอะไรฟ้องด้วย จึงคิดว่าการป่วยมันน่าจะหลังอายุ 60 แล้ว"

แต่ก็ถึงเวลาของผู้สร้าง "ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต" ต้องลองเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส มุ่งสู่การใช้ชีวิตไม่ประมาท

 ในช่วง 4-5 ปีแรก หนุ่ยขอตามฝันแบบสุดโต่ง พาสองเท้าเดินทางไปทุกที่ที่ใจเรียกร้อง เธอเดินทางไปยุโรป ให้รางวัลตัวเองด้วยการซื้อบ้าน เลือกสถานที่เที่ยวกลางคืนมากขึ้น พักผ่อนให้เต็มที่แม้เธอยังมีภารกิจจัดรายการจันทร์ถึงศุกร์ ตีสองถึงตีสี่ เธอก็พยายามหาทางออกให้ตัวเองด้วยการ สร้างวินัยการนอนให้ได้ 8-10 ชั่วโมง ไม่ละเลยการเล่นกีฬาสุดโปรด อย่าง เทนนิส ว่ายน้ำ และฟิตเนส รวมทั้งอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลตัวเองจากข้างในด้วยการกินดี เป็นปุ๋ยให้ชีวิต

 
"ขอทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เชื่อว่าทุกอย่างต้องไปสู่จุดจบอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว เราควรคิดว่าจะอยู่ยังไงให้มีความสุข สร้างความดี ช่วยคนอื่น ครอบครัว ตัวเอง คนรักให้มีคุณค่า พี่เห็นคนอื่นตายก่อนตั้งเยอะ เงินไม่สามารถช่วยได้ทุกอย่าง เราต้องแบ่งปันและสร้างสมดุลชีวิต"
 

บทสรุปส่งท้ายของหนุ่ย นันทกานต์ จะกระตุ้นให้คนที่ยังไม่ป่วยลงมือทำตามได้ทันที...ตอนนี้เลย

 

Tags : หนุ่ย นันทกานต์ ฤทธิวงศ์ มะเร็ง ศรัทธา

advertisement

advertisement