กรุงเทพธุรกิจ

  •  

Life Style : สุขภาพ

วันที่ 6 มีนาคม 2552 11:08

ปีนี้เงินน้อย ความสุขมาก

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน

"ปี2552 แม้ต้องเผชิญกับสารพัดวิกฤติ เราสามารถมีความสุขได้" แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เอ่ยด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน ในการบรรยาย"แนวชีวิต คิดบวก"

แต่คิดบวกเท่านั้นยังไม่พอ ถ้าจะให้ดีต้องคิดให้ถูกต้องด้วย เพราะวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง อาจส่งผลให้หลายคนตกงาน เงินน้อยลง ทำให้ความสุขในชีวิตน้อยลง แท้ที่จริงแล้ว ตัณหาเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดความสุขของเรามาตลอด หากเราปรับแนวคิดให้เป็นความคิดที่ถูกต้อง ตกงานแต่ไม่ว่างงานและมีความสุขได้ กับเงินที่น้อยลง เราก็จะใช้ชีวิตผ่านพ้นไปได้


 "การคิดบวก เหมือนกับการคิดในสิ่งที่ไม่ใช่ความจริง การคิดที่ถูกต้องคือ การคิดจริง คิดจัง คิดชัง คิดชอบ เพราะทุกอย่างเป็นอนิจจัง" แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน ย้ำหลักคิดด้วยเสียงนุ่มนวลว่า "ปีนี้เราต้องอยู่บนหนทางอริยะ ธรรมะจะกลับมา "


 คำกล่าวของแม่ชีศันสนีย์หาใช่คำทำนาย แต่จะเป็นตัวช่วยให้เดินในหนทางอริยชนที่อยู่บนศีล สมาธิ ปัญญา ขณะที่ธรรมะจะเป็นคำตอบ เงิน สถานะ หรือสิ่งที่ผู้อื่นกำหนด ไม่ใช่คำตอบ หากไม่หลงทางก็จะพ้นทุกข์ เพราะนิพพานคือคำตอบ ไม่ว่ายุคสมัยไหน คำตอบก็ยังคงเดิม


 “ห้วงวิกฤติเช่นนี้ หากจะบอกว่า โลกก็เป็นอย่างนี้ เท่ากับเราคิดบวก แต่หากบอกว่า โลกเป็นเช่นนี้ โดยที่เราไม่คิดเป็นทุกข์ เราจะไม่อยู่อย่างตายทั้งเป็น เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นทุกข์ เท่ากับเราคิดในแบบอริยชน หากคนคิดเช่นนี้มากๆ สังคมอริยชนก็จะเกิดขึ้นได้ในเศรษฐกิจขาลงเช่นนี้” แม่ชีศันสนีย์กล่าวพร้อมแนะว่า อย่าห่วงเศรษฐกิจมากจนเกินไป อย่าคิดสุขไปกับเงินรายได้ เศรษฐกิจหรือการทำงาน อย่าสุขกับแค่ทำงานเสร็จ และอย่าสุขกับแค่การรับเงินรายได้ ควรจะสุขกับการให้และรับ


 "แม่เคยป่วย นอนโรงพยาบาล ทุกครั้งเมื่อหมอจะเข้ามาตรวจ แม่จะฟังเสียงฝีเท้าของหมอเดินมาตรวจด้วยความรีบเร่ง แม่จะเตรียมตัวให้พร้อมอยู่บนเตียง เปิดเพลงธรรมะ เป็นเช่นนี้ จนกระทั่งก้าวเดินของคุณหมอเป็นไปอย่างช้า ๆ ไม่รีบเร่ง หมอมานั่งข้างหัวเตียง เปิดประวัติผู้ป่วยช้าลง ตอนนั้นแม่คิดว่า คุณหมอเองก็ได้รับการเยียวยาแล้วเช่นกัน" ท่านบอกเล่าถึงประสบการณ์การให้และรับ


 แม่ชีศันสนีย์ยังย้ำว่า ไม่ต้องเสแสร้งคิดบวก ชีวิตคนเราสั้น อย่าใช้ชีวิตที่คิดว่าเกิดมาเพื่อเป็นทุกข์มาอยู่กับคนที่เรารัก อย่ามัวแต่คิดว่าใครใช่หรือไม่ใช่ งานนี้ใครควรทำก่อนหรือหลัง


 เธอบอกว่า ปี 2552 เป็นปีแห่งการตื่น ไม่ใช่ตื่นตูม แต่เป็นการตื่นตัวรับความเป็นจริง ตื่นและรู้ว่า เรามีปุ๋ยที่ทำให้เราเติบโต เพราะเงินน้อยลง แต่ความสุขจะมากขึ้น เราจะใช้เวลากับคนในครอบครัวเพื่อสุมหัวปรึกษากันมากขึ้น จากเดิมที่อาจจะต้องห่างเหินเพราะต่างคนต่างมีภาระ แต่ตอนนี้ ต้องช่วยกันมองถึงสิ่งที่ไม่มีและจะทำยังไงให้มี รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่เท่าที่มี ให้มีความสุข


 “ความสุขหายากขึ้น จึงต้องมาแบ่งปันความสุขให้แก่กันมากขึ้น ดูแลเอาใจใส่กันมากขึ้น เคารพกันและกันให้มากขึ้น” แม่ชีศันสนีย์แนะทางชีวิต


 นอกจากนี้ การบอกความรู้สึกไม่ใช่เรื่องผิด ต้องรีบพูด รีบสื่อสารให้รู้ว่า รัก ขอโทษ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ไม่เช่นนั้นจะติดค้างอยู่ในใจ ควรเปิดกว้างให้เกิดการสื่อสารแบบสัมมาวาจา เช่น ในครอบครัว เคยไหมที่ลูกหรือหลานจะถามพ่อแม่ ปู่ย่าตายายว่า ตนเคยทำอะไรให้ไม่สบายใจ หรือพ่อแม่ ปู่ย่าตายายจะเปิดอกกับลูกหลานว่า สิ่งที่เด็กทำแล้วทำให้ตนไม่สบายใจ อึดอัดใจคืออะไร แล้วถามถึงสาเหตุว่า ทำไมถึงทำ สิ่งดังกล่าวนั้น ไม่ใช่แค่ถามไถ่ถึงสาเหตุด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่ต้องเป็นการพูดคุยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน


 ปีนี้เงินน้อย ความสุขมาก ดังนั้นการแจกจ่ายความสุขก็ควรจะมากตาม แต่ต้องตั้งมั่นว่า ความสุขที่เราจะให้ต้องไม่เป็นการยัดเยียด ความสุขนั้นให้กับผู้ใด เพราะเมื่อใดที่ความสุขถูกยัดเยียดให้ ก็จะกลายเป็นความทุกข์ของผู้รับ ที่ผู้รับจำใจต้องรับ


 แม่ชีศันสนีย์บอกด้วยว่า ปีนี้ ยังเป็นปีแห่งการกระทบ แต่ตราบใดที่เราไม่ปรุงแต่งด้วยอารมณ์ และอวิชา ก็จะไม่เกิดการกระแทกให้สังคมกระเทือน หากเรารู้และไม่หลงไปกับอารมณ์ก็รอด เปรียบเสมือนการขับรถสวนกันในซอยแคบ ๆ หากไม่มีใครยอมถอยเพราะคิดว่า หากยอมก็เท่ากับแพ้ โง่ ไม่นานก็จะเกิดอารมณ์โกรธ ทะเลาะและชกต่อยกัน แทนที่จะปล่อยวาง ถอยทั้งคู่หรือตกลงกันเสียก่อน


 “ทุกข์ มีไว้ให้เห็น แต่ไม่ใช่ทุกข์ของฉัน เปรียบเหมือนมีคนยิงธนู แต่ไม่มีเป้าธนู ก็จะไม่เจ็บ บางคนเจ็บป่วยเล็กน้อย แต่เหมือนมีธนูปักใจ ทุรนทุราย ทรมาน เจ็บหนักทั้งกายและใจ ในขณะที่บางคนป่วยหนัก แต่ใจคิดว่าไม่เป็นไร ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ การใช้ชีวิตในสถาวะวิกฤตแบบนี้ก็เช่นกัน”  เพียงเท่านี้ เชื่อว่าผู้อ่านคงมีกำลังใจฟันผ่าอุปสรรคปีวัวลำพองได้ไม่น้อย

Tags : แม่ชีศันสนีย์ เสถียรธรรมสถาน ความสุข วิกฤติ เศรษฐกิจ ธรรมะ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13

สังคมไทยทุกวันนี้อยู่อยากขึ้นทุกวัน ทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเราจะทำอย่างไรดีให้คนไทยช่วยกันทำให้บ้านเมืองเรารักกันไม่แตกความสามัคคีดีนะ ดูทีวีแล้วไม่คิดว่าคนไทยจะเป็นคนเถื่อนเช่นนี้ทั้งที่เรามีศาสนาพุทธเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ คนไทยเราจิตวิญญาณหายไปไหนหมด น่าสงสารลูกหลานในอนาคต ที่เห็นแบบอย่างที่ไม่ดี ต่อไปใครเห็นก็จะนำมาเป็นแบบอย่าง ควาชั่วเค้าว่าจำง่ายแต่ความดีทำยากและคนไม่ค่อยใสใจ

ความคิดเห็นที่ 12

Asian Global Ventures (Thailand) Company Limited 128/148, 14th Floor, Payathai Plaza, Payathai Road, Kwang Thung-Payathai, Khet Rajthavee, Bangkok 10400 Telephone: ( 66)-2-214-6336 Fax: ( 66)-2-214-6337

ให้เช่า Serviced Office ตึกพญาไทพลาซ่า ตรงสถานีบีทีเอสพญาไท มีหน้าต่างในห้อง และไม่มีหน้าต่างในห้อง

รายละเอียดเพิ่มเติม: พื้นที่สำนักงานให้เช่า ตึกพญาไทพลา ซ่า ขนาด 25 ตรม ติด BTS พญาไท

ราคาค่าเช่า (ผุ้เช่าไม่ต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก)

รวม อุปกรณ์สำนักงาน ใหม่ยกชุด โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บเอกสาร

อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 3 เม็ค 3สาย

โทรศัพท์สายตรง 2 สาย

ค่าน้ำดื่ม (น้ำร้อน น้ำเย็น)

ค่าแม่บ้านทำความสะอาด

สิ่ง แวดล้อม ออฟฟิศอยู่ริมถนนใหญ่ ติด รถไฟ ฟ้า BTS พญาไท และ แอร์พอร์ต ลิ้งค์ไปสุวรรณภูมิ มีิอาหารกินตลอดทั้งวัน ทั้งคืน เดินทางสะดวก รายล้อมไปด้วย คอนโด และโรงแรม


Serviced Office for Rent locate in the heart of city like Payathai

Window Rooms are Available

rental includes furniture

Hi-speed ADSL internet

2 direct telephone lines

all utilities for the room paid

office room cleaning, maintenance, and etc.
For more information please contact
Tel: 022146336, 0863346036, Fax: 022146337

ความคิดเห็นที่ 11

ดิฉันว่า ทุกคนรู้ดีหมดละ แต่ยังปฎิบัติไม่ได้ ก็พยายามไปเรื่อยๆ ดิฉันไม่ไปหรอกสถานที่แบบนี้วัดก็ไม่ใช่ ซื้อหนังสือมาอ่าน แล้วปฎิบัติเองก็ได้ เอาแค่ ศีลห้าข้อ อยู่กับปัจจุบัน แค่นี้ก็พอ

ความคิดเห็นที่ 10

เห็นด้วยกับ คห.4 ค่ะ เลือกฟังธรรมะ เลือกไปในที่ที่ถูกกับจริตของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงมั้ยจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 9

คุณความเห็น 2 อิฉันกับคุณยังเป็นพวกมีกิเลสเน๊อะ เราต้องรอมุทิตาจิตจาก ความเห็น4 นะ ไม่งี๊นปัญญาไม่เกิด เขาว่ามาอ่ะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อ้อ ขอบคุณคุณความเห็น 4 แล้วอย่าลืมดูอัตตาของตัวเองด้วยล่ะ จะดีมากเลย

ความคิดเห็นที่ 8

รู้จริง รู้ลึก นี่เลยคร๊าบบบบ... คุณ ค4 ช่วยไปสอนเฮียฟลุ๊กกับเจ้แพงหน่อยซิ ทำบุญหน่อยนะคร๊าาาาบบบ ฮิๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7

คุณความเห็น 5 ครับ ผมเป็นฆราวาสครับ ไม่เคยบวชด้วย แต่ได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนนั้นเป็นของจริงแท้แน่นอน ด้วยการลงมือปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างจริงจัง (อยากบวชนะ แต่ยังมีห่วง)

จึงเห็นว่าการที่มีหลายๆฝ่ายช่วยกันเผยแพร่พระพุทธศาสนานั้นเป็นเรื่องดี (ถ้าไม่สอนผิดๆแบบบางวัด) เราควรจะมีมุทิตาจิต อนุโมทนาบุญเขาดีกว่าครับ วันหนึ่งข้างหน้ามุตทิตาที่เรามีให้คนอื่นจะทำให้เรามีปัญญาเห็นเองว่าเนื้อแท้ของคำสอนคืออะไร

ความคิดเห็นที่ 6

มีกิเลสอยู่ค่ะเลยขอสนับสนุน ความเห็น2และ 3 แต่ขอสาธุใ้ห้ความเห็น 4 บวชอยู่สำนักไหน บอกด้วยคะ

ความคิดเห็นที่ 5

มีกิเลสอยู่ค่ะเลยขอสนับสนุน ความเห็น2และ 3 แต่ขอสาธุใ้ห้ความเห็น 4 บวชอยู่สำนักไหน บอกด้วยคะ

ความคิดเห็นที่ 4

ใจเย็นๆครับความเห็น 2 และ 3 ผมก็เคยไปเหมือนกันแต่ผมสรุปได้ว่า ผมไม่ชอบเพราะผมเลยขั้นของศรัทธาพื้นฐานไปแล้ว ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังติดอยู่ในขั้นการสร้างศรัทธาให้เข้มแข็งก่อน คนที่เลยไปขั้นปฏิบัติวิปัสสนาแล้วจะไม่ไปเสถียรฯ ครับ ถึงมีก็น้อย

แล้วอย่าลืมคนสมัยนี้ยังติดสบาย ติดดีไซน์อยู่ การเผยแผ่อาจจะต้องปรับให้ถูกจริตของคนเสียก่อน วันหนึ่งเขาจะรู้เองว่าเนื้อแท้ของคำสอนคืออะไร มันเป็นเพียงขั้นต้นน่ะครับ ไม่งั้นพระธรรมจะมี 84,000 พระธรรมขันธ์หรือครับ ก็เพราะมีคนอยู่มากมายหลายประเภทไง

อย่างท่านมหาสมปองก็จะได้คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยฟังธรรมเลย ส่วนท่านว.วชิรเมธีก็จะได้อีกกลุ่มหนึ่ง หลวงพ่อปราโมทช์จะได้อีกกลุ่มหนึ่ง แม่ชีท่านก็จะได้อีกกลุ่มหนึ่ง

ลองนึกดูว่าคนไม่เคยฟังธรรมแล้วไปฟังพระสอนสติปัฏฐานสูตรสิครับ ไม่วิ่งหนีให้เตะเลย ฉะนั้นอย่าไปเพ่งโทษคนอื่นเลยครับ ที่สำคัญกว่าคือคุณดูจิตดูใจตัวเองหรือยังว่ากิเลสตัวไหนมันบงการให้เราต้องคิด ต้องพูดไปแบบนั้น ถ้าไม่ได้ดูก็แสดงว่ายังหลงกิเลสอยู่ครับ ใช้ไม่ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3

เห็นด้วยกับ ค 2 ดิฉันคิดว่ามีบางอย่างที่ดูแปลกมาก คือ การบรรยายพระคุณของแม่ แล้วให้นั่งหลับตา จากนั้นจะมีการเปิดเพลงแบบซาบซึ้ง จนผุ้เข้าร่วมหลายคนน้ำตาไหลนอง จากนั้นก็มีกล้องวีดีโอแพนถ่ายคนที่ร้องให้ เห็นแล้วนี่อะไรกัน หลังจากนั้นดิฉันและเพื่อนไม่ไปอีกเลย แต่นี่นานแล้วไม่ทราบว่ายังมีอยู่อีกหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 2

ขอโทษนะไม่ค่อยศรัทธาในแม่ชีศันสนีย์เท่าไหร่ ไปเสถียรธรรมหลายครั้ง สิ่งที่สังเกตเห็นคือ เริ่มตั้งแต่การแต่งกายที่ดูเนี๊ยบ ขาวสะอาดเกินปกติ ซึ่งดูยังไงก็ไม่ธรรมชาติ ขัดกับหลักศาสนายังไงชอบกล (ลองเปรียบเทียบกับท่านพุทธทาสที่มีความเรียบง่าย ธรรมชาติมากกว่า) เคยพบว่าครั้งหนึ่งตอบปัญหาของญาติโยมด้วยอารมณ์หงุดหงิด ฟังไม่จบ ตัดบท จนคนที่ร่วมฟังมองหน้ากันเลิกลัก ประการสุดท้าย สังเกตสภานที่ฝึกธรรมะ และคนที่ไป ยังกะสวรรค์ กับมีพวกไฮโซแยะ เหมือนมีภาพลวงตา สถานฝึกธรรมะต้องเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งให้จิตเกิดกิเลสเพิ่มมากขึ้นไม่ใช่เหรอ

ความคิดเห็นที่ 1

I hope so then I will try my best shot. thanks for any good suggestion

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า